ทัวร์ตุรกี

ทัวร์ตุรกี Turkey Kazakhstan 9D6N (KC)

ราคาเริ่มต้น 29,927 ฿ ดาวน์โหลด PDF จองทัวร์

รหัส: TUR-KC-151 Tag:
สายการบิน: air-astana-logo

ทัวร์ตุรกี
• ชม เมืองอิสตันบูล สุเหร่าสีน้ำเงิน สุเหร่าเซนต์โซเฟีย
• ชมความยิ่งใหญ่ของ พระราชวังทอปกาปิ
• ชมดินแดนแห่งเทพนิยาย คัปปาโดเกีย, ปามุคคาเล่ (ปราสาทปุยฝ้าย)
• ชม โชว์ระบำหน้าท้อง สไตล์พื้นเมือง ประเทศตุรกี
• ชมสัญลักษณ์อันชาญฉลาดด้านกลศึกของนักรบโบราณ ม้าไม้จำลองแห่งเมืองทรอย
• ชมเมืองอันรุ่งเรืองในอดีตกาล ที่ปัจจุบันคงไว้เพียงซากปรักหักพัง เมืองเอฟฟิซุส
• ชม บ้านของพระแม่มารี ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารีอาศัยอยู่
• ช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองคุณภาพที่ ตลาดสไปซ์
• ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส Bosphorus เชื่อมทะเลดำกับทะเลมาร์มาร่า
• พิเศษ ฟรีวีซ่าเข้าประเทศคาซัคฯ

วันที่เดินทาง

12-20 มิ.ย. 61, 26 มิ.ย.-06 ก.ค. 61, 31 ก.ค.-08 ส.ค. 61, 14-22 ส.ค. 61, 28 ส.ค.-05 ก.ย. 61, 11-19 ก.ย. 61, 25 ก.ย.-03 ต.ค. 61, 2-10 ต.ค. 61

ทัวร์ตุรกี
วันที่ 1 สมุทรปราการ (ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ) – อัลมาตี – อิสตันบลู

07:30 น. คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตูทางเข้า 8 เคาน์เตอร์ U สายการบิน AIR ASTANA โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ

10:15 น. ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยาน อัลมาตี เมืองอัลมาตี ประเทศคาซัคสถาน โดยเที่ยวบินที่ KC932 (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6.30 ชม.)

16:25 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยาน อัลมาตี เมืองอัลมาตี ประเทศคาซัคสถาน (เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง)

17:55 น. ออกเดินทางต่อสู่ ท่าอากาศยาน อตาเติร์ก เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยสายการบิน AIR ASTANA เที่ยวบินที่ KC911 (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชม.)

20:55 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยาน อตาเติร์ก เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง นำท่านเดินทางสู่ที่พัก

ที่พัก RAMADA ENCORE BAYRAMPASA HOTEL 4* หรือเทียบเท่า

วันที่ 2 อิสตันบูล – ชานัคคาเล่

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองชานัคคาเล่ Canakkale ปัจจุบันเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของตุรกี มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เดิมมีชื่อว่า โบกาซี หรือ เฮลเลสปอนต์ ตั้งอยู่บนจุดแคบที่สุดของช่องแคบคาร์ดาแนลส์ ใกล้กับแหลมเกลิโบลู ของกรีซ บนฝั่งของ 2 ทะเล คือ ทะเลมาร์มารา และทะเลเอเจียน

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางสู่ เมืองทรอย Troy เมืองที่มีชื่อเสียงมาแต่ในอดีต ถูกสร้างขึ้นมาประมาณ 4,000 ปีมาแล้ว ชม ม้าไม้จำลองแห่งเมืองทรอย Wooden Horse of Troy ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์อันชาญฉลาดด้านกลศึกของนักรบโบราณ โดยเป็นสาเหตุทำให้กรุงทรอยแตก และ Hollywood Troy สร้างขึ้นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่หลงใหลในมหากาพย์อีเลียดได้เห็นด้วยตาของตนเองอีกด้วย

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

ที่พัก IRIS HOTEL 4* หรือเทียบเท่า

วันที่ 3 ชานัคคาเล่ – คูซาดาซี – เอฟฟิซุส – ปามุคคาเล่

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นําท่านเดินทางสู่ เมืองคูซาดาสึ Kusadasi เป็นท่าเรือธรรมชาติที่ใช้มาตั้งแต่ก่อนคริสตกาล หลังจากที่ตกเป็นอาณาจักรออตโตมัน มหาเสนาดีโอคุซ เมห์เหม็ด พาชา ผู้เป็นวิเซียร์แห่งสุลต่านอาห์เหม็ดที่ 1 และสุสต่านออสมันที่ 2 ได้สร้างสุเหร่าคาไลชิและโรงอาบน้ำ ตลอดจนกำแพงเมืองที่พักสำหรับกองคาราวาน เพื่อให้คูซาดาสึเป็นเมืองท่าที่เหมาะในการทำการค้าระหว่างยุโรปและแอฟริกาใต้ และคูซาดาสึเพิ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเมื่อปี ค.ศ. 1980 ระหว่างทางแวะ โรงงานเครื่องหนัง ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังของประเทศตุรกี

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนําท่านเดินทางสู่ เมืองเอฟฟิซุส City of Ephesus เมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีเมืองหนึ่งเคยเป็นที่อยู่ของชาวโยนก จากกรีก ซึ่งอพยพเข้ามาปักหลักสร้างเมือง ซึ่งรุ่งเรืองขึ้นในศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตกาล ต่อมาถูกรุกรานเข้ายึดครองโดยพวกเปอร์เซียและกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราชภายหลังเมื่อโรมันเข้าครอบครองก็ได้สถาปนา เอฟฟิซุส ขึ้นเป็นเมืองหลวงต่างจังหวัดของโรมัน นำท่านเดินบนถนนหินอ่อนผ่านใจกลางเมืองเก่าที่สองข้างทางเต็มไปด้วยซากสิ่งก่อสร้างเมื่อสมัย 2,000 ปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรงละครกลางแจ้งที่สามารถจุผู้ชมได้กว่า 30,000 คน ซึ่งยังคงใช้งานได้จนถึงปัจจุบันนี้ นำท่านชม ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ Roman Bath ที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องอบไอน้ำให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้ ห้องสมุดโบราณที่มีวิธีการเก็บรักษาหนังสือไว้ได้เป็นอย่างดีทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นศิลปะแบบ เฮเลนนิสติคที่มีความอ่อนหวานและฝีมือปราณีต จากนั้นนำท่านเข้าชม บ้านของพระแม่มารี House of Virgin Mary ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารีอาศัยอยู่ และสิ้นพระชนม์ในบ้านหลังนี้ ชม คอมเพล็กซ์ ที่ประกอบด้วย ยิมเนเซียมเวดิอุส ที่พ่อค้าและคหบดีสร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 2 มีรูปแบบตามความนิยมของโรมันในสมัยนั้นคือ รวมยิมเนเซียมไว้กับโรงอาบน้ำที่พรั่งพร้อมไปด้วยน้ำร้อน น้ำเย็น และน้ำอุ่น ภายในประดับด้วยโมเสกและรูปปั้นต่างๆ สนามกีฬานี้สร้างขึ้นในยุคเฮเลนิสติคเป็นรูปเกือกม้า เป็นจุดศูนย์รวมของชาวเอฟิซุสมาแต่ต้น ใช้จัดแข่งกีฬาหลายประเภท ทั้งมวยและมวย ซึ่งยังคงใช้งานได้จนถึงปัจจุบันนี้ จากนั้นนําท่านเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล่ Pamukkale เมืองที่มีน้ำพุเกลือแร่ร้อนไหลทะลุขึ้นมาจากใต้ดินผ่านซากปรักหักพังของเมืองเก่าแก่สมัยกรีกก่อนที่ไหลลงสู่หน้าผาผลจากการไหลของน้ำพุเกลือแร่ร้อนนี้ได้ก่อให้เกิดทัศนียภาพของน้ำตกสีขาวเป็นชั้นๆ หลายชั้น และผลจากการแข็งตัวของแคลเซียมทำให้เกิดเป็นแก่งหินสีขาวราวหิมะขวางทางน้ำเป็นทางยาว ซึ่งมีความงดงามมาก เรียกปรากฎการณ์นี้ว่า ปราสาทปุยฝ้าย

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

ที่พัก PAM THERMAL HOTEL 5* หรือเทียบเท่า

วันที่ 4 ปามุคคาเล่ – คอนย่า – คัปปาโดเกีย

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชม ปราสาทปุยฝ้าย Cotton Castle เมืองแห่งน้ำพุเกลือแร่ร้อนที่ซึ่งในอดีตกาลชาวโรมันเชื่อว่า น้ำพุร้อนดังกล่าวรักษาโรคได้ จึงได้สร้าง เมืองฮีเยราโพลิส Hierapolis ล้อมรอบ ท่านจะได้สัมผัสเมืองโบราณอีกแห่งหนึ่งซึ่งสร้างขึ้นในสมัยโรมัน นําท่านเดินทางสู่ เมืองคอนย่า Konya อดีตเมืองหลวงของอาณาจักร เซลจูค ในช่วงปี ค.ศ. 1071 – 1308 รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่สําคัญของภูมิภาคแถบนี้ ท่านจะได้เพลิดเพลินกับ ทัศนียภาพที่งดงามตามธรรมชาติตลอดสองฝั่งทาง ของภูมิภาคตอนกลางของตุรกี ท่านจะได้ชมวิถีชีวิตตามชนบทและทัศนียภาพที่สวยงามของทุ่งหญ้าสลับกับภูเขา

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านชม คาราวานซาราย Caravansarai ที่พักแรมและที่แลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างทางของชาวเติร์กในสมัยออตโตมัน จากนั้นเดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย Cappadocia ชมดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ ซึ่งในอดีตกาลมีกระแสลาวาภูเขาไฟที่ไหลออกมาปกคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง แล้วทับถมเป็นเวลาหลายล้านปี และด้วยการกระทำของธรรมชาติ โดยการกัดเซาะของพายุลม ฝน หิมะ และ กาลเวลา ได้ปรุงแต่งดินแดนคัปปาโดเกียออกมาได้อย่างงดงาม แปลกตา และน่าอัศจรรย์ด้วยภูมิลักษณ์ต่างๆ เปรียบดังสวรรค์บนดินจนได้ชื่อว่า ดินแดนแห่งเทพนิยาย หรือดินแดนแห่งปล่องนางฟ้า Fairy Chimney คัปปาโดเกียยังได้รับการแต่งตั้งจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกีอีกด้วย

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
**พิเศษ** นำท่านชมโชว์ระบำหน้าท้อง สไตล์พื้นเมือง ประเทศตุรกี

ที่พัก RAMADA PLAZA HOTEL CAPPADOCIA 5* หรือเทียบเท่า

วันที่ 5 คัปปาโดเกีย – เกอเรเม่ – มหานครใต้ดิน – อังการ่า

โปรแกรมเสริมพิเศษ ไม่รวมอยู่ในค่าทัวร์
สำหรับท่านใดที่สนใจขึ้นบอลลูนชมความงามของเมืองคัปปาโดเกีย จะต้องออกจากโรงแรม เวลา 06.00 น. ชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเกียในอีกมุมหนึ่งที่หาชมได้ยาก ใช้เวลาอยู่บอลลูนประมาณ 1 ชั่วโมง (ค่าขึ้นบอลลูนไม่ได้รวมอยู่ในค่าทัวร์ หากลูกค้าชำระเงินสดหน้างาน ราคา 200 USD ต่อ 1 ท่าน หรือหากชำระด้วยบัตรเครดิตหน้างาน ราคา 210 USD ต่อ 1 ท่าน) **ประกันภัยที่ทำจากเมืองไทย ไม่ครอบคลุมการขึ้นบอลลูน และเครื่องร่อนทุกประเภทกิจกรรมนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของท่าน**

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองเกอเรเม่ Goreme นำท่านชม พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเมืองเกอเรเม่ Goreme Open Air Museum ที่เป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. ที่ 9 เกิดจากความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนา โดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์อีกด้วย อิสระเที่ยวชม และถ่ายรูปตามเหล่าอาคารบ้านเรือนของชาวเมืองคัปปาโดเกีย ที่เกิดจากการขุดเข้าไปในหินภูเขาไฟ และใช้เป็นที่อยู่อาศัยรวมถึงใช้เป็นศาสนสถานต่างๆ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย มี นครใต้ดิน Underground City อยู่หลายแห่ง เกิดจากการขุดเจาะพื้นดินลงไป เพื่อใช้เป็นที่หลบซ่อนของชาวเมืองจากการรุกรานของข้าศึกในสมัยทำสงคราม ซึ่งนครใต้ดินที่ขึ้นชื่อและมีนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมเยียนเยอะที่สุดคงหนีไม่พ้น นครใต้ดิน Underground City มีความลึกถึง 11 ชั้น (ลึกที่สุดที่ 85 เมตร) พร้อมทั้งยังมีระบบระบายอากาศ และมีสภาพวิถีชีวิตความเป็นอยู่ใต้ดินพร้อมสรรพ ซึ่งนครใต้ดินนับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่สร้างจากฝีมือมนุษย์อย่างหนึ่งก็ว่าได้

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านชม โรงงานทอพรม Carpet Factory และ โรงงานเซรามิค Pottery at Avanos Village สินค้าคุณภาพดี และขึ้นชื่อของประเทศตุรกี ให้เวลาท่านเลือกซื้อตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองอังการ่า Ankara เมืองหลวงของประเทศตุรกี และเป็นเมืองหลวงของจังหวัดอังการ่า อังการ่าเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากอิสตันบูล มีประชากรเฉลี่ย 3.9 ล้านคน เมืองแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณกลางคาบสมุทรอานาโตเลียจึงทำให้มีความสำคัญทั้งทางธุรกิจและอุตสาหกรรม เป็นศูนย์กลางของรัฐบาลตุรกี และเป็นที่ตั้งของสถานทูตประเทศต่างๆ อีกด้วย ระหว่างทางให้ท่านได้แวะถ่ายภาพ และชมวิวของ ทะเลสาบเกลือ Salt Lake

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

ที่พัก BERA HOTEL ANKARA 5* หรือเทียบเท่า

วันที่ 6 อิสตันบูล – ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส – ตลาดสไปซ์

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองอิสตันบูล Istanbul เมืองที่มีความสำคัญที่สุดและเป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นมากที่สุดในตุรกี เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมช่องแคบบอสฟอรัส Bosphorus เดิมชื่อว่า คอนสแตนติโนเปิล ซึ่งเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ เป็นเมืองสำคัญของชนเผ่าจำนวนมากในบริเวณนั้น จึงส่งผลให้อิสตันบูลมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป เช่น ไบแซนเทียม คอนสแตนติโนเปิ้ล เป็นต้น

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่าน ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส Bosphorus ซึ่งเป็นช่องแคบที่เชื่อมทะเลดำ The Black Sea เข้ากับทะเลมาร์มาร่า Sea of Marmara โดยมีความยาวประมาณ 32 กิโลเมตร ความกว้างเริ่มตั้งแต่ 500 เมตร จนถึง 3 กิโลเมตร ถือว่าช่องแคบนี้เป็นจุดพบกันของสุดขอบทวีปยุโรปและสุดขอบทวีปเอเชีย ซึ่งนอกจากความสวยงามแล้ว ช่องแคบบอสฟอรัสยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งในการป้องกันประเทศตุรกีอีกด้วย ขณะที่ล่องเรือท่านจะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ข้างทางไม่ว่าจะเป็นพระราชวังโดลมาบาเชหรือบ้านเรือนสไตล์ยุโรปของบรรดาเศรษฐีทั้งหลาย ซึ่งล้วนแล้วแต่สวยงามตระการตาทั้งสิ้น นำท่านเดินทางสู่ ย่านช้อปปิ้ง Candy Shop และ ตลาดสไปซ์ Spice Market หรือตลาดเครื่องเทศ ท่านสามารถเลือกซื้อของฝากคุณภาพดีได้ในราคาย่อมเยาไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ ชา กาแฟ ผลไม้อบแห้ง หรือเตอกิสดีไลท์ สินค้าอันเลื่องชื่อของตุรกีซึ่งมีให้เลือกซื้อมากมาย

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

ที่พัก RAMADA ENCORE BAYRAMPASA HOTEL 4* หรือเทียบเท่า

วันที่ 7 สุเหร่าเซนต์โซเฟีย – สุเหร่าสีน้ำเงิน – อุโมงก์เก็บน้ำเยเรบาทัน – พระราชวังทอปกาปิ

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเยี่ยมชมและถ่ายรูปกับ สุเหร่าเซนต์โซเฟีย Mosque of Hagia Sophia หรือชื่อในปัจจุบัน คือ พิพิธภัณฑ์ฮายาโซฟีอา หรือฮาเจียโซเฟีย Hagia Sophia Museum เดิมเคยเป็นโบสถ์ของคริสต์ศาสนา นิกายออร์โธดอกส์ ต่อมาถูกเปลี่ยนเป็นสุเหร่า และในปัจจุบันได้กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ สุเหร่าเซนต์โซเฟียถือเป็นสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง และมักถูกจัดให้อยู่ในรายการ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ซึ่งจุดเด่นอยู่ที่ยอ ดโดมขนาดมหึมากลางวิหาร และนับเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของสถาปัตยกรรมแบบไบแซนไทน์ นำท่านชม สุเหร่าสีน้ำเงิน Blue Mosque สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาที่มีความสวยงามอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งชื่อนี้ได้มาจากสีน้ำเงินของกระเบื้องเคลือบที่ใช้ปูตลอดแนวฝาผนังด้านใน ถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่ซึ่งเคยเป็นวังของจักรพรรดิไบเซนไทน์ โดยสุลต่านอาห์เหม็ดที่ 1 ค.ศ. 1609 ใช้เวลาสร้างโดยรวมแล้ว 7 ปี จากนั้นนำท่านชม อุโมงก์เก็บน้ำเยเรบาทัน Yerebatan Sarnici สร้างในสมัยจักรพรรดิจัสติเนียนในปี ค.ศ. 532 เพื่อเป็นที่เก็บน้ำสำหรับใช้ในพระราชวัง สำรองไว้ใช้ยามอิสตันบูลถูกข้าศึกปิดล้อมเมือง กว้าง 65 เมตร ยาว 143 เมตร มีเสาค้ำหลังคา 336 ต้น แบ่งเป็น 12 แถว จุน้ำได้ทั้งหมด 80,000 ลูกบาศก์เมตร น้ำที่ได้ส่งผ่านท่อมาจากแหล่งน้ำที่อยู่ห่างออกไป 20 กิโลเมตร ใกล้กับทะเลดำ ที่มาของสถานที่แห่งนี้ชวนให้ขนลุกอยู่ไม่น้อย เสาคอลัมน์ หัวเสา และฐานเสานำมาจากซากหักพังของอาคารหลายแห่ง มีเสาทรงแปลกๆ อย่างเสาประดับรูปศีรษะเมดูซาที่กลับหัวลงและตะแคงข้าง รวมทั้งเสาหยาดน้ำตา

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนาทุกท่านชม พระราชวังทอปกาปิ Topkapi ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าซึ่งถือเป็นเขตประวัติศาสตร์ที่ได้รับ การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1985 พระราชวัง Topkapi สร้างขึ้นโดยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 ในปี ค.ศ.1459 บนพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 4 ลานกว้าง และมีอาคารขนาดเล็กอีกจานวนมาก ณ จุดที่สร้างพระราชวังแห่งนี้สามารถมองเห็นช่องแคบบอสฟอรัสโกลเดนฮอร์นและทะเลมาร์มาร่าได้อย่างชัดเจน ในช่วงที่เจริญสูงสุดของอาณาจักรออตโตมัน พระราชวังแห่งนี้มีราชวงศ์และข้าราชบริพารอาศัยอยู่รวมกันมากถึงสี่พันกว่าคนนาท่านเข้าชมส่วนของท้องพระโรงที่เป็นที่จัดแสดงทรัพย์สมบัติข้าวของเครื่องใช้ส่วนพระองค์เครื่องเงินต่างๆ มากมาย

18:00 น. ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานฯ อตาเติร์ก เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี

22:10 น. ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานฯ นูซุลตัน นาซาร์บาเยฟ เมืองอัสตาน่า ประเทศคาซัคสถาน โดยเที่ยวบินที่ KC918 (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5.20 ชั่วโมง)

วันที่ 8 อัสตาน่า (คาซัคสถาน) – หอคอยไปเทเร็ก – ช้อปปิ้ง

05:55 น.+1 เดินทางถึง ท่าอากาศยานฯ นูซุลตัน นาซาร์บาเยฟ เมืองอัสตาน่า ประเทศคาซัคสถาน หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง นาท่านเที่ยวชม กรุงอัสตาน่า Astana โดยรอบ กรุงอัสตาน่าเป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศคาซัคสถาน ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศมีแม่น้า Ishim ไหล่ผ่าน โดยได้รับการสถาปนาให้เป็นเมืองหลวงในปี ค.ศ.1997 ซึ่ง “อัสตาน่า” เป็นภาษาคาซัคแปลว่าเมืองหลวง โดยประธานาธิบดีนูร์ซุลตาน นาซาร์บาเยฟ เป็นประธานาธิบดีคนแรกของประเทศ ด้วยความต้องการที่จะสร้างเมืองให้เป็นโลกในอนาคต กรุงอัสตาน่าจึงเต็มไปด้วยตึกสวยงามรูปร่างแปลกตาจากสุดยอดสถาปนิกจากทั่วทุกมุมโลก การมาเยือนกรุงอัสตาน่าเสมือนทาให้นักท่องเที่ยวเหมือนได้หลุดไปสู่โลกในอนาคตที่ไม่มีเมืองใดเหมือน

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ให้ทุกท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านชม หอคอยไบเทเร็ก Bayterek Tower ที่ความสูง 97 เมตร ซึ่งเลข 97 แทนปี ค.ศ. 1997 ปีแห่งการสถาปนากรุงอัสตาน่าเป็นเมืองหลวง ตัวตึกเป็นทรงกรวยเหมือนต้นไม้แตกกิ่งโดยมีโดมกลมสีทองด้านบน จากนั้นนาทุกท่านอิสระช้อปปิ้งที่ Khan Shatyr Entertainment Center ศูนย์รวมความบันเทิงแห่งใหม่ของชาวอัสตาน่า ด้วยรูปลักษณ์อาคารที่โดดเด่นแปลกตา ด้วยสร้างขึ้นให้เหมือนเต้นท์ของท่านข่าน ภายในมีร้านแบรนด์เนมและสินค้าหลากหลายให้ท่านได้เลือกชมและหาซื้อ จากนั้นได้เวลาอันสมควรนำทุกท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานฯ

20:15 น. ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานฯ ประเทศไทย โดยสายการบิน AIR ASTANA เที่ยวบินที่ KC231 (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 7.30 ชั่วโมง)

วันที่ 9 สมุทรปราการ (ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ)

04:55 น.+1 เดินทางถึง ท่าอากาศยานฯ สุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมด้วยความประทับใจ
ทัวร์ตุรกี