CRO012

ทัวร์ยุโรป โคเอเชีย Grand Croatia 8 Days (EK)

ราคาเริ่มต้น 49,900 ฿ ดาวน์โหลด PDF จองทัวร์

รหัส: CRO-EK-039 Tag:
สายการบิน: Image

ทัวร์ยุโรป
ชมเมือง ซาดาร์ (Zadar) หนึ่งในเมืองโบราณของสโลวีเนีย อยู่ติดกับทะเลเอเดรียติก โดยรอบตัวเมืองเราจะได้เห็นอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ตั้งแต่สมัยยุคโรมัน ไม่ว่าจะเป็นโรมันฟอรัม วิหาร โบสถ์ต่างๆ และคณะเราก็ไม่พลาดไปเที่ยวชมในตัวเมือง ไม่ว่าจะเป็น มหาวิหารเซนต์อนาสตาเซีย (St. Anastasia’s Cathedral) หรืออีกชื่อคือ มหาวิหารแห่งซาดาร์ (Zadar Cathedral) โบสถ์โบราณสีขาวที่สวยสง่าด้วยศิลปะสไตล์โรมัน โบสถ์นี้สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 12-13 และเป็นโบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ แล้วแวะไปถ่ายรูปกับอีกหนึ่งโบสถ์เด่นที่อยู่ใกล้ๆ กันเลยก็คือ โบสถ์เซนต์แมรี่ (St. Mary’s Church) แม้จะเป็นอาคารที่ดูจะเรียบๆ เมื่อเทียบกับสิ่งก่อสร้างอื่นๆ แต่โบสถ์เซนต์แมรี่นั้นล้ำค่าในด้านของประวัติศาสตร์ ด้วยอายุที่มากกว่า 900 ปี และที่ด้านในโบสถ์นั้นก็ได้ตกแต่งด้วยสไตล์บารอกที่งดงามไม่แพ้โบสถ์อื่นๆ เลย

วันที่เดินทาง

25 เม.ย.-02 พ.ค. 61, 26 พ.ค.-02 มิ.ย. 61, 11-18 ส.ค. 61, 30 มิ.ย.-07 ก.ค. 61, 13-20 มิ.ย. 61, 24-31 ก.ค. 61

ทัวร์ยุโรป
วันแรก สนามบินสุวรรณภูมิ – ดูไบ
22.30 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 9 แถว T สายการบินเอมิเรตส์ (EK) พบเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวก

วันที่สอง ดูไบ – ซาเกร็บ – ซาดาร์
01.15 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK385 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
04.45 น. แวะเปลี่ยนเครื่องที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
08.15 น. ออกเดินทางสู่เมือง ซาเกร็บ ประเทศโครเอเชีย โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK129 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
12.20 น. เดินทางถึง ซาเกร็บ ประเทศโครเอเชีย ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้วออกเดินทางไปยัง ซาดาร์ (Zadar) โดยรถโค้ช
เย็น รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรม Hotel Kolovare หรือระดับเดียวกัน
วันที่สาม ซาดาร์ – สปลิต – ดูบรอฟนิก
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เที่ยวชมเมือง ซาดาร์ (Zadar) หนึ่งในเมืองโบราณของสโลวีเนีย อยู่ติดกับทะเลเอเดรียติก โดยรอบตัวเมืองเราจะได้เห็นอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ตั้งแต่สมัยยุคโรมัน ไม่ว่าจะเป็นโรมันฟอรัม วิหาร โบสถ์ต่างๆ และคณะเราก็ไม่พลาดไปเที่ยวชมในตัวเมือง ไม่ว่าจะเป็น มหาวิหารเซนต์อนาสตาเซีย (St. Anastasia’s Cathedral) หรืออีกชื่อคือ มหาวิหารแห่งซาดาร์ (Zadar Cathedral) โบสถ์โบราณสีขาวที่สวยสง่าด้วยศิลปะสไตล์โรมัน โบสถ์นี้สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 12-13 และเป็นโบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ แล้วแวะไปถ่ายรูปกับอีกหนึ่งโบสถ์เด่นที่อยู่ใกล้ๆ กันเลยก็คือ โบสถ์เซนต์แมรี่ (St. Mary’s Church) แม้จะเป็นอาคารที่ดูจะเรียบๆ เมื่อเทียบกับสิ่งก่อสร้างอื่นๆ แต่โบสถ์เซนต์แมรี่นั้นล้ำค่าในด้านของประวัติศาสตร์ ด้วยอายุที่มากกว่า 900 ปี และที่ด้านในโบสถ์นั้นก็ได้ตกแต่งด้วยสไตล์บารอกที่งดงามไม่แพ้โบสถ์อื่นๆ เลย
ออกเดินทางสู่ สปลิต (Split) ด้วยรถโค้ช
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
เดินเล่นและแวะถ่ายรูปกับวิวสวยๆ ของเมือง สปลิต เมืองใหญ่อันดับ 2 ของโครเอเชีย อีกหนึ่งเมืองริมทะเลที่ร่ำรวยด้วยวิวสวยๆ ด้วยความเก่าแก่ของเมืองและศูนย์กลางวัฒนธรรมมาตั้งแต่โบราณนั้น ทำให้เมืองสปลิตได้ขึ้นเป็นหนึ่งในมรดกโลกที่สำคัญในปี 1979 จุดเช็คอินแวะถ่ายรูปสวยๆ ของกรุ๊ปเราในครั้งนี้คือ พระราชวังดิโอคลีเชียน (Diocletian Palace) พระราชวังโบราณที่สร้างขึ้นตามรับสั่งของจักรพรรดิโรมัน ดิโอคลีเชียน ในช่วงศตวรรษที่ 4 เป็นพระราชวังทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ริมทะเล เป็นสิ่งก่อสร้างตั้งแต่ยุคโรมันที่ยังคงสภาพไว้ได้ดีมากที่สุดแห่งหนึ่ง มหาวิหารเซนต์ดอมนิอุส (Cathedral of Saint Domnius) โดดเด่นด้วยหอระฆังสีขาวที่สูงเด่นที่สุดในเมืองสปลิตแห่งนี้ โบสถ์สวยอายุกว่า 1600 ปีแห่งนี้เป็นหนึ่งในโบสถ์ของศาสนาคริสต์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
มุ่งหน้าสู่เมือง ดูบรอฟนิก (Dubrovnik)
เย็น รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Valamar Lacroma Dubrovnik หรือระดับเดียวกัน

วันที่สี่ ดูบรอฟนิก – เมืองเก่าดูบรอฟนิก – Srd Hill

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เมืองดูบรอฟนิก เมืองศูนย์กลางการท่าโบราณ ที่กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวชื่อดังของโครเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นตัวเมืองสวยมากเสน่ห์และวิวทะเล เข้าชม ย่านเมืองเก่า ที่น่าดึงดูดด้วยความงามที่มีมาตั้งแต่โบราณของเมือง แถมด้วยการได้การันตีเป็นมรดกโลกแล้วทำให้เมืองดูบรอฟนิกไม่ควรพลาดเลยเมื่อมาเที่ยวโครเอเชีย ภายในบริเวณเมืองเก่านั้นมีไฮไลท์มากมายที่เราก็ไม่พลาดชม ไม่ว่าจะเป็น พระราชวัง
สปอนซา (Sponza Palace) พระราชวังเก่าอายุกว่า 500 ปี ผสมผสานระหว่างศิลปะสไตล์โกธิคและเรเนสซองส์ ปัจจุบันเป็นสถานที่ทางราชการ เก็บรักษาเอกสารเก่าแก่กว่า 100,000 ชิ้น และที่ตั้งอยู่ติดกันก็คืออีก พระราชวังเรคเตอร์ (Rector’s Palace) เป็นพระราชวังที่สมัยก่อนเป็นที่อยู่ของขุนนางและเป็นเหมือนศาลาว่าการ ทั้งยังเป็นคลังอาวุธ และคุก พระราชวังนี้มีการผสมผสานศิลปะจากหลายยุคหลายสมัยแต่เข้ากันได้อย่างลงตัวและสวยงาม และแวะไปอีกหนึ่งแลนด์มาร์กของเมือง น้ำพุโอโนฟริโอ (Onofrio’s Fountain) น้ำพุขนาดใหญ่กลางเมืองที่ได้สร้างขึ้นเมือปี 1430 เพื่อเป็นหนึ่งในจุดกระจายน้ำจากท่อส่งน้ำของเมือง นั่งกระเช้าสู่ Hill Srd เนินเขาเหนือเมืองดูบรอฟนิกที่เราจะได้ชมวิวสวยๆ ของเมืองแบบเต็มที่จากมุมสูง ทิวทัศน์ของหลังคาอาคารบ้านเรือนต่างๆ ที่เป็นอิฐสีส้มกับตัวอาคารสีขาวนั้นตัดกับน้ำทะเลสีคราม เป็นภาพวิวที่น่าประทับใจมากที่สุดภาพหนึ่งเลย
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
แล้วก็ได้เวลาที่หลายๆ คนรอคอย อิสระช้อปปิ้ง ที่สามารถเดินช้อปปิ้งได้อย่างจุใจไปกับร้านค้ามากมายตามซอกซอยมากมายของเมือง
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
นำท่านกลับสู่ที่พัก Valamar Lacroma Dubrovnik หรือระดับเดียวกัน
วันที่ห้า ดูบรอฟนิก – ซิเบนิก – โวดิเซ่ – พลิตวิเซ่
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เดินทางจากเมืองดูบรอฟนิกไปยังจุดหมายถัดไป ซิเบนิก (Sibenik) เมืองโบราณริมทะเลมากประวัติศาสตร์ และเป็นเมืองของชาวโครเอเชียริมฝั่งทะเลที่เก่าแก่ที่สุด พร้อมด้วยบรรยากาศริมทะเลชิลล์ๆ แสนเชิญชวน ภายในเมืองที่ตั้งของมรดกโลก นำท่านเที่ยวชมย่านเมืองเก่าบริเวณ จัตุรัสเมืองเก่า ศูนย์กลางย่านเมืองเก่าที่รายล้อมไปด้วยอาคารเก่าแก่ และมากมายไปด้วยร้านค้าร้านอาหาร แต่ก็ยังได้บรรยากาศของย่านเมืองเก่าอย่างครบถ้วน มหาวิหารแห่งเซนต์เจมส์ (Cathedral of Saint James) ตัวอาคารสีขาวหลังใหญ่นี้ได้ถูกสร้างขึ้นจากหินปูนทั้งหลัง แล้วออกแบบอย่างดีในสไตล์เรอเนสซองส์และโกธิค โดดเด่นด้วยโดมสีขาวและรูปปั้นที่ตกแต่งอยู่โดยรอบตัวโบสถ์
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
มุ่งหน้าสู่ โวดิเซ่ (Vodice) เมืองเล็กๆ ที่แม้จะไม่ใหญ่แต่ก็เก่าแก่และมากด้วยทัศนียภาพสวยๆ ไม่แพ้เมืองริมทะเลอื่นๆ เลย เมืองโวดิเซ่นั้นสามารถย้อนประวัติศาสตร์ไปได้ถึงช่วงยุคโรมัน และเคยเป็นส่วนหนึ่งของเวนิสช่วงปี 1412-1797
นั่งรถโค้ชเดินทางสู่เมืองพลิตวิเซ่
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Hotel Jezero Plitvice หรือระดับเดียวกัน
วันที่หก พลิตวิเซ่ – อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ – ซาเกร็บ
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เข้าชม อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ (Plitvice Lakes National Park) อุทยานแห่งชาติแสนงดงามของประเทศโครเอเชีย ยังเป็นหนึ่งในอุทยานที่เก่าแก่ที่สุดและใหญ่ที่สุดของโครเอเชียด้วยพื้นที่กว้างถึง 296.85 ตารางกิโลเมตร อุทยานแห่งนี้มีชื่อเสียงที่โด่งดังและสวยงามด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และทะเลสาบที่อยู่โดยรอบ ปัจจุบันมีทะเลสาบรวมแล้วถึง 16 แห่งกระจายอยู่โดยรอบอุทยาน นอกจากนี้อุทยานพลิตวิเซ่ยังเป็นที่เลื่องชื่อลือชาว่าทัศนียภาพสวยงามเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ด้วยสีสันอันสดใสของใบไม้ไม่ว่าจะเป็นสีเขียว ส้ม แดง เหลือง และโดยเฉพาะเมื่อสะท้อนลงบนผิวทะเลสาบแล้วยิ่งงดงามอย่างที่สุด อุทยานพลิตวิเซ่ยังได้ขึ้นเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติที่สำคัญในปี 1979 และถือเป็นเขตอนุรักษ์ที่สำคัญยิ่งของโครเอเชีย แล้วนำท่าน ล่องเรือ เพื่อชมวิวสวยๆ ของทะเลสาบกว้าง Jezero Kozjak ทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดภายในอุทยานพลิตวิเซ่
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
ออกเดินทางสู่ ซาเกรบ (Zagreb) ที่มีฐานะเป็นทั้งเมืองหลวงและเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโครเอเชีย ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ เป็นเมืองเก่าแก่ตั้งแต่ยุคโรมันก่อนจะค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันเป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวของโครเอเชีย ด้วยเสน่ห์ที่มากล้น มุ่งหน้าสู่จัตุรัสดังในเขตเมืองเก่าที่ต้องไปพลาดไปเยี่ยมเยือนก็คือ จัตุรัสเจลาซิค (Jelacic Square) ศูนย์กลางเมืองเก่าตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 จุดเด่นของจัตุรัสแห่งนี้ก็คือรูปปั้นของโจเซฟ เจลาซิค ที่นั่งอยู่บนหลังม้า หนึ่งในบุคคลสำคัญของโครเอเชีย ในเขตเมืองเก่านี้เองที่เราจะได้เห็นโบสถ์ประจำเมือง มหาวิหารซาเกรบ (Zagreb Cathedral) หนึ่งในแลนด์มาร์กของเมือง สูงเด่นด้วยหอคอยที่สูงถึง 108 เมตร จัดเป็นหอคอยที่สูงที่สุดของโครเอเชียเลยทีเดียว ตัววิหารสร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อศตวรรษที่ 13 ในสไตล์นีโอโกธิค งดงามและประณีตไม่แพ้มหาวิหารที่ไหน
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Hotel Aristos หรือระดับเดียวกัน
วันที่เจ็ด ซาเกร็บ – ดูไบ – กรุงเทพ
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเที่ยวชมภายในเมืองซาเกรบ มุ่งหน้าสู่ สะพานสีเลือด (Bloody Bridge) แม้จะเรียกว่าสะพานแต่จริงๆ สถานที่แห่งนี้คือถนนสายหนึ่ง ที่เมื่อสมัยก่อนเคยเป็นสะพานแต่เมื่อได้ทำการถมที่หมดแล้วจึงได้เปลี่ยนเป็นเส้นทางถนนแทน แต่ก็ยังคงชื่อว่า สะพานสีเลือด เอาไว้อยู่ ถนนสายสั้นๆ ที่ขนาบข้างด้วยอาคารสไตล์โครเอเชียแห่งนี้จะมีร้านค้าร้านอาหารอยู่ให้เดินชมและเลือกซื้อได้ อาคารรัฐสภา (Parliament Building) จากสะพานสีเลือดเดินมาไม่ไกลก็จะได้เจอกับศูนย์กลางการปกครองของโครเอเชีย ด้วยอาคารที่สวยแบบเรียบง่ายแต่สง่างาม ประดับด้วยธงชาติทำให้มองเห็นได้ไม่ยาก เป็นอาคารเก่าแก่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ชม จัตุรัสเซนต์มาร์ค (St. Mark’s Square) ที่นอกจากเป็นจุดนัดพบและท่องเที่ยวสุดฮิตแล้ว ยังเป็นที่ตั้งของ โบสถ์เซนต์มาร์ค (St. Mark’s Church) โบสถ์โรมันคาทอลิกเก่าแก่ตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 14 ที่แม้จะไม่ได้ดูยิ่งใหญ่หรูหราเหมือนโบสถ์ใหญ่ทั้งหลาย แต่โบสถ์เซนต์มาร์คแห่งนี้ก็งดงามและโดดเด่นด้วยหลังคาที่มุงด้วยโมเสกสัสันสวยงามพร้อมด้วยลวดลายของตราสัญลักษณ์ของเมือง Lotrščak Tower ก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่เราไม่พลาด หอคอยของป้อมปราการโบราณแห่งนี้มีอายุมากกว่า 700 ปี เป็นป้อมที่คอยดูแลประตูทางด้านทิศใต้ของเมืองเก่า ภายในมีปืนใหญ่ตั้งอยู่ที่ชั้นบนสุด โดยจะยิงทุกๆ เวลาเที่ยงวันของทุกวันเป็นสัญญาณแทนระฆัง
ได้เวลาอันสมควรนำทุกท่านเดินทางสู่สนามบิน เดินทางกลับประเทศไทย
15.35 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK130 แวะเปลี่ยนเครื่อง (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
23.05 น. ถึงสนามบิน เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง
วันที่แปด ดูไบ – กรุงเทพฯ
02.50 น. เดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินเอมิเรตส์ โดยเที่ยวบินที่ EK384
(บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
12.15 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิ์ภาพพร้อมความประทับใจ
ทัวร์ยุโรป