ทัวร์ตุรกี

ทัวร์ตุรกี UNSEEN TURKEY 10 DAYS (KU)

ราคาเริ่มต้น 29,900 ฿ ดาวน์โหลด PDF จองทัวร์

รหัส: TUR-KU-203 Tag:
สายการบิน: ku_airways_logo

ทัวร์ตุรกี
นำท่านเดินทางโดยรถโค้ชเลียบชายฝั่งสู่ เมืองอีเซียบัท Eceabat (ระยะทาง 307 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.20 ชั่วโมง) เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่อยู่บริเวณท่าเรือที่จะข้ามฟากสู่ เมืองชานัคคาเล่ ระหว่างทางท่านจะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่สวยงามของขุนเขาสลับกับรถวิ่งชายทะเล ผ่านบ้านเรือนของบรรดาเหล่าเศรษฐี ปศุสัตว์ แปลงการเกษตร เมืองถึงท่าเรือ ณ เมืองอีเซียบัทแล้ว นำท่านข้ามฟากสู่ เมืองชานัคคาเล่ Canakkale (ใช้เวลานั่งเรือ ประมาณ 45 นาที) ตั้งอยู่ริมทะเลมาร์มาร่า

วันที่เดินทาง

27 ก.ย.-06 ต.ค. 61, 29 ก.ย.-08 ต.ค.61

ทัวร์ตุรกี
วันแรกของการเดินทาง สนามบินสุวรรณภูมิ-กรุงคูเวต
19.30 น. พบกันที่ เคาน์เตอร์เช็คอิน Q ประตู 8-9 สายการบิน Kuwait Airways เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกทางด้านสัมภาระและเอกสารการเดินทางก่อนขึ้นเครื่อง
23.15 น. ออกเดินทางสู่ กรุงคูเวต โดยสายการบิน Kuwait Airways เที่ยวบินที่ KU 414
(ใช้เวลาบินประมาณ 7.25 ชั่วโมง)
วันที่สองของการเดินทาง กรุงคูเวต-กรุงอิสตันบูล-เมืองชานัคคาเล่
02.40 น. เดินทางถึง สนามบินกรุงคูเวต ประเทศคูเวต (แวะเพื่อเปลี่ยนเที่ยวบิน)
07.00 น. ออกเดินทางสู่ กรุงอิสตันบูล โดยสายการบิน Kuwait Airways เที่ยวบินที่ KU 153
(ใช้เวลาบินประมาณ 3.45 ชั่วโมง)
10.45 น. เดินทางถึง สนามบินกรุงอิสตันบูล นำท่านเดินทางสู่ภัตตาคาร
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
นำท่านเดินทางโดยรถโค้ชเลียบชายฝั่งสู่ เมืองอีเซียบัท Eceabat (ระยะทาง 307 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.20 ชั่วโมง) เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่อยู่บริเวณท่าเรือที่จะข้ามฟากสู่ เมืองชานัคคาเล่ ระหว่างทางท่านจะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่สวยงามของขุนเขาสลับกับรถวิ่งชายทะเล ผ่านบ้านเรือนของบรรดาเหล่าเศรษฐี ปศุสัตว์ แปลงการเกษตร เมืองถึงท่าเรือ ณ เมืองอีเซียบัทแล้ว นำท่านข้ามฟากสู่ เมืองชานัคคาเล่ Canakkale (ใช้เวลานั่งเรือ ประมาณ 45 นาที) ตั้งอยู่ริมทะเลมาร์มาร่า
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
พักค้างคืน ที่ Iris Hotel 4* หรือเทียบเท่ามาตรฐานตุรกี
วันที่สามของการเดินทาง เมืองชานัคคาเล่-เมืองคูซาดาซึ
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านสู่ กรุงทรอย Troy ชม ม้าไม้แห่งกรุงทรอย Wooden Horse of Troy อันโด่งดัง เป็นหนึ่งในอาวุธยุทโธปกรณ์อันชาญฉลาดในสมัยนั้น สร้างขึ้น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่หลงใหลในมหากาพย์อีเลียดได้เห็นด้วยตาของตนเองอีกด้วย ได้เวลาพอสมควรนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองเปอร์กามัม Pergamum เป็นสถานที่ตั้งของโบราณสถานที่สำคัญ
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
นำท่านชมความสวยงามของ วิหารอะโครโปลิส Acropolis ซึ่งถูกกล่าวขวัญถึงประหนึ่งดินแดนในเทพนิยายมี โรงละครที่ชันที่สุดในโลกซึ่งจุผู้ชมได้ถึง10,000 คน ให้ท่านได้ถ่ายภาพกับโบราณสถานที่มีความสวยงาม และรู้ถึงความเฉลียวฉลาดของชาวเติร์กในสมัยโบราณ ให้ท่านได้ถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกได้ตามอัธยาศัย นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองคูซาดาซึ Kusadasi (ระยะทาง 199 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.20 ชั่วโมง) เป็นเมืองท่าที่สำคัญทางการค้าอีกเมืองหนึ่งของตุรกี
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม
พักค้างคืน ที่ Marina Hotel 4* หรือเทียบเท่ามาตรฐานตุรกี
วันที่สี่ของการเดินทาง เมืองคุซาดาซึ-เมืองโบราณเอฟฟิซุส-เมืองปามุคคาเล่
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านสู่เยี่ยมชม บ้านพระแม่มารี House of Virgin Mary ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารีมาอาศัยอยู่และสิ้นพระชนม์ในบ้างหลังนี้ ถูกค้นพบอย่าปาฏิหาริย์ โดยแม่ชีตาบอดชาวเยอรมัน ชื่อ แอนนา แคเทอรีน เอมเมอริช Anna Catherine Emmerich เมื่อปี ค.ศ. 1774-1824 ได้เขียนบรรยายสถานที่ไว้ในหนังสืออย่างละเอียดราวกับเห็นด้วยตาตนเอง เมื่อเธอเสียชีวิตลง มีคนพยายามสืบเสาะค้นห้าบ้านหลังนี้ จนพบในปี ค.ศ. 1891 ปัจจุบันบ้านพระแม่มารีได้รับการบูรณะเป็นบ้านอิฐชั้นเดียว ภายในมีรูปปั้นของพระแม่มารี ซึ่งพระสันตปาปา โป๊ป เบเนดิกส์ที่ 6 ได้เคยเสด็จเยือนที่นี่ บริเวณด้านนอกของบ้าน มีก๊อกน้ำสามก๊อก ที่ มีความเชื่อว่าเป็นก๊อกน้ำที่มีความศักดิ์สิทธิ์ แทนความเชื่อในเรื่อง สุขภาพ ความร่ำรวย และความรัก ถัดจากก๊อกน้ำเป็น กำแพงอธิษฐาน ซึ่งมีความเชื่อว่าหากต้องการให้สิ่งที่ปรารถนาเป็นความจริงให้เขียนลงในผ้าฝ้ายแล้วนำไปผูกไว้แล้วอธิษฐาน ได้เวลาพอสมควรนำเดินท่านสู่ เมืองโบราณเอฟฟิซุส City of Ephesus อดีต เป็นเมืองหลวงแห่งเอเชียของอาณาจักรโรมัน ชม อาคารที่เป็นสัญลักษณ์ของ นครเอฟฟิซุส คือ ห้องสมุดของเซลซุส Library of Celsus และอาคารสำคัญอีกแห่งคือ วิหารแห่งจักรพรรดิเฮเดรียน Temple of Hadrian สร้างขึ้นถวายแด่จักรพรรดิเฮเดรียน ความโดเด่นของวิหารแห่งนี้คืออยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มาก จากนั้นปิดท้ายกันที่สิ่งก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในนครเอฟฟิซุส คือ โรงละคร Great Theatre ซึ่งสร้างโดยสกัดเข้าไปในไหล่เขาให้เป็นที่นั่ง สามารถจุคนได้ถึง 25,000 คน ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 10 ของประชากรในยุคนั้น สร้างสมัยกรีกโบราณ แต่พวกโรมันมาปรับปรุงให้ยิ่งใหญ่มากขึ้น นำท่านช้อปปิ้ง ณ ศูนย์ผลิตเสื้อหนังคุณภาพสูง ซึ่งตุรกีเป็นประเทศที่ผลิตหนังที่มีคุณภาพที่สุด อีกทั้งยังผลิตเสื้อหนังส่งให้กับแบรนด์ดังในอิตาลี เช่น Versace , Prada , Michael kors อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าได้ตามอัธยาศัย
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล่ Pamukkale (ระยะทางประมาณ 189 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) เป็นอีกหนึ่งเมืองที่มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก นำท่านชมความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ณ เมืองปามุคคาเล่ Pamukkale คำว่า “ปามุคคาเล่” ในภาษาตุรกี หมายถึง “ปราสาทปุยฝ้าย” Pamuk หมายถึง ปุยฝ้าย และ Kale หมายถึง ปราสาท เป็นน้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดขึ้นจากธารน้ำใต้ดินที่มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นที่มีแร่หินปูน (แคลเซี่ยมออกไซด์) ผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมาก ไหลรินลงมาจากภูเขา “คาลดากึ” ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศเหนือ รินเอ่อล้นขึ้นมาเหนือผิวดิน และทำปฏิกิริยาจับตัวแข็งเกาะกันเป็นริ้ว เป็นแอ่ง เป็นชั้น ลดหลั่นกันไปตามภูมิประเทศเกิดเป็นประติมากรรมธรรมชาติ อันสวยงามแปลกตาและโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ยากจะหาที่ใดเหมือน จนทำให้ ปามุคคาเล่ ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมในปี ค.ศ. 1988 นำท่านชม ปราสาทปุยฝ้าย (ปามุคคาล่) เมืองแห่งน้ำพุเกลือแร่ร้อน นำท่านชมหน้าผาที่ขาวกว้างใหญ่ด้านข้างของอ่างน้ำ เป็นรูปร่างคล้ายหอยแครงและน้ำตกแช่แข็ง ถ้ามองดูจะดูเหมือนสร้างจากหิมะ เมฆหรือปุยฝ้าย น้ำแร่ที่ไหลลงมาแต่ละชั้นจะแข็งเป็นหินปูน ห้อยย้อยเป็นรูปร่างต่าง ๆ อย่างมหัศจรรย์ น้ำแร่นี้มีอุณหภูมิประมาณ 33-35 องศาเซลเซียส ประชาชนจึงนิยมไปอาบหรือนำมาดื่ม เพราะเชื่อว่ามีคุณสมบัติในการรักษาโรคหัวใจ โรคไขข้ออักเสบ ความดันโลหิตสูง โรคทางเดินปัสสาวะ และโรคไต ในอดีตกาลชาวโรมันเชื่อว่าน้ำพุร้อนสามารถรักษาโรคได้
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม
พักค้างคืน ที่ Ninova Thermal Hotel 4* หรือเทียบเท่ามาตรฐานตุรกี
วันที่ห้าของการเดินทาง เมืองปามุคคาเล่-เมืองคอนย่า-เมืองคัปปาโดเกีย
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เดินทางสู่ เมืองคอนย่า Konya (ระยะทาง 402 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง) เป็นเมืองที่ นิยมใช้เป็นจุดพักของการเดินทางในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจุกเติร์ก ซึ่งเป็นอาณาจักรแห่งแรกของชาวเติร์กในตุรกี หรือที่ยุคนั้นเรียก อนาโตเลีย เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
ท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์เมฟลานา Mevlana Museum เดิมเป็นสถานที่นักบวชในศาสนาอิสลามใช้สำหรับทำสมาธิ Whirling Dervishes โดยการเดินหมุนเป็นวงกลมขณะฟังเสียงขลุ่ย ก่อนไปทำการหมุนต้องอดอาหาร มีการเข้าห้องฝึกทรมานร่างกายก่อนที่จะไปหมุนได้ ผู้ที่มีสมาธิมากตัวจะลอยขึ้นเมื่อหมุนไปช่วงเวลาหนึ่ง ก่อตั้ง โดยเมฟลาน่า เจลาเลดดิน รูมี่ ผู้วิเศษในศาสนาอิสลาม ส่วนหนึ่งของ พิพิธภัณฑ์เมฟลาเป็นสุสานของ เมฟลานา เจลาเลดดิน รูมี Mevlana Celaleddin Rumi ภายนอกเป็นหอทรงกระบอกปลายแหลมสีเขียวสดใน ภายในประดับประดาฝาผนังแบบมุสลิม โดยใช้สีมากมายตระการตาซึ่งหาชมได้ยาก และยังเป็นสุสานสำหรับผู้ติดตาม สานุศิษย์ บิดา และบุตรของเมฟลาด้วย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย Cappadocia (ระยะทาง 236 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.20 ชั่วโมง)
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม
จากนั้นนำท่านชม “ระบำหน้าท้อง” ประกอบดนตรีของสาวน้อยชาวตุรกี
พักค้างคืน ที่ Avrasya Hotel 4* หรือเทียบเท่ามาตรฐานตุรกี
วันที่หกของการเดินทาง เมืองคัปปาโดเกีย-กรุงอังคาร่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
05.00 น. ท่านที่สนใจนั่งบอลลูน พร้อมกัน ณ บริเวณล๊อบบี้ (ทัวร์นั่งบอลลนนี้ไม่ได้รวมอยู่ในค่าทัวร์ ค่าขึ้นบอลลูนประมาณท่านละ 230 ดอลล่าสหรัฐในกรณีชำระด้วยเงินสด 240 ดอลล่า
สหรัฐ ในกรณีชำระด้วยบัตรเครดิต) เจ้าหน้าที่บริษัทบอลลูน รอรับท่าน เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ไม่ควรพลาด พร้อมกับประกาศนียบัตรที่รอมอบให้กับทุกท่าน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชม นครใต้ดินไคมัคลี Underground City of Derinkuyu or Kaymakli เกิดจากการขุดเจาะพื้นดินลึกลงไป 10 กว่าชั้น เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยจากข้าศึกศัตรูนครใต้ดินไคมัคลีมีชั้นล่างที่ลึกที่สุดลึกถึง 85 เมตร เมืองใต้ดินแห่งนี้มีครบเครื่องทุกอย่างทั้งห้องโถง ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องถนอมอาหาร ห้องครัว ห้องอาหาร โบสถ์ ทางหนีฉุกเฉิน ฯลฯ
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านชม พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ Goreme Open Air Museum ซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานของชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์ ชม โบสถ์เซนต์บาร์บารา St. Barbar Church โบสถ์มังกร Snake Church และ โบสถ์แอปเปิ้ล Apple Church แวะชม โรงงานทอพรม และโรงงานเซรามิค อิสระกับการเลือกซื้อสินค้าและของที่ระลึกได้ตามอัธยาศัย นำท่านชมความสวยงามของ เมืองคัปปาโดเกีย Cappadocia ดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์แปรสภาพเป็นหุบเขา ร่องลึก เนินเขา กรวยหินและเสารูปทรงต่างๆ ที่งดงาม คัปปาโดเกีย Cappadocia เป็นชื่อเก่าแก่ภาษาฮิตไทต์ (ชนเผ่ารุ่นแรกๆที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้) แปลว่า “ดินแดนม้าพันธุ์ดี” ตั้งอยู่ทางตอนกลางของตุรกี เป็นพื้นที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเออซิเยสและภูเขาไฟฮาซาน เมื่อประมาณ 3 ล้านปีที่แล้ว เถ้าลาวาที่พ่นออกมาและเถ้าถ่านจำนวนมหาศาลกระจายทั่วบริเวณ จนทับถมเป็นแผ่นดินชั้นใหม่ขึ้นมาจากนั้นกระแส น้ำ ลม ฝน แดด และหิมะกัดเซาะกร่อนกินแผ่นดินภูเขาไฟไปเรื่อยๆนับแสนนับล้านปีจนเกิดเป็นภูมิประเทศประหลาดแปลกตาน่าพิศวง ที่เต็มไปด้วยหินรูปแท่ง กรวย ปล่อง กระโจม โดม และอีกสารพัดรูปทรงดูประหนึ่งดินแดนในเทพนิยายจนผู้คนในพื้นที่เรียกขานกันว่า “ปล่องไฟนางฟ้า” ในปีค.ศ.1985 ยูเนสโกได้ประกาศให้พื้นที่มหัศจรรย์แห่งนี้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกี จากนั้นอิสระให้ท่านได้ถ่ายภาพบ้านพื้นเมืองที่มีผู้คนอาศัยอยู่จริงๆ จากนั้นให้ท่านได้แวะชม โรงงานทอพรม,โรงงานเซรามิค, โรงงานเพชร, โรงงานเพชร อิสระกับการเลือกซื้อสินค้าและของที่ระลึกได้ตามอัธยาศัย นำท่านเดินทางสู่ กรุงอังคาร่า Ankara (ระยะทาง 287 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง)
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม
พักค้างคืน ที่ Turist Hotel 4* หรือเทียบเท่ามาตรฐานตุรกี
วันที่เจ็ดของการเดินทาง กรุงอังคาร่า-กรุงอิสตันบูล
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เดินทางสู่ กรุงอิสตันบูล Istanbul (ระยะทาง 450 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5.20 ชั่วโมง)
บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
ส่งท้ายช่วงบ่ายด้วยการนำท่านสู่ อาณาจักรแหล่ง ช้อปปิ้ง Istinye Park บ่ายวันนี้ถือว่าเป็นสวรรค์ของนักช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมตัวจริง กับแหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุด หรูหราที่สุด พร้อมเป็นห้างที่รวบรวมสินค้าแบรนด์เนมที่มากที่สุด ให้ท่านได้เลือกช้อปปิ้งอย่างจุใจ ไม่ว่าจะเป็น PRADA, LOUIS VITTON, HERMES, GUCCI, CHANEL และแบรนด์ ชั้นนำอีกมากมาย ชั้นล่างของห้างก็มีร้านอาหารหรูหรามากมาย หรือจะเลือกเป็นอาหาร Fast Food ก็มีหลากหลายให้ท่านเลือก เช่น Mc Donald’s, Burger King ร้านไอศกรีมต่าง ๆ สิ่งที่ต้องควรระวัง ห้าม ช้อปปิ้งสินค้าเพลินจนลืมนึกถึงน้ำหนักกระเป๋าขากลับต้องไม่เกิน 20 กิโลกรัม, ห้าม ช้อปปิ้งสินค้าเพลินจนลืม เวลาที่นัดหมายไว้, ห้าม พูดว่าครั้งแรกนึกว่าให้เวลาช้อปปิ้งนานเกินไป แต่พอถึงเวลานัดหมายกลับกลายเป็นให้เวลาช้อปปิ้งน้อยเกินไปยังซื้อสินค้าที่อยากได้ไม่ครบเลย สำหรับร้านอาหารบางร้านรับชำระเงินค่าอาหารด้วยเงิน ลีร่า เท่านั้น เพื่อความสะดวกท่านควรมีเงินลีร่าติดตัวไว้ด้วย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม
พักค้างคืน ที่ Turist Hotel 4* หรือเทียบเท่ามาตรฐานตุรกี
วันที่แปดของการเดินทาง กรุงอิสตันบูล
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ชม ฮิปโปโดรม Hippodrome หรือ สนามแข่งม้าโบราณ มีเสาโอเบลิสค์ซึ่งเหลือแค่ส่วนปลายที่ยาว 20 เมตร แต่กระนั้นก็ยังสวยงามน่าดูมาก เพราะทั้งเสามีงานแกะสลักอันมีความหมายและมีค่ายิ่ง จากนั้นนำท่านข้ามถนนเล็ก ๆ เพื่อเข้าชม สุเหร่าสีน้ำเงิน Blue Mosque ที่มาของชื่อสุเหร่าสีน้ำเงินเป็นเพราะเขาใช้กระเบื้องสีน้ำเงินในการตกแต่งภายใน ซึ่งทำเป็นลายดอกไม้ต่าง ๆ เช่น ดอกกุหลาบ คาร์เนชั่น ทิวลิป เอกลักษณ์เด่นอีกอย่างแต่อยู่ภายนอกคือ หอประกาศเชิญชวนเมื่อถึงเวลาที่จะต้องทำพิธีละหมาด Minaret 6 หอ เท่ากับสุเหร่าที่นครเมกกะ จากนั้นเดินลอดประตูสู่ลานกว้างมุ่งหน้าสู่โบราณสถาน ซึ่งเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง สุเหร่าเซนต์โซเฟีย Mosque of Hagia Sophia ปัจจุบันเป็นที่ประชุมสวดมนต์ของชาวมุสลิม ในอดีตโบสถ์แห่งนี้เป็นโบสถ์ทางศาสนาคริสต์ ภายในมีเสางามค้ำที่สลักอย่างวิจิตร และประดับไว้งดงาม 108 ต้น จากนั้นนำท่านเข้าชม อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาตัน Yerebatan Sarnici สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิจัสตินเนียน ในปี ค.ศ. 532 เพื่อเป็นที่เก็บน้ำสำหรับใช้ในพระราชวัง สำรองไว้ใช้ยามที่กรุงอิสตันบูลถูกข้าศึกปิดล้อมเมือง มีความกว้าง 65 เมตร ยาว 143 เมตร มีเสาค้ำหลังคา 336 ต้น
บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
นำท่านเข้าชม พระราชวังทอปกาปึ Topkapi Palace ซึ่งสร้างในสมัยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 หรือ เมห์เมตผู้พิชิต ภายหลังที่ทรงตีกรุงคอนสแตนติโนเปิล หรือ อิสตันบูลในปัจจุบันได้แล้ว ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะให้เมืองนี้เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรออตโตมัน จึงโปรดให้มีการสร้างพระราชวังนี้ขึ้นเป็นที่ประทับอย่างถาวร พระราชวังแห่งนี้มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่กินเนื้อที่เกือบ 700,000 ตารางเมตร ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงตามแนวฝั่งทะเลมาร์มาร่า ภายในพระราชวังทอปกาปึกลายเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ใช้เก็บมหาสมบัติอันล้ำค่า อาทิเช่น เพชร 96 กะรัต กริชทองประดับมรกต เครื่องลายครามจากจีน หยก มรกต ทับทิม และเครื่องทรงของสุลต่านในแต่ละยุคสมัย จากนั้นส่งท้ายช่วงบ่ายด้วยการ นำท่านสู่ ย่านช้อปปิ้งชื่อดัง ตลาด สไปซ์ มาร์เกต Spice Market หรือตลาดเครื่องเทศ ท่านสามารถเลือกซื้อของฝากได้ในราคาย่อมเยา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ ชาหรือกาแฟ รวมถึงผลไม้อบแห้งอันเลื่องชื่อของตุรกี อย่าง แอปปลิคอท หรือจะเป็นถั่วพิทาชิโอ ฯลฯ
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
พักค้างคืน ที่ Ramada Encore Hotel 4* หรือเทียบเท่ามาตรฐานตุรกี
วันที่เก้าของการเดินทาง กรุงอิสตันบูล-กรุงคูเวต
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เริ่มต้นด้วยการนำท่าน ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส Cruise Along the Bosphorus ซึ่งเป็นช่องแคบขนาดใหญ่และสองฝั่งมีความสวยงามมาก ช่องแคบนี้ทำหน้าที่เป็นเส้นแบ่งระหว่างยุโรป และเอเชีย เชื่อมระหว่าง ทะเลดำ The Black Sea เข้ากับ ทะเลมาร์มาร่า Sea of Marmara มีความยาว 32 กิโลเมตร ให้ท่านได้ชมทิวทัศน์ทั้งสองข้างที่สวยงามตระการตาของ ช่องแคบบอสฟอรัสที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งในการป้องกันประเทศตุรกีอีกด้วย เพราะมีป้อมปืนตั้งเรียงรายอยู่ตามช่องแคบ นำท่านเข้าชม พระราชวังโดลมาบาเช่ Dolmabahce Palace เป็นพระราชวังที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญอย่างสูงสุดทั้งทางวัฒนธรรมและทางวัตถุของจักรวรรดิออตโตมัน ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 12 ปี เป็นศิลปะผสมผสานของยุโรปและตะวันออกที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม และไม่คำนึงถึงความสิ้นเปลืองใด ๆ ทั้งสิ้น ภายนอกประกอบด้วยสวนไม้ดอกรายล้อมพระราชวังซึ่งอยู่เหนืออ่าวเล็ก ๆ ที่ ช่องแคบบอสฟอรัส Bosphorus ภายในประกอบด้วยห้องหับต่าง ๆ และฮาเร็ม ตกแต่งด้วยโคมระย้า บันไดลูกกรงแก้วเจียระไน และโคมไฟมหึมาหนัก 4.5 ตัน
12.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบิน เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับสู่กรุงเทพมหานคร
15:50 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพมหานคร โดยสายการบิน Kuwait Airways เที่ยวบินที่ KU 156
(ใช้เวลาบินประมาณ 3.35 ชั่วโมง)
19.25 น. เดินทางถึง สนามบินคูเวต ประเทศคูเวต (แวะเปลี่ยนเที่ยวบิน)
(ใช้เวลาบินประมาณ 7.10 ชั่วโมง)
23.15 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพมหานคร โดยสายการบิน Kuwait Airways เที่ยวบินที่ KU 411
วันที่สิบของการเดินทาง กรุงเทพมหานคร
10.25 น. เดินทางถึงสนามบิน สุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ
ทัวร์ตุรกี