GER084

เยอรมัน ออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์ 7 วัน (EK)

ราคาเริ่มต้น 39,900 ฿ ดาวน์โหลด PDF จองทัวร์

รหัส: GER-EK-170 Tag:
สายการบิน: Image

มิวนิค จัตุรัสมาเรียนพลัทซ์ ซาลบูร์ก วังมิราเบล หมู่บ้านฮัลล์สตัทท์
อินส์บรูค ลูเซิร์น สะพานไม้ชาเปล รูปแกะสลักสิงโตบนหน้าผาหิน ซูริค

วันที่เดินทาง

6-12 ก.ค. 60, 10-16 ส.ค. 60, 19-25 ต.ค. 60, 29 เม.ย.-05 พ.ค. 60, 10-16 พ.ค. 60, 24-30 พ.ค. 60, 27 เม.ย.-03 พ.ค. 60, 07-13 มิ.ย. 60, 12-18เม.ย.60, 22-28มิ.ย.60, 17-23 พ.ค. 60, 3-9 พ.ค. 60, 4-10 พ.ค. 60, 7-13 พ.ค. 60, 31 พ.ค.-06 มิ.ย. 60, 6-14 พ.ค. 60, 27 ก.ค.-02 ส.ค. 60, 24-30 ส.ค. 60, 5-11 ต.ค. 60, 12-18 ต.ค. 60, 14-20 ก.ย. 60

วันแรก กรุงเทพฯ (ไทย)
17.30 น. พร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 9 แถว T สายการบินเอมิเรตส์ (EK) เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวก
21.05 น. ออกเดินทางสู่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 373 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
วันที่สอง ดูไบ-มิวนิค-สนามฟุตบอลอัลลิอันซ์ อารีน่า-BMW Welt-พระราชวังนิมเฟนบูร์ก -จัตุรัสมาเรียน (ยูเออี-เยอรมนี)
00.50 น. ถึงสนามบินเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง
03.20 น. เดินทางสู่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 53
(บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
08.35 น. ถึงสนามบินเมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว นำท่านถ่ายรูปด้านหน้าสนามฟุตบอลอัลลิอันซ์ อารีน่า นำท่านผ่านชมบริเวณสนามกีฬาโอลิมปิคที่มิวนิคได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพเมื่อ ปี ค.ศ. 1972 นำท่านเดินทางสู่ BMW WELT อาคารสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ที่ออกแบบเป็นรูปเมฆภายในจัดแสดงรถยนต์รุ่น ใหม่ทุกรุ่นของบีเอ็มดับบลิว อิสระท่านเลือกซื้อของที่ระลึกของบีเอ็มและมินิคูเปอร์
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านถ่ายรูปบริเวณด้านหน้าพระราชวังนิมเฟนบูร์ก (Nymphenburg Palace) เป็นวังฤดูร้อนของพระราชวงศ์ผู้ปกครองบาวาเรีย ผู้ริเริ่มสร้างปราสาทคือเฟอร์ดินานด์ มาเรีย เจ้าชาย อีเล็คเตอร์แห่งบาวาเรียและเฮ็นเรียตตา อเดลเลดแห่งซาวอยตามแบบของสถาปนิกอากอสติโนบาเรลลิในปี ค.ศ. 1664 หลังจากทรงมี พระโอรสองค์แรก, แม็กซิมิลเลียน ที่ 2 เอ็มมานูเอลเจ้าชาย อีเล็คเตอร์แห่งบาวาเรีย ส่วนกลางของวังสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1675 ก่อนขับรถพาชมสถานที่สำคัญๆ อาทิ พระราชวังหลวงเรสซิเด้นท์ ฯลฯ นำท่านสู่บริเวณ จัตุรัสมาเรียน ย่านเมืองเก่าที่มีสถาปัตยกรรมอันเป็นสัญลักษณ์ที่ส าคัญของมิวนิค เซ่น ศาลาว่าการเก่า ในรูปแบบศิลปะโกธิค, หอคอยของโบสถ์แม่พระที่มีรูปแบบคล้ายหัวหอมใหญ่ อิสระให้ทุกท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัย
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร เข้าสู่ที่พัก  ณ Best Western Munich Airport Hotel หรือระดับเดียวกัน
วันที่สาม ซาลบูร์ก-สวนมิราเบล-บ้านเกิดโมสาร์ท (ออสเตรีย)
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม เดินทางสู่เมืองซาลบูร์ (Salzburg) ออสเตรียซึ่งตั้งอยู่ทางทิศใต้ของสนามบินมิวนิค ประเทศเยอรมนี ซึ่งมีวิวทิวทัศน์สวยงามเป็นเอกลักษณ์ออสเตรีย เนินภูเขาหญ้า สลับทะเลสาบตลอดเส้นทาง นำท่านชมเมืองซาลบูร์กที่มีชื่อเสียงในเรื่องสถาปัตยกรรมบาร็อค ซึ่งได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะบริเวณเมืองเก่าจึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1997 ซาลบูร์กตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำซาลซัค (Salzach) และมีอาณาเขตติดกับเทือกเขา แอลป์ และยังเป็นบ้านเกิดของคีตกวีเอกในศตวรรษที่ 18 นามว่าวูล์ฟกัง อามาเดอุส โมสาท (Wolfgang Amadeus Mozart) และยังเป็นสถานที่ถ่ายทำของ The Sound of Music ภาพยนต์เพลงที่ยิ่งใหญ่ของฮอลิวู๊ด
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านชมสวนมิราเบล ภายในบริเวณวังมิราเบล ที่มีการจัดสวนในสไตล์ บาร็อกที่โด่งดังให้ท่านเก็บบันทึกภาพประทับใจไว้เป็นที่ระลึก นำท่านข้ามแม่น้ำซาลส์ซัคสู่ย่านเมืองเก่าและแวะบันทึกภาพปราสาทโฮเฮ็นซาลบูร์ก ที่ตั้งโดดเด่นอยู่บนเนินเหนือเมืองเก่า ต่อจากนั้นนำท่านชมบ้านเลขที่ 9 ถนน Geteidegasse แล้วอิสระให้ท่านชมร้านค้าที่รายเรียงอยู่สองข้างทางถนนคนเดินหรือจะแวะสักการะมหาวิหารของซาลบูร์ก ที่ตั้งอยู่ตรงจัตุรัสกลางเมืองเดินเที่ยวชมเมืองเก่าแถวบ้านเกิดของโมสาร์ทซึ่งเป็นส่วนที่เป็นมรดกโลกยูเนสโก้จดทะเบียนเมื่อปี ค.ศ.1996 ซึ่งก็เป็นปีเดียวที่ขึ้นทะเบียนให้ส่วนที่เป็นพระราชวังเชิร์นบรุนน์เมืองนี้ดูๆ อะไรก็ โมสาร์ทไปหมด เพราะไม่ว่าช็อกโกแลตของที่ระลึกนับร้อยชนิดร้อยอย่างก็ ตรารูปโมสาร์ทไป หมดทั้งสิ้น
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร นำท่านเข้าสู่ที่พัก  ณ Austria Trend Salzburg West Hotel หรือ ระดับเดียวกัน
วันที่สี่ ฮัลล์สตัทท์-อินส์บรูค-หลังคาทองคำ (ออสเตรีย)
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม ออกเดินทางสู่เมืองฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt) หมู่บ้านมรดกโลกแสนสวย อายุกว่า 4,500 ปี เมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบโอบล้อมด้วยขุนเขาและป่าสีเขียวขจีสวยงามราวกับภาพวาด กล่าวกันว่าเป็นเมืองที่โรแมนติกที่สุดใน Salzkammergut เขตที่อยู่บนอัพเพอร์ออสเตรีย และมีทะเลสาบสวยถึง 76 แห่ง ออสเตรียให้ฉายาเมืองนี้ว่าเป็นไข่มุกแห่งออสเตรีย และเป็นพื้นที่มรดกโลกของ UNESCO Cultural-Historical Heritage เพียงเดินเที่ยวชมเมืองเสมือนหนึ่งท่านอยู่ในภวังค์แห่งความฝัน
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ออกเดินทางสู่เมืองอินส์บรูค (Innsbruck) เป็นเมืองหลวงของแคว้น ทีโรล เป็นเมืองเอกด้านการท่องเที่ยวของประเทศออสเตรีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอินซึ่งคำว่า “อินส์บรูคนั้น” แปลว่า สะพานแห่งแม่น้ำอินมีลักษณะแคบๆ แทรกตัวอยู่ระหว่างเทือกเขาแอลป์ ชมหลังคาทองคำ (Golden Roof) เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองอินส์บรูค ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าสร้างขึ้นโดยจักรพรรดิ Friedrich ที่ 4 ในช่วงต้นศตวรรษที่ 15 สำหรับเป็นที่ประทับของผู้ปกครองแคว้นทิโรล ต่อมาจักรพรรดิ Maximilian
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร เข้าสู่ที่พัก  ณ Ramada Innsbruck Tivoli Hotel หรือระดับเดียวกัน
วันที่ห้า ฟุสเซ่น-ปราสาทนอยชวานสไตน์ (เยอรมนี)
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม เดินทางสู่เมืองฟุสเซ่น (Füssen) เมืองชนบทเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ สุดถนนสายโรแมนติกเคยมีความรุ่งเรืองในอดีตตั้งแต่ยุคโรมันที่ใช้เมืองนี้เป็นจุดแวะพักขนถ่ายสินค้าและซื้อขายเกลือมาแต่โบราณเมืองที่ตั้งอยู่ทางแคว้นบาวาเรียตอนใต้ของเยอรมนี ติดชายแดนออสเตรียมีความงดงาม ทางด้านทัศนียภาพอันเป็นที่กล่าวถึงชมทิวทัศน์ริมสองข้างทางที่เต็มไปด้วยความเขียวขจีของขุนเขา
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านเข้าชมปราสาทนอยชวานสไตน์ ซึ่งเป็นปราสาทตั้งอยู่ในเทือกเขา สร้างในสมัยพระเจ้าลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรีย ในช่วง ค.ศ. 1845-86 เป็นปราสาทที่งดงามมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก ตัวปราสาทตั้งอยู่บนบนหินผาขนาดใหญ่ยักษ์ สูงกว่า 200 เมตร เหนือเกาะแก่งของแม่น้ำพอลลัทเป็นปราสาทหลังใหญ่สีขาวตั้งอยู่กลางป่าเขาลำเนาไพรที่ซึ่งมีสีสันแปลกแปลงแตกต่างไปในแต่ละฤดูกาลได้ ปราสาทหลังนี้เพิ่งได้รับขนานนามว่า นอยชวานสไตน์ ก็เพียงภายหลังจากที่ กษัตริย์ลุดวิกที่ 2 ได้เสด็จสวรรคตแล้วในปี 1886 เที่ยวชมห้องต่างๆ อาทิ ห้องทรงงาน, ห้องบรรทม, ห้องฮอลล์ที่ใช้ในการแสดงโอเปร่าและคอนเสิร์ต แม้กระทั่งราชาการ์ตูนอย่าง วอล์ทดิสนีย์ ยังได้จำลองแบบปราสาทแห่งนีไปเป็นปราสาทในเทพนิยายอันเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของดิสนีย์แลนด์
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร เข้าสู่ที่พัก  ณ Euro Park Hotel หรือระดับเดียวกัน
วันที่หก ลูเซิร์น-รูปแกะสลักสิงโตบนหน้าผาหิน-สะพานไม้ชาเปล-น้ำตกไรน์ (สวิสฯ)
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม เดินทางสู่เมืองลูเซิร์น (Lucerne) อดีตหัวเมืองโบราณของสวิตเซอร์แลนด์ เป็นดินแดนที่ได้รับสมญานามว่าหลังคาแห่งทวีปยุโรป (The roof of Europe) เพราะนอกจากจะมีเทือกเขาสูงเสียดฟ้าอย่างเทือกเขาแอลป์ แล้วก็ยังมีภูเขาใหญ่น้อยสลับกับป่าไม้ที่แทรกตัวอยู่ตามเนินเขาและไหล่เขาสลับแซมด้วยดงดอกไม้ป่าและทุ่งหญ้าอันเขียวชอุ่ม นําท่านชมรูปแกะสลักสิงโตบนหน้าผาหิน เป็นอนุสาวรีย์ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ที่หัวของสิงโตจะมีโล่ห์ ซึ่งมีกากบาทสัญลักษณ์ของ สวิตเซอร์แลนด์อยู่ อนุสาวรีย์รูปสิงโตแห่งนี้ออกแบบและแกะสลักโดย ธอร์ วอลเส้น ใช้เวลาแกะสลักอยู่ราว 2 ปี ตั้งแต่ ค.ศ. 1819-1821 โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารสวิสฯ ในด้านความกล้าหาญ ซื่อสัตย์ จงรักภักดี ที่ เสียชีวิตในประเทศฝรั่งเศส ระหว่างการต่อสู้ป้องกันพระราชวังในครั้งปฏิวัติใหญ่สมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 16
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นําท่านชมและแวะถ่ายรูปกับสะพานไม้ชาเปล หรือสะพานวิหาร (Chapel bridge) ซึ่งข้ามแม่นํ้ารอยซ์เป็นสะพานไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก มีอายุหลายร้อยปีเป็นสัญลักษณ์และประวัติศาสตร์ของเมืองลูเซิร์นเลยทีเดียวสะพานวิหารนี้เป็นสะพานที่แข็งแรงมากมุงหลังคาแบบโบราณเชื่อมต่อไปยังป้อมแปดเหลี่ยมกลางนํ้า จั่วแต่ละช่องของสะพานจะมีภาพเขียนเรื่องราวประวัติความเป็นมาของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นภาพเขียนเก่าแก่อายุกว่า 400 ปี แต่น่าเสียดายที่ปัจจุบันสะพานไม้นี้ถูกไฟไหม้เสียหายไปมากต้องบูรณะสร้างขึ้นใหม่เกือบหมด นําท่านเดินทางสู่น้ำตกไรน์เพื่อชมนํ้าตกที่สวยงามและนับว่าใหญ่ที่สุดในยุโรป กว้างประมาณ 150 เมตรและสูงประมาณ 20 เมตร สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบิน
21.55 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ EK 86 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
วันที่เจ็ด ดูไบ-กรุงเทพฯ (ยูเออี-ไทย)
07.20น. เดินทางถึงเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง
11.45 น. ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบิน เอมิเรตส์ แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ EK 370 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
20.50 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

********************************