ทัวร์สเปน2

ทัวร์ยุโรป สเปน โปรตุเกส 9 วัน 6 คืน (EK)

ราคาเริ่มต้น 49,911 ฿ ดาวน์โหลด PDF จองทัวร์

รหัส: ESP-EK-036 Tag:
สายการบิน: Image

ทัวร์ยุโรป
• เข้าชมโบสถ์ซากราดา แฟมิเลีย (La Sagrada Familia) โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์สัญลักษณ์ของเมือง โดยฝีมือการออกแบบของ อันตอนี เกาดี
• ช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนม ที่ La Roca Village Outlet
• ตื่นตากับรางส่งน้ำโรมัน (Acueducto de Segovia) สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 1
• เข้าชมพระราชวังหลวง (Royal Palace)

วันที่เดินทาง

9-17 พ.ค. 61, 13-21 มิ.ย. 61, 25 พ.ค.-02 มิ.ย. 61, 10-18 ก.ค. 61

ทัวร์ยุโรป
วันแรกของการเดินทาง กรุงเทพฯ
22.00 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศประตู 9 เคาน์เตอร์ T สายการบินเอมิเรตส์ โดยมีเจ้าหน้าที่ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก
วันที่สองของการเดินทาง กรุงเทพฯ – ดูไบ – บาร์เซโลน่า- เนินเขา Montjuïc
01.15 น. ออกเดินทางสู่บาร์เซโลน่า โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 385
***กรุ๊ปเดินทางวันที่ 10-18 ก.ค. 61 ออกเดินทาง เวลา 01.35น.***
04.45 น. เดินทางถึง สนามบินดูไบ แวะรอเปลี่ยนเครื่อง
08.15 น. ออกเดินทางต่อสู่บาร์เซโลน่า ประเทศสเปน โดยเที่ยวบิน EK185
13.25 น. ถึงสนามบินสนามบินเอล ปรัต (BCN) เมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง และจะเปลี่ยนเป็น 6 ชั่วโมงในวันที่ 28 ตุลาคม 2561) ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร จากนั้นเดินทางสู่เมืองบาร์เซโลน่า (Barcelona) นครใหญ่แห่งคาตาลันยา และเมืองสำคัญอันดับ 2 ของสเปน นำท่านขึ้นสู่จุดชมวิวของเมืองที่เนินเขา Montjuïc เป็นเนินเขาในบาร์เซโลน่าที่มีทัศนียภาพอันงดงาม ทางด้านตะวันออกของเนินเขายังมีหน้าผาสูงชันซึ่งทำหน้าที่เป็นดั่งกำแพงเมือง ส่วนด้านบนเป็นที่ตั้งของป้อมปราการหลายแห่ง

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน

นำคณะเข้าสู่ที่พัก โรงแรม SERCOTEL CIUTAT DE MONTCADA หรือเทียบเท่า

วันที่สามของการเดินทาง โบสถ์ซากราดา แฟมิเลีย– La Roca Village Outlet – ซาราโกซ่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเข้าชมโบสถ์ซากราดา แฟมิเลีย (La Sagrada Familia) โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์สัญลักษณ์ของเมือง โดยฝีมือการออกแบบของ อันตอนี เกาดี สถาปนิกชาวคาตาลัน เป็นผลงานที่เรียกว่า โมเดิร์นนิสโม เป็นงานศิลปะเฉพาะถิ่นและเป็นอาร์ตนูโวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเริ่มสร้างตั้งแต่ปี 1882 แม้กระทั้งจนถึงปัจจุบันก็ยังสร้างไม่แล้วเสร๊จ ถึงกระนั้นองค์การยูเนสโก้ ก็ได้จัดให้เป็นมรดกโลก โดยมหาวิหารมีลักษณะสถาปัตยกรรมโดดเด่นแปลกตาไม่เหมือนที่ใดในโลก
นำท่านสู่ La Roca Village Outlet เชิญท่านช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำมากมาย อาทิ Armani, Burberry, Calvin Klein, Coach, Escada, Gucci, Guess, Hugo Boss, Kipling, L’Occitane, Levi’s, Lacoste, Loewe, Michael Kors, Nike, Polo, Puma, Ray-Ban, Samsonite, Superdry, Swarovski, Tag Heuer, Tommy Hilfiger, The North Face, Timberland, Tumi, Versace, Zegna ฯลฯ
เที่ยง อิสระอาหารกลางวัน
บ่าย นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองซาราโกซ่า (Zaragoza) เมืองใหญ่ศูนย์กลางทางการศึกษาและศาสนาของประเทศ และเป็นเมืองที่อยู่ระหว่างกลางของบาร์เซโลน่า และ แมดริด มีความโดดเด่นมากในเรื่องของลักษณะภูมิประเทศที่มีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นหุบเขา ทะเลทราย ป่าหนาทึบ ระยะทาง 312ก.ม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.15 ชม.

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม DIAGONAL PLAZA HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่สี่ของการเดินทาง ซาราโกซ่า – เซอร์โกเบีย – ซาลามังก้า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองเซอโกเบีย (Segovia) เมืองท่องเที่ยวอีกเมืองหนึ่ง
ของสเปน องค์การ UNESCO ยังได้ขึ้นทะเบียนให้เมืองนี้เป็นเมืองมรดกโลกในปี
1985 ชมรางส่งน้ำโรมัน (Acueducto de Segovia) ที่สร้างขึ้นตั้งแต่
ศตวรรษที่ 1 โดยไม่มีการใช้กาวหรือวัสดุเชื่อมหินแต่ละก้อนแต่อย่างใด จึงได้รับ
การยกย่องว่าเป็นสิ่งก่อสร้างทางวิศวกรรมโดยชาวโรมันที่สำคัญที่สุดของสเปน
และยังมีสภาพสมบูรณ์ที่สุดอีกด้วย รางส่งน้ำประกอบขึ้นจากหินแกรนิตกว่า
25,000 ก้อน มีความยาว 818 เมตร มีโค้ง 170 โค้ง จุดที่สูงที่สุดสูงถึง 29 เมตร
จุดเริ่มต้นของรางส่งน้ำนี้ เริ่มตั้งแต่นอกเมือง แล้วลำเลียงส่งน้ำเข้ามาในเมือง
รางส่งน้ำแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเซอโกเบีย และเป็นไฮไลท์หลัก
ของเมือง นำท่านเดินเล่นในเขตเมืองเก่า ซึ่งเต็มไปด้วยสินค้านานาชนิดตลอด
สองข้างทาง ระยะทาง 358 ก.ม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.30 ชม.

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
บ่าย นำท่านเดินทางข้ามพรมแดนสู่เมืองซาลามังกา (Salamanca) ในแคว้นคาสตีลและเลออน ทางภาคตะวันตกของประเทศสเปน ตั้งอยู่บนที่ราบสูงริมแม่น้ำตอร์เมส เป็นเมืองที่มีความสำคัญเนื่องจากเป็นศูนย์กลางของการค้าขายในสมัยโรมันเรืองอำนาจ ปัจจุบันเมืองนี้ได้รับขึ้นเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก้ ในปี ค.ศ. 1988 นำท่านสู่พลาซ่า มายอร์ (La Plaza Mayor) ศูนย์กลางของเมืองที่สร้างโดยศิลปะสไตล์บาร็อค ที่เป็นเอกลักษณ์ของความร่ำรวยในยุคศตวรรษที่ 16 -18 อิสระให้ท่านได้เดินเล่นชมเมืองตามอัธยาศัย ระยะทาง 160 ก.ม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชม.

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม SALAMANCA FORUM –DONA BRIGIDA หรือเทียบเท่า
วันที่ห้าของการเดินทาง ซาลามังก้า – โกอิมบรา – ลิสบอน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองโกอิมบรา (Coimbra) อีกเมืองหนึ่งที่สำคัญของโปรตุเกส ตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือแม่น้ำมอนเดโก (Mondego) ซึ่งสมัยถูกปกครองโดยอาณาจักรโรมันได้รับการเรียกขานว่า เอมีเนียม และได้ถูกยึดครองโดยชาวแขกมัวร์ ในปี ค.ศ.711 และเป็นเมืองที่เชื่อมการค้าระหว่างชาวคริสต์ทางเหนือและชาวมุสลิมทางใต้ จนในปี ค.ศ.1064 กษัตริย์เฟอร์ดินัลที่ 1 แห่งลีออน ได้รบชนะแขกมัวร์และปลดปล่อยเมืองโกอิมบรา นำชมมหาวิทยาลัยโกอิมบรา(Coimbra University) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ก่อตั้งในปี ค.ศ.1290 แต่ก็ถูกเปลี่ยนเป็นพระราชวังหลวง (Coimbra Royal Palace) โดยกษัตริย์ คิงส์จอห์นที่ 3 ในปี ค.ศ.1537 ซึ่งยังคงศิลปะสไตล์บาร็อคที่สวยงาม ระยะทาง 302 ก.ม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.45 ชม.

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารท้องถิ่น
บ่าย นำท่านเข้าสู่กรุงลิสบอน (Lisbon)เมืองหลวงประเทศโปรตุเกส นครเก่าแก่นครหนึ่งในยุโรป ทั้ง ยังเป็นเมืองท่าที่สำคัญ และเป็นศูนย์กลาง ทางการเมือง การค้า อุตสาหกรรม พร้อมทั้งยังเป็นอุทยานนครที่เขียวชอุ่มร่มรื่น ชมทัศนียภาพของ แม่น้ำเตโย (Tejo) ที่ไหลผ่านใจกลางเมืองลิสบอน เป็นแม่น้ำที่กว้างใหญ่ไพศาลราวกับทะเลและ ยิ่งกว่านั้น โปรตุเกสถูกโอบล้อมด้วยชายหาดยาวกว่า 170 กม.ของผืนมหาสมุทรแอตแลนติก นำท่านเข้าชมมหาวิหารเจอโร นิโม (Jeronimos Monastry) ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ วาสโกดากามา ที่เดินทางสู่อินเดียเป็นผลสำเร็จ ในปี ค.ศ.1498 จัดเป็นผลงานอันเยี่ยมยอดของงานสถาปัตยกรรมที่เรียกกันว่ามานูเอลไลน์ (Manueline) ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้นถึง 70 ปี จึงแล้วเสร็จสมบูรณ์ และได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก้ว่าให้เป็นมรดกโลก (UNESCO World Heritage)นำท่านบันทึกภาพกับอนุสาวรีย์ดิสคัฟเวอรี่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1960 เพื่อฉลองการครบ 500 ปี แห่งการสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายเฮนรี่ เดอะเนวิเกเตอร์ แวะถ่ายรูปกับหอคอยเบเล็ง (Belem Tower) เดิมสร้างไว้กลางน้ำเพื่อเป็นป้อมรักษาการณ์ดูแลการเดินเรือเข้าออก เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินเรือออกไปสำรวจ และค้นพบโลกของ วาสโก ดากามา นักเดินเรือชาวโปรตุเกส เป็นอีกหนึ่งสถาปัตยกรรมแบบมานูเอลไลน์ที่สวยงาม ระยะทาง 206 ก.ม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชม.

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม OLAIAS PARK หรือเทียบเท่า

วันที่หกของการเดินทาง ลิสบอน – แหลมโรค่า – ซินทรา – เมริด้า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางชมแหลมโรกา (Capo Da Roca) จุดที่เป็นปลายด้านตะวันตกสุดของทวีปยุโรป ซึ่งท่านสามารถซื้อใบประกาศนียบัตร (Certificate) เป็นที่ระลึกในการมาเยือน ณ ที่แห่งนี้ จากนั้นเดินทางสู่เมืองซินทรา (Sintra) อีกหนึ่งเมืองตากอากาศยอดนิยมของนักท่องเที่ยว เป็นที่ตั้งของพระราชวังที่สวยงามที่ได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลก ความร่มรื่นของเขตอุทยานเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจในวันหยุดของชาวเมือง เป็นอีกเมืองที่มีสถาปัตยกรรมที่ค่อนข้างมีความโดดเด่นของแคว้นแกรนด์ลิสบอน ประเทศโปรตุเกส ระยะทาง 40 ก.ม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย นำชมเมือง ซินทรา เป็นเมืองเล็กๆ สงบ น่ารักอยู่กลางป่า บนยอดเขามีปราสาท
ปีน่า (Pena Palace) ปราสาทยุคอัศวินซ่อนตัวอยู่ในหมู่แมกไม้กลางอุทยาน
แห่งชาติ ปัจจุบันเป็นเมืองมรดกโลก ที่มีพระราชวังแห่งชาติ(National Palace)
พระราชวังเคลุซ (Queluz) ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จราช
ดำเนินเยือนเมืองนี้เมื่อคราวเสด็จประพาสยุโรป นำท่านชมตัวเมืองเก่าของซินท
รา ที่มีอายุมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 นำท่านเข้าชมพระราชวังหลวง( The
Royal Palace) อดีตพระราชวังหลวง ที่ประทับแห่งราชวงศ์มาตั้งแต่ศตวรรษที่
16 ได่เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองเมรีด้า (MERIDA) เมือง
โบราณที่มีอายุกว่า 2,000 ปี ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำกวาเดียนา และเป็นเมืองที่ยังคง
เหลือร่องรอยของชาวโรมันโบราณ อาทิ สะพานส่งน้ำอควาดักส์-โรงละครเธีย
เตอร์-สะพานโรมันข้ามแม่น้ำกวาเดียนา ระยะทาง 139 ก.ม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม.

ระยะทาง 310 ก.ม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชม.

ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพิ้นเมือง
เข้าสู่ที่พัก โรงแรม TRYP MEDEA หรือเทียบเท่า
วันที่เจ็ดของการเดินทาง เมริดา- โตเลโด – มาดริด
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองโทเลโด (Toledo) เมืองหลวงเก่าของสเปน เมืองแห่ง
นี้ตั้งอยู่ทางภาคกลางของประเทศสเปน องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้เมืองนี้
เป็นแหล่งมรดกโลกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม มีทัศนีภาพที่สวยงาม โดย
มีแม่น้ำเทกัส ไหลผ่านเมือง ลักษณะผังเมืองโทเลโดเป็นเอกลักษณ์ที่น่าชื่นชม
ที่สุดของการจัดสร้างเมืองโบราณอันสมบูรณ์แบบตัวเมืองรายล้อมด้วยเนินเขา
ประดุจกำแพงธรรมชาติด้วยหุบผา 3 แห่ง ระยะทาง 344 ก.ม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชม.

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
จากนั้นนำท่านชมมหาวิหารแห่งโทเลโด (Toledo Cathedral) เป็น
วิหารที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสเปน รองจากวิหารเมืองเซบีญ่า ที่สร้างตั้งแต่
ศตวรรษที่ 13 ความงดงามอลังการสไตล์โกธิก ภายในมหาวิหารมีการตกแต่ง
อย่างงดงามวิจิตรด้วยไม้แกะสลักและภาพสลักหินอ่อน จากนั้นนำท่านเดิน
ทางเข้าสู่กรุงมาดริด (Madrid) เมืองหลวงของประเทศสเปน ตั้งอยู่ใจกลาง
แหลมไอบีเรียน ในระดับความสูง 650 เมตร เป็นมหานครอันทันสมัยล้ำยุค ที่ซึ่ง
กษัตริย์ฟิลลิปที่ 2 ได้ทรงย้ายที่ประทับจากเมืองโทเลโดมาที่นี่ และประกาศให้
มาดริดเป็นเมืองหลวงใหม่ ยกเว้นในช่วงประมาณปี ค.ศ. 1601-1607 เมือง
มาดริดได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และสูงสุดแห่งหนึ่งใน
ยุโรป

ระยะทาง 73 ก.ม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.15ชม.

ค่ำ พ นำท่านชมโชว์ ระบำ ฟลามิงโก ศิลปะระบำสเปน หนึ่งในการแสดงที่ขึ้นชื่อลือชาไปทั่วโลกทั้งท่วงท่าการร่ายรำประกอบเสียงดนตรีที่เร้าใจสนุกสนาน (อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย)

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม AXOR FERIA หรือเทียบเท่า

วันที่แปดของการเดินทาง มาดริด –พระราชวังหลวง– สนามบิน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเข้าชม พระราชวังหลวง (Royal Palace) ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาริมฝั่ง
แม่น้ำแมนซานาเรส สวยงามโอ่อ่าอลังการไม่แพ้พระราชวังใดในทวีปยุโรป
พระราชวังหลวงแห่งนี้ถูกสร้างในปี ค.ศ. 1738 ด้วยหินทั้งหลังในสไตล์บาโรค
โดยการผสมผสานระหว่างศิลปะแบบฝรั่งเศสและอิตาเลียน ประกอบด้วยห้อง
ต่างๆกว่า 2,830 ห้อง ซึ่งนอกจากจะมีการตกแต่งอย่างงดงามแล้ว ยังเป็นคลัง
เก็บภาพเขียนชิ้นสำคัญที่วาดโดยศิลปินในยุคนั้น รวมทั้งสิ่งของมีค่าต่างๆอาทิ
พัดโบราณ, นาฬิกา,หนังสือ, เครื่องใช้, อาวุธ
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
จากนั้นนำท่านเดินกลับสู่กรุงมาดริด เมืองหลวงของประเทศสเปน ตั้งอยู่ใจ
กลางแหลมไอบีเรียน ในระดับความสูง 650 เมตร เป็นมหานครอันทันสมัยล้ำยุค
ที่ซึ่งกษัตริย์ฟิลลิปที่ 2 ได้ทรงย้ายที่ประทับจากเมืองโทเลโดมาที่นี่ และ
ประกาศให้มาดริดเป็นเมืองหลวงใหม่ ยกเว้นในช่วงประมาณปี ค.ศ. 1601-1607
เมืองมาดริดได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และสูงสุดแห่ง
หนึ่งในยุโรป นำท่านเที่ยวชมกรุงแมดริด ที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามอยู่
มากมาย ทั้งอนุสาวรีย์น้ำพุไซเบเลส (The Cibeles Fountain) ตั้งอยู่ที่
จัตุรัสรัสซิเบเลส (Plaza de Cibeles) ซึ่งเป็นวงเวียนสำคัญและสวยที่สุด
แห่งหนึ่งของกรุงมาดริด โดยบริเวณนี้ มีอาคารสวยงามและสำคัญ ประจำอยู่ทั้ง
4 มุมได้แก่ ธนาคารแห่งชาติสเปน,กองบัญชาการทหารบก,ที่ทำการใหญ่
ไปรษณีย์ ประตูชัยอาคาล่า และศูนย์วัฒนธรรมทวีปอเมริกาโดยประตูชัยอาคา
ล่า มาดริด (Splendid puerta de alcala) สร้างขึ้นในปี 1599 ประตูชัยแห่ง
นี้สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ตั้งตระหง่านทางตะวันออกของใจ
กลางเมือง ชมปลาซาเดเอสปาญา (Plaza de espana) เพื่อแวะถ่ายรูปกับ
อนุสาวรีย์ดอนกิโฆเต้ (Donquixote)
17.00 น. ได้เวลาอันสมควรนำท่านสู่สนามบินมาดริด
21.40 น. ออกเดินทางสู่กรุงเทพด้วยเที่ยวบินที่ EK144

วันทีเก้าของการเดินทาง ดูไบ – กรุงเทพ
07.45 น. ถึงสนามบินดูไบ รอเปลี่ยนเครื่อง
09.30 น. ออกเดินทางต่อสู่กรุงเทพด้วยเที่ยวบิน EK372
18.40 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ
***กรุ๊ปเดินทางวันที่ 10-18 ก.ค. 61 ถึงกรุงเทพฯ เวลา 19.15น.***
ทัวร์ยุโรป