ทัวร์พม่า

ทัวร์พม่า ย่างกุ้ง หงสาวดี อินแขวน 3วัน 2คืน (UB)

ราคาเริ่มต้น 9,997 ฿ ดาวน์โหลด PDF จองทัวร์

รหัส: RGN-UB-079 Tag:
สายการบิน: MYANMAR NATIONAL AIRLINES  UB

ทัวร์พม่า
นำท่านสักการะ พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี หรือ พระนอนตาหวาน นมัสการพระพุทธรูปนอนที่มีความยาว 55 ฟุต สูง 16 ฟุต ซึ่งเป็นพระนอนที่มีความสวยที่สุด มีขนตาที่งดงาม พระบาทมีภาพมงคล 108 ประการ และพระบาทซ้อนกัน ซึ่งแตกต่างกับศิลปะของไทย จากนั้นนำท่านสักการะ เจดียโบตาทาวน์ สร้างโดยทหารพันนาย เพื่อบรรจุพระบรมธาตุ ที่พระสงฆ์ อินเดีย 8 รูป ได้นำมาเมื่อ 2,000 ปีก่อน ในปี 2466 เจดีย์แห่งนี้ถูกระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตร เข้ากลางองค์ จึงพบโกศทาองคำบรรจุพระเกศาธาตุ และพระบรมธาตุอีก 2 องค์ และพบพระพุทธรูป ทอง เงิน สำริด 700 องค์ และจารึกดินเผาภาษาบาลี และตัวหนังสือพราหมณ์อินเดียทางใต้ ต้นแบบ ภาษาพม่า ภายในเจดีย์ประดับด้วยกระเบื้องสีสันงดงาม และมีมุมสำหรับฝึกสมาธิ หลายจุด ในองค์พระเจดีย์ จากนั้นนำท่านขอพร นัตโบโบยี หรือพระเทพทันใจ เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ของชาวพม่า และชาวไทย

วันที่เดินทาง

4-6 พ.ค. 61, 11-13 พ.ค. 61, 12-14 พ.ค. 61, 18-20 พ.ค. 61, 19-21 พ.ค. 61, 25-27 พ.ค. 61, 26-28 พ.ค. 61, 5-7 พ.ค. 61, 1-3 มิ.ย. 61, 2-4 มิ.ย. 61, 8-10 มิ.ย. 61, 15-17 มิ.ย. 61, 6-8 ก.ค. 61, 13-15 ก.ค. 61, 3-5 ส.ค. 61, 10-12 ส.ค. 61, 17-19 ส.ค. 61, 24-26 ส.ค. 61, 27-29 ก.ค. 61, 11-13 ส.ค. 61, 22-24 มิ.ย. 61, 20-22 ก.ค. 61, 21-23 ก.ค. 61, 28-30 ก.ค. 61, 16-18 มิ.ย. 61, 23-25 มิ.ย. 61, 24-26 ก.ย. 61, 11-13 มิ.ย. 61, 7-9 ก.ค. 61, 14-16 ก.ค. 61, 4-6 ส.ค. 61, 18-20 ส.ค. 61, 25-27 ส.ค. 61, 7-9 ก.ย. 61, 4-6 ก.ย. 61, 10-12 ก.ย. 61, 11-13 ก.ย. 61, 17-19 ก.ย. 61, 18-20 ก.ย. 61, 25-27 ก.ย. 61

ทัวร์พม่า
วันแรก กรุงเทพฯ – ย่างกุ้ง – พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี – เจดีย์โบตาทาวน์ – เทพทันใจ เทพกระซิบ – พระมหาเจดีย์ชเวดากอง ( – / L / D )
07.30 น. พร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก
ชั้น 4 ประตู 5 เคาน์เตอร์ K สายการบิน Myanmar national Airlines (UB) โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวกการเดินทางแก่ท่าน
10.40 น ออกเดินทางสู่กรุงย่างกุ้ง โดยเที่ยวบินที่ UB 020
(บริการอาหารว่างบนเครื่อง)

11.10 น. เดินทางถึง สนามบินมิงกาลาดง กรุงย่างกุ้ง ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (เวลาท้องถิ่นที่เมียนม่าร์ ช้ากว่าไทยครึ่งชั่วโมง)
เที่ยง  บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านสักการะ พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี หรือ พระนอนตาหวาน นมัสการพระพุทธรูปนอนที่มีความยาว 55 ฟุต สูง 16 ฟุต ซึ่งเป็นพระนอนที่มีความสวยที่สุด มีขนตาที่งดงาม พระบาทมีภาพมงคล 108 ประการ และพระบาทซ้อนกัน ซึ่งแตกต่างกับศิลปะของไทย จากนั้นนำท่านสักการะ เจดียโบตาทาวน์ สร้างโดยทหารพันนาย เพื่อบรรจุพระบรมธาตุ ที่พระสงฆ์ อินเดีย 8 รูป ได้นำมาเมื่อ 2,000 ปีก่อน ในปี 2466 เจดีย์แห่งนี้ถูกระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตร เข้ากลางองค์ จึงพบโกศทาองคำบรรจุพระเกศาธาตุ และพระบรมธาตุอีก 2 องค์ และพบพระพุทธรูป ทอง เงิน สำริด 700 องค์ และจารึกดินเผาภาษาบาลี และตัวหนังสือพราหมณ์อินเดียทางใต้ ต้นแบบ ภาษาพม่า ภายในเจดีย์ประดับด้วยกระเบื้องสีสันงดงาม และมีมุมสำหรับฝึกสมาธิ หลายจุด ในองค์พระเจดีย์ จากนั้นนำท่านขอพร นัตโบโบยี หรือพระเทพทันใจ เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ของชาวพม่า และชาวไทย

วิธีสักการะรูปปั้นเทพทันใจ (นัตโบโบยี) เพื่อขอสิ่งใดแล้วสมตามความปราถนา ก็ให้เอาดอกไม้ ผลไม้ โดยเฉพาะมะพร้าวอ่อน กล้วย
หรือผลไม้อื่นๆ มาสักการะนัตโบโบยีจะชอบมาก จากนั้นก็ให้เอาเงินจะเป็นดอลล่า บาท หรือจ๊าต ก็ได้ (แต่แนะนำให้เอาเงินบาทดีกว่า เพราะเรา เป็นคนไทย) แล้วเอาไปใส่มือของนัตโบโบยีสัก 2 ใบ ไหว้ขอพรแล้วดึงกลับมา 1 ใบ เอามาเก็บรักษาไว้ จากนั้นก็เอาหน้าผากไปแตะกับนิ้วชี้ของนัตโบโบยี แค่นี้ท่านก็จะสมตามความปราถนาที่ขอไว้ จากนั้นนำท่านข้ามฝั่งไปอีกฟากหนึ่งของถนน เพื่อสักการะ เทพกระซิบ ซึ่งมีนามว่า
“อะมาดอร์เมี๊ยะ” ตามตำนานหล่าวว่า นางเป็นธิดาของพญานาค ที่เกิดศรัทธาในพุทธศาสนา อย่างแรงกล้า รักษาศีล ไม่ยอมกินเนื้อสัตว์ จนเมื่อสิ้นชีวิตไปกลายเป็นนัต ซึ่งชาวพม่าเคารพกราบไหว้ กันมานานแล้ว ซึ่งการขอพรเทพกระซิบต้องไปกระซิบเบาๆ ห้ามคนอื่นได้ยิน ชาวพม่านิยมขอพร จากเทพองค์นี้กันมากเช่านกัน การบูชาเทพกระซิบ บูชาด้วยน้ำนม ข้าวตอก ดอกไม้ และผลไม้ จากนั้นนำท่านนมัสการ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระเจดีย์ทองคำคู่บ้านคู่เมืองประเทศพม่า อายุมากว่าสองพันห้าร้อยกว่าปี เจดีย์ทองแห่งเมืองตากอง หรือ ตะเกิง ชื่อเดิมของเมืองย่างกุ้ง มหาเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในพม่า สถานที่แห่งนี้มี ลานอธิฐาน จุดที่บุเรงนองมาขอพรก่อนออกรบ ท่านสามารถนำดอกไม้ธูปเทียน ไปไหว้เพื่อขอพรจากองค์เจดีย์ชเวดากอง ณ ลานอธิษฐานเพื่อเสริม สร้างบารมี และสิริมงคล นอกจากนี้รอบองค์เจดีย์ยังมีพระประจำวันเกิดประดิษฐานทั้งแปดทิศรวม 8 องค์ หากใครเกิดวันไหนก็ให้ไปสรงน้ำพระประจำวันเกิดตน จะเป็นสิริมงคลแก่ชิวิต พระเจดีย์นี้ ได้รับการบูรณะ และต่อเติมโดยกษัตริย์หลายรัชกาล องค์เจดีย์ห่อหุ้มด้วยแผ่นทองคำทั้งหมด น้ำหนักยี่สิบสามตัน ภายในประดิษฐานเส้นพระเกศาธาตุ ของพระพุทธเจ้า จำนวนแปดเส้น และเครื่องอัฐะบริขารของพระพุทธเจ้าองค์ก่อนทั้งสามพระองค์ บนยอดประดับด้วยเพชรพลอย และอัญมณีต่างๆ จำนวนมาก และยังมีเพชรขนาดใหญ่ประดับอยู่บนยอดบริเวณเจดีย์ จะได้ชม ความงามของวิหารสี่ทิศ ซึ่งทำเป็นศาลาโถงครอบด้วยหลังคาทรงประสาทซ้อนเป็นขั้นๆ งานศิลปะ และสถาปัตยกรรมทุกชิ้น ที่รวมกันขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของพุทธเจดีย์ล้วนมีตำนาน และภูมิหลังความเป็นมา ทั้งสิ้น ชมระฆังใบใหญ่ที่อังกฤษพยายามจะเอาไปแต่เกิดพลัดตก แม่น้ำย่างกุ้งเสียก่อนอังกฤษ กู้เท่าไหร่ก็ไม่ขึ้นภายหลังชาวพม่า ช่วยกันกู้ขึ้นมาแขวนไว้ที่เดิมได้ จึงถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความสามัคคี ซึ่งชาวพม่าถือว่าเป็นระฆังศักดิ์สิทธิ์ ให้ตีระฆัง 3 ครั้ง และอธิษฐานขออะไรก็จะได้ดั่งใจต้องการ จากนั้นให้ท่านชมแสงของอัญมณี ที่ประดับบนยอดฉัตร โดยจุดชมแต่ละจุด ท่านจะได้เห็นแสงสีต่างกันออกไป เช่น สีเหลือง, สีน้ำเงิน, สีส้ม, สีแดง เป็นต้น

19.00 น.  บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร *** เมนูพิเศษ สลัดกุ้งมังกร เป็ดปักกิ่ง

ที่พัก IBIS STYLES HOTEL / GRAND UNITED / VINTAGE LAXURY HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่สอง หงสาวดี – พระราชวังบุเรงนอง – ตักบาตรพระ 1,000 รูป ณ วัดไจ๊คะวาย – พระะธาตุมุเตา – เจดีย์ชเวมอดอร์ – พระธาตุอินแขวน (รวมค่ากระเช้าขึ้นพระธาตุอินแขวน) ( B / L / D )
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
8.00 น. นำท่านเดินทางโดยรถโค้ชสู่ เมืองหงสาวดี หรือคนมอญเรียกว่า เมืองพะโค ซึ่งในอดีตเป็นเมืองหลวง ที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองมอญโบราณที่ยิ่งใหญ่ และ อายุมากกว่า 400 ปี อยู่ห่างจากเมืองย่างกุ้ง (ระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.45 ชม. จากนั้นนำชม พระราชวังบุเรงนอง และบัลลังก์ผึ้ง ซึ่งเพิ่มเริ่มขุดค้น และบูรณปฏิสังขรณ์เมื่อปี พ.ศ.2533 จากซากปรักหักพังที่ยังหลงเหลืออยู่ ทำให้สันนิษฐานได้ว่าโบราณสถานแห่งนี้ เป็นที่ประทับ ของพระเจ้าบุเรงนอง ท่านผู้ที่ได้รับคำสรรเสริญว่าเป็น ผู้ชนะสิบทิศ และเป็นที่ประทับของ พระนางสุพรรณกัลยา และ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ครั้งต้องตกเป็นเชลยศึก เมื่อต้องเสีย

กรุงศรีอยุธยาให้แก่พม่า แต่ปัจจุบัน พระราชวังแห่งนี้ได้ เหลือเพียงแต่ร่องรอยทางประวัติศาสตร์ และถูกสร้างจำลองพระราชวัง และตำหนักต่างๆ ขึ้นมาใหม่โดยอ้างอิงจากพงศาวดาร หลังจากนั้นนำท่านตักบาตรพระสงฆ์กว่า 1,000 รูป วัดไจ้คะวาย สถานที่ที่มีพระภิกษุ และสามเณร ไปศึกษาพระไตรปิฎกเป็นจำนวนมาก ท่านสามารถนำสมุด ปากกา ดินสอไปบริจาคที่วัดแห่งนี้ได้

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร **เมนูพิเศษ กุ้งแม่น้ำย่าง
จากนั้น นำท่านเข้าชมพระธาตุที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหงสาวดี เป็นเจดีย์เก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง และเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า พระมหาเจีดีย์ชเวมอดอร์ หรือ พระธาตุมุเตา ภายใน บรรจุพระเกศาธาตุ ของพระพุทธเจ้า นำท่านนมัสการยอดเจดีย์หัก ซึ่งชาวมอญ และชาวพม่าเชื่อกันว่าเป็นจุดที่ศักดิ์สิทธิ์มาก ซึ่งเจดีย์นี้ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชของไทย เคยมาสักการะ พระเจดีย์มีความสูง 377 ฟุต สูงกว่า พระมหาเจดีย์ชเวดากอง 51 ฟุต มีจุดอธิษฐานที่ศักดิ์สิทธิ์อยู่ตรงบริเวณยอดฉัตร ที่ตกลงมาเมื่อปี พ.ศ 2473 ด้วยน้ำหนักที่ มหาศาลตกลงมายังพื้นล่าง แต่ยอดฉัตรกลับยังคงสภาพเดิม และไม่แตกกระจ่ายออกไป เป็นที่ร่ำลือถึงความศักดิ์สิทธิ์โดยแท้ และสถานที่แห่งนี้ยังเป็นสถานที่ที่พระเจ้าหงสาลิ้นดำ ใช้เป็นที่เจาะพระกรรณ (หู) ตามพระราชประเพณีโบราณ เพื่อทดสอบความกล้าหาญก่อนขึ้นครองราชย์ ท่านจะได้นมัสการ ณ จุดอธิษฐานอันศักดิ์สิทธิ์ และสามารถนำธูปไปค้ำกับยอดของเจดีย์องค์ที่หักลงมา เพื่อเป็นสิริมงคล ซึ่งเปรียมเมือนดั่งค้ำจุนชีวิตให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองไจ้โท แห่งรัฐมอญ ระหว่าทางท่านจะได้พบกับสะพานเหล็ก ที่ข้ามผ่าน แม่น้ำสะโตง สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งในอดีตขณะที่ 2 สมเด็ด พระนเรศวรกำลังรวบรวมคนไทย กลับอโยธยา ได้ถูกทหารพม่าไล่ตาม ซึ่งนำทัพโดย สุรกรรมาเป็นกองหน้า พระมหาอุปราชาเป็น กองหลวง ยกติดตามกองทัพไทยมา กองหน้าของพม่า ตามมาทันที่ริมแม่น้ำสะโตง ในขณะที่ฝ่ายไทย
ได้ข้ามแม่น้ำไปแล้ว พระองค์ได้คอยป้องกัน มิให้ข้าศึกข้ามตามมาได้ ได้มีการปะทะกัน ที่ริมฝั่งแม่น้ำสะโตง สมเด็จพระนเรศวรทรงใช้พระแสง เป็นดาบชุดยาวเก้าคืบ ยิงถูกสุรกรรมา แม่ทัพหน้าพม่าเสียชีวิตบนคอช้าง กองทัพของพม่า เห็นขวัญเสีย จึงถอยทัพกลับกรุงหงสาวดี พระแสงปืน ที่ใช้ยิงสุรกรรมาตาย บนคอช้างนี้ ได้นามปรากฎต่อมาว่า “พระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตง” นับเป็นพระแสง อัษฎาวุธ อันเป็นเครื่องราชูปโภค ยังปรากฎอยู่จนถึงทุกวันนี้ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระธาตุอินแขวน ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 45 นาที ก็จะถึง คินปุ้นแคมป์ เพื่อทำการเปลี่ยนเป็นรถท้องถิ่น หลังจากนั้นนำคณะนั่งกระเช้าชมวิวขึ้นพระธาตุอินแขวน เพื่อให้ลูกค้าได้ชมทัศนียภาพความสวยงามจากมุมสูง กระเช้าไฟฟ้าขึ้นพระธาตุอินแขวน รัฐมอญใช้งบประมาณ 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยอุปกรณ์ทั้งหมดสั่งนำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส เพื่อบริการนักท่องเที่ยวขึ้นไปไหว้พระธาตุสะดวกสบายมากขึ้น ใช้เวลาเพียง 10 นาที จากสถานีเขาฤษี ขึ้นไปถึงสถานีองค์พระธาตุ

พักที่ KHYAITHIYO HOTEL / YOE YOE LAY HOTEL
นำท่านชม เจดีย์ไจ้ทีโย หรือ พระธาตุอินแขวน ( GOLDEN ROCK ) แปลว่า ก้อนหินทอง อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,200 เมตร ลักษณะเป็นเจดีย์องค์เล็กๆ สูงเพียง 5.5 เมตร ตั้งอยู่บนก้อนหินกลมๆ ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาอย่างหมิ่นแหม่ แต่ชาวพม่ามักยืนกรานว่าไม่มีทางตก

เพราะพระเกศาธาตุศักดิ์สิทธ์ที่บรรจุอยู่ภายในพระเจดีย์องค์ย่อมทำให้หินก้อนนี้ทรงตัวอยู่ได้อย่าง
สมดุลเรื่อยไป ตามคติการบูชาพระธาตุประจำปีเกิดของชาวล้านนา พระธาตุอินแขวนนี้ให้ถือ
เป็น พระธาตุปีเกิดของปีจอ แทนพระเกตุแก้วจุฬามณีบนสรวงสวรรค์ โดยเชื่อว่า ถ้าผู้ใดได้มานมัสการพระธาตุอินแขวนนี้ครบ 3 ครั้ง ผู้นั้นจะมีแต่ความสุขความเจริญ พร้อมทั้ง ขอสิ่งใดก็จะได้สมดั่งปราถนาทุกประการ ท่านสามารถเตรียมแผ่นทองคำไปเพื่อปิดทอง องค์พระธาตุอินแขวน ( เข้าไปปิดทองได้เฉพาะสุภาพบุรุษ ส่วนสภาพสตรี สามารถอธิฐาน ปละฝากสุภาพบุรุษเข้าไปปิดแทนได้ )

19.00 บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นท่านสามารถขึ้นไปนมัสการ หรือนั่งสมาธิที่พระเจดีย์ได้ตลอดทั้งคืน แต่ประตูเหล็กที่เปิด สำหรับสุภาพบุรุษ จะเปิดถึงเวลา 22.00 น. ควรเตรียมเสื้อกันหนาว หรือกันลม หรือผ้าห่ม ผ้าพันคอม เบาะรองนั่ง เนื่องจากบนเขามีอุณหภูมิต่ำ และอากาศเย็น

วันที่สาม พระธาตุอินแขวน – พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว – เจดีย์ไจ๊ปุ่น – ช้อปปิ้งตลาดสก็อต
วัดบารมี (B / L /-)

05.00 น. อรุณสวัสดิ์ยามเช้า ท่านสามารถขึ้นไปใส่บาตรพระธาตุอินแขวนได้
06.30 น. บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
07.30 น. นำท่านอำลาที่พัก ออกเดินทางกลับถึงคินปู้นแคมป์ เปลี่ยนเป็นรถโค้ชปรับอากาศ พร้อมนำ
ท่านเดินทางสู่ กรุงหงสาวดี นำท่านนมัสการ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว พระพุทธรูปนอนที่ มีพุทธลักษณะที่สวยงาม ในแบบของมอญ ในปี พ.ศ 2524 ซึ่งเป็นที่เคารพของชาวพม่า ทั่วประเทศ และเป็นพระนอนที่งดงามที่สุดของพม่า องค์พระยาว 55 เมตร สูง 18 เมตร โดยพระบาทจะวางเหลื่อม พระบาท ซึ่งจะเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกับพระนอนของไทย จากนั้นนำชม เจดีย์ไจ๊ปุ่น สร้างในปี 1476 มีพระพุทธรูปปางประทับนั่งโดยรอบทั้ง 4 ทิศ สูง 30 เมตร ประกอบด้วย องค์สมเด็จพระสมณโคด มสัมมาสัมพุทธเจ้า (ผินพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ) พระพุทธเจ้าในอดีต สามพระองค์ คือ พระพุทธเจ้ามหา กัสสปะ (ทิศตะวันตก)KyaitKhwai Templeเล่ากันว่า สร้างขึ้นโดย สตรีสี่พี่น้องที่มีพุทธศรัทธาสูงส่ง และต่างให้สัตย์สาบาน ว่าจะรักษาพรหมจรรย์ ไว้ชั่วชีวิต ต่อมา 1 ใน 4 สาวหนีไปแต่งงาน ร่ำลือกันว่าทำใหพระพุทธรูปองค์ นั้นเกิดรอยร้าว ขึ้นมาทันที
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร **เมนูพิเศษ กุ้งแม่น้ำย่าง
จากนั้นนำท่านช้อปปิ้ง ตลากโบโจ๊ก อองซาน หรือ ตลาดสก็อต เป็นตลาดเก่าแก่ของชาวพม่า สร้างขึ้นโดยชาวสก็อตในสมัยที่ยังเป็นอาณานิคมของอังกฤษ เป็นลักษณะอาคารเรียงต่อกัน หลายหลัง สินค้าที่จำหน่ายในตลาดแห่งนี้มีหลากหลายชนิด เช่น เครื่องเงิน ที่มีศิลปะผลมระหวางมอญ กับพม่า ภาพวาด งานแกะสลักจากไม้ อัญมณี หยก ผ้าทอ เสื้อผ้าสำเร็จรูป แป้งทานาคา เป็นต้น
ได้เวลาอันสมควร

นำท่านเดินทางสู่ วัดบารมี สักการะพระเกศาของ พระพุทธเจ้า ที่เชื่อว่ายังมีชีวิตอยู่จริงด้วยองค์พระเกศาธาตุนี้เมื่อนำมาวาง จะสามารถ เคลื่อนไหวได้ อีกทั้งวัดนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นที่ เก็บองค์พระบรมสารีริกธาตุไว้มากที่สุดด้วย ไม่ว่าจะเป็นของพระโมคาลา พระสารีบุตร และองค์พระอรหันต์ต่างๆ (รับพระธาตุเพิ่มความเป็นสิริมงคงแก่ชีวิต ก่อนเดินทางกลับ)
ทัวร์พม่า