FRA036

ทัวร์ยุโรป ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี 9 วัน (EK)

ราคาเริ่มต้น 49,900 ฿ ดาวน์โหลด PDF จองทัวร์

รหัส: FRA-EK-156 Tag:
สายการบิน: Image

ทัวร์ยุโรป
พาท่านชมและถ่ายรูปกับสัญลักษณ์คู่บ้านคู่เมือง หอไอเฟล (Eiffel Tower) หอคอยสูง 324 เมตรแห่งนี้เคยได้ชื่อว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในโลกมาแล้วในช่วงปี 1889 และที่ไม่ไกลจากหอไอเฟลนั้นคือ ถนนสายดัง ถนนชองเซลิเซ (Champs-Elysees) ถนนที่นักช้อปปิ้งทุกคนต้องรู้จักดี เพราะตลอดความยาว 1.9 กิโลเมตรจะเรียงรายไปด้วยร้านค้ามากมาย เต็มไปด้วยแบรนด์ชั้นนำให้ได้เลือกช้อปกันอย่างเต็มที่ เพราะหนึ่งในจุดเด่นของปารีสก็ต้องบอกว่าเป็นแหล่งช้อปปิ้งชั้นนำนี่เอง นำทุกท่าน ล่องเรือแม่น้ำแซน แม่น้ำสายหลักที่ไหลผ่านปารีส นั่งเรือชมความสวยงามของปารีส โดยเรือจะนำเราชมอาคารสวยสถาปัตยกรรมยุโรป มองเห็นอาคารรัฐสภา ลอดใต้สะพานใหญ่ ได้ชมหอไอเฟลในอีกมุม สัมผัสวิถีชีวิตของชาวปารีสได้ชัดเจนตลอดริมแม่น้ำ

วันที่เดินทาง

30 มิ.ย.-08 ก.ค. 61, 14-22 มิ.ย. 61, 9-17 ส.ค. 61, 22-30 ก.ค. 61, 11-19 ส.ค. 61, 24 ก.ค.-01 ส.ค. 61

ทัวร์ยุโรป
วันแรก สนามบินสุวรรณภูมิ – ดูไบ
17.00 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 9 แถว T สายการบินเอมิเรตส์ (EK) พบเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวก
20.35 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK373 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
วันที่สอง ดูไบ – ปารีส – จัตุรัสคองคอร์ด – ถนนช็องเซลิเซ่ – หอไอเฟล – ล่องเรือแม่น้ำแซน
00.50 น. แวะเปลี่ยนเครื่องที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
03.20 น. ออกเดินทางสู่เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK71 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
08.00 น. เดินทางถึง ปารีส ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง ก่อนจะออกเดินทางไปยังตัวเมืองปารีส เมืองแห่งแสงสีและความศิวิไลซ์ เพื่อชมเมืองสำคัญและศูนย์กลางยุโรปตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17 จนถึงปัจจุบัน แน่นอนว่ามาถึงปารีสแล้วก็ต้องไม่พลาดที่จะไปแวะถ่ายรูปกับหนึ่งในแลนด์มาร์กของปารีส ประตูชัยอาร์คเดอทรียงฟ์ (Are de Triomphe) อนุสรณ์สถานแห่งชัยชนะขนาดใหญ่แห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลาง จัตุรัสชาร์ล เดอ โกล (Place Charles de Gaulle) จุดเริ่มต้นของถนน 12 สายสำคัญของปารีส
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
พาท่านชมและถ่ายรูปกับสัญลักษณ์คู่บ้านคู่เมือง หอไอเฟล (Eiffel Tower) หอคอยสูง 324 เมตรแห่งนี้เคยได้ชื่อว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในโลกมาแล้วในช่วงปี 1889 และที่ไม่ไกลจากหอไอเฟลนั้นคือ ถนนสายดัง ถนนชองเซลิเซ (Champs-Elysees) ถนนที่นักช้อปปิ้งทุกคนต้องรู้จักดี เพราะตลอดความยาว 1.9 กิโลเมตรจะเรียงรายไปด้วยร้านค้ามากมาย เต็มไปด้วยแบรนด์ชั้นนำให้ได้เลือกช้อปกันอย่างเต็มที่ เพราะหนึ่งในจุดเด่นของปารีสก็ต้องบอกว่าเป็นแหล่งช้อปปิ้งชั้นนำนี่เอง นำทุกท่าน ล่องเรือแม่น้ำแซน แม่น้ำสายหลักที่ไหลผ่านปารีส นั่งเรือชมความสวยงามของปารีส โดยเรือจะนำเราชมอาคารสวยสถาปัตยกรรมยุโรป มองเห็นอาคารรัฐสภา ลอดใต้สะพานใหญ่ ได้ชมหอไอเฟลในอีกมุม สัมผัสวิถีชีวิตของชาวปารีสได้ชัดเจนตลอดริมแม่น้ำ
เย็น รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Forest Hill La Villette หรือระดับเดียวกัน
วันที่สาม ปารีส – พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ – Benlux Duty Free – Galeries Lafayette
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเที่ยวชมในตัวเมืองปารีส ถ่ายรูปด้านหน้า พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (Louvre Museum) พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในฝรั่งเศส โดดเด่นด้วยโดมกระจกที่เป็นทั้งทางเข้าและไฮไลท์ของพิพิธภัณฑ์ ภายในนั้นมีผลงานศิลปะรวบรวมเอาไว้มากกว่า 380,000 ชิ้น นำทุกท่านช้อปปิ้งสินค้า Duty Free ที่ร้าน เบนลักซ์ (Benlux) ร้านค้าที่มากมายด้วยสินค้าชั้นนำจากแบรนด์ดัง ในราคาปลอดภาษี ไม่ว่าจะเป็นน้ำหอม เครื่องสำอาง นาฬิกา เครื่องประดับ และอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Armani, Calvin Klein, Burberry, Dior และอีกหลายแบรนด์ให้เลือกซื้อ แล้วแวะไปเยี่ยมชมมหาวิหารสำคัญของกรุงปารีส มหาวิหารนอร์ธเทอดาม (Notre Dame Cathedral) เป็นวิหารในศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก เป็นโบสถ์สไตล์โกธิคที่สวยงามและอลังการ มหาวิหารแห่งนี้สร้างขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ 1163 ก่อนจะเสร็จสิ้นในปี 1345 ภายนอกโดดเด่นด้วยหอคอยคู่สูง 69 เมตร ส่วนภายในก็สวยไม่แพ้กันด้วยกระจกสีที่ทำออกมาได้อย่างประณีตงดงาม
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
อิสระช้อปปิ้งที่ ห้างสรรพสินค้า Galeries Lafayette ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ทั้ง 9 ชั้นนั้นแน่นขนัดไปด้วยสินค้าแบรนด์ต่างๆ แถมยังสามารถทำ Tax Refund ได้ที่ห้างนี้ได้เลยด้วย สะดวกมาก
เย็น รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Forest Hill La Villette หรือระดับเดียวกัน
วันที่สี่ ปารีส – แรงส์ – กอลมาร์
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ออกเดินทางจากปารีส มุ่งหน้าสู่ แรงส์ (Reims) เมืองในแคว้นกร็องแต็สต์ (Grand Est) เมืองแรงส์นั้นถือเป็นเมืองใหญ่มาตั้งแต่สมัยก่อน เป็นหัวเมืองหลักในสมัยจักรวรรดิโรมัน จนเมื่อเข้าสู่ยุคของราชวงศ์ฝรั่งเศส เมืองแรงส์ก็ยังคงความสำคัญไม่เปลี่ยนแปลง สังเกตเห็นได้ชัดจากอาคารสวยต่างๆ ที่เรียงรายอยู่ในตัวเมือง แถมด้วยโบสถ์วิหารและคฤหาสน์ขนาดใหญ่ที่กระจายอยู่รอบเมืองรอให้ค้นหา แวะเยี่ยมชมและถ่ายรูปกับ มหาวิหารแรงส์ (Reims Cathedral) หรือในชื่ออย่างเป็นทางการว่า มหาวิหารน็อทร์-ดาม เดอ แรงส์ (Cathedral Notre-Dame de Reims) มหาวิหารเก่าแก่ที่ยืนหยัดมากว่า 740 ปี ที่สร้างแทนที่วิหารหลวงแห่งเก่าที่ถูกทำลายลงไปเพราะไฟไหม้ มหาวิหารแรงส์ได้กลายเป็นวิหารที่มีความสำคัญอย่างมากต่อฝรั่งเศส เพราะพิธีราชาภิเษกของกษัตริย์แห่งฝรั่งเศสและพิธีอภิเษกสมรสก็ได้จัดขึ้นที่มหาวิหารแรงส์นี้เอง ที่ด้านหน้าวิหารมีทั้งรูปปั้นนูนสูงบรรจงเรียงร้อยเป็นเรื่องราวบอกเล่าถึงประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสและในทางศาสนา เข้ามาด้านในก็สวยไม่แพ้กันด้วยการประดับตกแต่งด้วยกระจกสีขนาดใหญ่และรูปปั้นน่าทึ่งมากมาย แน่นอนว่าความสวยและความสำคัญทำให้มหาวิหารแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ไปเรียบร้อยตั้งแต่เมื่อปี 1991

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นั่งรถโค้ชสู่ กอลมาร์ (Colmar) เมืองหลวงแคว้นอาลซัสทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส ได้ชื่อว่าเป็น เมืองหลวงแห่งไวน์อาลซาเชียน นอกจากนี้ยังสวยงามและขึ้นชื่อในการเป็นเมืองเก่าที่ได้รับการอนุรักษ์เอาไว้อย่างดี มากมายด้วยสถาปัตยกรรม แลนด์มาร์ก และพิพิธภัณฑ์มากมายให้เยี่ยมชม
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Mercure Colmar Centre Unterlinden หรือระดับเดียวกัน
วันที่ห้า กอลมาร์ – สตราสบูร์ก – ชาฟฟ์เฮาเซ่น – น้ำตกไรน์ – ลูเซิร์น
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เที่ยวชมเมือง กอลมาร์ เมืองที่ได้ชื่อว่า ลิตเติ้ลเวนิส ด้วยเพราะสายน้ำมากมายที่ตัดผ่านตัวเมือง และอาคารต่างๆ ที่สร้างเลียบริมคลอง ทำให้ได้ความรู้สึกคล้ายคลึงกับที่เวนิสนั่นเอง แม้จะเป็นเมืองที่มีขนาดไม่ใหญ่ แต่น่าดึงดูดด้วยความเงียบสงบ และความสวยของอาคารบ้านเรือนต่างๆ ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นในแบบของตัวเองที่เป็นแบบผสมผสานระหว่างสไตล์เยอรมันและฝรั่งเศส แวะชม โบสถ์เซนต์มาร์ติน (St. Martin’s Church) โบสถ์หลักของเมืองกอลมาร์มาตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 14 สวยและงดงามด้วยศิลปะการออกแบบสไตล์โกธิค โดดดเด่นด้วยหอคอยที่สูงตระหง่านถึง 71 เมตร เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่พลาดไม่ได้ของเมืองกอลมาร์เลย
เดินทางไปเยี่ยมชมเมือง สตราสบูร์ก (Strasbourg) หนึ่งในเมืองท่าริมแม่น้ำที่สำคัญของฝรั่งเศส และยังเป็นศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมและการค้าขายด้วย แวะเที่ยวชมบริเวณ จัตุรัสเกลแบร์ (Place Kleber) จัตุรัสใหญ่กลางเมืองที่ตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกไปเรียบร้อยแล้ว ในบริเวณจัตุรัสนี้นอกจากจะสวยด้วยอาคารต่างๆ ที่รายล้อมแล้ว ยังมากมายด้วยร้านค้าและซ็อปมากมาย ทำให้เป็นย่านการค้ายอดนิยมแห่งหนึ่ง
กลางวัน รับประทานอาการกลางวัน ณ ภัตตาคาร
มุ่งหน้าสู่ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่เมือง ชาฟฟ์เฮาเซ่น (Schaffhausen) หัวเมืองหลักทางตอนเหนือของสวิตเซอร์แลนด์ ตัวเมืองชาฟฟ์เฮาเซ่นส่วนใหญ่ยังคงอนุรักษ์อาคารบ้านเรือนต่างๆ ตั้งแต่สมัยยุคเรเนสซองส์เอาไว้ จุดหมายหลักที่เมืองนี้ของเราก็เพื่อชมน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป น้ำตกไรน์ (Rhine Falls) แม้จะสูงเพียง 23 เมตร แต่ความกว้างนั้นมากถึง 150 เมตรเลยทีเดียว ด้วยความใหญ่ของน้ำตกทำให้มีละอองน้ำฟุ้งกระจายอยู่โดยทั่ว แต่ความงามของน้ำตกแห่งนี้มากี่ครั้งก็ไม่เบื่อเลย
เดินทางสู่ ลูเซิร์น (Lucerne)
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Grand Europe หรือระดับเดียวกัน
วันที่หก ลูเซิร์น – แองเกิลเบิร์ก – ทิตลิส – โคโม่
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เที่ยวชมเมืองลูเซิร์น และจุดหนึ่งที่น่าชมมากในย่านนี้ก็คือ สะพานไม้ชาเปล (Chapel bridge) สะพานที่ดูไม่เหมือนสะพานและมีอายุเก่าแก่มากกว่า 600 ปี ที่ว่าไม่เหมือนสะพานก็เพราะแวบแรกอาจดูคล้ายอาคารกลางน้ำ แต่จริงๆ แล้วสร้างขึ้นเพื่อใช้ข้ามไปมาระหว่างสองฝั่งแม่นํ้ารอยซ์ (Reuss River) อนุสาวรีย์สิงโต (Lion Monument) สัญลักษณ์สำคัญอีกชิ้นของลูเซิร์นถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกและเป็นเกียรติแก่เหล่าทหารหาญชาวสวิสซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวลูเซิร์นมากกว่า 700 คนที่ออกรบและเสียชีวิตในฝรั่งเศสเมื่อครั้งเกิดสงครามปฏิวัติยุคพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ซึ่งเป็นการเจาะเนื้อหินและแกะสลักขึ้นรูปเป็นประติมากรรมสิงโตตัวใหญ่สวยงามมากแม้จะมีใบหน้าโศกเศร้าดังที่ว่าก็ตาม
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
มุ่งหน้าสู่เมือง แองเกิลเบิร์ก (Engleberg) เมืองรีสอร์ทบรรยากาศแสนดีท่ามกลางหุบเขาสูงสวยๆ ที่รายล้อม ที่เมืองแองเกิลเบิร์กนี้เองที่เป็นจุดขึ้นเคเบิ้ลคาร์ที่จะพาเราขึ้นไปยังภูเขาด้านบน เพื่อชมวิวของ ทิตลิส (Titlis) เทือกเขาสูงถึง 3,238 เมตร เป็นหนึ่งในยอดเขาที่สูงที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ นอกจากความสูงแล้ว ทัศนียภาพสวยๆ ของวิวโดยรอบก็น่าประทับใจมาก จากทิตลิสนั่งกระเช้ากลับลงมาที่เมืองแองเกิลเบิร์ก
นั่งรถโค้ชข้ามไปยัง ประเทศอิตาลี โดยมีเป้าหมายที่ โคโม่ (Como) เมืองที่เพียบพร้อมด้วยทัศนียภาพอันงดงาม ทั้งเทือกเขาแอลป์สูง และทะเลสาบโคโม่ ทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิต ยังไม่นับผลงานศิลปะชั้นเลิศมากมายทั่วเมือง โบสถ์เก่าแก่ โรงละคร และพิพิธภัณฑ์อีกมากมาย
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Just Hotel Lomazzo Fiera หรือระดับเดียวกัน
วันที่เจ็ด โคโม่ – FoxTown Factory Store – มิลาน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เที่ยวชมเมือง โคโม่ ชมวิวสวยๆ ริมทะเลสาบโคโม่ ทะเลสาบมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของอิตาลี ด้วยพื้นที่กว้างถึง 146 ตารางกิโลเมตร และด้วยความลึกสูงสุดถึง 400 เมตร ทำให้เป็นหนึ่งเป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดของทวีปยุโรปเลยทีเดียว เดินทางสู่เมือง เมนดริซิโอ (Mendrisio) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่เมืองนี้มีเอาท์เล็ตชื่อดังระดับโลกอยู่แห่งหนึ่งที่ได้รับยกให้เป็น 1 ใน 10 เอาท์เล็ตที่ดีที่สุดในโลก อิสระช้อปปิ้งที่ “ฟ็อกซ์ทาวน์ แฟคทอรี่ สโตร์ส” (FoxTown Factory Stores) เอาท์เล็ตในร่มขนาดใหญ่ใกล้ชายแดนสวิตเซอร์แลนด์และอิตาลี ร้านค้ากว่า 160 ร้าน พร้อมด้วยแบรนด์ชั้นนำกว่า 250 แบรนด์ตั้งอยู่ภายในอาคารขนาดใหญ่ทำให้สามารถช้อปปิ้งได้ไม่ว่าสภาพอากาศด้านนอกจะร้อนหรือหนาวจัด
เที่ยง อิสระอาหารกลางวัน เพื่อให้สะดวกกับการช้อปปิ้งใน ฟ็อกซ์ทาวน์ แฟคทอรี่ สโตร์ส ที่มีมากถึง 4 ชั้น และในทุกๆ ชั้นก็ได้อัดแน่นไปด้วยแบรนด์เนม ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับต่างๆ แบรนด์ดังที่สามารถหาซื้อแล้วช้อปปิ้งได้ที่เอาท์เล็ตแห่งนี้ก็ได้แก่ Dolce & Gabbana, Jil Sander, Michael Kors, Prada, Versace, CK และอีกมากมาย
มุ่งหน้าสู่ มิลาน (Milan) เที่ยวชมหนึ่งในเมืองหลักของประเทศอิตาลี เป็นศูนย์กลางทั้งทางด้านการค้า ศิลปะ เศรษฐกิจ และการศึกษา และได้ชื่อว่าเป็น เมืองหลวงแห่งแฟชั่นและการออกแบบ
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Bedbank NH Milan หรือระดับเดียวกัน
วันที่แปด มิลาน – มหาวิหารมิลาน พิอาซซ่า เดล ดูโอโม่ – Galleria Vittorio Emanuele – สนามบิน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เที่ยวชมแลนด์มาร์กของเมืองมิลาน ณ จัตุรัสกลางเมือง (Piazza del Duomo) ที่จัตุรัสแห่งนี้โดดเด่นนั้นนอกจากจะเป็นศูนย์กลางเมืองแล้ว ก็ด้วยเพราะเป็นสถานที่ตั้งของ มหาวิหารมิลาน (Milan Cathedral) มหาวิหารประจำเมืองขนาดใหญ่แห่งนี้คือโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอิตาลี เด่นด้วยศิลปะแบบโกธิคที่ตกแต่งด้านนอกด้วยยอดแหลมจำนวนมากถึง 135 ยอด พร้อมด้วยรูปแกะสลักจากหินอ่อนจำนวนมากที่ประดับอยู่โดยรอบ ที่บริเวณจัตุรัสแห่งนี้ยังมีสัญลักษณ์เด่นอยู่ นั่นก็คือ อนุสาวรีย์พระเจ้าเอ็มมานูเอลที่ 2 (Monument to Vittorio Emanuele II) อนุสาวรีย์แห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นในปี 1896 เพื่อเป็นเกียรติแด่พระเจ้าวิคเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 2 ผู้ที่ได้ขึ้นเป็นกษัตริย์องค์แรกของอิตาลีในปี 1861 เป็นรูปปั้นทรงม้าในอิริยาบถกำลังออกรบอยู่บนแท่นหินอ่อน

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
อิสระช้อปปิ้งที่ Galleria Vittorio Emanuele II ที่ตั้งอยู่ทางฝั่งขวาของมหาวิหารมิลาน เป็นห้างสรรพสินค้าที่เก่าแก่ที่สุดในอิตาลี โดยสร้างขึ้นในปี 1877 มากมายด้วยร้านค้า ร้านอาหาร มากมายในอาคารขนาด 4 ชั้นสองข้างทางเดินกว้าง ที่โดดเด่นมากก็คือหลังคาทรงโดมเป็นกระจกใส ทำให้สามารถช้อปปิ้งได้ในทุกสภาพอากาศ
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
ออกเดินทางสู่สนามบินมิลาน เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย
21.20 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 92 แวะเปลี่ยนเครื่อง (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
วันที่เก้า ดูไบ – กรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ
06.35 น. ถึงสนามบิน เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง
09.30 น. เดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินเอมิเรตส์ โดยเที่ยวบินที่ EK 372
(บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
18.40 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิ์ภาพพร้อมความประทับใจ
ทัวร์ยุโรป