ทัวร์ยุโรป

ทัวร์ยุโรป อิตาลี COLORFUL OF CINQUE TERRE ITALY 6D3N (EY)

ราคาเริ่มต้น 39,999 ฿ ดาวน์โหลด PDF จองทัวร์

รหัส: ITA-EY-460 Tag:
สายการบิน: etihad-airways-logo

นำท่านเดินทางสู่ เมืองมิลาน (Milan) หรือ มีลาโน (Milano) ประเทศอิตาลี (Italy) เป็นเมืองหลักของแคว้นลอมบาร์เดียและเป็นเมืองสำคัญในภาคเหนือของประเทศอิตาลี ตั้งอยู่บริเวณที่ราบลอมบาร์ดี (Lombardy) ชื่อเมืองมิลานมาจากภาษาเคลต์ คำว่า “Mid-lan” ซึ่งหมายถึง อยู่กลางที่ราบ เมืองมิลานมีชื่อเสียงในด้านแฟชั่นและศิลปะ ซึ่งมิลานถูกจัดให้เป็นเมืองแฟชั่นในลักษณะเดียวกับนิวยอร์ก ปารีส ลอนดอน และโรม

วันที่เดินทาง

21-26 มี.ค. 62, 13-18 เม.ย. 62, 17-22 พ.ค. 62, 7-12 มี.ค. 62, 6-11 มิ.ย.62, 21-26 มิ.ย. 62

ทัวร์ยุโรป
วันที่หนึ่ง ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย – ท่าอากาศยานนานาชาติอาบู ดาบี เมืองอาบู ดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (-/-/-)
15.30 น. ขอเชิญทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตูทางเข้าหมายเลข 9 เคาน์เตอร์ T สายการบิน Etihad Airways โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ อำนวยความสะดวกตลอดขั้นตอนการเช็คอิน และ หัวหน้าทัวร์ให้คำแนะนำเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง
18.05 น. นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติอาบู ดาบี เมืองอาบู ดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบิน Etihad Airways เที่ยวบินที่ EY405
** ใช้เวลาบินประมาณ 6 ชั่วโมง 55 นาที บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน **
22.00 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติอาบู ดาบี เมืองอาบู ดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ** เพื่อเปลี่ยนเครื่อง **

วันที่สอง ท่าอากาศยานนานาชาติอาบู ดาบี เมืองอาบู ดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ – ท่าอากาศยานนานาชาติมิลาโน มัลเปนซา เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี – เมืองมิลาน – แกลเลอรี วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล – อนุสาวรีย์ ของกษัตริย์วิคเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 2 – มหาวิหารแห่งเมืองมิลาน – เมืองเจนัว – อนุสาวรีย์คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส – จัตุรัสเปียซซ่า เฟอร์รารี่ – ท่าเทียบเรืออ่าวเจนัว – พระราชวังซานจิออร์จิโอ – มหาวิหารแห่งเมืองเจนัว (-/-/D)
02.55 น. นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติมิลาโน มัลเปนซา เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี โดยสายการบิน Singapore Airlines เที่ยวบินที่ EY081
** ใช้เวลาบินประมาณ 6 ชั่วโมง 50 นาที บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน **
07.00 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติมิลาโน มัลเปนซา เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี
นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร ** เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทยประมาณ 5 ชั่วโมง **
นำท่านเดินทางสู่ เมืองมิลาน (Milan) หรือ มีลาโน (Milano) ประเทศอิตาลี (Italy) เป็นเมืองหลักของแคว้นลอมบาร์เดียและเป็นเมืองสำคัญในภาคเหนือของประเทศอิตาลี ตั้งอยู่บริเวณที่ราบลอมบาร์ดี (Lombardy) ชื่อเมืองมิลานมาจากภาษาเคลต์ คำว่า “Mid-lan” ซึ่งหมายถึง อยู่กลางที่ราบ เมืองมิลานมีชื่อเสียงในด้านแฟชั่นและศิลปะ ซึ่งมิลานถูกจัดให้เป็นเมืองแฟชั่นในลักษณะเดียวกับนิวยอร์ก ปารีส ลอนดอน และโรม
นำท่านเดินทางสู่ แกลเลอรี วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล (Galleria Vittorio Emanuele II) ที่นับว่าเป็นศูนย์การค่าที่สวยงาม หรูหราและเก่าแก่ที่สุดในเมืองมิลาน อนุสาวรีย์ ของกษัตริย์วิคเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 2 (Vittorio Emanuele II Monument) ผู้ริเริ่มการรวมชาติหัวเมืองต่างๆในอิตาลี และอนุสาวรีย์ของศิลปินชื่อดังในยุคเรเนซองส์อีก 1 ท่าน คือ ลิโอนาร์โด ดาร์วินซี่ ที่อยู่ในบริเวณด้านหน้าของโรงละครสกาล่า
นำท่าน ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับ มหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (Duomo di Milano) เป็นมหาวิหารที่มีสถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่ยิ่งใหญ่ด้วยความสูง 157 เมตร และกว้างถึง 92 เมตร ตั้งอยู่ที่จัตุรัสกลางเมืองมิลานเปรียบเหมือนเป็นสัญลักษณ์ของเมืองมิลาน เป็นมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองในประเทศอิตาลีรองจากมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ที่ตั้งอยู่ที่เมืองวาติกันเท่านั้น ** ค่าบัตรเข้าชมด้านในของมหาวิหารแห่งเมืองมิลาน ท่านละ ประมาณ 10 ยูโร (EUR) หรือ คำนวณ เป็นเงินไทย ท่านละ ประมาณ 400 บาท (THB) **
** อิสระอาหารกลางวัน เพื่อสะดวกแก่การเดินทางท่องเที่ยว **

นำท่านเดินทางสู่ เมืองเจนัว (Genoa) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 10 นาที) หรือในภาษาอิตาลีเรียกว่า เจโนวา เป็นส่วนหนึ่งของริเวียร่าของประเทศอิตาลี ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศอิตาลี เป็นเมืองท่าทางทะเลที่มีความสำคัญมาตั้งแต่ยุคโบราณ โดยเมืองนี้เป็นเมืองหลวงของจังหวัดเจนัวในแคว้นลิกูเรีย โดยในอดีตนั้นก็เรียกกันว่า Superba ซึ่งมาจากความเจริญรุ่งเรืองในอดีตของเมืองเเห่งนี้เเละเมืองเเห่งนี้ยังมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้เกิดบุคคลระดับโลกอย่าง คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส นำท่าน ผ่านชม อนุสาวรีย์คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส (Christopher Columbus Statue) ซึ่งเป็นนักเดินเรือระดับโลกที่สามารถค้นพบทวีปอเมริกาได้สำเร็จ โดยความสามารถทางการเดินเรือทั้งหมดของเขานั้นก็มาจากเมืองเจนัว
นำท่าน ผ่านชม จัตุรัสเปียซซ่า เฟอร์รารี่ (Piazza De Ferrari) เป็นที่ตั้งของน้ำพุกลางเมือง ถือเป็นจัตุรัสที่สวยที่สุดในอิตาลี ซึ่งเคยเป็นสถานที่ที่โคลัมบัสเคยอาศัยอยู่เมื่อครั้งเป็นเด็ก รายล้อมด้วยบ้านเรือนแบบคลาสสิคโรมันย้อนยุค มีโบสถ์เก่าแก่ สวนสวยประดับอยู่ทั่วเมือง ผ่านชม อาคารสวยงามต่างๆ โบสถ์ประจำเมืองหรือดูโอโม่ที่สร้างขึ้นแบบโรมาเนสก์และโกธิค ผ่านชม ท่าเทียบเรืออ่าวเจนัว (Genoa Port) มีเรือใบจอดอยู่มากมายประกอบกับอาคารโดยรอบสวยสดงดงาม ประภาคารสูงตระหง่าน ผ่านชม พระราชวังซานจิออร์จิโอ (Palazzo San Giorgio) หรือพระราชวังเซนต์จอร์จ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1260 มีความโดดเด่นของภาพวาดที่มองแล้วคล้ายภาพนูนต่ำและ มหาวิหารแห่งเมืองเจนัว (Duomo di Cathedral)
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (อาหารจีน)
 นำคณะเข้าสู่ที่พัก Hotel Mercure Genova San Biagio, Genoa หรือเทียบเท่า

วันที่สาม เมืองเจนัว – เมืองลา สเปเซีย – นำท่านเปลี่ยนการเดินทางต่อโดยรถไฟสู่ เมืองซิงเคว เทอร์เร่ – หมู่บ้านมอนเตรอสโซ – หมู่บ้านเวอร์นาสซา – หมู่บ้านคอร์นีเลีย – หมู่บ้านมานาโรลา – หมู่บ้านริโอมาจจอเร – เมืองปิซ่า (B/-/D)
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองลา สเปเซีย (La Spezia) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที) เมืองในเขตลิกูเรีย ตอนเหนือของประเทศอิตาลี อยู่ระหว่างเมืองเจนัวและเมืองปิซ่า บริเวณอ่าวลิกูเรีย หนึ่งในอ่าวที่มีความสำคัญทางด้านการค้าและการทหาร
นำท่านเปลี่ยนการเดินทางต่อโดยรถไฟสู่ เมืองซิงเคว เทอร์เร่ (Cinque Terre by Train) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที) หมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณริมชายฝั่ง ริเวียร่าของประเทศอิตาลี (Riviera of Italy) ซิงเคว เทอร์เร่ มีความหมายว่า ดินแดนสีสันทั้งห้า (The Five Land) หรือดินแดนแห่งความงดงาม ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันเหนือทะเลเมดิเตอร์เรเนียนบริเวณชายฝั่งแคว้นลิกูเรีย ประกอบไปด้วย 5 หมู่บ้าน ที่ซ่อนตัวเองอยู่ห่างไกลจากสายตาของคนภายนอก แผ่นดินที่ยากจะเข้าถึงได้โดยง่าย โดยทั้ง 5 หมู่บ้านนี้มีหุบเขาล้อมรอบ มีแม่น้ำเป็นฉากด้านหน้า ทำให้สถานที่แห่งนี้มีความสวยงามตามธรรมชาติราวกับภาพวาดของจิตรกรเอก ประกอบกับเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติและ ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1997 ซึ่งหมู่บ้านทั้งห้านี้ยังคงสภาพดั้งเดิมมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 ได้แก่
1. หมู่บ้านมอนเตรอสโซ (Monterosso Al Mare) เป็นหมู่บ้านที่ใหญ่และขึ้นชื่อที่สุด เนื่องจากเป็นเพียงหมู่บ้านเดียวที่มีชายหาดให้นักท่องเที่ยวลงไปนั่งเล่นพักผ่อนได้จริง และแน่นอนว่าจะคึกคักมากในช่วงหน้าร้อน มอนเตรอสโซแบ่งหมู่บ้านออกเป็น 2 ด้าน ด้านทิศเหนือเป็นส่วนของบ้านตากอากาศ ร้านรวงต่างๆ ส่วนทิศใต้เป็นที่ตั้งของหมู่บ้าน หากได้มาที่หมู่บ้านนี้ควรจะแวะไปชมวิหารนักบุญจอห์นเดอะแบ็พทิสต์ (Chiesa di San Giovanni Battista) สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 13-14 เป็นโบสถ์เล็กๆ มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบบาโรก ทำจากหินอ่อนสลับสีขาวดำ เป็นลายขวางพาดตัววิหารทั้งด้านนอกและด้านในสวยงาม
2. หมู่บ้านเวอร์นาสซา (Vernazza) เป็นหมู่บ้านที่ก่อตั้งขึ้นมาพร้อมๆ กับมอนเตรอสโซ เป็นหมู่บ้านที่คงเหลือความเป็นหมู่บ้านชาวประมงสูงสุดในบรรดาทั้ง 5 หมู่บ้าน เป็นที่ตั้งของปราสาทโดเรีย (Doria Castle) ซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อไว้สังเกตการณ์เหล่าโจรสลัดที่จะเข้ามาโจมตีหมู่บ้าน ว่ากันว่าที่นี่เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุด และถ้าเดินออกไปทางอ่าว มองย้อนกลับเข้ามาทางด้านซ้ายจะได้เห็นโบสถ์ซานต้ามาร์เกห์ริต้า (La Chiesa di Santa Margherita d’Antiochia) ซึ่งเป็นหอคอยสีเหลืองรับกับวิวของภูเขาด้านหลังที่เป็นไร่องุ่นสำหรับทำไวน์ พร้อมกับวิวของหมู่บ้านตรงกลาง และเรือประมงที่จอดอยู่ในอ่าวเป็นภาพที่เรียกได้ว่าดังที่สุดของซิงเคว เทอร์เร่
3. หมู่บ้านคอร์นีเลีย (Corniglia) เป็นหมู่บ้านที่แตกต่างจากที่อื่นๆ ที่นี่เคยเป็นส่วนหนึ่งของเวอร์นาสซา เป็นหมู่บ้านริมผาที่ถูกล้อมรอบด้วยไร่องุ่น ที่นี่ค่อนข้างเงียบสงบ ผู้คนเป็นมิตร และรู้จักกันแทบทั้งหมู่บ้าน โดยมีของขึ้นชื่อคือเจลาโต หรือไอศกรีมที่ทำจากน้ำผึ้งธรรมชาติ หรือที่คนที่นี่เรียกกันว่า Miele di Corniglia ส่วนวิวของที่นี่จะสวยที่สุด หากล่องเรือออกไปกลางทะเลแล้วถ่ายรูปกลับเข้ามา
4. หมู่บ้านมานาโรลา (Manarola) เป็นหมู่บ้านที่เหมาะที่สุด หากจะดูสถาปัตยกรรมในแบบซิงเคว เทอร์เร่หมู่บ้านนี้อยู่กันหนาแน่น มีสีสันร้อนแรงจัดจ้านที่สุดในบรรดา 5 หมู่บ้าน ร้านอาหาร และโรงแรมเล็กๆ ค่อนข้างมาก สำหรับหมู่บ้านนี้แนะนำว่าให้ลองหาไวน์ท้องถิ่นอย่างไวน์ซิอัคเชตราต้า (Sciacchetrà) มาลองดื่มเพราะเป็นไวน์ที่ขึ้นชื่อมาตั้งแต่สมัยโบราณ
5. หมู่บ้านริโอมาจจอเร (Riomaggiore) ซึ่งถือเป็นหมู่บ้านหน้าด่านหากเดินทางมาจากเมืองฟลอร์เรนซ์ อยู่ทางใต้สุด เป็นชุมชนที่ค่อนข้างเงียบสงบ จนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นหมู่บ้านทางผ่านเสียมากกว่า ซึ่งเป็นข้อดีสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบความสงบ และต้องการมาพักผ่อนอย่างแท้จริง
** การเดินทางเที่ยวชม ทั้ง 5 หมู่บ้าน ในเมืองซิงเคว เทอร์เร่ ขึ้นอยู่กับเวลา อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม หากไม่ได้ชมหมู่บ้านใด หมู่บ้านหนึ่ง ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ ไม่สามารถคืนค่าใช้จ่ายไม่ว่าส่วนใด ส่วนหนึ่งได้ทุกกรณี เพราะเป็นการชำระล่วงหน้าแล้วทั้งหมด โดยรถไฟ (เหมาจ่าย) ใช้เวลาในการเดินทางจากแต่ละหมู่บ้าน ไปถึงอีกหมู่บ้าน ใน 5 หมู่บ้าน ประมาณ 15-20 นาที ต่อหมู่บ้าน **
** อิสระอาหารกลางวัน เพื่อสะดวกแก่การเดินทางท่องเที่ยว **

นำท่านเดินทางสู่ เมืองปิซ่า (Pisa) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) เมืองแห่งศิลปะที่สำคัญของอิตาลี เป็นเมืองเล็กๆอยู่ในแคว้นตอสคานา ฝั่งแม่น้ำอาร์โน อยู่ทางตะวันตกของเมืองฟลอเรนซ์ (ฟีเรนเซ) และทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองเซียนา ด้านตะวันตกของเมืองติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แม้ว่าจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ก็เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว เพราะเป็นที่ตั้งของสถาปัตยกรรมอันสวยงามที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (อาหารจีน)
 นำคณะเข้าสู่ที่พัก San Ranieri Hotel, Pisa หรือเทียบเท่า

วันที่สี่ เมืองปิซ่า – จตุรัสเปียซซา เดล ดูโอโม – หอพิธีเจิมน้ำมนต์ – มหาวิหารดูโอโม – หอเอนแห่งเมืองปิซ่า – เมืองฟลอเรนซ์ – มหาวิหารซานตามาเรีย เดล ฟิโอเร – จตุรัสเดลลาซิญญอเรีย – สะพานเวคคิโอ (B/L/-)
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ จัตุรัสเปียซซา เดล ดูโอโม (Piazza Dei Miracoli) หรือ จัตุรัสกัมโป เดย์ มีราโกลี (Compo Dei Miracoli) ที่ประกอบด้วยกลุ่มอาคารสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1987 โดยเริ่มจาก ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับ หอพิธีเจิมน้ำมนต์ (Baptistry of St. John) ที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับ มหาวิหารดูโอโม (Duomo) อันยิ่งใหญ่งดงามและ ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับ หอเอนแห่งเมืองปิซ่า (Leaning Tower of Pisa) อันเลื่องชื่อสัญลักษณ์แห่งเมืองปิซ่า 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง เริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ. 1173 ใช้เวลาสร้างประมาณ 177 ปี แต่ระหว่างการก่อสร้างต้องหยุดชะงักลงไปเมื่อสร้างไปได้ถึงชั้น 3 ก็เกิดการยุบตัวของฐานขึ้นมา และต่อมาก็มีการสร้างหอต่อเติมขึ้นอีกจนแล้วเสร็จ โดยที่หอเอนปิซ่านี้ กาลิเลโอ บิดาแห่งวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นชาวอิตาเลี่ยนได้ใช้เป็นสถานที่ทดลองทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของโลกที่ว่า สิ่งของสองชิ้น น้ำหนักไม่เท่ากัน ถ้าปล่อยสิ่งของทั้งสองชิ้นจากที่สูงพร้อมกัน ก็จะตกถึงพื้นพร้อมกัน ** ยังไม่รวมค่าบัตรเข้าชมภายในมหาวิหาร และ ทาวเวอร์ (หอเอนแห่งเมืองปิซ่า) ค่าบัตรเข้าชม เริ่มต้น ท่านละ ประมาณ 20 ยูโร (EUR) หรือ คำนวน เป็นเงินไทย ท่านละ ประมาณ 800 บาท (THB) ขึ้นอยู่กับประเภทของบัตร โดยทั้งนี้ คณะทัวร์จำเป็นต้องดำเนินไปตามระบุทั้งหมด **
นำท่านเดินทางสู่ เมืองฟลอเรนซ์ (Florence) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที) เมืองที่ได้รับขนานนามว่าเป็นเมืองศูนย์กลางแห่งศิลปะในยุคเรอเนสซองส์ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีโบราณสถานสำคัญ และมีทิวทัศน์ตามธรรมชาติที่สวยงาม ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1982
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (อาหารจีน)

นำท่านเดินทางสู่ มหาวิหารซานตามาเรีย เดล ฟิโอเร (Santa Maria Dell Fiore) ชมความยิ่งใหญ่ของมหาวิหารที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของทวีปยุโรป โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ใช้หินอ่อนหลายสีตกแต่งผสมผสานกันได้อย่างงดงาม
นำท่านเดินทางสู่ จัตุรัสเดลลาซิญญอเรีย (Piazza Della Signoria) ซึ่งรายล้อมไปด้วยรูปปั้นอันวิจิตรสวยงาม อาทิเช่น รูปปั้นเทพเจ้าเนปจูน (Fountain of Neptune) , วีรบุรุษเปอร์ซิอุสถือหัวเมดูซ่า (Perseus with the Head of Medusa) , รูปปั้นเดวิด ผลงานที่มีชื่อเสียงของ ไมเคิล แองเจโล่
นำท่านเดินทางสู่ สะพานเวคคิโอ (Vecchio) สะพานเก่าแก่ที่มีร้านขายทองและอัญมณีอยู่ทั้งสองข้างสะพาน อิสระให้ท่านชมบรรยากาศและเลือกชมสินค้า หรือ ของที่ระลึกต่างๆมากมาย
** อิสระอาหารค่ำ เพื่อสะดวกแก่การเดินทางท่องเที่ยว
 นำคณะเข้าสู่ที่พัก West Florence Hotel, Florence หรือเทียบเท่า

วันที่ห้า เมืองฟลอเรนซ์ – เมืองโรม – กลุ่มโรมันฟอรัม – สนามกีฬาโคลอสเซียม – นครวาติกัน – มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ – น้ำพุเทรวี – บันไดสเปน – ท่าอากาศยานนานาชาติเลโอนาร์โดดาวินชี ฟิอูมิชิโน เมืองโรม ประเทศอิตาลี – ท่าอากาศยานนานาชาติอาบู ดาบี เมืองอาบู ดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (B/L/-)
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองโรม (Rome) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของแคว้นลัตซีโย ประเทศอิตาลี ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศ โรมยังเป็นที่ตั้งของนครรัฐวาติกัน หรือ เมืองวาติกัน ซึ่งเป็นดินแดนที่ประทับของพระสันตะปาปาแห่งศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกอีกด้วย หลังสิ้นสุดยุคกลาง โรมได้อยู่ภายใต้การปกครองของพระสันตะปาปา เช่น สมเด็จพระสันตะปาปาอเล็กซานเดอร์ที่ 6 และสมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 10 ผู้ซึ่งสร้างสรรค์ให้โรมกลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางของสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาในอิตาลีเช่นเดียวกับฟลอเรนซ์ ซึ่งในยุคสมัยดังกล่าว ได้มีการก่อสร้างมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์แบบที่เห็นในปัจจุบัน และมีเกลันเจโลได้วาดภาพปูนเปียกประดับภายในโบสถ์น้อยซิสทีน ศิลปินและสถาปนิกที่มีชื่อเสียงอย่างบรามันเต แบร์นินี และ ราฟาเอล ซึ่งพำนักอยู่ในเมืองโรมเป็นครั้งคราว ได้มีส่วนช่วยสรางสรรค์สถาปัตยกรรมแบบสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาและแบบบารอกในโรมด้วยเช่นกัน ทำให้เมืองโรม เป็นเมืองที่มีความน่าสนใจทางด้านสถาปัตยกรรมที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
นำท่านเดินทางสู่ กลุ่มโรมันฟอรัม (Roman Forum) อดีตศูนย์กลางทางด้านการเมือง ศาสนา และเศรษฐกิจของอาณาจักรโรมัน ที่สะท้อนให้เห็นความเจริญรุ่งเรืองของอารยะธรรมโรมันในช่วง 2,000 ปีที่ผ่านมา ชมความยิ่งใหญ่ในอดีตและเก็บภาพสวยงามบริเวณรอบนอกของ สนามกีฬาโคลอสเซี่ยม (Colosseum) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ อดีตสนามประลองการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ของชาวโรมันที่สามารถจุผู้ชมได้ถึง 50,000 คน
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (อาหารจีน)

นำท่านเดินทางสู่ นครวาติกัน (Vatican) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) เป็นนครรัฐที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลซึ่งน้อยที่สุดในโลกทั้งในแง่พื้นที่และประชากร ตั้งอยู่ในเมืองโรม ประเทศอิตาลี เป็นที่ประทับของพระสันตะปาปา ซึ่งเป็นประมุขสูงสุดแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก ศูนย์กลางคือมหาวิหารนักบุญเปโตร ซึ่งออกแบบโดยมีเกลันเจโล การปกครองเป็นแบบอำนาจเบ็ดเสร็จ อำนาจตกอยู่ที่พระสันตะปาปาเพียงผู้เดียว จะหมดวาระก็ต่อเมื่อสิ้นพระชนม์ ปัจจุบัน สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส เมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2556 ประเทศที่เล็กที่สุดในโลกตั้งอยู่ใจกลางเมืองโรม เป็นประเทศเดียวในโลกที่มีกำแพงล้อมรอบเมืองเอาไว้ได้ทั้งหมด ยกเว้นด้านหน้าทางเข้าและเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกโดยมีพระสันตะปาปา มีอำนาจปกครองสูงสุด ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1984
นำท่าน ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับ มหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (St.Peter’s Basilica) ด้านในมีประติมากรรมอันลือชื่อปิเอต้า (Pieta) ของมิเคลันเจโลและมี แท่นบูชาบัลแดคคิโน (St. Peter’s Baldachin) เป็นซุ้มสำริดที่สร้างโดยจานโลเรนโซ แบร์นินี ซึ่งสร้างตรงบริเวณที่เชื่อกันว่าเป็นที่ฝังพระศพของนักบุญปีเตอร์
** บางกรณีมีงานสำคัญทางศาสนา หรือ พิธีการสำคัญต่างๆ อาจไม่สามารถเข้าใกล้ตัวมหาวิหารได้ ซึ่งทางบริษัทไม่สามารถทราบล่วงหน้าได้ เพราะอาจมการจัดงานขึ้นตามความเหมาะสมและกำหนดการไม่แน่นอน แต่ทางบริษัทจะพยายามนำท่านชมตัวมหาวิหารให้มากที่สุด **
นำท่าน ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับ น้ำพุเทรวี (Trevi Fountain) เป็นน้ำพุที่มีความสูง 25.9 เมตร (85 ฟุต) และกว้าง 19.8 เมตร (65 ฟุต) และน้ำพุประติมากรรมของเทพนิยายกรีกแบบบารอค ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองโรม ที่นักท่องเที่ยวสามารถโยนเหรียญ เพื่อขอให้ได้เดินทางกลับมาที่เมืองโรมอีก มีตำนานเล่าว่า หากหันหลังแล้วโยนเหรียญลงน้ำพุเทรวี แล้วอธิษฐานให้ได้กลับมาเมืองโรมอีกครั้ง ก็จะสมหวัง
นำท่านเดินทางสู่ บันไดสเปน (The Spanish Step) ซึ่งเป็นแหล่งแฟชั่นชั้นนำสุดหรู ไม่ว่าจะเป็น Brandname ดังๆมากมาย รวมถึงร้านอาหาร ร้านขนม ร้านกาแฟ ร้านไอศครีม มากมายให้เลือกชิม และยังเป็นแหล่งนัดพบยอดนิยมที่สุดของชาวอิตาเลี่ยนอีกด้วย
** อิสระอาหารค่ำ เพื่อสะดวกแก่การเดินทางท่องเที่ยว
นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติเลโอนาร์โดดาวินชี ฟิอูมิชิโน เมืองโรม ประเทศอิตาลี เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax Refund) มีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษี หรือ ร้านอาหาร
20.25 น. นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติอาบู ดาบี เมืองอาบู ดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบิน Etihad Airways เที่ยวบินที่ EY078
** ใช้เวลาบินประมาณ 11 ชั่วโมง บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน **

วันที่หก ท่าอากาศยานนานาชาติอาบู ดาบี เมืองอาบู ดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ – ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย (-/-/-)
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
05.50 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติอาบู ดาบี เมืองอาบู ดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ** เพื่อเปลี่ยนเครื่อง **
08.55 น. นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยสายการบิน Etihad Airways เที่ยวบินที่ EY408
** ใช้เวลาบินประมาณ 2 ชั่วโมง 20 นาที บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน **
18.05 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพและความประทับใจ
ทัวร์ยุโรป