ทัวร์ตุรกี

ทัวร์ตุรกี Welcome to Turkey 10 วัน 7 คืน (QR)

ราคาเริ่มต้น 28,922 ฿ ดาวน์โหลด PDF จองทัวร์

รหัส: TUR-QR-177 Tag:
สายการบิน: QR

ทัวร์ตุรกี
• เยือนโบดรัม (Bodrum) เป็นเมืองตากอากาศ เมืองท่องเที่ยวสำคัญของทางตุรกี
• ตื่นตากับความอัศจรรย์ทางธรรมชาติกับปามุคคาเล (Pamukkale)
• เที่ยวเมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) ดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ซึ่งเกิดจากลาวา
• เที่ยวอิสตันบูล (Istanbul) ดินแดนคาบเกี่ยว 2 ทวีป
• ถ่ายรูปคู่กับม้าไม้จำลองแห่งทรอย (Wooden Horse of Troy)

วันที่เดินทาง

18-27 มิ.ย. 61, 20-29 ก.ย. 61, 11-20 มิ.ย. 61, 30 ส.ค.-08 ก.ย. 61, 3-12 ก.ย. 61, 6-14 ก.ย. 61, 10-19 ก.ย. 61, 13-22 ก.ย. 61, 17-26 ก.ย. 61

ทัวร์ตุรกี
วันแรกของการเดินทาง กรุงเทพฯ
22.30 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศประตู 8 เคาน์เตอร์ Q สายการบิน กาตาร์ แอร์เวย์ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก
วันที่สองของการเดินทาง กรุงเทพฯ – โดฮา – โบดรัม – ปามุคคาเล
02.35 น. ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ เที่ยวบินที่ QR 837
05.30 น. เดินทางถึงสนามบินกรุงโดฮา เพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง
07.15 น. ออกเดินทางสู่เมืองโบดรัม เที่ยวบินที่ QR 317
11.55 น. ถึงสนามบินโบดรัมมิลัส เมืองโบดรัม (Bodrum) เมืองเก่าแก่ริมทะเลอีเจี้ยนตั้งแต่สมัยกรีก แห่งประเทศตรุกี (Turkey) (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง) ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง โบดรัม (Bodrum) เมืองท่องเที่ยวสำคัญของทางตุรกีและเป็นเมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่ริมทะเลเอเจียน ที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง และยังเป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญของประเทศด้วย เมืองที่มีความความเก่าเเก่ตั้งเเต่สมัยของกรีกในชื่อว่า Halicarnassus ช่วงเวลา 4 ศตวรรษก่อนคริสตกาล นำท่านชมเมืองที่สวยงาม โดยเมืองนี้มี Landmark เป็นปราสาทโบดรัม (Bodrum castle) ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บริเวณริมอ่าว โดยสร้างขึ้นโดย Knights Hospitaller ในช่วงต้นศตวรรษที่ 15 นำท่านเดินทางสู่เมืองปามุคคาเล (Pamukkale)

ระยะทาง 271 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชม.
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม NINOVA TERMAL HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่สามของการเดินทาง ปราสาทปุยฝ้าย – เมืองโบราณเฮียราโพลิส – คอนย่า – นครใต้ดิน
พิพิธภัณฑ์เมฟลานา – คัปปาโดเกีย – ชมระบำหน้าท้อง
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชมปามุคคาเล(Pamukkale) หรือปราสาทปุยฝ้าย (Cotton Castle) ซึ่งเกิดจากน้ำแร่ร้อนที่มีแร่ธาตุแคลเซี่ยม คาร์บอเนต มาตกตะกอน เกิดเป็นลักษณะหน้าผา ซ้อนกันเป็นชั้นน้ำตก มีสีขาวคล้ายกับสร้างมาจากปุยฝ้าย ซึ่งน้ำแร่ที่ไหลลงมาแต่ละชั้นจะแข็งเป็นหินปูน ย้อยเป็นรูปร่างต่างๆอย่างสวยงามและน่าอัศจรรย์ น้ำแร่นี้มีอุณหภูมิตั้งแต่ประมาณ 35 – 100 องศาเซลเซียส ประชาชนจึงนิยมไปอาบหรือนำมาดื่ม เพราะเชื่อว่ามีคุณสมบัติในการรักษาโรคหัวใจ โรคไขข้ออักเสบ ความดันโลหิตสูง โรคทางเดินปัสสาวะ และโรคไต ในอดีตกาลชาวโรมันเชื่อว่าน้ำพุร้อนสามารถรักษาโรคได้ จึงได้สร้างเมืองเฮียราโพลิสล้อมรอบ จากนั้นนำท่านชมเมืองโบราณเฮียราโพลิส (Hierapolis) ในอดีตเป็นสถานที่บำบัดโรค ก่อตั้งโดยกษัตริย์ยูเมเนสที่ 1แห่งแพร์กามุม ในปี 190 ก่อนคริสต์กาล สถานที่แห่งนี้มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นหลายครั้งหลังปี ค.ศ 1334 จึงไม่มีคนอาศัยอยู่อีก ศูนย์กลางของเฮียราโพลิสเป็นบ่อน้ำที่ศักสิทธิ์ ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ในโรงแรมปามุคคาเล สถานที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ปามุคคาเล โรงอาบน้ำโรมัน โบสถ์สมัยไบแซนไทน์ จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เมืองคอนย่า (Konya) ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจูคในช่วงปี ค.ศ. 1071-1308 รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่สำคัญของภูมิภาคแถบนี้อีกด้วย ระหว่างทางให้ท่านได้ชมทัศนียภาพสองข้างทางสบายๆที่งดงามตามธรรมชาติตลอดสองฝั่งทางของประเทศตุรกี

ระยะทาง 400 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.45 ชม.
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
บ่าย แล้วนำท่านเข้าชมนครใต้ดิน (Underground City) ซึ่งเป็นที่หลบซ่อนจากการรุกรานของข้าศึกพร้อมทั้งยังมีระบบระบายอากาศและสภาพวิถีชีวิตความเป็นอยู่ใต้ดินพร้อมสรรพ เข้าชมพิพิธภัณฑ์เมฟลานา (Mevlana Museum) หรือสำนักลมวน เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1231 โดยเมฟลานา เจลาเลคดิน รูบี ซึ่งเชื่อกันว่าชายคนนี้เป็นผู้วิเศษของศาสนาอิสลาม หรือเรียกได้ว่าเป็นผู้ชักชวนคนที่นับถือศาสนาคริสต์ให้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม โดยมีพื้นฐานอยู่บนความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน จากนั้นเดินทางสู่เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) ชื่นชมดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ซึ่งเกิดจากลาวาภูเขาไฟที่ไหลออกมาปกคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง แล้วทับถมเป็นเวลาหลายล้านปี เมื่อวันเวลาผ่านไป พายุ ลม ฝน และหิมะได้เป็นกัดเซาะแผ่นดิน มาเรื่อยๆ ก่อให้เกิดการแปรสภาพเป็นหุบเขาร่องลึก เนินเขา กรวยหินและเสารูปทรงต่างๆ เกิดเป็นภูมิประเทศที่งดงาม แปลกตาและน่าอัศจรรย์ ดั่งสวรรค์บนดิน จนได้ชื่อว่า “ดินแดนแห่งปล่องนางฟ้า” และได้รับการแต่งตั้งจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกี

ระยะทาง 235 กม.
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชม.

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
ชมระบำหน้าท้อง (Belly dance) และการแสดงพื้นเมืองต่างๆ ของตุรกีอันลือชื่อที่น่าตื่นตาตื่นใจ

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม TASSARAY HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่สี่ของการเดทาง คัปปาโดเกีย – เกอเรเม่ – อังการ่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
** สำหรับท่านใดที่สนใจขึ้นบอลลูนชมความงามของเมืองคัปปาโดเกีย จะต้องออกจากโรงแรม 05.00 น.ชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเกียในอีกมุมหนึ่งที่หาชมได้ยาก ใช้เวลาอยู่บอลลูนประมาณ 1 ชั่วโมง (ค่าขึ้นบอลลูนไม่ได้รวมอยู่ในค่าทัวร์ ราคาโดยประมาณ 200 – 230 USD ต่อ 1 ท่าน รบกวนติดต่อสอบถามแจ้งความจำนงค์กับหัวหน้าทัวร์โดยตรง ทางบริษัทเป็นเพียงตัวกลางในการให้ข้อมูลและคำแนะนำเท่านั้น) **
นำคณะออกเดินทางสู่เมืองเกอเรเม (Goreme) นำท่านเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง Goreme Open-Air Museum) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์ จากนั้นนำท่านเข้าชมโรงงานทอพรม(Carpet Factory) คุณภาพดีของประเทศตุรกี ให้เวลาท่านเลือกซื้อตามอัธยาศัย

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองอังการ่า (Ankara) เมืองหลวงในปัจจุบันของตุรกี เมืองแห่งมนต์เสน่ห์ที่ผสมผสานกันระหว่างยุโรปและตะวันออกกลางอย่างลงตัว เมืองที่เต็มไปด้วยศิลปะโรมัน และมัสยิดในศิลปะไบเซนไทน์ ให้ท่าได้ถ่ายรูปกับ Kocatepe Mosque สร้างในศิลปะนีโอออตมาน เมื่อปี 1967 และถือเป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดแห่งกรุงอังการ่า ระยะทาง 315 ก.ม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.40 ชม.
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม ROYAL CARINE HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่ห้าของการเดินทาง อังการ่า – อิสตันบูล – พระราชวังโดลมาบาเช –
ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองอิสตันบูล (Istanbul) เมื่องสำคัญอันดับ 1 ของประเทศ เดิมชื่อ คอนสแตนติโนเปิล เป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศตุรกี ระยะทาง 450 ก.ม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชม.
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
บ่าย นำท่านเข้าชมพระราชวังโดลมาบาเช (Dolmabahce) สร้างโดยสุลต่านอับดุลเมจิต ในปี ค.ศ. 1843-1856 ยุคปลายอาณาจักรออตโตมัน เป็นพระราชวังสุดหรูหราอลังการที่ทุ่มสร้างคิดเป็นเงินในปัจจุบันถึงประมาณพันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างถึง 12 ปี ผสมผสานศิลปะแบบพระราชวังยุโรปกับแบบอาหรับอย่างสวยงาม ชมโคมไฟระย้าขนาดใหญ่น้ำหนักถึง 4.5 ตัน เครื่องแก้วเจียระไน และพรมทอผืนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ต่อจากนั้นนำท่านล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งเป็นช่องแคบที่เชื่อมทะเลดำ (The Black Sea) เข้ากับทะเลมาร์มาร่า (Sea of Marmara) ความยาวทั้งสิ้น ประมาณ 32 กิโลเมตร ความกว้างตั้งแต่ 500 เมตร จนถึง 3 กิโลเมตร ถือว่าสุดขอบของทวีปยุโรปและสุดขอบของทวีปเอเชียมาพบกันที่นี่ นอกจากความ สวยงามแล้ว ช่องแคบบอสฟอรัสยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งในการป้องกันประเทศตุรกีอีกด้วย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม GOLDEN TULIP BAYRAMPASA หรือเทียบเท่า

วันที่หกของการเดินทาง สุเหร่าเซนต์โซเฟีย – พระราชวังทอปกาปึ – ฮิปโปโดม –
อ่างเก็บน้ำใต้ดิน เยเรบาตัน – สุเหร่าสีน้ำเงิน – แกรนด์บาซาร์
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเข้าชมสุเหร่าเซนต์โซเฟีย (Mosque of Hagia Sophia) หรือชื่อในปัจจุบัน พิพิธภัณฑ์ฮาเยียโซเฟีย (Ayasofya Museum) เดิมเคยเป็นโบสถ์ของคริสต์ศาสนา นิกายออร์โธดอกส์ ต่อมาถูกเปลี่ยนเป็นสุเหร่า ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ ถือเป็นสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง และ ถือเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง จุดเด่นอยู่ที่ยอดโดมขนาดมหึมากลางวิหาร และนับเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของสถาปัตยกรรมไบแซนไทน์ เข้าชมพระราชวังทอปกาปึ (Tokapi Palace) ซึ่งในอดีตเคยเป็นที่ประทับของสุลต่านแห่งราชวงศ์ออตโตมัน ปัจจุบันพระราชวังทอปกาปิกลายเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ใช้เก็บมหาสมบัติอันล้ำค่าอาทิ เช่น เพชร 96 กะรัต กริชทองประดับมรกต เครื่องลายครามจากจีน หยก มรกต ทับทิม และเครื่องทรงของสุลต่าน ฯลฯ (ภายในพระราชวังมีการปิดปรับปรุงบางส่วน อาจจะทำให้ไม่สามารถเข้าชมได้ทั้งหมด) จากนั้นนำท่านชมบริเวณจัตุรัสสุลต่านอาห์เหม็ด (Sultan Ahmed Complex) มีชื่อเรียกโบราณคือ ฮิปโปโดม (Hippodrome) ตั้งอยู่หน้าสุเหร่าสีน้ำเงิน เดิมเป็นลานแข่งรถม้าและศูนย์กลางเมืองในยุคไบแซนไทน์
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
บ่าย นำเข้าชมสุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ทางศาสนา ชื่อนี้ได้มาจากกระเบื้องเคลือบสีน้ำเงินที่ใช้ปูตลอดแนวฝาผนังด้านใน และถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่ซึ่งเคยเป็นวังของจักรพรรดิไบเซนไทน์ โดยสุลต่านอาห์เหม็ตที่ 1 ค.ศ. 1609 ใช้เวลาสร้างทั้งหมด 7 ปี จากนั้นเข้าชมอ่างเก็บน้ำใต้ดินเยเรบาตัน (Yerebatan Saray or The Underground Cistern) ซึ่งเป็นอุโมงค์เก็บน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในนครอิสตันบูล สามารถเก็บน้ำได้มากถึง 88,000 ลูกบาศก์เมตร สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 6 กว้าง 70 เมตร ยาว 140 เมตร ลึก 8 เมตร ภายในอุโมงค์ มีเสากรีกต้นสูงใหญ่ค้ำเรียงรายเป็นแถวถึง 336 ต้น และมีเสาต้นที่เด่นมากคือ เสาเมดูซ่า จากนั้นเดินทางสู่ตลาดในร่ม (Kapali Carsisi หรือ Covered Bazaar) หรือ แกรนด์บาซาร์ (Grand Bazaar) เป็นตลาดเก่าแก่ สร้างครั้งแรกในสมัยสุลต่านเมห์เม็ดที่ 2 เมื่อปี ค.ศ. 1461 ตลาดนี้กินเนื้อที่กว่า 2 แสนตารางเมตร ประกอบด้วยร้านค้ากว่า 4,000 ร้าน ขายของสารพัด ตั้งแต่ทองหยอง เครื่องประดับ พรม เครื่องเงิน เครื่องหนัง กระเบื้อง เครื่องทองแดง ทองเหลือง สินค้าหัตถกรรม ของที่ระลึก ฯลฯ
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม GOLDEN TULIP BAYRAMPASA หรือเทียบเท่า

วันที่เจ็ดของการเดินทาง อิสตันบูล – เฟอร์รี่ข้ามช่องแคบดาร์ดะเนลส์ –
ม้าไม้จำลองแห่งทรอย – ชานัคคาเล
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านนั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามช่องแคบดาร์ดะเนลส์ (Dardanelles) เป็นช่องแคบ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ที่กั้นระหว่างคาบสมุทรกัลลิโพลี (Gallipoli) ของตุรกีส่วนที่อยู่ในทวีปยุโรปกับตุรกีส่วนที่อยู่ในทวีปเอเชีย เชื่อมทะเลมาร์มะรา (Sea of Marmara) กับทะเลอีเจียน (Aegean) ระยะทาง 306 ก.ม. ใช้เวลาเดินทาง
ประมาณ 4 ชม.
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
นำท่านชมและถ่ายรูปคู่กับม้าไม้จำลองแห่งทรอย (Wooden Horse of Troy) นำท่านชมเมืองทรอย (Troy) ปัจจุบันกรุงทรอยตั้งอยู่ในเมืองชานัคคาเล ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง บริเวณกรุงทรอย มีการจัดแสดงแบบจำลองกรุงทรอย และเรื่องราวการค้นพบโดยนักโบราณคดี พร้อมทั้งภาพแผนผังเมืองทรอยที่ถูกสร้างซ้อนทับกันถึง 9 ชั้น มีซากเมืองเก่า กำแพง ประตู และม้าไม้จำลองแห่งทรอย ซึ่งเปรียบเสมือนสัญญลักษณ์อันชาญฉลาดด้านกลศึกของนักรบโบราณโดยเป็นสาเหตุทำให้กรุงทรอยแตก ให้เวลาท่านชมและถ่ายรูปคู่กับม้าไม้จำลองแห่งทรอย นำท่านเดินทางสู่เมืองชานัคคาเล (Canakkale) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าตลอดจนชุมทางการเดินรถ และขนถ่ายสินค้าจากเอเชียสู่ยุโรป นับตั้งแต่สุลต่านอาห์เม็ดที่ 2 ได้สร้างป้อมปราการขึ้นที่นี่เมื่อปี 1452 เมืองชานัคคาเล่ในอดีตเป็นที่ตั้งของสมรภูมิรบกัลลิโปลี สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อฝ่ายสัมพันธมิตรต้องการรุกคืบหน้า เข้าไปยังช่องแคบคาร์ดาแนลส์ เพื่อบีบให้ตุรกีถอนตัวออกจากสงครามโลก

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม IRIS HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่แปดของการเดินทาง ชานัคคาเล – เพอร์กามัม – วิหารอะโครโปลิส – คูซาดาสึ –
เมืองโบราณเอเฟซุส
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองเพอร์กามัม (Pergamon) ตั้งอยู่ในบริเวณอะนาโตเลียห่างจากทะเลอีเจียนประมาณ 30 กม.ทางด้านเหนือของแม่น้ำไคซูส ผ่านชมเมืองเพอร์กามัม เป็นเมืองโบราณของกรีกที่มีความสำคัญของพวกเฮเลนนิสติก ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ คือ วิหารอะโครโปลิส (Acropolis) นครบนที่สูง เป็นโครงสร้างฐานในการป้องกันเมืองของอาณาจักรกรีกและโรมัน ซึ่งผู้ตั้งถิ่นฐานในสมัยนั้นมักเลือกที่สูง ซึ่งมักจะเป็นเนินเขาที่ด้านหนึ่งเป็นผาชัน และกลายเป็นศูนย์กลางของมหานครใหญ่ ที่เติบโตรุ่งเรืองอยู่บนที่ราบเบื้องล่างที่รายล้อมป้อมปราการเหล่านี้ ระยะทาง 215 ก.ม. ใช้เวลาเดินทาง
ประมาณ 3.30 ชม.
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
ออกเดินทางไปยังเมืองคูซาดาสึ (Kusadasi) อันเป็นที่ตั้งของเมืองเอฟฟิซุส (City of Ephesus) เมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษา ไว้เป็นอย่างดี ที่สุดเมืองหนึ่ง เคยเป็นที่อยู่ของชาวโยนก (Ionia) จากกรีกซึ่งอพยพเข้ามาปักหลักสร้างเมืองขึ้นที่นี่ เมื่อประมาณ 1,000 ปีก่อนคริสตกาล ต่อมาถูกรุกรานเข้ายึดครองโดยพวกเปอร์เซีย และกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราช ภายหลังเมื่อโรมันเข้าครอบครองก็ได้สถาปนา “เอเฟซุส” ขึ้นเป็นเมืองหลวงต่างจังหวัดของโรมัน เราได้เดินบนถนนหินอ่อนผ่านใจกลางเมืองเก่าที่สองข้างทาง เต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างที่ปรักหักพังเมื่อสมัย 2,000 ปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นวัดต่างๆ หอสมุด โรงละครกลางแจ้งที่สามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 30,000 คน ซึ่งยังคงใช้งานได้จนถึงปัจจุบันนี้ มีคอนเสิร์ตของฮูลิโอ อิงเกลเซียส มาแสดง นำท่านเดินทางเข้าสู่เมืองโบราณเอเฟซุส (City of Ephesus) ที่ยิ่งใหญ่และงดงามจนกระทั่งจารึกว่า “มหานครแห่งแรกและยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเซีย” เมืองโบราณที่สมบูรณ์และมั่งคั่งที่สุด ถนนทุกสายปูด้วยหินอ่อน ชมห้องสมุดเซลซุส (The Library of Celsus) ห้องสมุดแห่งนี้มีทางเข้า 3 ทาง โดยบริเวณประตูทางเข้ามีรูปแกะสลักเทพี 4 องค์ประดับอยู่ ได้แก่ เทพีแห่งปัญญา เทพีแห่งคุณธรรม เทพีแห่งความเฉลียวฉลาด และเทพีแห่งความรู้ รูปแกะสลักเทพีทั้ง 4 องค์นี้เป็นของจำลอง ส่วนของจริงนักโบราณคดีชาวออสเตรียได้นำกลับไปออสเตรียและตั้งแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์กรุงเวียนนา แวะชมโรงละครเอเฟซุส ซึ่งจุคนได้ประมาณ 30,000 คน เป็นโรงละครกลางแจ้งที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโรงละครโบราณในตุรกี มีลานแสดงตรงกลางแวดล้อมด้วยที่นั่งชมไล่ระดับขึ้นไป ปัจจุบันยังสามารถใช้งานได้ดีอยู่และมีการจัดการแสดงแสงสีเสียงบ้างเป็นครั้งคราวห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ (Roman Bath) ที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องอบไอน้ำให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้ นำท่านเข้าชมบ้านของพระแม่มารี (House of vergin mary) ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารีมาอาศัยและสิ้นพระชนม์ในบ้านหลังนี้ ถูกค้นพบอย่างปาฏิหาริย์โดยแม่ชีตาบอดชาวเยอรมันชื่อ แอนนา แคเทอรีน เอมเมอริช Anna Catherine Emmerich ค.ศ. 1774-1824 หลังจากนั้นนำท่านเยี่ยมชมโรงงานหนังชั้นนำ Leather Fashion House โรงงานผลิตเสื้อหนังคุณภาพดี ให้ท่านมีเวลาเลือกซื้อ ผลิตภัณฑ์เสื้อหนัง ตามอัธยาศัย ระยะทาง 200 ก.ม. ใช้เวลาเดินทาง
ประมาณ 2.50 ชม.
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม CARINA HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่เก้าของการเดินทาง คูซาดาสึ – โบดรัม – สนามบิน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
07.00 น. นำเดินทางสู่สนามบินโบดรัมมิลัส ระยะทาง 150 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชม.
12.55 น. ออกเดินทาง โดยเที่ยวบินที่ QR 318
17.20 น. ถึงสนามบินกรุงโดฮา เพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง
20.05 น. ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยเที่ยวบินที่ QR 836
วันที่สิบของการเดินทาง โดฮา – กรุงเทพฯ
07.05 น. คณะเดินทางกลับถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ
ทัวร์ตุรกี