BHU022

ทัวร์ภูฏาน พาโร ทิมพู ปูนาคา 5 วัน 4 คืน (KB)

ราคาเริ่มต้น 49,900 ฿ ดาวน์โหลด PDF จองทัวร์

รหัส: BHU-KB-039 Tag:
สายการบิน: Drukair-Royal-Bhutan-Airlines

ทัวร์ภูฏาน
นำคณะเดินทางถึงสนามบินพาโร เมืองพาโร ที่ระดับความสูง 2,200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลท่านสามารถมองเห็นทัศนียภาพอันสวยงามของเทือกเขาหิมาลัย เทือกเขาเอเวอร์เรสท์เทือกเขาคันเชงจุงก้าซึ่งเป็นเทือกเขาที่สูงเป็นอันดับ 3 ของโลกและสามารถมองเห็นเทือกเขาน้อยใหญ่แห่งหิมาลัยเช่นยอดเขามาคะลู ยอดเขาชมอนฮาริยอดเขาจีชูเดรก ยอดเขาซริมกาน และได้สูดอากาศบริสุทธ์

วันที่เดินทาง

18-22 ม.ค. 61, 15-19 ก.พ. 61, 1-5 มี.ค. 61, 22-26 มี.ค. 61, 12-16 เม.ย. 61, 5-9 เม.ย. 61, 10-14 พ.ค. 61, 14-18 มิ.ย. 61, 26-30 ก.ย. 61, 27-31 ก.ค. 61, 10-14 ส.ค. 61, 12-16 ต.ค. 61, 22-26 พ.ย. 61, 26-30 ธ.ค. 61

ทัวร์ภูฏาน

เที่ยววันแรกกรุงเทพฯ – พาโร– National Memorial Chorten–KuenselPhodrang–สวนสัตว์
ภูฏาน-ที่ทำการไปรษณีย์ภูฏาน

02.30 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 10 เคาน์เตอร์ M (1-5) เจ้าหน้าที่บริษัทฯ ให้การต้อนรับเพื่อเช็คอินตั๋วที่สายการบินดรุกแอร์ (Drukair)
04.30 น. นำคณะเดินทางสู่ประเทศภูฏาน โดยสายการบินดรุกแอร์ เที่ยวบินที่ KB-131(เครื่องจะแวะจอดประมาณ 50 นาทีที่เมืองแบกดอกรา ประเทศอินเดีย)
08.00 น. นำคณะเดินทางถึงสนามบินพาโร เมืองพาโร ที่ระดับความสูง 2,200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลท่านสามารถมองเห็นทัศนียภาพอันสวยงามของเทือกเขาหิมาลัย เทือกเขาเอเวอร์เรสท์เทือกเขาคันเชงจุงก้าซึ่งเป็นเทือกเขาที่สูงเป็นอันดับ 3 ของโลกและสามารถมองเห็นเทือกเขาน้อยใหญ่แห่งหิมาลัยเช่นยอดเขามาคะลู ยอดเขาชมอนฮาริยอดเขาจีชูเดรก ยอดเขาซริมกาน และได้สูดอากาศบริสุทธ์
หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้วนำคณะเดินทางเข้าสู่เมืองทิมพูระหว่างการเดินทางเชิญท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย
12.00 น รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร
นำคณะเดินทางเข้าชม National Memorial Chorten อนุสาวรีย์สถาปัตยกรรมภูฏาน เป็นสถูปกลางเมืองทิมพูที่สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1974 เป็นพระอนุสรณ์สถานเพื่อถวายพระเกียรติแด่สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ดอร์จิ วังชุก พระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 3 ของภูฏาน รอบๆอนุสาวรีย์ประดับตกแต่งด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังเป็นภาพพุทธประวัติและภาพพระพุทธรูปตางๆอันเป็นที่เคารพสักการะของชาวพุทธภูฏาน อนุสาวรีย์กึ่งสถูปนี้เป็นศูนย์กลางการปฏิบัติบูชาประจำของชาวเมืองทิมพู ทุกวันจะมีชาวภูฏานมาเดินวนรอบๆสถูป พร้อมกับสวดมนต์ภาวนาไปด้วย
13.00 น จากนั้นนำคณะเดินทางสู่สถานที่ท่องเที่ยว ท่องธรรม ที่สำคัญอีกจุดในเมืองทิมพูก็คือ จุดชมวิวตรงองค์พระใหญ่ KuenselPhodrangหรือ Big Buddhaที่สร้างอยู่ในทำเลที่เรียกได้ว่าฮวงจุ้ยดีที่สุดของภูฏาน เปิดให้เข้าชมมาได้สักพักแล้วครับ เป็นองค์พระพุทธรูปแห่งความเมตตา Vajra Throne Buddha หล่อด้วยทองแดง สูง 169 ฟุต พระพุทธรูปองค์นี้เป็นสัญลักษณ์ของสิ่งที่ไม่สามารถทำลายได้ ดังนั้น เมื่อประดิษฐานอยู่ที่สูง จึงดูราวกับว่า ท่านทรงมองลงมายังประชาชนชาวภูฏานอยู่ตลอดเวลา เพื่อช่วยคุ้มครอง
นำคณะเดินทางเข้าสู่ ทาคิน สวนสัตว์ภูฏานทาคิน (Burdorcastaxicolor) ซึ่งเป็นสัตว์ที่หายาก เพราะมีอยู่ในดินแดนภูฏานเพียงแห่งเดียว และอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ เป็นสัตว์ตีนกีบใหญ่และแข็งแรง เหมาะกับการเดินลุยหิมะได้อย่างสะดวกสบาย มีลักษณะคล้ายวัวผสมแพะตัวใหญ่ มีเขา ขนตามตัวมีสีดำ มีน้ำหนักตัวราว 250 กิโลกรัม มักจะอาศัยอยู่กันเป็นฝูงในป่าโปร่ง บนความสูงกว่า 4,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลขึ้นไป เป็นสัตว์กินหญ้า เคลื่อนไหวค่อนข้างช้า ร่อนเร่หากินอยู่บนเทือกเขาหิมาลัย สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1,000 ฟุต ขึ้นไป พบในภูฏาน ทิเบต และทางตะวันออกของจีน ชอบกินไม้ไผ่เป็นอาหาร
นำคณะเดินทางเข้าชม ที่ทำการไปรษณีย์ภูฏาน (Post Office) ซึ่งท่านสามารถเลือกซื้อดวงตราไปรษณียากรที่งดงามของภูฎาน มีให้เลือกหลายรูปแบบและราคา ทั้งรูปวิวทิวทัศน์ธรรมชาติ รูปวัดและป้อมปราการที่เรียกว่า ซอง (Dzong) รูปสัตว์ รูปดอกไม้ต่างๆ รวมทั้งยังมีสแตมป์3 มิติอีกด้วย และที่ไปรษณีย์ภูฏานท่านสามารถถ่ายรูปตัวเองเป็นตราไปรษณีย์ส่งกลับมาประเทศไทยได้ด้วย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำณภัตตาคาร
พัก ณ โรงแรม Amodhara Hotel หรือเทียบเท่า

เที่ยววันที่สอง ทิมพู –เมืองปูนาคา – วัดชิมิลาคัง – ปูนาคาซอง

เช้า บริการอาหารเช้าที่โรงแรม
จากนั้นนำคณะออกเดินทางสู่ เมืองปูนาคา(Punakha)ระยะทางประมาณ 75 กิโลเมตร แวะชม โดจูล่า (DochuLa) ที่ระดับความสูง 3,150 เมตร ให้ท่านชม สถูป 108 องค์ ที่ถูกโดยราชินีองค์ที่ 1 ในพระเจ้าจิกมี่ซิงเก วังชุก กษัตริย์องค์ที่ 4 แห่งราชวงศ์วังชุก เพื่อเป็นการขอบคุณพระสวามีและบุตรชายในการชนะสงครามและเดินทางกลับมาอย่างปลอดภัย และสถานที่นี้ในวันที่อากาศแจ่มใสท่านสามารถมองเห็นวิวของเทือกเขาหิมาลัยที่งดงามรวมถึงยอดเขากังก้าพุนซุม (GangkharPhuensum) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก (ที่ยังไม่มีผู้ใดสามารถปีนขึ้นไปได้) ซึ่งสูงถึง 7,500 เมตร ระหว่างทาง ท่านจะได้ชมวิวทิวทัศน์ของทุ่งนาขั้นบันไดและดอกไม้ที่บานตลอดเส้นทาง
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำคณะเดินทางเข้าชม วัดชิมิลาคัง(ChimiLhakhang) วัดนี้ได้ถูกค้นพบในปี 1499 โดยพระงาหวัง ชอคเยล ชาวภูฏานนิยมมาไหว้ขอพรในเรื่องครอบครัว อาทิ ขอพรให้ประสบความสำเร็จในเรื่องความรัก ขอพรให้ลูกหรือมาให้พระตั้งชื่อให้ลูก จากนั้นนำท่านชม จุดชมวิวแม่น้ำโพและแม่น้ำโม แม่น้ำสองสายที่ไหลมาบรรจบกันและมีป้อมปูนาคาซองตั้งตระหง่านอยู่ระหว่างแม่น้ำสองสาย เป็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามมากๆ นำท่านเที่ยวชม ปูนาคาซอง (PunakhaDzong) ป้อมปราการประจำเมืองปูนาคา ซึ่งสร้างขึ้นในปี 1637 โดยฉับดรุง งาวังนัมเกล โดยตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำโพ(แม่น้ำพ่อ)และแม่น้ำโม(แม่น้ำแม่) ปัจจุบันเป็นพระราชวังฤดูหนาวของพระสังฆราช ป้อมปราการแห่งนี้ถูกภัยธรรมชาติทำลายหลายครั้ง คือมีไฟไหม้และน้ำท่วม แต่ได้รับการบูรณะอย่างต่อเนื่อง สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับเมืองทิมพู
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พัก ณ โรงแรม Amodhara Hotel หรือเทียบเท่า

เที่ยววันที่สาม ปูนาคา – พาโร- คิชู ลาคัง(KyichuLhakhangTemple)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหาร
จากนั้นนำคณะเดินทางเข้าสู่เมืองพาโร ระหว่างการเดินทางเชิญทุกท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย สำผัสบรรยากาศอันงดงามสองข้างทางจากนั้นนำคณะเดินทางเข้าชม วัดตัมชู ภูฏาน จุดชมวิววัดตัมชู ตรงจุดบรรจบของแม่น้ำปาโรชูกับแม่น้ำทิมพูชู คือวัดตัมชู หรือวัดเขายอดอาชา ตั้งอยู่บนฝั่งซ้ายท่ามกลางทิวทัศน์ที่มีแม่น้ำสองสายมาบรรจบกัน ท่านลามะทังทนเกลโปเป็นผู้สร้างวัดนี้ขึ้นพร้อมสะพานเหล็กอีกสายหนึ่งขึ้นที่นี่ แต่สะพานถูกน้ำพัดทำลายลงในปี ค.ศ. 1969 สะพานที่เห็นในปัจจุบันเป็นของที่ใช้โซ่เหล็กสร้างขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 2005 โดยเลียนแบบสะพานสายเดิม
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร
นำคณะเดินทางสู่ คิชู ลาคัง(KyichuLhakhangTemple) ซึ่งเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูฏาน ตามประวัติว่า สร้างตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 12 หรือราว 1,300 ปี มาแล้ว ตั้งแต่สมัยที่ภูฎานยังเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของทิเบต โดย กษัตริย์ซองเซน กัมโป ซึ่งชาวทิเบต ยกย่องว่าเป็นผู้อัญเชิญศาสนาพุทธสายวัชรยานตันตระมาประดิษฐาน ในทิเบต โปรดให้สร้างวัด 108 แห่ง เพื่อตอกอวัยวะ 108 จุดของยักษ์ตนหนึ่งซึ่งนอนแผ่ทับเทือกเขาหิมาลัยไว้ หมายจะไม่ให้สัจธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าเผยแผ่ไปถึงโดยที่จุดที่สร้างวัดคิชู ที่เมืองพาโรเป็นเท้าซ้ายของยักษ์ (อีกวัดหนึ่งในภูฏานอยู่ที่เมืองบุมทัง สร้างตรงเข่าซ้ายของยักษ์) จากนั้นนำท่านชมวิหารเก่าแก่ตั้งแต่สมัยซองเซน กัมปุ ซึ่งปูพื้นด้วยไม้แผ่นใหญ่ตรงบริเวณเบื้อง หน้าพระปฏิมประธานมีรอยบุ๋มลึก เนื่องจากมีผู้แสวงบุญมายืน และก้มลงกราบ พระแบบ “อัษฎางคประดิษฐ์” (ร่างกายแตะพื้น 8 จุด) ซ้ำ ๆ กันเป็นเวลานานนับพันปี
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำณภัตตาคาร
พัก ณ โรงแรม Bhutan Mandala Resort หรือเทียบเท่า

เที่ยววันที่สี่ พาโร- วัดทักซัง-ชมตลาดเมืองปาโร
เช้า อรุณสวัสดิ์…  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่หมู่บ้านซัทซัม เพื่อขี่ม้า ขึ้นเขาทักซัง ณ ที่นี้เป็นที่ตั้งของ วัดทักซัง(Taktsang Monastery) ชื่อทักซังนี้มีความหมายว่าที่อยู่ของเสือ (Tiger’s Nest) ซึ่งตั้งตามตำนานความเชื่อเก่า วัดแห่งนี้จัดเป็นวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดในราชอาณาจักรภูฏาน เป็นวัดที่เก่าแก่สร้างในปี ค.ศ. 1692 เชื่อกันว่าพระคุรุปัทมาสัมภวะซึ่งเป็น องค์ปฐมาจารย์ผู้นำศาสนาพุทธลัทธิตันตระไปเผยแพร่ในทิเบตและราชอาณาจักรแห่งนี้ ประทับบนหลังเสือ แล้วเหาะขึ้นมาวิปัสสนากรรมฐานในถ้ำแห่งนี้เป็นเวลา 3 เดือน โดยชาวภูฏาน ทุกคนมีความปรารถนาแรงกล้าที่จะได้ขึ้นมาแสวงบุญที่ทักซังสักครั้งหนึ่งในชีวิต ซึ่งตั้งอยู่บนหน้าผาสูง 900 เมตรชายเขตเมืองพาโร(การเดินทางขึ้นไปยังวัดทักซัง รถบัสจะนำคณะมีที่จุดขึ้นม้าที่หมู่บ้านซัทซัม โดยจะมีคนเลี้ยงม้าคอยดูแล ตลอดการเดินม้า ท่านจะเพลิดเพลินกลับธรรมชาติ ตลอดการเดินทาง 1 ชั่วโมงครึ่ง ที่จะเดินทางถึง Café เพื่อพักผ่อนชมวิวของวัดทักซังพร้อมรับประทาน ชา/กาแฟ และอาหารว่าง หากท่านใดประสงค์จะไปถึงตัววัดทักซังจะต้องขี่ม้าไปอีกหนึ่งชั่วโมง และเดินโดยทางเท้าอีก 400 เมตร เพื่อลงบันไดประมาณ 250 ขั้น และเดินขึ้นบันได อีก 100 ขั้น จึงจะถึงตัววัด
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำณภัตตาคาร
พัก ณ โรงแรม Bhutan Mandala Resort หรือเทียบเท่า

เที่ยววันที่ห้า พาโรซอง – ช้อปปิ้ง – กรุงเทพฯ
เช้า อรุณสวัสดิ์…  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
09.00 น. นำคณะเดินทางเข้าชมความงดงามของ พาโรรินปุนซอง
11.00 น. จากนั้นนำคณะเดินทางเข้าชมตลาดเมืองปาโรท่านสามารถเลือกซื้อของฝากของที่ระลึกได้ซึ่งมีสินค้า ให้ท่านได้เลือกซื้อมากมายหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ของใช้ หรืออาหารพื้นเมืองต่างๆมากมาย
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร
13.30 น. จากนั้นได้เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบินพาโร ระหว่างการเดินทางเชิญทุกท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย
16.05 น. นำท่านเดินทางกลับกรุงเทพ โดยสายการบิน แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ KB-120
21.20 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
ทัวร์ภูฏาน