ทัวร์เยอรมัน

ทัวร์เยอรมนี เชก ออสเตรีย 9 วัน 6 คืน (EK)

ราคาเริ่มต้น 52,900 ฿ ดาวน์โหลด PDF จองทัวร์

รหัส: GER-EK-276 Tag:
สายการบิน: Image

• สถานกำแพงเบอร์ลินที่แยกเยอรมันออกเป็นสองฝ่ายในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
• ชมความงามของเมืองเดรสเดน (Dresden) กล่าวขานว่าเป็นเมืองที่สวยงามที่สุดในประเทศเยอรมนี
• สัมผัสมนต์เสน่ห์ของกรุงปราก (Prague) อดีตเมืองหลวงของสาธารณรัฐเชคโกสโลวาเกีย
• เยือนเมืองคาร์โลวี วารี (Karlovy Vary) ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งสปา
• เดินเล่นที่เมืองมรดกโลกเชสกี้ ครุมลอฟ (Cesky Krumlov) เพชรน้ำงามแห่งโบฮีเมีย
• พักเมืองซาลส์บวร์ก (Salzburg) บ้านเกิดของนักดนตรีเอก “โมสาร์ท”
***ล่องเรือทะเลสาบ และ ขึ้นกระเช้าไฟฟ้าสู่จุดชมวิว SKY WALK ที่เมืองฮัลสตัท
และชมความสวยงามของเมืองฮัลสตัท ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น
UNESCO WORLD HERITAGE VIEW***

วันที่เดินทาง

21 ก.พ.-01 มี.ค. 61, 28 มี.ค.-05 เม.ย. 61, 10-18 เม.ย. 61, 13-21 เม.ย. 61, 25 เม.ย.-03พ.ค. 61

ทัวร์เยอรมนี
วันแรกของการเดินทาง กรุงเทพฯ – ดูไบ
17.30 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศประตู 9 เคาน์เตอร์ T สายการบินเอมิเรตส์ โดยมีเจ้าหน้าที่ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก
21.05 น. ออกเดินทางสู่แฟรงค์เฟิร์ต โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ EK 373
***คณะเดินทางวันที่ 21 ก.พ.-1 มี.ค. 61 ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน EK 373 เวลา 20.35 น. และถึงดูไบ เวลา 00.50 น.***
วันที่สองของการเดินทาง ดูไบ – แฟรงก์เฟิร์ต – ไลป์ซิก
00.50 น. เดินทางถึง สนามบินดูไบ แวะรอเปลี่ยนเครื่อง
03.45 น. ออกเดินทางต่อสู่แฟรงค์เฟิร์ต โดยเที่ยวบินที่ EK 43
***คณะเดินทางวันที่ 21 ก.พ.-1 มี.ค. 61 ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน EK 43 เวลา 03.20 น. และถึงแฟรงค์เฟิร์ต เวลา 07.35 น.***
08.50 น. ถึงสนามบินแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง และจะเปลี่ยนเป็น 5 ชั่วโมงในวันที่ 25 มีนาคม 2561) นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองแฟรงก์เฟิร์ต (Frankfurt) ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและพาณิชย์ที่สำคัญของเยอรมนี รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการธนาคารการเงินและการค้าหุ้นที่สำคัญของประเทศ ผ่านชมสถานีรถไฟแฟรงค์เฟิร์ต ซึ่งถือได้ว่าเป็นสถานีรถไฟต้นแบบของหัวลำโพงประเทศไทย ครั้งเมื่อคราวเสด็จประพาสยุโรปของรัชกาลที่ 5 ชมจัตุรัสโรเมอร์ (Romerberg) ซึ่งเป็นจัตุรัสที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง ด้านข้างก็คือ THE ROMER หรือ Frankfurt City Hall หรือศาลาว่าการเมือง ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของจัตุรัสโรเมอร์ นำท่านเดินทางสู่เมืองแอร์ฟูร์ท (Erfurt) เป็นเมืองหลวงของรัฐทูรินเจีย ของประเทศเยอรมนี เมืองแห่งการปลูกดอกไม้เพื่อการค้า เป็นแหล่งค้าต้นไม้และเมล็ดพันธุ์ มีอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร รองเท้า เสื้อผ้า โลหภัณฑ์ อุปกรณ์ไฟฟ้า

ระยะทาง 255 ก.ม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชม.
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย เดินทางสู่เมืองไลป์ซิก (Leipzig) เมืองสำคัญที่ชาวเยอรมันเรียกกันว่าเมืองแห่งวีรบุรุษ ไลป์ซิกได้ชื่อนี้มาเนื่องจากประชากรในเมืองมีส่วนร่วมที่สำคัญในการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจนนำไปสู่การรวมเยอรมันในปี 1989 ด้วยการออกมาชุมนุมตามท้องถนน เพื่อต่อต้านการปกครองระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ที่มีสหภาพโซเวียตหนุนหลังอีกทั้ง “โยฮันน์ วูล์ฟกัง วัน เกอเธ่” นักประพันธ์ผู้มีชื่อเสียงชาวเยอรมันยังเคยยกย่องเมืองไลป์ซิกว่าเป็น “ปารีสน้อย” เนื่องจากเป็นเมืองที่สวยงามหนึ่งในเมืองศูนย์กลางด้านวัฒนธรรมของยุโรปสมัยกลางอีกด้วย ชมย่านเมืองเก่าของเมืองไลป์ชิก เมืองศูนย์กลางการค้าสมัยโบราณ เป็นที่ชุมนุมของปัญญาชน นักเรียน นักศึกษาจากทั่วสารทิศ เป็นแหล่งรวมสินค้าอย่างดีเลิศ ทำให้เมืองไลป์ซิกมีความหรูหราโอ่อ่า และเป็นเมืองที่รํ่ารวย สถาปัตยกรรมของเมืองไลป์ซิกส่วนใหญ่ล้วนอยู่ใน ยุคบาร็อค โดยผสมผสานเข้ากับศตวรรษที่ 21 ได้อย่างลงตัว
ระยะทาง 147 ก.ม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.15 ชม.
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ไส้กรอกเยอรมัน)

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม NH LEIPZING MESSE หรือเทียบเท่า

วันที่สามของการเดินทาง ไลป์ซิก – พระราชวังซองส์ซูซี – OUTLET – เบอร์ลิน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำเดินทางสู่เมืองพอตทสดัม (Potsdam) เมืองหลวงของรัฐบรันเดนบูร์ก อดีตที่ประทับของกษัตริย์และเจ้าผู้ครองเยอรมันมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 เมืองศูนย์รวมเหล่าผู้เชี่ยวชาญศิลปะแขนงต่างๆ นำท่านเข้าชมความงามของพระราชวังซองส์ซูซี (Sanssouci Palace) เป็นอดีตพระราชวังฤดูร้อนของพระเจ้าฟรีดริชที่ 2 แห่งปรัสเซีย สร้างขึ้นในศิลปะแบบโรโคโค โดยสถาปนิกชื่อ จอร์จ เวนซเลาส์ ฟอน คโนเบิลสดอร์ฟฟ์ เป็นพระราชวังที่พระเจ้าฟรีดริชโปรดปรานมาประทับในฤดูร้อน และใช้เป็นที่หลบจากความวุ่นวายในพระราชพิธีต่างๆที่เบอร์ลิน จึงเป็นที่มาของชื่อพระราชวังที่แปลว่า “ไกลกังวล” พระราชวังเป็นอาคารชั้นเดียวที่ประกอบไปด้วยห้องต่างๆเพียง 10 ห้อง หลังจากหมดรัชสมัยของพระเจ้าฟรีดริช พระราชวังซองส์ซูซี ยังเป็นที่โปรดปรานของเจ้านายเยอรมันจนเมื่อราชวงศ์โฮเฮ็นซอลเล็นมาสิ้นสุดลงเมื่อปี ค.ศ. 1918 และหลังจากการรวมตัวระหว่างเยอรมนีตะวันออกและตะวันตกในปี ค.ศ. 1990 ร่างของพระเจ้าฟรีดริชที่ 2 ก็ถูกนำกลับมาฝังบนเนินที่ซ็องซูซีตามพระราชประสงค์เดิมของพระองค์ก่อนที่จะเสด็จสวรรคต พระราชวังซ็องซูซีและอุทยานได้รับเลือกโดยองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1990 ภายใต้ชื่อว่า “พระราชวังและสวนแห่งพอทสดัมและเบอร์ลิน” จากนั้นนำท่านเดินทางสู่
McArthurGlen Designer Outlet in Berlin ให้เวลากับท่านได้อิสระช้อปปิ้งสิ้นค้าแบรนด์เนมมากมาย อาทิ เช่น ADIDAS, FOSSIL, HUGO BOSS, LEVI’S, MANGO, CALVIN KLEIN, CROCS, GEOX, GUESS, LACOSTE, NIKE, MICHAEL KORS, DIESEL MEXX, SAMSONITE, SKECHERS, SUPERDRY, REPLAY, NORTH FACEและอื่นๆอีกมากมาย
ระยะทาง 161 ก.ม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชม.
เที่ยง อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
บ่าย จากนั้นนำท่านสู่กรุงเบอร์ลิน (Berlin) เมืองหลวงของประเทศเยอรมัน หนึ่งในศูนย์กลางที่มีอิทธิพลที่สุดของยุโรป ในด้านการเมือง วัฒนธรรม สื่อสารมวลชน และวิทยาการ ระยะทาง 34 ก.ม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ขาหมูเยอรมัน)

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม ESTREL หรือเทียบเท่า

วันที่สี่ของการเดินทาง เบอร์ลิน – กำแพงเบอร์ลิน – เดรสเดน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชมอนุสรณ์สถานกำแพงเบอร์ลิน (The Berlin Wall) เข้าสู่อีสต์-ไซด์-แกลลอรี่ ที่ทิ้งร่องรอยของกำแพงเบอร์ลิน ฉากต่างๆที่เกิดจากการพลัดพรากของเหตุการณ์วันที่ 13 สิงหาคม 1961 วันเริ่มการสร้างกำแพงที่มีความยาวกว่า 100 ไมล์ สูง 4 เมตร ถูกถ่ายทอดเป็นภาพวาดที่เกิดจากศิลปินกว่า 118 ท่านบนซากกำแพงกว่า 1,200 หลา ที่จะบอกเล่าเรื่องราวต่างๆแทนคำพูดที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเป็นภาพเขียนศิลปะที่ยาวที่สุดในโลก นำท่านชมเช็คพอยท์ชาร์ลี (Checkpoint Charlie) ซึ่งเป็นเขตพรมแดนการปกครองระหว่างอเมริกันและรัสเซีย จากนั้นไปชมเบอร์ลินโดม มหาวิหารโปรเตสแตนต์ที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนี สร้างในระหว่างปี 1894-1905 ในรูปแบบสไตล์อิตาเลียนเรอเนสซองส์ แล้วพาท่านไปถ่ายรูปกับประตูบันเดนบรูก (Brandenburg) ประตูสัญลักษณ์ของเมืองด้านบนเป็นรูปปั้นของเทพีแห่งชัยชนะสีทองเด่นตระหง่าน และพลาดไม่ได้กับการถ่ายรูปกับอาคารไรช์สตัทด์ อาคารที่ใช้เป็นรัฐสภาแห่งเยอรมนี สร้างขึ้นด้วยศิลปะอิตาเลียนเรอเนสซองส์ ในปี 1884-1894 อาคารรัฐสภาแห่งนี้ถูกใช้มาตั้งแต่ครั้งสาธารณะรัฐไวมาร์
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย เดินทางต่อสู่เมืองเดรสเดน (Dresden) ได้รับสมญานามว่าเป็น “ฟลอเร้นซ์แห่งแม่น้ำเอลเบ้” ว่ากันว่าเป็นเมืองที่สวยงามที่สุดในประเทศเยอรมนี เมืองนี้ได้กลับมามีบทบาทในฐานะเมืองหลวงของแซกโซนี่อีกครั้งหนึ่งในปี ค.ศ.1990 หลังจากมีการรวมประเทศ เมืองได้ถูกบูรณะขึ้นมาใหม่อย่างมีขั้นตอนอันสืบเนื่องมาจากผลแห่งการทำลายล้างของสงครามโลกครั้งที่สอง นำท่านเที่ยวชมเมืองเดรสเดน ชม โบสถ์พระแม่มารี (Frauenkirche) อดีตฐานรากของเมืองที่วางไว้ตั้งแต่สมัยกลางศตวรรษที่ 11 ที่ทิ้งร่องรอยของการทำลายล้างในสมัยสงครามโลกที่กำลังได้รับการบูรณะอย่างเร่งด่วน ผ่านชมเซมเพอร์โอเปร่าเฮ้าส์ (The Semper Opera House) ที่มีความโดดเด่นอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งด้านสถาปัตยกรรมและดนตรี ผ่านชมพระราชวังสวิงกอร์ (Zwinger Palace) ผลงานชิ้นเอกรูปแบบบาร็อคบนฝั่งแม่น้ำเอลเบ้ ที่ตกแต่งอย่างงดงามด้วยน้ำพุและรูปปั้น ระยะทาง 193 ก.ม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม.

ค่ำ อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม WYNDHAM GARDEN หรือเทียบเท่า

วันที่ห้าของการเดินทาง เดรสเดน – กรุงปราก – ปราสาทแห่งปราก
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำคณะเดินทางสู่กรุงปราก (Prague) เมืองหลวงของประเทศสาธารณรัฐเช็ก อดีตเมืองหลวงของสาธารณรัฐเชคโกสโลวาเกีย ซึงได้สมญานามมากมาย เช่น นครแห่งปราสาท และโรมแห่งอุดรทิศ ระยะทาง 151 ก.ม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.15 ชม.

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย นำเข้าชมปราสาทแห่งปราก (Prague Castle) ที่สร้างขึ้นอยู่บนเนินเขาตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 9 ในสมัยเจ้าชาย Borivoj แห่งราชวงศ์ Premyslids ซึ่งปัจจุบันเป็นทำเนียบประธานาธิบดีมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1918 ชมมหาวิหารเซนต์วิตุส (St.Vitus Cathedral) อันงามสง่าด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิคในสมัยศตวรรษที่ 14 นับว่าเป็นมหาวิหารสไตล์โกธิคที่ใหญ่ที่สุดในกรุงปร๊าก ซึ่งพระเจ้าชาร์ลที่ 4 โปรดให้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1344 ภายในเป็นที่เก็บพระศพของกษัตริย์สำคัญในอดีต เช่น พระเจ้าชาร์ลที่ 4, พระเจ้าเฟอร์ดินานด์ที่ 1 และ พระเจ้าแมกซิมิเลี่ยนที่ 2 เป็นต้น (กรณีมีพิธีภายในมหาวิหาร อาจไม่ได้รับอณุญาตให้เข้าชม) แล้วชมพระราชวังหลวง (Royal Palace) ที่เป็นหนึ่งในส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของปราสาท ใช้เป็นที่ประทับของเจ้าชายโบฮีเมียนทั้งหลาย แล้วเดินชมย่านช่างทองโบราณ (Golden Lane) ซึ่งปัจจุบันมีร้านขายของที่ระลึก วางจำหน่ายอยู่มากมาย จากนั้นนำท่านเดินเล่นบนสะพานชาร์ล (Charles Bridge) สะพานเก่าแก่ข้ามแม่น้ำวัลตาวา สไตล์โกธิคที่สร้างขึ้นตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 14 สมัยพระเจ้าชาร์ลที่ 4 ชมรูปปั้นโลหะของเหล่านักบุญที่ตั้งอยู่สองข้างราวสะพานกว่า 30 องค์ และเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองที่เรียงรายอยู่บนตลอดแนวสะพาน จากนั้นนำท่านเดินสู่ประตูเมืองเก่า “Powder Gate” ขอบเขตเมืองในสมัยโบราณ, ศาลาว่าการเมืองหลังเก่า (Old Town Hall) ที่สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1338 มีจุดเด่นคือ นาฬิกาดาราศาสตร์ (Astronomical Clock) ที่สวยงามและยังตีบอกเวลาทุกๆชั่วโมง ระยะทาง 142 ก.ม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม.

ค่ำ อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม INTERNATIONAL หรือเทียบเท่า

วันที่หกของการเดินทาง ปราก – คาร์โลวี วารี – เชสกี้ ครุมลอฟ – เชสกี้ บูดาโจวิค
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำเดินทางโดยรถโค้ชสู่ เมืองคาร์โลวี วารี (Karlovy vary) ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งสปา ที่ใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐเช็ก เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกว่าเป็นศูนย์กลางบำบัดโรคภัยต่างๆ นำเดินชมเมืองคาร์โลวี วารี ปัจจุบันเป็นที่นิยมของผู้คนทั่วโลกที่จะมาใช้บริการรักษาสุขภาพ ตามความเชื่อที่มีมาแต่สมัยโบราณ เชิญท่านทดลองดื่มน้ำแร่ ซึ่งต้องดื่มกับแก้วพิเศษโดยเฉพาะ เป็นแก้วพอร์ซเลนที่มีปากยื่นออกมาเหมือนกาน้ำ ระยะทาง 127 ก.ม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.15 ชม.

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (เป็ดโบฮีเมียน)
บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองมรดกโลกเชสกี้ ครุมลอฟ (Cesky Krumlov) นำชมเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเพชรน้ำงามแห่งโบฮีเมีย เมืองที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นเมืองมรดกโลกใน ค.ศ.1992 (World Heritage) เมืองนี้ตั้งอยู่ริมสองฝั่งของแม่น้ำวัลตาวา ความโดดเด่นของเมืองที่มีอาคารเก่าแก่ตั้งแต่ยุคกลางกว่า 300 ปี หลังได้รับการอนุรักษ์และขึ้นทะเบียนไว้ให้เป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก นำชมปราสาทครุมลอฟ (Krumlov) จากบริเวณรอบนอก ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ.1250 ถือเป็นปราสาทที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศรองลงมาจากปราสาทปร๊าก มีอายุเก่าแก่กว่า 700 ปี ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำวอลตาวา (Valtawa River) ตรงบริเวณคุ้งน้ำ ฝั่งตรงข้ามเป็นย่านเมืองเก่าคลาสสิค Senete Square และโบสถ์เก่ากลางเมือง
ระยะทาง 241 ก.ม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชม.

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน

นำท่านเดินทางสู่ เชสกี้ บูดาโจวิค (Ceske Budejovic)

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม CLARION CONGRESS หรือเทียบเท่า

วันที่เจ็ดของการเดินทาง เชสกี้ บูดาโจวิค – ฮัลสตัท – ล่องเรือในทะเลสาปฮัลสตัท –
กระเช้าไฟฟ้าสู่จุดชมวิว SKY WALK – ซาลส์บวร์ก
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ออกเดินทางสู่ฮัลสตัท (Hallstatt) หมู่บ้านมรดกโลกแสนสวย อายุกว่า 4,500 ปี เมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ โอบล้อมด้วยขุนเขาและป่าสีเขียวขจีสวย งามราวกับภาพวาด กล่าวกันว่าเป็นเมืองที่โรแมนติกที่สุดใน Salzkammergut เขตที่อยู่บนอัพเพอร์ออสเตรีย และมีทะเลสาบสวยถึง 76 แห่ง ออสเตรียให้ฉายาเมืองนี้ว่าเป็นไข่มุกแห่งออสเตรีย และเป็นพื้นที่มรดกโลกของ UNESCO Cultural-Historical Heritage เพียงเดินเที่ยวชมเมืองเสมือนหนึ่งท่านอยู่ในภวังค์แห่งความฝัน นำท่านล่องเรือในทะเลสาปฮัลสตัท
***การล่องเรือขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ หากไม่สามารถล่องเรือได้ในวันนั้นๆ ทางบริษัทขอคืนเงินให้ ท่านละ 5 ยูโร***
ระยะทาง 221 ก.ม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.15 ชม.
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
บ่าย นำท่านขึ้นกระเช้าไฟฟ้าสู่จุดชมวิว SKY WALK ที่ตั้งอยู่บนภูเขาที่มีอายุมากกว่า 7,000 ปี มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเล ประมาณ 838 เมตร โดยใช้เวลาในการเดินทางขึ้นสู่ขอดเขาเพียง 3 นาที ให้ท่านได้ถ่ายภาพความสวยงามของเมืองฮัลสตัทที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น UNESCO WORLD HERITAGE VIEW ณ จุดชมวิว SKY WALK
*** ช่วงปีใหม่ หากกระเช้าไฟฟ้าไม่สามารถขึ้นสู่จุดชมวิวsky walk ได้
ทางบริษัทขอคืนเงินให้ท่าน ท่านละ 12 ยูโร ***
เดินทางสู่เมืองซาลส์บวร์ก (Salzburg) ประเทศออสเตรีย เมืองอันเป็นบ้านเกิดของนักดนตรีเอก “วูล์ฟกัง อมาดิอุส โมสาร์ท” ที่มีชื่อเสียงก้องโลก นำเที่ยวชมความงามของเมืองซาลส์บวร์กที่มีความหมายว่า“ปราสาทเกลือ” เขตเมืองเก่าศิลปะบารอคที่ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำซัลซาค เมืองซาลส์บวร์กเคยเป็นที่ประทับถาวรของอาร์คบิชอป และ เป็นศูนย์กลางทางศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกที่สำคัญยิ่งของบรรดาประเทศที่ใช้ภาษาเยอรมัน ชมสวนดอกไม้มิราเบล (Mirabell Garden) ซึ่งเป็นฉากหนึ่งในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง “มนต์รักเพลงสวรรค์” (The Sound of Music) ที่โด่งดังไปทั่วโลก

ระยะทาง 73 ก.ม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.15 ชม.
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม AUSTRIA TREND SALZBURG WEST หรือเทียบเท่า

วันที่แปดของการเดินทาง ซาลส์บวร์ก – มิวนิค – สนามบิน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เดินทางสู่เข้าสู่นครมิวนิค (Munich) อยู่ทางใต้ของประเทศเยอรมนี และเป็นเมืองหลวงของรัฐบาวาเรีย ยังเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ (รองจากเบอร์ลินและฮัมบูร์ก) และเป็นหนึ่งในเมืองมั่งคั่งที่สุดของยุโรป ซึ่งมีพรมแดนติดเทือกเขาแอลป์ โดยรัฐบาวาเรียเคยเป็นรัฐอิสระปกครองด้วยกษัตริย์มาก่อน ก่อนที่จะผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเยอรมนี จึงมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง ทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม และอาหารอันเลื่องชื่อ ซึ่งได้แก่ ไส้กรอกเยอรมัน ขาหมูทอด เพรทเซล และเบียร์ นำท่านเดินเข้าสู่โลกแห่งยนตรกรรมของ BMW Welt ที่จัดแสดงอยู่ภายในอาคารขนาดใหญ่กว่า 25,000 ตรม. ตั้งอยู่ติดกับอาคารสำนักงานใหญ่ของ BMW ท่านจะได้ชมรถยนต์ในเครือของ BMW ไม่ว่าจะเป็น BMW, MINI รวมทั้ง Rolls-Royce จะมีรถยนต์แทบทุกรุ่นจัดแสดงอยู่ โดยพื้นที่ใน BMW Welt จะถูกแบ่งออกเป็นพื้นที่ต่างๆ ในการจัดแสดงรถยนต์ BMW โมเดลปัจจุบันทุกซีรีย์, โซนมอเตอร์ไซค์ BMW, โซน MINI Exhibition, โซน Rolls-Royce Exhibition และท่านยังสามารถเลือกซื้อของที่ระลึกจากร้านค้าในโชว์รูม ระยะทาง 144 ก.ม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.15 ชม.
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย นำชมจัตุรัสมาเรียน พลาสท์ (Marienplatz) ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์และธุรกิจของนครมิวนิค บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมืองที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่งดงามซึ่งสร้างขึ้นในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ใช้เวลาสร้างถึง 42 ปี มีหอระฆังสูง 85 เมตร ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวรอคอยเฝ้าชมตุ๊กตาไขลานที่จะออกมาเต้นรำ เมื่อนาฬิกาตีบอกเวลา 11.00 น. และ 17.00 น. เชิญเลือกซื้อสินค้าของที่ระลึก เช่น เครื่องเหล็กตราตุ๊กตาคู่ เป็นต้น
17.00 น. นำเดินทางสู่สนามบินมิวนิค เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax
Refund) และมีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน
22.35 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ EK 52
***คณะเดินทางวันที่ 21 ก.พ.-1 มี.ค. 61 ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน EK 52 เวลา 21.30 น. และถึงดูไบ เวลา 06.40 น.***
วันที่เก้าของการเดินทาง ดูไบ – กรุงเทพฯ
06.30 น. เดินทางถึง สนามบินดูไบ แวะรอเปลี่ยนเครื่อง
09.40 น. ออกเดินทางสู่ประเทศไทย โดยเที่ยวบินที่ EK 372
***คณะเดินทางวันที่ 21 ก.พ.-1 มี.ค. 61 ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน EK 372 เวลา 09.30 น. และถึงกรุงเทพฯ เวลา 18.40 น.***
18.55 น. คณะเดินทางกลับถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ
ทัวร์เยอรมนี