bhutan-300×169

ทัวร์ภูฏาน ดินแดนมังกรสายฟ้า 4 วัน 3 คืน (KB)

ราคาเริ่มต้น 44,900 ฿ ดาวน์โหลด PDF จองทัวร์

รหัส: BHU-KB-042 Tag:
สายการบิน: KB

ทัวร์ภูฏาน
ขอนำท่านเดินทางไปยังประเทศภูฏาน 4 วัน 3 คืน โดยสายการบิน Druk Air (KB) ชั้น Economy เยี่ยมชมเมืองทั้ง 3 เมืองหลัก พาโร-ทิมพู-พูนาคา โปรแกรมสวยบินเช้ากลับเย็น เที่ยวครบสถานที่สำคัญของทุกเมือง เข้าชมวัดถ้ำเสือซึ่งเป็นสถานที่แสวงบุญที่ชาวภูฏานเลื่อมใสศรัทธากันมากที่สุด เยี่ยมชมสถานอนุรักษ์สัตว์ประจําชาติของภูฏาน และพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์พื้นบ้าน นำท่านสักการะหลวงพ่อสัจธรรมซึ่งเป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่สุดของภูฏาน เข้าชมป้อมปราการ “ทิมพู ซอง” ซึ่งอยู่ติดกับที่ประทับของสมเด็จ

วันที่เดินทาง

12-15 ก.ค. 61, 26-29 ก.ค. 61, 21-24 มิ.ย. 61, 9-12 ส.ค. 61, 23-26 ส.ค. 61

ทัวร์ภูฏาน
วันแรก กรุงเทพฯ – พาโร – ทิมพู – ผ่านชมสำนักสงฆ์วัดตัมชู – ด่านซูซอม – หลวงพ่อสัจธรรม – ศูนย์อนุรักษ์สัตว์ทาคิน – ไปรษณีย์ภูฏาน – เมมโมเรียลโชเตน – ทิมพูซอง
03.00 น. คณะเดินทางพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก สายการบิน Druk Air (KB) เที่ยวบินที่ KB141 ออกเดินทางเวลา 05:00 เคาเตอร์ N ประตู 7 พบกับเจ้าหน้าที่จากบริษัทให้การต้อนรับพร้อมบริการกระเป๋าเข้าเช็คอิน พร้อมหัวหน้าทัวร์คอยให้บริการ
05.00 น. ออกเดินทางสู่ประเทศภูฎาน เดินทางสู่เมืองพาโร เมืองหน้าด่านสำคัญก่อนเดินทางสู่ดินแดนอื่น ๆในประเทศภูฏาน โดยสายการบิน Druk Air (KB) ออกเดินทางเวลา 05.00 มีอาหารบริการบนเครื่อง ระหว่างการเดินทางเครื่องจะทำการลงจอดที่ประเทศอินเดียเพื่อทำความสะอาดและเติมน้ำมันเป็นเวลา 45 นาทีโดยไม่ต้องลงจากเครื่องบินและเดินทางต่อไปยังประเทศภูฎาน
08.35 น. เดินทางถึงสนามบินเมืองพาโร
ทุกคนทั่วโลกที่เดินทางมายังประเทศภูฏานต้องเริ่มต้นจากเมืองนี้เพราะเมืองพาโรเป็นเมืองเดียวที่มีสนามบินนานาชาติ เมืองพาโรอยู่ที่ระดับความสูง 2,250 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีความสำคัญเพราะเคยเป็นเมืองหลวงของประเทศอีกทั้งยังมีวัดสำคัญหลายแห่งอยู่ที่เมืองนี้
เช้า หลังจากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยัง เมืองทิมพูเมืองหลวงปัจจุบันของประเทศภูฏานโดยใช้เวลาประมาณ 1.30 ชั่วโมง ระหว่างทางให้ท่านได้สัมผัสกับวิวภูเขาสลับซับซ้อนและมีแม่น้ำไหลผ่านสวยงามตลอดเส้นทาง ให้ท่านได้ผ่านชมสำนักสงฆ์ตัมชู ท่านสามารถเห็นวัดนี้ได้จากวิวทางด้านซ้ายระหว่างทาง สร้างโดยท่านลามะทังทนเกลโป ซึ่งเป็นผู้สร้างวัดนี้ขึ้น จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูป ณ จุดชมวิว ด่านชูซอม ซึ่งเป็นหน้าด่านก่อนเข้าเมืองทิมพู และเป็นบริเวณที่แม่น้ำจากพาโรและทิมพูมาบรรจบกัน ข้างๆ สะพานด่านชูซอมท่านจะได้เห็นสถูปสามอันออกแบบสไตน์ ภูฏาน เนปาล และทิเษต จากจุดนี้อีก 31 กิโลเมตรเราจะถึงเมืองทิมพู

เมืองทิมพูเป็นเมืองที่อยู่ในระดับความสูง 2,400 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นเมืองหลวงที่เล็กที่สุดของเอเชียและไม่มีสัญญาณไฟจราจร มีประชากรอยู่ประมาณ140,000 คน ผู้คนที่นี่ยิ้มแย้มแจ่มใส ใจดีและมักจะแต่งกายด้วยชุดประจำชาติ ชุดผู้ชายจะเรียกว่า โค (Kho) ส่วนชุดของผู้หญิงจะเรียกว่า คีร่า (Kira)
จากนั้นพาท่านขึ้นเขาไป สักการะหลวงพ่อสัจธรรม Buddha Dordenma statue (Buddha Point) พระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่สุดของภูฏาน หล่อสัมฤทธิ์ ประดิษฐานอยู่บริเวณเชิงเขาในเมืองทิมพู ทําหน้าที่ปกปักรักษาชาวเมืองทิมพู พาท่านเข้าไปไหว้สักการะภายในฐานองค์พระพุทธรูป จากจุดนี้ท่านจะได้เห็นเมืองทิมพูได้โดยรอบ

จากนั้นพาท่านชม “ทาคิน” ในสถานอนุรักษ์สัตว์ประจําชาติของภูฏาน (Takin Preservation Center) ซึ่งเป็นสัตว์ประจำชาติของภูฏาน ปัจจุบันหาดูได้ยากมากเนื่องจากเป็นสัตว์ที่อยู่ในป่าลึกและมีอยู่ที่เฉพาะบนภูเขาในแทบเทือกเขาหิมาลัย

เที่ยง  พักรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
เราจะพาท่านชม ที่ทำการไปรษณีย์ภูฏาน (General Post Office) ซึ่งท่านสามารถเลือกซื้อดวงตราไปรษณียากรที่งดงามของภูฏาน และความพิเศษที่ไปรษณีย์ภูฏานคือท่านสามารถถ่ายรูปตัวเองลงบนตราไปรษณีย์ซึ่งสามารถใช้ได้อย่างถูกกฎหมายและสามารถติดบนโปสการ์ดหรือจดหมายส่งกลับมาประเทศไทยและทั่วโลกได้อีกด้วย (ท่านสามารถเตรียมรูปท่านเองหรือรูปคนอื่นมาทำแสตมป์ได้ ค่าใช้จ่ายต่อท่านประมาณ 360 และ 500 นงูตรัมขึ้นอยู่กับชุดแสตมนั้น ๆ )
จากนั้นพาท่านเยี่ยมชม เมมโมเรียลโชเตน (Memorial Chortten) มหาสถูปเพื่อสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงอดีตกษัติริย์ จิกมี่ ดอร์จี วังชุก พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์องค์ที่ 3 ที่ปกครองประเทศภูฏานในช่วง ค.ศ. 1952-1972 และทรงได้รับพระฉายาว่า “พระบิดาแห่งภูฏานนยุคใหม่” สร้างขึ้นในปี 1974 สถานที่แห่งนี้ท่านจะเห็นคนเฒ่าคนแก่จำนวนหนึ่งมานั่งนับลูกปัดและเดินวนรอบสถูป

จากนั้นเราจะพาท่านั่งรถต่อไปยังอีกหนึ่งสถานที่สำคัญนั่นคือป้อมปราการ “ทิมพู ซอง” Thimphu Dzong หรือมีชื่อเป็นทางการว่า “ตาชิโช ซอง” (Tashicho Dzong) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองหลวงแห่งนี้ ป้อมปราการแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นในปี1907 ซึ่งนอกจากเป็นป้อมปราการแล้วยังเป็นอารามหลวงสำหรับพระอีกด้วย โดยตอนนี้สถานที่แห่งนี้เป็นที่ทำงานของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมีและทำเนียบรัฐบาล ที่นี่เราจะเห็นที่ประทับของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมีสามารถมอเข้าไปได้แต่ไม่สามารถถ่ายรูปได้

จากนั้นพาท่านเดินเล่นในตัวเมืองทิมพู เนื่องจากโรงแรมนั้นอยู่ใจกลางเมืองท่านสามารถเลือกได้ว่าจะเดินเล่นหรือพักผ่อนที่โรงแรมหรือไปใช้บริการแช่น้ำร้อน Premium Hot Stone Bath(Premium Hot Stone Bath ไม่รวมในค่าทัวร์ ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ 25 USD++ ต่อท่านใช้บริการพร้อมกันห้องละ 4 ท่าน มีสองห้อง) หลังจากนั้นเราจะนัดทานข้าวเย็นพร้อมกัน
[ Premium Hot Stone Bath ที่ภูฏานคือการแช่น้ำร้อน โดยการเลือกเอาหินธรรมชาติมาเผาจนแดงแล้วเอาใส่ลงไปในน้ำทำให้น้ำร้อนทำให้ได้แร่ธาติจากหิน ช่วยให้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ข้อต่อ และผ่อนคลาย นอกจากนั้นน้ำที่แช่จะใส่สมุนไพรพื้นบ้านอย่าง Khempa (Hemp) oil ที่ช่วยให้ท่านผ่อนคลายมากขึ้น สำหรับท่านที่เคยทำครั้งแรกแนะนำให้แช่ประมาณ 15 นาที สำหรับบริการนี้ระยะเวลาต่อครั้งอยู่ที่ 1 ชั่วโมง ซึ่งท่านสามารถใช้บริการสตีมและซาวน่าได้ ท่านต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ชั่วโมง และไม่ สามารถยกเลิกได้ ] *สามารถแจ้งได้ตั้งแต่ทำการจอง

เย็น  รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
พักที่โรงแรม Gakyil Hotel เมืองทิมพู หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
วันที่สอง ทิมพู – ดอร์ชูล่าพาส – วัดชิมิลาคัง – พูนาคาซอง – สะพานเหล็กที่ยาวที่สุดในภูฏาน –
ทิมพู – พาโร
เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม
ออกเดินทางสู่เมือง Punakha พูนาคา ระยะทางประมาณ 75 กิโลเมตร ทางเป็นถนนคดเคี้ยวใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง เมื่อก่อนจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงแต่ตอนนี้ถนนดีขึ้นแล้ว เมืองปูนาคานั้นเมื่อสมัยโบราณมีความสำคัญเพราะเป็นเมืองหลวงและเป็นเมืองที่กฏตัสองแรงได้รับการเลือกตั้งในปี1907 เมืองนี้จะมีระดับความสูงตั้งแต่ 1,000 – 4,800 เมตรจากระดับน้ำทะเล เมืองนี้จะข่อนข้างอุ่นกว่าเมืองพาโรและเมืองทิมพู
ระหว่างการเดินทางท่านสามารถชมทิวทัศน์ของภูเขาสูงสลับกันไปมา (โปรดเตรียมเสื้อหนาวมาด้วยเพราะจุดที่เราจะผ่านจะอยู่สูงกว่าเมืองทิมพูอยู่ราว ๆ 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล ส่วนเมื่อถึงเมืองพูนาคาอากาศจะอบอุ่นกว่าเมืองทิมพู เนื่องจากเมืองพูนาคาจะอยู่ที่ระดับความสูงที่ 1,300 เมตรจากระดับน้ำทะเล)

แวะพักยังจุดที่สูงที่สุดบนเส้นทางนี้อยู่ที่ 3,116 เมตรจากระดับน้ำทะเล (เป็นจุดที่สูงที่สุดของเมืองทิมพูและพูนาคา) ซึ่งเรียกว่า ดอร์ ชูลา (Dorchula Plass) และพาท่านชม สถูป “ดรุค วังเกล” (Druk Wangle Chorten) 108 องค์ (สถูปแห่งความเป็นสิริมงคล และสันติสุขของแผ่นดิน 108 องค์) สร้างขึ้นมาเพื่อถวายแกพระโพธิสัตว์ของชาววัชรยาน จุดนี้เป็นจุดที่สามารถยืนชมเทือกเขาหิมาลัยได้แบบกระจ่างตาที่สุด โดยเฉพาะในวันที่อากาศสดใสและฟ้าเปิด รวมถึง ยอดเขากังคาพูนซัม(Gangkhar Puensum) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศภูฏานซึ่งอยู่ในระดับความสูงที่ 7,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ณ จุดนี้เราจะแวะพักถ่ายรูป เข้าห้องน้ำ และออกเดินทางต่อไปยังเมืองปูนาคา
กลางวัน  พักรับประทานอาหารกลางวัน – ภัตตาคาร ที่ เมืองพูนาคา
จากร้านอาหารเราจะพาท่านเดินผ่านหมู่บ้าน Sobsukha เป็นหมู่บ้านเล็กๆมีทุ่งนาล้อมรอบโดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที เพื่อดูวิถีชีวิตของคนที่นี่และทุ่งนาขั้นบันได
พาท่านเดินไปยังวัดชิมิลาคัง (Chimi Lhakhang) วัดนี้ได้ถูกสร้างขึ้นในปี 1499 โดยพระงาหวัง ชอคเยล โดย ชาวภูฏานนิยมมาไหว้ขอพรในเรื่องครอบครัว อาทิ ขอลูก ขอพรให้ประสบความสำเร็จในเรื่องความรัก ขอพรให้ลูกหรือมาให้พระตั้งชื่อให้ลูก นอกจากนี้ยังเชื่อว่า สามารถขอพรให้ลูกเกิดมาหน้าตาดีได้ในขณะที่ตั้งครรภ์ ชื่อที่เป็นที่นิยมที่หากมาตั้งชื่อที่วัดนี้คือ คินเลย์ (ชื่อสถานที่) และ ชิมิ (ชื่อวัด)
นำท่านเที่ยวชม พูนาคาซอง (Punakha Dzong) ป้อมปราการประจำเมืองปูนาคา ปัจจุบันเป็นพระราชวังฤดูหนาวของพระสังฆราช ป้อมปราการแห่งถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1637-38 เป็นซองที่เก่าแก่ที่สุดเป็นอันดับสองและเป็นซองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองอีกด้วย ซองแห่งนี้ถูกทําลายหลายครั้ง จากไฟไหม้และภัยธรรมชาติแต่ได้รับการบูรณะอย่างต่อเนื่อง ป้อมปราการแห่งนี้สวยงามมากเพราะอยู่ตรงกลางระหว่าง แม่น้ำโพ (Po Chu)ซึ่งหมายถึงแม่น้ำพ่อ และแม่น้ำโม (Mo Chu)หมายถึงแม่น้ำแม่ไหลมาบรรจบกันเป็นแม่น้ำ ปูนา ซัง ชู(Puna Tsang Chu)หรืออีกชื่อเรียกว่า Sankosh river

หลังจากนั้น นำท่านชมสะพานเหล็กที่ยาวที่สุดในภูฏาน พาดผ่านแม่น้ำ แม่น้ำพ่อ และแม่น้ำโม (Mo Chu) ซึ่งประชาชนใช้สัญจรเพื่อข้ามข้ามมายังพูนาคาซอง

หลังจากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง เมืองพาโร
เย็น  รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
พักโรงแรม Orathang Hotel ระดับ 3 ดาว หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
วันที่สาม พาโร – พาโร Bird Eye View – วัดทักซัง
เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม
จากนั้นพาท่านแวะถ่ายรูป ณ จุดชมวิว Paro airport bird’s eye view point ซึ่งเป็นจุดที่สามารถเห็นสนามบินพาโรได้ทั้งสนามบิน จุดนี้สวยงามมากเพราะสนามบินนั้นโดนล้อมรอบด้วยหุบเขา
[ในประเทศภูฏานท่านจะได้ยินชื่อซองบ่อยๆเพราะว่าซองมีความหมายว่า ป้อมปราการ หรือ Fortress ซองที่ประเทศภูฏานจะสร้างเหมือนปราสาทโดยสมัยก่อนนั้นซองใช้ป้องกันข้าศึกที่จะเข้ามารุกรานเมือง แต่ในสมัยนี้ซองเป็นทั้งสถานที่ราชการ ที่พักของพระ มีโบสถ์อยู่ด้านใน ซองสำคัญในประเทศภูฏานจะมีอยู่กว่า 20 ซองทั่วประเทศ]

นำท่านเดินทางขึ้นสู่หมู่บ้านซัทซัมเพื่อขึ้นสู่เขาทักซังเพื่อไปยัง วัดทักซัง (Taktshang Goemba Monastery) ชื่อทักซังมีความหมายว่ารังเสือหรือ (Tiger Nest) ท่านสามารถเลือกว่าจะขี่ม้าหรือจะเดินขึ้นไปก็ได้ การขี่ม้าจะใช้เวลาประมาณ 30 นาทีซึ่งขึ้นไปได้จนถึงจุดจอดม้าและขึ้นม้าได้เฉพาะขาขึ้นเท่านั้นเพราะว่าขาลงนั้นหากนั่งม้าจะอันตรายมาก การเดินทางขึ้นเขาทักซังจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 -6 ชั่วโมงในการไป-กลับและขึ้นอยู่กับความเร็วในการเดินของกรุ๊ปด้วย โดยระหว่างทางจะมีจุดแวะพักซึ่งจะเป็น Café ซึ่งเราจะพักดื่มชาและเข้าห้องน้ำ เดินขึ้นต่อเพื่อที่จะถึงช่วงสุดท้ายที่จะต้องขึ้นลงบันไดกว่า 350 ขึ้นเพื่อที่จะขึ้นไปที่ตัววัดทักซัง เมื่อถึงตัววัดจะต้องฝากอุปกรณ์อิเล็กโทรนิคทุกชนิด (ลูกค้าหลายท่านจะถามว่าจะเดินไหวไหม ต้องตอบเลยว่าทริปเราไม่รีบร้อนในการเดินขึ้นเพื่อที่แสวงบุญบนหุบเขาอันศักดิ์สิทธิ์นี้ เดินเรื่อย ๆชมบรรยากาศอันสวยงามบนเทือกเขา พักได้ตลอดทาง การขี่ม้าจะช่วยให้เดินขึ้นง่ายขึ้นมากเพราะว่าเมื่อถึงจุดจอดม้าจะเดินอีกไม่นานมาก หากลูกค้าท่านไดไม่สะดวกที่จะขึ้นเขาทักซังเราสามารถพาท่านไปเดินเที่ยวในเมืองพาโรแทนได้)
วัดทักซังเป็นวัดพุทธที่มีความเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูฏาน โดยถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1962 จุดเด่นอยู่ที่ตัววัดนั้นตั้งอยู่ริมผาซึ่งมีความสูงกว่า 900 เมตร ในเขตเมืองพาโร ด้วยความสูงเทียมฟ้าเช่นนี้เอง ทำให้วัดนั้นอยู่ท่ามกลางเมฆหมอกสีขาวที่ล้อมรอบวัด อีกทั้งยังสามารถชมวิวสวย ๆ ด้านล่างได้อย่างชัดเจนในวันที่ท้องฟ้าโปร่ง โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่หมู่มวลดอกไม้ต่างพากันชูช่อสวยงาม ด้านประวัติความเป็นมานั้น มีตำนานเล่าว่า แต่ก่อนพื้นที่บริเวณนี้จะถูกสร้างเป็นวัดนั้นท่านกูรูรินโปเช ( Guru Rinpoche) หรือท่านคุรุปัทมะสัมภวะ (Guru Padmasambhava) คนภูฏานจะเรียกท่านว่า กูรูรินโปเช (ท่านกูรูรินโปเชในแถบประเทษทิเบต ภูฏาน เนปาล และบางส่วนในประเทศอินเดียในแถบเทือกเขาหิมาลัยนั้นถือว่าท่าเหมือนพระพุทธเจ้าองที่สอง โดยตามวัดต่างๆที่ภูฏานจะมีรูปปั้นของท่านแทบทุกวัด) ได้ขี่หลังเสือมาเหยียบแผ่นดินภูฏานครั้งแรกและบำเพ็ญเพียรอยู่ในถ้ำแห่งนี้เป็นเวลา สามปี สามเดือน สามอาทิตย์ สามวัน สามชั่วโมง ครั้นจะเทศนาสั่งสอนผู้คนท่านจะกลายร่างเป็นมนุษย์เช่นเดิม และเมื่อคำสอนได้ผล ผู้คนต่างพากันเสื่อมใสในพระพุทธศาสนา จึงทำให้สถานที่นี้กลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ต่อมาจึงได้มีการสร้างวิหารขึ้นเพื่อแสดงถึงความนิยมด้านพระพุทธศาสนา และเมื่อเวลาผ่านไปเนิ่นนานทำให้ตัววิหารชำรุดทรุดโทรม จนท้ายที่สุดในปี ค.ศ. 1962 จึงมีการสร้างวัดทักซังหรือวัดรังเสือขึ้นมา และได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1998 จากเหตุเพลิงไหม้
กลางวัน  พักรับประทานอาหารกลางวัน – ภัตตาคาร
หลังจากนั้น พาท่านเดินเล่นในตัวเมืองพาโร เพื่อให้ท่านได้เลือกซื้อของที่ท่านต้องการไปฝากคนที่ท่านรัก หลังจากนี้จะไม่มีช้อปปิ้งแล้วควรเลือกซื้อให้เรียบร้อยตั้งแต่วันนี้
เย็น  รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร หลังรับประทานอาหารเย็นจะมีการแสดงพื้นบ้านและระบำหน้ากากซึ่งเป็นการแสดงที่สำคัญในประเทศภูฏาน ใช้เวลาประมาณ 45 นาที
พักโรงแรม Orathang Hotel ระดับ 3 ดาว หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
วันที่สี่ พาโร – ตาซอง – พาโรซอง – วัดคิชูลาคัง – สนามบิน
เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม
เดินทางสู่ตัวเมือง พาโร เยี่ยมชม พิพิธภัณท์สถานแห่งชาติ หรือ ป้อมปราการตาซอง (National Museum of Bhutan , Ta Dzong) ป้อมปราการตาซองสร้างขึ้นกลางคริสต์ศตวรรษที่ 17ภายนอกออกแบบให้มีรูปทรงกระบอก มีทั้งหมด 8 ชั้น โดยเป็นสถานที่เก็บรวบรวม ภาพพระบฏ อาวุธ เหรียญกษาปณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ สัตว์ป่าแถบเทือกเขาหิมาลัย ตลอดจน ดวงตราไปรษณีย์ แต่เนื่องด้วยเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ทำให้ตัวอาคารเสียหายอย่างหนักและเป็นอันตรายต่อการเข้าชมภายในตัวอาคาร นักท่องเที่ยวสามารถชมอาคารภายนอกได้และรัฐบาลภูฏานได้สร้างอาคารหลังใหม่เพื่อจัดแสดงแทน โดยที่อาคารหลังใหม่มี 2 ชั้นและจัดแสดงเพียง 4 ห้องเท่านั้น จากจุดนี้ท่านสามารถเห็นวิวสวยๆของสนามบินพาโรและตัวเมืองได้อย่างชัดเจน **จุดนี้จะอยู่บนยอดเขาเราจะพาท่านไปชมวิวมุมสูงของเมืองพาโรให้ท่านสามารถถ่ายรูปสวยๆได้

จากนั้นพาท่านเดินทางต่อเพื่อเยี่ยมชม พาโรริงปุงซอง (Paro Ringpung Dzong) ป้อมปราการยิ่งใหญ่ที่สุดของเมืองพาโร ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1645 ในสมัยของท่าน Shabdrung Ngwang Namgyel ผู้เป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่รวมประเทศภูฎานให้เป็นหนึ่งเดียวในช่วง คริสต์ศตวรรษที่ 17 ตั้งตระหง่านโดนเด่นอยู่ท่ามกลางหุบเขา ซึ่งตอนนี้สถานที่นี้มีไว้สำหรับส่วนบริหาร ศูนย์กลางทางการปกครองของเมืองพาโร และเป็นที่ตั้งของพระอารามหลวง มีพระสงฆ์จำวัดกว่า 200 รูป ที่นี่เคยเป็นที่ถ่ายทำหนัง Little Buddha ในปี 1993
จากสนามบินประมาณ10 นาที นำท่านเที่ยวชม วัดคิชู ลาคัง (Kyichu Lhakhang) หรือ วัดคิชู วัดคิชูเป็นวัดโบราณเก่าแก่ที่สุดของภูฏาน ตั้งอยู่ใจกลางหุบเขา พระเจ้าซองต์เซน กัมโป กษัตริย์ทิเบต ทรงสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 659 โดยที่ในเวลานั้นพื้นที่ของวัดยังเป็นของทิเบต ตำนานการสร้างวัดแห่งนี้น่าสนใจมาก เล่าสืบต่อกันมาว่า มีนางยักษ์ตนหนึ่งที่มีร่างกายใหญ่โตได้เข้ามาเหยียดแขนเหยียดขานอนทับอยู่บนพื้นที่ของทิเบตและเทือกเขาหิมาลัย เพื่อปิดกั้นไม่ให้ผู้คนที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาพุทธเข้ามายังพื้นที่นี้ พระเจ้าซองต์เซน กัมโป จึงทรงดำริสร้างวัดพุทธ 108 แห่ง ภายในวันเดียว เพื่อตรึงร่างนางยักษ์เอาไว้ โดยวัดคิชูในเมืองพาโรนั้นเป็น 1 ใน 108 แห่งดังกล่าว และเป็นพื้นที่ส่วนที่เท้าซ้ายของนางมารเหยียบอยู่ ส่วนอีกวัดหนึ่งในภูฏานอยู่ที่เมืองบุมทัง สร้างตรงเท้าขวาของยักษ์

เที่ยง  พักรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
เดินทางกลับสู่ กรุงเทพ – สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบิน Druk Air ออกเดินทาง 16:00 น. โดยเที่ยวบินที่ KB120 ถึงกรุงเทพเวลา 21:50 น.
ทัวร์ภูฏาน