o_1ctab0ik74jm14iq7u31e1b1hesn

ทัวร์ยุโรป Germany Belgium Netherlands 8 D 5 N (EK)

ราคาเริ่มต้น 43,900 ฿ ดาวน์โหลด PDF จองทัวร์

สายการบิน: Image

ทัวร์ยุโรป-เยอะรมัน
อิสระช้อปปิ้งย่านถนน Zeil ทุกสิ่งที่ต้องการทุกอย่างที่กำลังค้นหาอยากซื้อมีอยู่ครบบนถนนสายนี้ เพราะเป็นย่านถนนคนเดินที่ยาวที่สุดในเยอรมนี เพราะฉะนั้นจำนวนร้านค้ามากมายจึงเรียงรายกันยาวเหยียดไปจนสุดถนน ถนน Zeil เป็นย่านช้อปปิ้งหลักของแฟรงก์เฟิร์ต มีห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ อยู่บนถนนเส้นนี้หลายแห่ง เช่น “Galeria Kaufhof” ซึ่งมีสาขาอยู่ทั่วประเทศ และสินค้าที่มีจำหน่ายจะเป็นแบรนด์เนมเสียส่วนใหญ่ รวมทั้ง “My Zeil” ห้างสรรพสินค้าที่เปิดตัวไปในปี 2009 เป็นห้างฯ 7 ชั้นที่มีขนาดใหญ่และอลังการด้วยสินค้าทั้งแบรนด์เนมและแบรนด์ทั่วไป มีร้านค้าย่อยและร้านอาหารอีกมากมายแบบครบวงจร แถมบนชั้น 7 ยังมีจุดชมวิวอีกด้วย

วันที่เดินทาง

9-16 เม.ย. 62, 23-30 มี.ค. 62, 7-14 เม.ย. 62, 24-31 มี.ค. 62, 25 มี.ค. – 1 เม.ย. 62, 27 มี.ค. – 3 เม.ย. 62, 28 มี.ค. – 4 เม.ย 62, 16-23 เม.ย. 62, 2-9 เม.ย. 62, 23-30 เม.ย. 62, 28 เม.ย.-05 พ.ค. 62

ทัวร์ยุโรป-เยอรมัน
วันแรก สนามบินสุวรรณภูมิ – ดูไบ
17.00 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 9 แถว T สายการบินเอมิเรตส์ (EK) เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวก
20.35 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK373 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
วันที่สอง ดูไบ – แฟรงก์เฟิร์ต – จัตุรัสโรเมอร์
00.50 น. แวะเปลี่ยนเครื่องที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
03.20 น. ออกเดินทางสู่เมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK43 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
07.35 น. เดินทางถึงเมืองแฟรงก์เฟิร์ต ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองก่อนจะออกเดินทางเข้าสู่ตัว เมืองแฟรงก์เฟิร์ต เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางทางการเงินของประเทศ เป็นที่ตั้งของทั้งตลาดหลักทรัพย์และตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป ส่วนอีกด้านก็คือการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดอีกแห่งของโลกเช่นกัน แฟรงก์เฟิร์ตเป็นศูนย์กลางการคมนาคมทั้งเครื่องบิน รถยนต์และรถไฟครบถ้วนกระบวนความ อลังการไม่แพ้เมืองหลวงอย่างเบอร์ลินเลย แฟรงก์เฟิร์ตมีอาคารสูงละลานตาสลับฉากกับพิพิธภัณฑ์หลายแห่งที่ล้วนแต่เป็นอาคารที่บูรณะจากของเก่า มากมายไปด้วยความทันสมัยผสมความโบราณคลาสสิก มี “แม่น้าไมน์” (Main) ไหลผ่านเมืองและเป็นเส้นแบ่งให้แฟรงก์เฟิร์ตแยกเป็นฝั่งเหนือและฝั่งใต้ ทางการแฟรงก์เฟิร์ตจงใจแยกความเป็นเมืองเก่าไว้ฝั่งใต้ โดยมีฝั่งเหนือเป็นศิวิไลซ์แห่งป่าคอนกรีต คราครํ่าไปด้วยย่านธุรกิจ อาคารสูงระฟ้าจำนวนมากทำให้แฟรงก์เฟิร์ตได้รับฉายาว่าเป็น “แมนฮัตตันแห่งเยอรมนี” เนื่องจากการมีทัศนียภาพคล้ายกับย่านแมนฮัตตันของสหรัฐอเมริกานั่นเอง นำท่านสู่ จัตุรัสโรเมอร์ (Romerberg) จัตุรัสที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ที่สุดของเมืองซึ่งได้รับการบูรณะจนลบภาพเก่าๆ ที่เคยเสียหายยับเยินจากสงครามโลกครั้งที่ 2 และยังโดดเด่นอย่างที่สุดจาก “อนุสาวรีย์เทพธิดา” ที่ยืนตระหง่านในอิริยาบทมือขวาถือดาบมือซ้ายถือตาชั่ง โดยมีอาคารที่สวยงามในสไตล์นีโอโกธิกชื่อว่า เรอเมอร์ (Romer) เป็นฉากหลัง ยังมี โบสถ์นิโคไลเคียร์เคอ (Nikolaikirche) ที่ตั้งชื่อตามชื่อของ นักบุญนิโคลัส (Nikolaus) ที่ชาวเมืองให้ความศรัทธาเพราะเชื่อว่าท่านปกป้องคุ้มครองให้เมืองรอดพ้นจากภัยธรรมชาติ รวมทั้ง โบสถ์พอลเคียร์เคอ (Paulskirche) ที่เพิ่งสร้างในปี 17892 และใช้เวลานานถึง 44 ปี ซึ่งเสียหายอยู่ไม่น้อยจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ส่วนที่เหลือรอดมาก็มีพอสมควร ทางการบูรณะเพิ่มเติมก็สวยงามดังที่เห็นถึงปัจจุบัน ในบางโอกาสใช้เป็นสถานที่จัดดนตรีและงานสำคัญอื่นๆ ของเยอรมนีด้วย
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
อิสระช้อปปิ้งย่านถนน Zeil ทุกสิ่งที่ต้องการทุกอย่างที่กำลังค้นหาอยากซื้อมีอยู่ครบบนถนนสายนี้ เพราะเป็นย่านถนนคนเดินที่ยาวที่สุดในเยอรมนี เพราะฉะนั้นจำนวนร้านค้ามากมายจึงเรียงรายกันยาวเหยียดไปจนสุดถนน ถนน Zeil เป็นย่านช้อปปิ้งหลักของแฟรงก์เฟิร์ต มีห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ อยู่บนถนนเส้นนี้หลายแห่ง เช่น “Galeria Kaufhof” ซึ่งมีสาขาอยู่ทั่วประเทศ และสินค้าที่มีจำหน่ายจะเป็นแบรนด์เนมเสียส่วนใหญ่ รวมทั้ง “My Zeil” ห้างสรรพสินค้าที่เปิดตัวไปในปี 2009 เป็นห้างฯ 7 ชั้นที่มีขนาดใหญ่และอลังการด้วยสินค้าทั้งแบรนด์เนมและแบรนด์ทั่วไป มีร้านค้าย่อยและร้านอาหารอีกมากมายแบบครบวงจร แถมบนชั้น 7 ยังมีจุดชมวิวอีกด้วย
เย็น รับประทานอาหารคํ่า ณ ภัตตาคาร
นาท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Plaza frankfurt congress hotel หรือระดับเดียวกัน วันที่สาม โคโลญ – มหาวิหารโคโลญ – Designer Outlet Roermond
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองโคโลญ (Cologne) อีกหนึ่งเมืองใหญ่ที่มีความสำคัญด้านการเป็นศูนย์กลางการค้าเชื่อมระหว่างยุโรปตะวันออกและตะวันตก ด้วยการที่เป็นหนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของเยอรมนี ทำให้เมืองโคโลญอัดแน่นไปด้วยประวัติศาสตร์อย่างเต็มเปี่ยม ตัวเมืองงดงามด้วยอาคารและสถาปัตยกรรมเก่าแก่ตั้งแต่ช่วงยุคกลางและเรเนสซองซ์ นอกจากนี้โคโลญยังเป็นศูนย์กลางการคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดของเยอรมนี และติดอันดับต้นๆ ของยุโรปอีกด้วย นำท่านถ่ายรูปด้านหน้า มหาวิหารโคโลญ (Cologne Cathedral) หนึ่งในแลนด์มาร์กประจำเมืองโคโลญ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกมาตั้งแต่เริ่มสร้างในช่วงศตวรรษที่ 13 ตัวโบสถ์นั้นมีขนาดใหญ่และโดดเด่นด้วยหอคอยแฝดสูงเกือบ 157 เมตร งดงามด้วยศิลปะสไตล์โกธิค ตกแต่งด้วยรูปปั้นนักบุญแสนประณีต ด้วยการเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเยอรมนีและยุโรปทำให้มหาวิหารโคโลญได้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกไปเรียบร้อยแล้วเมื่อปี 1996
เที่ยง อิสระอาหารกลางวัน
อิสระช้อปปิ้งที่ Designer Outlet Roermond หนึ่งในแหล่งช้อปปิ้งชั้นนำพร้อมด้วยบรรยากาศน่าเดิน แถมมากด้วยสินค้าแบรนด์เนมให้ดูและเลือกช้อปกันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า หรือรองเท้า แบรนด์ Gucci, Armani, Calvin Klein, Burberry, Diesel และอีกมากมาย
เย็น รับประทานอาหารค่า ณ ภัตตาคาร
นาท่านเข้าสู่ที่พัก Mercure hotel koeln west หรือระดับเดียวกัน วันที่สี่ โคโลญญ์ – บรูจจ์ – เกนท์
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เดินทางออกจากเมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี มุ่งหน้าไปยัง ประเทศเบลเยียม โดยจุดหมายของเราอยู่ที่ เมืองบรูจจ์ (Brugge) บรูจจ์เป็นเมืองเล็กริมทะเลสาบที่มีทรงเป็นเหมือนรูปไข่ขนาดประมาณ 138 กว่าตารางกิโลเมตร โดยรอบเมืองจะมากด้วยลำคลองน้อยใหญ่ที่ซอกซอนอยู่ทั่วเมือง ทำให้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งสายนํ้าและเมืองแห่งอาคารสวยรํ่ารวยโบสถ์วิหารดังเช่นที่ใครๆ พากันมอบสมญานามให้กับบรูจจ์ว่า “เวนิสแห่งยุโรปเหนือ”
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
เที่ยวชมบรรยากาศสวยๆ ของเมืองบรูจจ์ พร้อมชมแลนด์มาร์กเด่นๆ ของเมืองไม่ว่าจะเป็น มาร์เก็ต สแควร์ (Market Square) ย่านใจกลางเมืองบรูจจ์เหมาะทั้งจะเดินเที่ยว นั่งรถม้าหรือนั่งเรือชมคลองที่มีอยู่มากมายหลายสาย มีอาคาร สถาปัตยกรรมแบบโกธิก บารอก เรเนซองส์ปะปนกันอยู่ละลานตาบอกได้เพียงสั้นๆ ว่าสวยงามมาก ออกเดินทางต่อไปยังเมือง เกนท์ (Ghent) หนึ่งในเมืองใหญ่ของเบลเยียม ที่ยังอนุรักษ์อาคารบ้านเรือนเก่าแก่เอาไว้ สวยงามด้วยสถาปัตยกรรมจากยุคกลาง และโบสถ์เก่าแก่ เราจะได้เห็นปราสาทเก่าแก่ขนาดใหญ่ที่มีมาตั้งแต่ยุคกลาง ปราสาทกราเวนสตีน (Gravensteen) ที่เคยเป็นทั้งที่อยู่อาศัยของขุนนาง ศาลาว่าการ และคุก ปัจจุบันได้ถูกบูรณะและให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมภายใน และที่ใจกลางเมืองเก่าเกนท์เราจะได้เห็น โบสถ์เซนต์นิโคลัส (St. Nicholas’s Church) โบสถ์ขนาดใหญ่อลังการและมากด้วยประวัติศาสตร์สำคัญ โบสถ์เซนต์นิโคลัสนี้มีอายุกว่า 700 ปี สวยสง่าด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิค มาที่เมืองเกนท์ก็ต้องมาชมโบสถ์นิโคลัสนี่ละ จากโบสถ์เซนต์นิโคลัส เดินไปอีกนิดก็จะเจอกับหอคอยสูงใหญ่ของ มหาวิหารเซนต์บาโว (St. Bavo’s Cathedral) โบสถ์โบราณที่สามารถย้อนประวัติไปได้กว่า 1,000 ปี แต่ยังงดงามด้วยการตกแต่งและออกแบบในศิลปะสไตล์โกธิค ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเช็คอินเมืองเกนท์ที่ไม่ควรพลาด
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
นาท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Leopold Oudenarde หรือระดับเดียวกัน วันที่ห้า Oudenaarde – บรัสเซลส์ – รอตเทอดาม – อัมสเตอร์ดัม – Lelystad
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ออกเดินทางด้วยรถโค้ชสู่เมือง บรัสเซลส์ (Brussels) ศูนย์กลางการบริหารและพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการเป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการ องค์กรระหว่างประเทศ และเป็นศูนย์รวมสถานที่ท่องเที่ยวเก่าแก่จนถึงใหม่ร่วมสมัย จะเดินเท้าชมพิพิธภัณฑ์ก็มีมากมายชมวันเดียวไม่มีหมด ถ้าเป็นแหล่งช้อปปิ้งก็ยิ่งไม่ต้องขยายความเพราะมีมากทั้งตลาดจนถึงห้างสรรพสินค้าชื่อดัง แต่มาถึงเบลเยียมก็ต้องแวะไปชมจัตุรัสที่ได้ชื่อว่า สวยที่สุดในโลก จัตุรัสกรองด์ ปลาซ (Grong Plas) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก้เมื่อปี 1983 แต่สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ล้อมด้วยบรรดาอาคารเก่าที่ออกแบบสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมบารอก โกธิกและนีโอโกธิก ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นอาคารสิ่งก่อสร้างที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศ ครึกครื้นเพราะมีร้านค้า
ร้านอาหาร โรงแรมที่พัก ศิลปินวาดภาพ กลางลานจัดเป็นเหมือนตลาดขายต้นไม้ดอกไม้ ท่ามกลางความสวยงามของอาคารต่างๆ รอบจัตุรัสกรองด์ ปลาซแล้ว ศาลาว่าการกรุงบรัสเซลส์ (Brussels Town Hall) ยังเป็นอีกสิ่งก่อสร้างหนึ่งประจำเมืองที่สวยงามโดดเด่นและน่าสนใจ ตัวอาคารก็ว่าสวยแล้วจากการตกแต่งอย่างละเอียดให้ทุกมุมประดับประดาตัวรูปปั้นนักบุญทั้งหลาย เชื่อว่าใครก็ตามที่ได้ไปเที่ยวบรัสเซลลส์โดยเฉพาะในย่านจัตุรัสกรองด์ ปลาซเป็นต้องพากันไปชม แมนเนเกน พิส (Manneken Pis) รูปหล่อเด็กน้อยเปลือยกายสูงเพียงประมาณ 60 เซนติเมตรที่ดังระเบิดไปทั่วโลกด้วยเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครเพราะเจ้าเด็กคนนี้อยู่ในอิริยาบทที่กำลังยืนฉี่ชวนให้อมยิ้มด้วยความน่าเอ็นดูเมื่อได้พบเห็น
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
แล้วก็ได้เวลาต้องโบกมือลาเมืองบรัสเซลส์ เพื่อไปเที่ยวกันต่อที่เมือง รอตเทอดาม (Rottedam) ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลกและเป็นจุดเทียบท่าของเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ทำให้เมืองรอตเทอดามมีความทันสมัยและมากด้วยอาคารสวยแปลกตา และเราก็ไม่พลาดที่จะไปเที่ยวชมและเช็คอินทั้ง สถานีเซ็นทรัล (Centraal Station) ศูนย์กลางการคมนาคมของเมืองรอตเทอดาม พร้อมทั้งออกแบบอาคารให้ดูสวยทันสมัยทีเดียว ตลาดรอตเทอดาม (De Markthal) ตลาดกลางเมืองที่มากมายด้วยสินค้าและอาหารหลายชนิด จุดเด่นของตลาดแห่งนี้คือหลังคาที่สร้างขึ้นครอบตลาด ให้ผู้คนได้มาเลือกซื้อไม่ว่าสภาพอากาศจะเป็นอย่างไร และเมื่อตกเย็นที่เพดานจะมีการเล่นแสงสีต่างๆ สวยงามอลังมาก
แล้วก็ได้เวลาเดินทางต่อไปยังเมือง อัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) เมืองหลวงของประเทศเนเธอร์แลนด์
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
นาท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Bedbank Apollo หรือระดับเดียวกัน วันที่หก Lelystad – กีร์ธฮอร์น – อัมสเตอร์ดัม – ล่องเรือกระจก – โรงงานเจียระไนเพชร Gassan – Lelystad
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นั่งรถโค้ชไปยังเมืองแห่งคลอง กีร์ธฮอร์น (Giethoorn) เมืองที่ไม่มีรถราให้เห็น จะมีก็แต่เรือภายในเมืองเท่านั้น เมืองนี้ไม่มีถนนให้รถแล่นไปมา เพราะเมืองทั้งเมืองจะมีแต่แม่นํ้าลำคลองซอกซอนไปในตรอกซอย เสน่ห์ของเมืองนี้คือไม่ว่าเราจะไปไหนมาไหนก็ต้องไปด้วยเรือ นอกเหนือจากเรือก็จะมีจักรยาน แต่นั่งเรือชมคลองนี่แหละเหมาะกับการเที่ยวกีร์ธฮอร์นที่สุดแล้ว ทุกวันนี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปยังกีร์ธฮอร์นมากอยู่เหมือนกันและก็มักจะนั่งเรือสวนกันไปมาในคลองเมื่อยามเที่ยวชมเมือง ล่องเรือชมคลองท่ามกลางแนวทิวทัศน์สองข้างทางที่เป็นสนามหญ้า สวน อาคารบ้านเรือน ร้านค้า ร้านกาแฟ พิพิธภัณฑ์ เรือจะพาเราฝ่าสายนํ้าในคลองให้ได้สัมผัสสายลมเย็นที่สวนมาเบาๆ ให้พอชื่นใจ ลอดใต้สะพานไม้กว่า 180 แห่งที่สร้างไว้สำหรับเดินข้ามสองฝั่งคลอง
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
เดินทางกลับสู่เมือง อัมสเตอร์ดัม เมืองสวยที่ตั้งอยู่ริม “แม่นํ้าอัมสเตล” (Amstel River) อัมสเตอร์ดัมน่าจะเป็นเมืองหลวงแห่งเดียวในโลกที่ได้รับฉายาเป็น “เมืองหลวงแห่งจักรยาน” เพราะประชากรในอัมสเตอร์ดัมใช้จักรยานเป็นพาหนะประจำตัว ซอกซอยทั่วอัมสเตอร์ดัมมีของดีเต็มไปหมด ทั้งร้านสินค้าที่ระลึก ร้านกาแฟเก๋ๆ พิพิธภัณฑ์ หรือแวะนั่งเล่นในสวนสาธารณะก็ยิ่งเพลินจนอาจจะลืมเวลาไปเลย เมืองอัมสเตอร์ดัม นอกจากจะสำคัญด้วยการเป็นเมืองหลวงของประเทศเนเธอร์แลนด์แล้ว ยังได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกที่มากทั้งด้วยประวัติศาสตร์และสถานที่ท่องเที่ยวมากมายโดยเฉพาะที่ จัตุรัสดัม (Dam Square) ที่เปรียบได้กับใจกลางเมืองอัมสเตอร์ดัม เป็นสถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์ ที่กลางจัตุรัสจะมีอนุสาวรีย์แห่งชาติ ที่ระลึกแห่งผู้เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 2 ตั้งอยู่ นำทุกท่าน ล่องเรือกระจก ล่องไปตามแม่นํ้าไรน์เพื่อได้ชมเมืองในอีกมุม เห็นย่านไชน่าทาวน์ ผ่านย่านชุมชนชาวยิวที่เคยอพยพมาจากทั่วยุโรปแล้วมาตั้งรกรากในยุคกลาง หนึ่งในความสามารถที่โดดเด่นของชาวยิวในเนเธอร์แลนด์คือการเป็นช่างเจียระไนเพชร และถึงขั้นชาวยิวหลายรายเปิดร้านเพชรเป็นของตัวเองซึ่งมีร้านหนึ่งที่เราอยากนำเสนอ เข้าชม โรงงานเจียระไนเพชร GASSAN ร้านจำหน่ายและโรงงานผลิตเพชรซึ่งเป็นกิจการของชาวเนเธอร์แลนด์ที่ดำเนินกิจการมานานถึง 71 ปีแล้ว นี่คือแหล่งเจียระไนเพชรระดับโลกที่ควรค่าให้แวะชมมาก ความพิเศษของกัสซันคือไม่ได้เป็นแค่ร้านจำหน่ายเพชรเท่านั้น แต่จะเปิดพื้นที่ให้ชมและเรียนรู้วิธีการคัดสรรเพชร รวมทั้งได้ชมการเจียระไนโดยช่างฝีมือด้วย นอกจากนี้ภายในโรงงานยังมีพื้นที่ของพิพิธภัณฑ์เล็กๆ ที่จัดแสดงภาพเก่า เสื้อกีฬาและลายเซ็นของเหล่านักฟุตบอลชื่อดังทีมชาติเนเธอร์แลนด์และบรรดาโค้ชที่มีสายสัมพันธ์อันดีกับเจ้าของโรงงานเพชรกัซซันแห่งนี้
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
นาท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Bedbank Apollo หรือระดับเดียวกัน วันที่เจ็ด Lelystad – ลิซเซ่ – สวนเคอเคนฮอฟ – โวเลนดัม – หมู่บ้านกังหัน ซานน์สคันส์ – อัมสเตอร์ดัม (สนามบิน)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นั่งรถโค้ชสู่ เมืองลิซเซ่ (Lisse) เพื่อไปยังหนึ่งในไฮไลท์ของทริปนี้ สวนเคอเคนฮอฟ (Keukenhof) อาณาจักรแห่งดอกไม้สวยที่เปิดให้เที่ยวชมกันได้ปีละครั้งยาวนานประมาณ 2 เดือนคือช่วงประมาณเดือนมีนาคมถึงเดือน
พฤษภาคมเท่านั้น ที่นี่คือศูนย์รวมความสวยงามของดอกทิวลิปที่อลังการมากในระดับที่ได้ฉายาว่าเป็น “สวนแห่งยุโรป” และ “สวนแห่งโลก” เลยทีเดียว ก่อนจะได้เวลาแล้วเดินทางกลับสู่เมืองอัมสเตอร์ดัม
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านสู่ หมู่บ้านประมงโวเลนดัม (Volendam) ที่ถึงแม้จะไม่ใช่หมู่บ้านใหญ่คึกคัก แต่ด้วยการที่เป็นหมู่บ้านเล็กๆ พร้อมด้วยบรรยากาศสดชื่นสบายๆ พร้อมด้วยสีสันของตัวอาคารที่ดูแล้วสดใส ทำให้เป็นเมืองที่น่าเดินเล่นชิลล์ๆ สองฝั่งถนนใจกลางหมู่บ้านนั้นเต็มไปด้วยมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านขายของที่ระลึก
จากนั้นก็เดินทางไปยัง หมู่บ้านกังหันลม ซานส์สคันส์ (Zaanse Schans) ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอัมสเตอร์ดัม ที่นี่เราจะได้เห็นบ้านไม้สไตล์ฮอลแลนด์แท้ๆ กังหันลมเก่าแก่ที่บางตัวยังคงทำงานได้เป็นปกติ ได้สัมผัสบรรยากาศชนบทของชาวเนเธอร์แลนด์ ภายในหมู่บ้านยังมี พิพิธภัณฑ์ซานส์ (Zaans Museum) ซึ่งภายในนอกจากการจัดแสดงวิธีชีวิตของชาวดัตช์แล้ว ก็มีการสาธิตวิธีการทำรองเท้าไม้และการทำชีสให้ชมด้วย
ได้เวลาอันสมควรนาทุกท่านเดินทางสู่สนามบิน เดินทางกลับประเทศไทย
22.00 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK150 แวะเปลี่ยนเครื่อง (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน) วันที่แปด ดูไบ – กรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ
07.45 น. ถึงสนามบิน เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง
09.40 น. เดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินเอมิเรตส์ โดยเที่ยวบินที่ EK372 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
18.55 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
ทัวร์ยุโรป-เยอรมัน