ทัวร์ยุโรป

ทัวร์ยุโรป Denmark Norway Sweden 8 วัน 5 คืน (EK)

ราคาเริ่มต้น 45,900 ฿ ดาวน์โหลด PDF จองทัวร์

รหัส: DEN-EK-058 Tag:
สายการบิน: Image

ทัวร์ยุโรป
นำท่านเดินทางสู่เมือง กอเธนเบิร์ก (Gothenburg) เมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศสวีเดน ที่แรกเริ่มเดิมทีก่อตั้งขึ้นเป็นป้อมปราการที่แข็งแกร่งในช่วงศตวรรษที่ 16 ก่อนที่ประชากรจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยการค้าขายที่รุ่งเรือง เพราะท่าเรือของเมืองกอเทนเบิร์กนั้นเป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในแถบประเทศยุโรปเหนือนั่นเอง

วันที่เดินทาง

22-29 พ.ค. 62, 1-8 พ.ค. 62, 12-19 มิ.ย. 62, 4-11 ก.ย. 62, 2-9 ต.ค. 62, 25 ก.ย.-02 ต.ค. 62, 26 ก.ค.-02 ส.ค. 62

ทัวร์ยุโรป
วันแรก สนามบินสุวรรณภูมิ – ดูไบ
17.00 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 9 แถว T สายการบินเอมิเรตส์ (EK) พบเจ้าหน้าที่ทำการเช็คอินตั๋ว
21.25 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK373 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
วันที่สอง ดูไบ – โคเปนเฮเกน – สวนสนุกทิโวลี – ช้อปปิ้งถนนสตรอยก์
04.00 น. แวะเปลี่ยนเครื่องที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
08.00 น. ออกเดินทางสู่เมือง โคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ค โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK151 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
13.15 น. เดินทางถึง สนามบินโคเปนเฮเกน ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้วออกเดินทางไปยังจุดหมายแรกของการเดินทางที่เมือง โคเปนเฮเก้น (Copenhagen) เมืองหลวงของเดนมาร์ก เมืองไวกิ้งโบราณที่มีเสน่ห์น่าเที่ยวมาก ด้วยความเป็นเมืองที่มีผังเมืองสวยงาม นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่มากด้วยกลิ่นอายของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่อนุรักษ์เอาไว้อย่างดี เป็นศูนย์กลางศิลปวัฒนธรรม การเมือง และเศรษฐกิจของประเทศ เมืองโคเปนเฮเกนมีหลายจุดหลายมุมที่น่าเที่ยว ผ่านชม เงือกน้อย (The Little Mermaid) ที่นั่งอยู่บนโขดหินริมน้ำมาตั้งแต่ปี 1913 เงือกน้อยเนื้อสำริดตัวนี้สร้างขึ้นโดยได้แรงบันดาลใจมาจากนิทานอมตะเรื่อง “เงือกน้อย” (The Little Mermaid) เงือกน้อยนี้มีขนาดเท่าคนจริง น้ำหนักสำริดทั้งตัวประมาณ 175 กิโลกรัม ได้รับการบูรณะให้อยู่ในสภาพดีตลอดเวลา แม้ว่ารูปปั้นเงือกน้อยจะมีอายุกว่า 100 ปีแล้ว แต่ก็เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวเสมอไม่เคยเปลี่ยนแปลง ผ่านชม พระราชวังอเมเลี่ยนบอร์ก (Amalienborg Palace) สร้างขึ้นโดย “ราชวงศ์โอลเดนบอร์ก” ราวศตวรรษที่ 18 เพื่อใช้เป็นที่ประทับของบรรดาบุคคลในพระราชวงศ์แห่งเดนมาร์กแทนที่ “พระราชวังคริสเตียนบอร์ก” ที่ถูกเผาทำลายไปในปี 1794 ภายในมีบางส่วนเปิดให้เข้าชมได้ ส่วนข้าวของชิ้นสำคัญ เครื่องประดับมีค่า เครื่องแต่งกาย และงานศิลปะต่างๆ จะถูกเก็บรักษาไว้ในพื้นที่ของพิพิธภัณฑ์ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเที่ยวชมได้ ผ่านชมย่าน นูฮาฟน์ (Nyhavn) ย่านแห่งความสุดยอดด้านสีสันและความบันเทิง ที่สุดของความน่าสนใจอยู่ที่วิวทิวทัศน์ของอาคารเก่าในย่านนี้ซึ่งยังได้รับการเก็บรักษาอย่างดี สีสันยังคงสดใส ช่วยสร้างบรรยากาศโดยรอบได้ดีมาก และถือเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองอีกแห่งหนึ่งเลย ปัจจุบันย่านนูฮาฟน์ยังมีความสำคัญจากการได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากยูเนสโกอีกด้วย จึงยิ่งทำให้ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มาก ผ่านชม พระราชวังคริสเตียนบอร์ก (Christiansborg Palace) พระราชวังหลวงแห่งเดนมาร์กที่เป็นทั้งที่ทำการรัฐบาล ที่ทำการนายก และศาลสูง พระราชวังที่เห็นในปัจจุบันนั้นเป็นปราสาทที่สร้างขึ้นใหม่เป็นครั้งที่ 3 ในจุดเดิม พระราชวังนั้นได้ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1167 ก่อนจะเสียหายจากเพลิงไหม้ในปี 1794 และ 1884 ตัวพระราชวังปัจจุบันสร้างเสร็จสิ้นในปี 1928 ในสไตล์นีโอบารอคที่หรูหราอลังการ แล้วนำท่านเข้าสู่ สวนสนุกทิโวลี (Tivoli) อิสระให้ท่านได้สนุกไปกับสวนสนุกใจกลางเมืองเดนเมาร์ก ที่เก๋ตั้งแต่ชื่อ เพราะตัวอักษร “Tivoli” เมื่อนำมาเรียงสลับจากหลังจะอ่านได้ว่า “I lov it” สวนสนุกแห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1843 มีเครื่องเล่นที่พร้อมสำหรับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ทั้งแบบน่ารักๆ และแบบหวาดเสียวสุดๆ ก็มีให้เลือกเล่นกันอย่างเต็มที่ โดยเครื่องเล่นที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่มากที่สุดก็คือ “รถไฟเหาะรางไม้” ซึ่งติดอันดับ 1 ใน 7 ของรถไฟเหาะที่ชวนให้หวาดเสียวที่สุดในโลก จากนั้นให้ท่านได้ **อิสระช้อปปิ้งกันอย่างเต็มที่ที่ ถนนสตรอยก์ (Stroget) ถนนสายชอปปิ้งที่ยาวที่สุดในโลก พรั่งพร้อมด้วยร้านค้ามากมายหลายร้อยร้าน แต่ละร้านก็ซอกซอนอยู่ตามซอยเล็กซอยน้อย เดินเข้าซอยนี้ไปออกซอยนั้นชมและซื้อสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังที่มีให้เลือกกันอย่างจุใจหลากหลายแบรนด์ ช้อปปิ้งกันไม่หวาดไม่ไหวถูกใจขาช้อปแน่นอน

เย็น รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรม Scandic Hvidovre หรือระดับเดียวกัน
วันที่สาม โคเปนเฮเกน – กอเทนเบิร์ก – สโคฟด์
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมือง กอเธนเบิร์ก (Gothenburg) เมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศสวีเดน ที่แรกเริ่มเดิมทีก่อตั้งขึ้นเป็นป้อมปราการที่แข็งแกร่งในช่วงศตวรรษที่ 16 ก่อนที่ประชากรจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยการค้าขายที่รุ่งเรือง เพราะท่าเรือของเมืองกอเทนเบิร์กนั้นเป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในแถบประเทศยุโรปเหนือนั่นเอง
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านสู่ย่าน ฮากะ (Haga) หรืออีกชื่อก็คือ ย่านเมืองเก่า (Old Town) ของเมืองกอเธนเบิร์ก ให้ท่านได้เดินชมย่านที่สวยและมีเสน่ห์ด้วยตัวอาคารที่เป็นบ้านไม้ผสมปูนเรียงรายสองข้างทาง เปี่ยมด้วยสเน่ห์ของยุคศตวรรษที่ 19 ย่านฮากะนั้นเดิมทีเก่าและทรุดโทรม แต่ทางการได้ทำการบูรณะย่านนี้ใหม่ทั้งหมดในช่วงปี 1980 กลายเป็นจุดเด่นของเมืองที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากจากทั่วโลกให้มาเดินเที่ยวชม ด้วยบรรยากาศแสนสงบพร้อมอาคารโบราณแต่มีเอกลักษณ์น่ามอง ชวนให้เดินเล่นชมอาคารซ้ายขวาจนแทบลืมเวลา แถมด้วยร้านขายของที่ระลึกมากมาย ร้านอาหาร และคาเฟ่ชวนให้นั่งผ่อนคลายชิลล์ๆ จากนั้นให้ท่านได้ **อิสระช้อปปิ้ง** ที่ Hede Fashion Outlet เอาท์เล็ตนอกเมืองกอเทนเบิร์กที่มากมายไปด้วยร้านค้าจากแบรนด์ดังมากมายทั่วโลก พร้อมด้วยส่วนลดมากสุดถึง 70 เปอร์เซ็นต์ที่หาไม่ได้ง่ายๆ ในร้านค้าด้านนอก พร้อมสรรพด้วยสินค้านานาชนิดไม่ว่าจะเป็นแบรนด์แฟชั่นนำสมัย แบรนด์กีฬาสุดดัง หรือจะเป็นของแต่งบ้านเก๋ๆ ก็หาซื้อได้ที่นี่ ได้แก่ Tommt Hilfiger, Hugo Boss, Filippa K., Nike, Adidas, Guess, Lee, Levi’s และอีกมาก จากนั้นนำท่านสู่เมือง สโคฟด์ (Skovde) อีกหนึ่งเมืองเก่าแก่ตั้งแต่สมัยยุคกลางและเป็นศูนย์กลางทางใต้ของสวีเดน ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่าง 2 ทะเลสาบใหญ่บนเนินทางตะวันออกของภูเขา Billingen ตัวเมืองนั้นได้ชื่อว่ามีย่านเมืองเก่าที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของสวีเดน แม้อาคารเกือบทั้งหมดตั้งแต่ยุคกลางจะถูกไฟไหม้ครั้งใหญ่ของเมืองทำลายไปเมื่อปี 1759 แต่ก็ได้มีการสร้างเมืองขึ้นมาใหม่และรักษาเอาไว้อย่างดีตั้งแต่นั้นมา ทำให้นักท่องเที่ยวได้สามารถชมอาคารบ้านเรือน โบสถ์ และสถานที่ราชการโบราณ ที่เรียงรายอยู่ทั่วเมืองได้อย่างเต็มที่
เย็น รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Scandic Billingen หรือระดับเดียวกัน

วันที่สี่ สโคฟด์ – สต็อกโฮล์ม – แกมล่าสแตน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมือง สต็อกโฮล์ม (Stockholm) เมืองที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่ามีเป็นเมืองที่มากพร้อมด้วยเสน่ห์และความงามที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก แต่เที่ยวชมสตอกโฮล์มก็ใช่ว่าจะได้เห็นแค่ความสวยงามและความทันสมัยของเมืองเท่านั้น เพราะสิ่งที่จะได้ชมได้เห็นมากกว่านั้นก็คือความเก่าแก่สุดคลาสสิกของอาคารบ้านเรือนในยุคศตวรรษที่ 13 ทุกมุมมีเรื่องเล่า และทุกมุมมีความเป็นมา สวีเดนมีประวัติศาสตร์ไม่น้อยไปกว่าแผ่นดินใดในโลก
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเที่ยวชมเมืองสต็อกโฮล์มที่ย่าน แกมล่า สแตน (Gamla Stan) เป็นย่านเมืองเก่า (Old Town) ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับ “พระราชวังหลวง” (Royal Palace) แห่งสวีเดน มีจัตุรัสเก่าแก่ของเมืองอยู่ในย่านนี้ซึ่งถือว่าเก่าแก่ที่สุดในสต็อกโฮล์มด้วย ย่านเมืองเก่าในวันนี้ดูไม่เก่าเสียทีเดียวเพราะถูกจัดให้มีมุมพักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองพร้อมลานน้ำพุ ด้วยที่ถนนแถบนี้น่าเดินด้วยอาคารสวยๆ มากมายตลอดแนวถนน นักท่องเที่ยวมักหยุดถ่ายรูปกันอยู่ตลอดสองข้างทาง ร้านขายอาหาร กาแฟ ขนมก็มีเยอะ และมักมาหยุดมุงดูและชิมไอศกรีมโคนที่เปิดร้านทำกันสดๆ ซึ่งส่วนใหญ่ต้องลองชิมกันแทบทุกคนไม่มีใครยอมพลาด จากแกมล่า สแตนถ้าลองเดินทะลุซอย “Stortorget 22” ออกไปก็จะพบกับสวรรค์ของนักช้อป เพราะมีถนนสายช้อปปิ้งที่มากมายด้วยสินค้าที่ระลึกที่สื่อความเป็นสวีเดนให้นักท่องเที่ยวเลือกซื้อกลับบ้าน ที่น่าสนใจก็มีหมวกไวกิ้งที่มักจะดูดเงินนักท่องเที่ยวได้เสมอ รวมทั้งสินค้าอื่นๆ ที่มีสัญลักษณ์เกี่ยวกับสวีเดนก็น่าซื้อไปหมด แต่เมื่อมาถึงสวีเดนก็ต้อง “สบู่ไข่ขาว” และเป็นที่นิยมของคนไทยมากจนแต่ละร้านเขียนป้ายแจ้งราคาและอธิบายวิธีการใช้เป็นภาษาไทยเอาไว้ด้วย ถนนแถบนี้ชวนให้น่าเดินด้วยอาคารสวยๆ มากมายตลอดแนวถนน ร้านขายอาหาร กาแฟ ขนมก็มีมาก ชมและถ่ายรูป ศาลาว่าการเมืองสตอกโฮล์ม (Stockholm City Hall) เอกลักษณ์ของ ย่านเมืองเก่า (Old Town) แห่งนี้เป็นอาคารทรงเหลี่ยมสวยที่มีสัญลักษณ์ “สามมงกุฎ” แห่งสวีเดนประดับอยู่บนยอดหอคอยอาคารที่มีความสูง 106 เมตร อาคารหลังนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยก้อนอิฐจำนวนมากถึง 8,000,000 ก้อน ตัวอาคารตั้งอยู่ทางทิศใต้ของทะเลสาบแมลาเริน นอกจากใช้เป็นศาลาว่าการเมืองแล้ว อาคารหลังนี้ยังใช้เป็นสถานที่จัดงานมอบรางวัลโนเบลอีกด้วย
เย็น รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Quality Hotel Globe หรือระดับเดียวกัน
วันที่ห้า สต็อกโฮล์ม – คาร์ลสตัด
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมือง คาร์ลสตัด (Karlstad) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำคาร์ราลเวน (Klaralven) แม่น้ำสายยาวที่สุดของประเทศสวีเดน และเป็นเมืองริมทะเลสาบ งดงามด้วยทัศนียภาพสวยๆ ของทะเลสาบกว้าง และวิวของพระอาทิตย์แสนงามที่ทำให้เมืองคาร์ลสตัดได้รับสมญานามว่า เมืองแห่งพระอาทิตย์ และมีรูปพระอาทิตย์ที่กำลังยิ้มแย้มเป็นสัญลักษณ์ของเมือง
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
เที่ยวชมเมือง คาร์ลสตัด (Karlstad) นำท่านสู่ จัตุรัสกลางเมือง (Town Square) ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองคาร์ลสตัด เป็นหนึ่งในจัตุรัสที่ใหญ่ที่สุดของสวีเดน เป็นสถานที่นัดพบยอดนิยม และเป็นสถานที่จัดงานเทศกาลประจำเมืองอีกด้วย จัตุรัสในปัจจุบันนี้เป็นจัตุรัสที่บูรณะสร้างขึ้นใหม่ เพราะจัตุรัสดั้งเดิมนั้นได้เสียหายอย่างมากจากเพลิงไหม้ในปี 1865 ที่ใจกลางจัตุรัสนั้นมีแลนด์มาร์กโดดเด่นอยู่คือ อนุสาวรีย์สันติภาพ (The Peace Monument) ที่ตั้งขึ้นในปี 1905 เพื่อเป็นสัญลักษณ์แด่สันติภาพระหว่างสวีเดนและนอร์เวย์หลังจากขัดแย้งกันมาอย่างยาวนาน และแม้จะเป็นอนุสาวรีย์ที่ได้รับคำวิจารณ์อย่างมากมายว่าทั้งไม่เหมาะและไม่สวยงาม แต่อนุสาวรีย์แห่งนี้ก็ยังยืนหยัดเป็นจุดเด่นของจัตุรัสกลางเมืองมาได้จนถึงปัจจุบัน ในบริเวณรอบๆ จัตุรัสกลางเมืองนี้ นอกจากจะน่าเดินเล่นเดินเที่ยวชมเมืองในบรรยากาศสบายๆ แล้ว ยังเป็นย่านช้อปปิ้งย่านหนึ่งให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมและเลือกซื้อของที่ระลึกได้อย่างเพลิดเพลิน นำท่านชม มหาวิหารคาร์ลสตัด (Karlstad Cathedral) มหาวิหารที่มียอดหอคอยสูงโดดเด่นเหนือเมืองแห่งนี้สวยงามด้วยตัวอาคารสีขาว สวยงามด้วยศิลปะสไตล์บารอค สร้างขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 18 เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวคริสต์ในคาร์ลสตัดตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ชม สะพานหิน (Gamla Stenbron) สะพานหินข้ามแม่น้ำใจกลางเมืองคาร์ลสตัด และด้วยความยาวถึง 168 เมตร ทำให้สะพานแห่งนี้เป็นสะพานหินที่ยาวที่สุดในสวีเดน และเป็นแลนด์มาร์กอย่างหนึ่งของเมือง
เย็น รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Scandic Karlstad City หรือระดับเดียวกัน
วันที่หก คาร์ลสตัด – ออสโล – สวนฟร็อกเนอร์ – ป้อมอาร์เคอร์ซุส – ถนนคาร์ล โจฮันส์ เกท
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางด้วยรถโค้ชสู่เมือง ออสโล (Oslo) เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์ เมืองสวยมีสไตล์อย่างที่ใครๆ เขามักพูดกันว่านี่คือเมืองแห่งสถาปัตยกรรมและการออกแบบ โดยเฉพาะตัวอาคารบ้านเรือนร้านค้าจะมีรูปแบบการก่อสร้างสวยงามได้สัดส่วนและแปลกตาซึ่งส่วนใหญ่สร้างด้วยไม้ทาสีสด มีพิพิธภัณฑ์ศิลปะ มีจุดชมวิวสวยๆ ของเมืองเลียบฟยอร์ด
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเที่ยวชมเมืองออสโล ชม สวนสาธารณะฟร็อกเนอร์ (Frogner Park) สวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในเมือง เป็นสถานที่ยอดนิยมของทั้งนักท่องเที่ยวและชาวเมืองเอง ทั้งนี้ก็เพราะนอกจากบรรยากาศแสนสดชื่นของสวนแล้ว ภายในสวนสาธารณะฟร็อกเนอร์ยังเป็นที่ตั้งของ สวนวิกเกอร์แลนด์ (Vigeland sculpture park) ชื่อสวนสาธารณะแห่งนี้ตั้งขึ้นตามชื่อของผู้ก่อตั้ง “กุสตาฟ วิกเกอร์” ประติมากรชื่อดัง พื้นที่ของสวนวิกเกอร์แลนด์จะถูกเนรมิตให้เป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่จัดแสดงประติมากรรมรูปสลักจากโลหะและสำริดมากมายถึงกว่า 200 ชิ้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรูปปั้นมนุษย์เปลือยที่แสดงถึงวัฏจักรชีวิตทั้งในโลกนี้และโลกหน้า ทั้งหมดนี้เวลาสร้างนานถึง 22 ปี จุดเด่นของที่นี่จะเป็น “เสาโมโนลิท” (Monolith) เสาหินแกรนิตสูง 17 เมตรที่ถูกแกะสลักเป็นมนุษย์ทั้งเด็กและหญิงชายเกี่ยวพันเรียงร้อยกันขึ้นไปตามแนวเสาเหมือนการแก่งแย่งของมนุษย์เพื่อจุดสูงสุดของชีวิต และยังมีรูปสำริดของเจ้าหนูขี้แยสัญลักษณ์สำคัญของออสโลที่มีชื่อว่า “Angry Little boy” ที่ใครๆ ก็ห้อมล้อมถ่ายรูปเป็นอย่างสนุกสนาน ซึ่งเชื่อกันว่าใครได้แตะมือเจ้าหนูคนนี้แล้วจะมีโอกาสได้กลับมาออสโลอีกครั้ง จากนั้นนำท่านสู่ ป้อมอาเคอร์ซุส (Akershus Fortress) ที่ตั้งอยู่บริเวณอ่าวออลโลฟยอร์ดที่เคยเป็นจุดค้นพบเรือไวกิ้งนั้นมีท่าเรือเก่าที่สร้างขึ้นเมื่อปี 1299 โดยเป็นปราสาทแบบยุคกลางที่สร้างขึ้นหลังท่าเรือในราวปี 1300 จากฐานเดิมที่เคยเป็นป้อมมาก่อน การมีปรับเปลี่ยนรูปแบบมาเรื่อย แต่ก็ยังเก็บของเก่าไว้มากเหมือนกัน ปัจจุบันบริเวณนี้มักมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเดินเล่นชมบรรยากาศเพราะเป็นจุดชมวิวเหมาะๆ ที่จะมองเห็นทั้งท่าเรือและฝั่งเมืองที่สวยงามมากอีกแห่งหนึ่งในออสโล **อิสระช้อปปิ้งย่าน คาร์ล โจฮันส์ เกท (Karl Johans Gate)** ถนนที่เป็นเหมือนหนึ่งในแลนด์มาร์กของเมืองซึ่งดูหรูหรา และเป็นสีสันของการช้อปปิ้งที่นักช้อปทั้งหลายไม่ควรพลาด นักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะเพราะมีแต่สินค้าน่าช้อปมากมายตั้งแต่แบรนด์เนมจนถึงสินค้าท้องถิ่นไม่มีแบรนด์ โดยเฉพาะแบรนด์ “H&M” ที่มีต้นกำเนิดในแถบสแกนดิเนเวีย และกระเป๋าเป้สะพานจากสวีเดนแบรนด์ “Fjallraven” หรือที่เราคุ้นในชื่อ “Kanken“ ก็มีแบบให้เลือกมากมาย
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Scandic Vulkan หรือระดับเดียวกัน
วันที่เจ็ด ออสโล – ดูไบ
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ได้เวลาอันสมควรนำทุกท่านเดินทางสู่สนามบิน เดินทางกลับประเทศไทย
14.10 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 160 แวะเปลี่ยนเครื่อง (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
23.53 น. ถึงสนามบิน เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง
วันที่แปด ดูไบ – กรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ
03.45 น. เดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินเอมิเรตส์ โดยเที่ยวบินที่ EK 376
(บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
13.15 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิ์ภาพพร้อมความประทับใจ
ทัวร์ยุโรป