SWI-EY-T003

ทัวร์สวิตเซอร์แลนด์ Memory Of Grand Switzerland 8D5N (EY)

ราคาเริ่มต้น 69,900 ฿ ดาวน์โหลด PDF จองทัวร์

MEMORY OF GRAND SWITZERLAND 8วัน5คืน
จุงเฟรา ซูริค ลูเซิร์น อินเตอร์ลาเคน เซอร์แมท เจนีวา

สุดคุ้ม… เที่ยวจุดเช็คอินของสวิสครบในโปรแกรมเดียว!!
นั่งกระเช้าลอยฟ้า Eiger express พิชิตยอดเขาจุงเฟรา ‘’TOP OF EUROPE’’ นั่งรถไฟสู่หมู่บ้านเซอร์แมท
ชมวิวยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น น้ำตกไรน์ น้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ดูการผลิตชีสที่โรงงาน ลาเมซงเดอกรูแยร์
เช็คอินแลนด์มาร์ค สะพานไม้ชาเปล อนุสาวรีย์สิงโตหิน น้ำพุจรวดเจ็ทโด เก้าอี้สามขา สวนเดอน็องตู ศาลาไทย
สวนเฮอเฮ่อมัท รูปปั้น Charlie Chaplin ปราสาทชิลยอง ทะเลสาบเบรียนซ์ หมู่บ้านเลาเทอร์บรุนเนิน
พิเศษ!!! ลิ้มลองเมนูยอดฮิต ‘’ชีสฟองดู’’ จากเมืองกรูแยร์ต้นตำรับ สวรรค์ของคนรักชีส
optional tour!! นั่งรถไฟสาย Gornergrat bahn หรือที่รู้จักกันในชื่อ รถไฟไต่เขา

วันที่เดินทาง

16 มี.ค. 66 – 23 มี.ค. 66, 13 เม.ย. 66 – 20 เม.ย. 66, 26 เม.ย. 66 – 03 พ.ค. 66, 16 ก.พ. 66 – 23 ก.พ. 66, 02 ก.พ. 66 – 09 ก.พ. 66, 10 ก.พ. 66 – 17 ก.พ. 66, 03 มี.ค. 66 – 10 มี.ค. 66, 22 มี.ค. 66 – 29 มี.ค. 66

ทัวร์ยุโรป

 

วันที่หนึ่ง                        ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ-ท่าอากาศยานนานาชาติอาบูดาบี

16.00 น.                       พร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศขาออกชั้น 4 สายการบิน ETIHAD AIRWAYS โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทฯคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านเอกสาร ติดแท็กกระเป๋า
19.10 น.                        นำท่านเดินทางออกสู่ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยสายการบิน ETIHAD AIRWAYS เที่ยวบินที่ EY407
23.15 น.                       เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะพักเปลี่ยนเครื่อง

 

วันที่สอง                           ท่าอากาศยานนานาชาติอาบูดาบี-ท่าอากาศยานนานาชาติเจนีวา-เมืองเจนีวา-ทะเลสาบเจนีวา -น้ำพุจรวดเจ็ทโด-Reformation Wall-เก้าอี้สามขา-จัตุรัส Place des Nations-ที่ทำการองค์การสหประชาชาติประจำกรุงเจนีวา-วิหารเซนต์ปิแอร์-เมืองโลซานน์-สวนเดอน็องตู-รูปปั้นลิง 3ตัว-ศาลาไทย

02.50 น.                        นำท่านเดินทางออกสู่ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยสายการบิน ETIHAD AIRWAYS เที่ยวบินที่ EY051
06.50 น.                      เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำท่าน
ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและพิธีการทางศุลกากร (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง) จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเจนีวา Geneva เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางทางการเงิน และ การทูตตั้งอยู่มากที่สุดในโลก เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ (รองจากเมืองซูริค) โดยถือว่าเป็นเมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกมากมาย เป็นภูมิภาคที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นหลัก แวะถ่ายภาพกับแลนด์มาร์คของเมืองนี้ เริ่มต้นที่ ทะเลสาบเจนีวา Geneva Lake เป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญของเมือง บริเวณโดยรอบทะเสสาบเต็มไปด้วยสวนสาธารณะ และ สวนหย่อมที่สวยงาม และดึงดูดสายตาด้วย น้ำพุจรวดเจ็ทโด Jet d-Eau ที่มีน้ำพุพุ่งสูงถึง 400 ฟุตเหนือทะเลสาบเจนีวา นอกจากเต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียวแล้ว ยังมีพื้นที่เขตเมืองเก่าที่มีตรอกซอกซอยที่มีความน่าสนใจทางประวัติศาสตร์ แวะถ่ายภาพกับ Reformation Wall รูปปั้นแกะสลักนูนของ 4 นักปราชญ์บนแนวกำแพงเมืองโบราณ ประกอบด้วย William Farel, John Calvin, Theordor Beza และ John Knox บุคคลซึ่งมีบทบาทสำคัญในการปฏิรูปคริสต์ศาสนานิกายโปรแตสแตนท์ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์

และอีกหนึ่งแลนด์มาร์คชื่องดัง เก้าอี้สามขา The broken chair ถูกสร้างขึ้นในปี 1997 โดยตั้งอยู่ที่ จัตุรัส Place des Nations เป็นจัตุรัสที่เก่าแก่ที่สุดในเจนีวา ภายรอบบริเวณที่แห่งนี้มีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร และคาเฟ่มากมาย มีบริเวณให้ทุกท่านได้แวะถ่ายภาพและพักผ่อนได้ตามอัธยาศัย โดยตัวเก้าอี้ตั้งประชันหน้าประตูทางเข้าสำนักงานสหประชาชาติ สร้างขึ้นหลังจากการประชุมนานาชาติที่ประเทศแคนาดา ความหมายของมันก็เพื่อเป็นการต่อต้านสงครามและเก้าอี้สามขาก็เปรียบเสมือนผู้เคราะห์ร้ายจากสงครามนั่นเอง ถ่ายภาพด้านหน้า ที่ทำการองค์การสหประชาชาติประจำกรุงเจนีวาPalace de Nations หนึ่งในอาคารที่สำคัญที่สุดของกรุงเจนีวา อาคารสีขาวหลังใหญ่นี้ได้ใช้เวลาสร้างนานถึง 8 ปี รวมถึง ถ่ายภาพด้านหน้า วิหารเซนต์ปิแอร์ St.Peter’s Cathedral ซึ่งเป็นวิหารเก่าแก่ที่สวยงามมากของเจนีวา และมีอายุมากกว่า 850 ปี ถือว่าเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดและมีความสำคัญต่อพัฒนาการด้านสังคมของเมืองนี้เป็นอย่างมาก ตัวมหาวิหารตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมืองเก่า สร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1160 และใช้เวลากว่า 400 ปี จึงสร้างเสร็จ ด้านในของโบสถ์บางส่วนได้จัดเป็นโซนพิพิธภัณฑ์วัตถุโบราณ แสดงข้าวของเก่าแก่ที่ขุดค้นพบในเจนีวาด้านใต้ของโบสถ์ มีหอคอยทางทิศเหนือและบันได 157 ขั้นให้ขึ้นไปชมวิวที่น่าชมมาก ส่วนภายใต้มหาวิหารนี้เป็นหลุมโบราณคดี ที่ตั้งของซากชุมชนโรมัน และซากโบสถ์เก่าจากคริสต์ศตวรรษที่ 4 และ 6

เที่ยง                           รับประทานอาหารเที่ยง (มื้อที่1)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโลซานน์ Lausanne (ระยะทาง 64 ก.ม. / 1 ชม.) เมืองเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ติดกับทะเลสาบเจนีวาทางด้านเหนือ มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม มีภูเขาโอบล้อม พร้อมทั้งทะเลสาบกว้างใหญ่ ผู้คนส่วนใหญ่ในเมืองจะพูดภาษาฝรั่งเศส เพราะเมืองโลซานอยู่ใกล้กับชายแดนประเทศฝรั่งเศส สภาพบ้านเรือนของโลซานน์เต็มไปด้วยตึกและอาคารรูปทรงคลาสสิกในช่วงสมัยศตวรรษที่ 12-14 มีบรรยากาศเงียบสงบไม่วุ่นวาย จากนั้นนำท่านไปชมบรรยากาศของย่านเมืองเก่าสมัยโบราณ อิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยที่ สวนเดอน็องตู Le Denantou เป็น สวนสาธารณะขนาดใหญ่ โดยบริเวณหัวมุมของสวน จะมีบันไดเล็ก และ รูปปั้นลิง 3 ตัว ปิดหู ปิดปาก ปิดตา Three monkey monuments อันเป็นสถานที่ทรงโปรดของในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อทรงพระเยาว์ “รูปปั้นลิง 3 ตัว” ลิงตัวแรกทำท่าปิดตาข้างเดียว ตัวที่สองปิดทั้งปาก และตัวที่สามปิดหูข้างเดียว ที่ในหลวงโปรดและฉายพระรูปไว้เสมอ สมเด็จพระพี่นาง ทรงนิพนธ์ว่าหมายถึง “ไม่ยอม ฟัง ดู พูด ในสิ่งที่เลว” และ ถ่ายรูปกับ ศาลาไทย Le Pavillon Thaïlandais สร้างโดยวิศวกรโยธา ช่างฝีมือและคนงาน 50 คน ร่วมกันสร้างชิ้นส่วนทุกชิ้นจากโรงงานในเมืองไทย รวมทั้งการทำฐานและบันไดด้วยหินแกรนิต ใช้ระยะเวลาประมาณสามเดือนจึงเสร็จสิ้น ขนส่งทางเรือจากประเทศไทยมายังสวิตเซอร์แลนด์

เย็น                              รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่2)
ที่พัก :                           Novotel Lausanne Bussigny 4* หรือระดับใกล้เคียงกัน

 

วันที่สาม                   เมืองโลซานน์-เมืองเวเว่ย์-ส้อมยักษ์—รูปปั้นชาลีแชปปลิ้น-เมืองมองเทรอซ์- Dent de Jaman -ปราสาทซิลยอง-เมืองกรูแยร์-โรงงานชีส ลาเมซงเดอกรูแยร์-เมืองทาช

เช้า                            รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (มื้อที่3)
นำท่านเดินทางสู่ เมืองเวเว่ย์ Vevey (ระยะทาง 19 ก.ม./ 30 นาที) เมืองที่แสนโรแมนติกและน่ารัก ตั้งอยู่ในรัฐโวของสวิตเซอร์แลนด์ นักท่องเที่ยวต่างก็ขนานนามเวเว่ย์ให้เป็นไข่มุกแห่งริเวียร่าสวิส Pearls of the Swiss Riviera เพราะมีอากาศดีอบอุ่นเกือบทุกฤดูกาล และเมื องนี้ยังยังเป็นที่ตั้งของ สำนักงานใหญ่ของบริษัทด้านอาหารของโลกอย่าง เนสท์เล่ Nestle อีกด้วย แวะถ่ายรูปกับจุดไฮไลท์ของเมืองเริ่มต้นที่ ส้อมยักษ์ The Fork ส้อมยักษ์นี้เป็นผลงานของศิลปินสวิส Jean-Pierre Zaugg สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองพิพิธภัณฑ์ Alimentarium ครั้งแรกที่ส้อมยักษ์ได้ปักลงในทะเลสาบคือปี 1995 แต่อยู่ได้เพียงปีเดียว ส้อมยักษ์ถูกย้ายไปอยู่ในสวนเมืองลูเซิร์นมากกว่าสิบปี ก่อนที่ชาวเมือง เวเว่ย์จะยื่นเรื่องเพื่อทวงคืนส้อมนี้สำเร็จ ในที่สุดส้อมยักษ์จึงได้กลับมาปักกลางทะเลสาบอีกครั้งในปี 2008 และกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมือง เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญเคียงคู่กับ รูปปั้นชาลีแชปปลิ้น Charlie Chaplin ศิลปินชาวอังกฤษที่มีผลงานสร้างชื่อเสียงในอเมริกาที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากและเขาเลือกเวเว่ย์เป็นสถานที่พักกายใจในบั้นปลายของชีวิตจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองมองเทรอซ์ Montreux แวะถ่ายภาพกับวิวสวยๆของภูเขาที่โด่งดังของเมืองมองเทรอซ์ นั่นก็คือ Dent de Jaman ที่มีดอกไม้ป่าที่มีสวยงามอยู่มากมาย เส้นทางมาภูเขาลูกนี้นี้ใช้สำหรับการเดินป่า วิ่ง และท่องเที่ยวธรรมชาติเป็นหลัก และ ถ่ายภาพด้านหน้าปราสาทซิลยอง Chillon castle ปราสาทสไตล์กอทิกแห่งมองเทรอซ์ เป็นปราสาทแห่งตระกูลซาวอย อายุเก่าแก่กว่า 1,000 ปี เป็นปราสาทแห่งความภูมิใจของชาวสวิส จากนั้นพาทุกท่านเดินทางสู่ เมืองกรูแยร์ Gruyeres (ระยะทาง 41 ก.ม./ 1 ชม.) สิ่งที่มีชื่อเสียงของกรูแยร์ที่โด่งดังไปทั่วโลก คือ “ชีสกรูแยร์” ได้ชื่อว่าเป็นยอดชีสของสวิตเซอร์แลนด์ เป็นชีสที่มีขนาดใหญ่ราวกับเค้กมีเนื้อสีเหลืองเหมือนเนยแข็ง มีรสชาติหวานปนเค็มเล็กน้อย หากไปเที่ยวที่เมืองนี้ไม่ควรพลาดชิมชีสที่เป็นผลิตภัณฑ์ชื่อดังของประเทศ

เที่ยง                            รับประทานอาหารเที่ยง (มื้อที่4)
พาทุกท่าน เข้าชม โรงงานชีส ลาเมซงเดอกรูแยร์ (La Maison du Gruyere) โรงงานผลิตชีสชื่อดัง เหมาะสำหรับคนที่รักชีสเป็นชีวิตจิตใจ อีกทั้งให้ทุกท่านเรียนรู้วิธีการผลิตและชิมชีสที่โด่งดังที่สุดของประเทศสวิส ระยะเวลาเยี่ยมชมประมาณ 30 นาที ด้านในมีพิพิธภัณฑ์บอกเล่าความเป็นมาของการทำชีส มาตั้งแต่ยุคโบราณ มีห้องโชว์การทำชีสกันสดๆ พร้อมทั้งชั้นวางชีสที่บ่มตามระยะเวลาต่างๆ หากทุกท่านเดินจนรู้สึกหิว สินค้าตัวที่แนะนำให้ซื้อคือ กรูแยร์ชีส รองลงมาคือเมอแรงค์ เมอแรงค์ของที่นี่ เขาว่ากันว่าถ้านำมาทานกับชีสกรุยแยร์แล้วจะอร่อยมากเลยทีเดียว
จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ เมืองทาซ (Tasch) (ระยะทาง 179 ก.ม. / ใช้เวลา 2 ชม. 30 นาที)

เย็น                               รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่5)
ที่พัก : Hotel Elite Tasch 3* หรือระดับใกล้เคียงกัน
วันที่สี่                            เมืองทาซ-หมู่บ้านเซอร์แมท-ชมวิว ยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น-เมือง iseltward-ทะเลสาบเบรียนซ์-เมืองอินเตอร์ลาเคน –สวนเฮอเฮ่อมัท-ย่านเมืองเก่า Unterseen
เช้า                                  รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (มื้อที่6)
นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านเซอร์แมท Zermatt ด้วย Shuttle Train จากสถานีรถไฟทาซสู่สถานีรถไฟเซอร์แมท ราคาทัวร์รวมค่าโดยสารสำหรับการเดินทางสู่เซอร์แมทแล้ว ให้ท่านเดินเที่ยวชมหมู่บ้านเซอร์แมทที่มีบรรยากาศสบายๆล้อมด้วยเขาสูงสวยงาม เป็นเมืองที่ปลอดมลพิษทางอากาศเพราะยานพาหนะในเมืองไม่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง แต่ใช้แบตเตอรี่เท่านั้น เซอร์แมทเป็นเมืองที่มีประชากรน้อยมาก และอาชีพหลักของคนพื้นเมือง คือพนักงานโรงแรมและร้านอาหาร ซึ่งรายได้หลักของเมืองนี้มาจากการท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อนและฤดูหนาว ในวันที่อากาศเอื้ออำนวย จากเมืองด้านล่างนี้ถ้าสภาพอากาศดีและสดใด จะสามารถมองเห็น ยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น ที่ได้ชื่อว่าเป็นยอดเขาที่มีรูปทรงสวยที่สุดในสวิส ที่ความสูง 3,833 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งความสูงของยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น สูงเด่นเป็นสง่าท่ามกลางเทือกเขาแอลป์ และมีรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแมทเทอร์ฮอร์น แบบสามเหลี่ยมคล้ายปิรามิดที่จุดสูงสุดบนยอด และมีความโดดเด่นไปอีกเมื่อเอกลักษณ์เฉพาะตัวนี้ได้เป็นโลโก้ของช็อคโกแล็ตดังทับเบอร์โรน ให้เวลาท่านอิสระเลือกเดินชมบรรยากาศความสวยงามของหมู่บ้านเซอร์แมทตามอัธยาศัย หรือ optional tour!! นั่งรถไฟสาย Gornergrat bahn หรือที่รู้จักกันในชื่อ รถไฟไต่เขา ขึ้นสู่ยอดเขากอร์นเนอร์แกรต (Gornergrat) เพื่อชมความสวยงามของยอดเขา Matterhorn โดย สถานีรถไฟตั้งอยู่ในเมือง Zermatt รถไฟขึ้นเขา Gornergrat เส้นทางนี้ใช้เวลา 33 นาทีจาก Zermatt ไปยัง Gornergrat รถไฟเริ่มปีนขึ้นไปในระดับความสูงมากกว่า 1,500 เมตรถึง 3,100 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

ท่านสามารถแวะลงที่สถานีกลาง Findelbach, Riffelalp, Riffelberg และ Rotenboden ในแต่ละสถานีจะมีไฮไลท์ของธรรมชาติพร้อมวิวของ Matterhorn สถานีส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยหิมะเกือบตลอดทั้งปี ท่านสามารถถ่ายรูปคู่กับยอดเขา Matterhorn ได้อย่างสวยงาม และ ด้านบนจะมีโรงแรม และ ร้านอาหารเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่ขึ้นมาเยือน อิสระตามอัธยาศัยจนถึงเวลานัดหมาย (ราคารถไฟสาย Gornergrat bahn เดินทางไป-กลับจากสถานี Zermatt ถึง สถานี Gornergrat ราคาท่านละ 126 CHF ราคาอาจมีการปรับเปลี่ยนโปรดติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อซื้อล่วงหน้าอย่างน้อย 7-14วันก่อนเดินทาง )

เที่ยง                            รับประทานอาหารเที่ยง (มื้อที่7)

บ่าย นำท่านเดินทางลงจาก หมู่บ้านเซอร์แมท Zermatt ด้วย Shuttle Train และเดินทางสู่ เมือง Iseltward (ระยะทาง 121 ก.ม. / 2 ชม.) แวะถ่ายภาพที่ ทะเลสาบเบรียนซ์ Brienz ตามรอยซี่รี่ย์ดัง สหายผู้กอง เป็นฉากที่ทะเลสาบที่พระเอกเล่นเปียโน และนางเอกอยู่บนเรือนั่นเอง บริเวณนั้นเป็นชุมชนขนาดเล็กที่มีการใช้ชีวิตกันอยู่อย่างเป็นธรรมชาติมาก ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีจากความเป็นอยู่ในเมืองอย่างแท้จริง เพราะที่นี่มีร้านอาหารเพียงไม่กี่ร้าน สิ่งที่ถือว่าเป็นรางวัลของที่นี่คือทิวทัศน์ความงามตามธรรมชาติที่มีทะเลสาบ Brienz สีเขียวมรกตอยู่เบื้องหลัง และนำทุกท่านเดินทางสู่ เมืองอินเตอร์ลาเคน Interlaken พาทุกท่านชม เมืองอินเตอร์ลาเคน Interlaken เมืองตากอากาศเล็กๆที่สวยเหมือนในฝัน เป็นเมืองแห่งสองทะเลสาบ ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบ ทูน และทะเลสาบเบรียนซ์ ล้อมรอบด้วยภูเขามีทิวทัศน์บริสุทธิ์และสวยงามมาก สวนเฮอเฮ่อมัท Hohematte พื้นที่เปิดโล่งสีเขียวของเมือง เป็นสนามหญ้าสีเขียวกว้างใหญ่อยู่หน้าโรงแรม The VICTORIA-JUNGFRAU Grand Hotel & Spa มีวิวอันสวยงามซึ่งสามารถมองเห็น 3 ยอดเขาได้ทั้งยอดเขาไอเกอร์ (Eiger), เมินช์ (Mönch) และ ยอดเขายุงเฟรา(Jungfraujoch) อิสระให้ท่านเดินเล่นและไปถ่ายภาพกับ ย่านเมืองเก่า Old Town หรือเรียกว่า Unterseen ตั้งอยู่เลียบกับแม่น้ำอาเร่ บริเวณเชิงเขา Harder เมืองเก่าแห่งนี้ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี1471 อาคารหลายๆ แห่งยังคงถูกอนุรักษ์เอาไว้อย่างดี

เย็น                             รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่8) 
ที่พัก :                          Hey hotel 4* หรือระดับใกล้เคียงกัน

 

วันที่ห้า                    เมืองอินเตอร์ลาเคน- สถานีกรินเดิลวาลด์-กระเช้าลอยฟ้าไอเกอร์เอ็กซเพรส-ยอดเขาจุงเฟรา-ปราสาทน้ำแข็ง-อุโมงค์อัลไพน์ เซนเซชัน-จุดชมวิวสฟิงซ์ฮอลล์-สถานีเลาเทอร์บรุนเนิน-หมู่บ้านเลาเทอร์บรุนเนิน-น้ำตกชเตาบ์บาค-เมืองลูเซิร์น

เช้า                          รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (มื้อที่9)
นำท่านเดินทางไปสู่ สถานีรถไฟที่ใหม่ สถานีกรินเดิลวาลด์ (Grindelwald Terminal) (ระยะทาง20ก.ม./ 30 นาที) พาท่านนั่ง กระเช้าลอยฟ้าไอเกอร์เอ็กซเพรส (Eiger Express gondola) ไปสู่ ยอดเขาจุงเฟรา ได้ชื่อว่าเป็น Top Of Europe เป็นหนึ่งในยอดเขาที่สุดที่สุดบนเทือกเขาแอลป์ ยอดเขาจุงเฟรามีความสูงถึง 4,158 เมตร มีอาคารและสถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป ล้อมรอบด้วยภูเขาไอเกอร์ เมินช์ และยุงเฟรา นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นบริเวณแรกในเทือกเขาแอลป์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วย อิสระให้ท่านเที่ยวชม ปราสาทน้ำแข็ง Ice palace สร้างขึ้นจากกองน้ำแข็งที่ก่อตัวอยู่ใต้ระเบียงชมวิวลงไป 20 เมตร เป็นจุดถ่ายรูปสวยๆที่นี่ซึ่งเกิดจากไกด์ภูเขา 2 คนได้เริ่มสลักน้ำแข็งเข้าไปเป็นโถงกว้างขนาด 1,000 ตารางเมตร โดยใช้เพียงสิ่วเจาะน้ำแข็งและเลื่อยในปี 1930 โดยทำทางเดินเหมือนโพรงถ้ำเข้าไป เพื่อชมรูปสลักน้ำแข็งต่างๆ อุณหภูมิภายในถ้ำจะคงที่อยู่ที่ -3 องศา Alpine Sensation Adventure Tunnel อัลไพน์ เซนเซชัน หนึ่งในสถานที่เที่ยวของจุงเฟรา อุโมงค์ความยาว 250 เมตร แสดงเรื่องราวของการรถไฟจุงเฟราและการพัฒนาของการท่องเที่ยวในเขตเทือกเขาแอลป์ และ Sphinx Observatory สฟิงซ์ฮอลล์ พาขึ้นลิฟต์ที่เร็วที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ไปเพียง 25 วินาทีก็จะถึงห้องชมวิวที่จะมองเห็นธารน้ำแข็งได้ในทุกสภาพอากาศ ซึ่งในวันฟ้าใสจะสามารถเปิดออกไปยังลานชมวิวกลางแจ้งที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 3,571 เมตร พร้อมวิวธารน้ำแข็งอเล็ตช์ มองเลยไปถึงฝรั่งเศส เยอรมนีและอิตาลีได้อีกด้วย ราคาทัวร์รวมค่าโดยสารสำหรับขึ้นยอดเขาจุงเฟราแล้ว

เที่ยง                         รับประทานอาหารเที่ยง (มื้อที่10) ร้านอาหารพร้อมวิวแสนสวยบนยอดเขาบนยอดเขาจุงเฟรา

จากนั้นนำทุกท่านเดินทางลงจากยอดเขาจุงเฟรา โดยนั่งรถไฟสู่ สถานีเลาเทอร์บรุนนเนิน ระหว่างทางให้ท่านได้ชมความสวยงามของธรรมชาติและความเป็นอยู่ของชาวสวิส จากนั้นนำท่านเที่ยวชม หมู่บ้านเลาเทอร์บรุนเนิน Lauterbrunnen เป็นหมู่บ้านที่อยู่ท่ามกลางหุบเขาสูงชันและยังมี น้ำตกชเตาบ์บาค Staubbach ไหลลงมาจากหน้าผา ทำให้ทัศนียภาพของหมู่บ้านแห่งนี้สวยงามมากขึ้น แม้จะเป็นหนึ่งในหมู่บ้านวิวสวยที่มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาต่อเนื่อง แต่เลาเทอร์บรุนเนินยังคงเป็นหมู่บ้านที่เงียบสงบ ไม่วุ่นวาย แถมยังเป็นทางผ่านไปยังจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ ในเทือกเขาแอลป์อีกด้วย

อิสระให้ท่านเก็บภาพความประทับใจและเดินเล่นในหมู่บ้าน จากนั้นพาทุกท่านเดินทางสู่ เมืองลูเซิร์น (ระยะทาง 79 กม. ใช้เวลา 1 ชม. 20 นาที) เมืองท่องเที่ยวชื่อดังของสวิตเซอร์แลนด์ เป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆในสวิตเซอร์แลนด์ของคนไทยที่มักแวะไปเยือนกัน

เย็น                        รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่11)
ที่พัก :                     Hotel ibis style Luzern 4* หรือระดับใกล้เคียงกัน

 

วันที่หก เมืองลูเซิร์น-สะพานไม้ซาเปล-อนุสาวรีย์สิงโตหิน-ทะเลสาบลูเซิร์น-เมืองซุก- Lohri AG Store ร้านที่มีนาฬิกาชั้นนำระดับโลก-เมืองซาฟฟ์เฮาเซิน-แม่น้ำไรน์-เมืองซุริค-สะพาน Münsterbrücke-โบสถ์ Fraumünster-โบสถ์ Grossmünster-โรงละครโอเปร่าซูริค-ถนนบานโฮฟซตราสเซอ

เช้า                         รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (มื้อที่12)
นำท่านเดินทางสู่ เมืองลูเซิร์น ในเมืองลูเซิร์นส่วนใหญ่รวมตัวกันในเขตเมืองเก่าและบริเวรทะเลสาบ พาทุกท่านเก็บภาพความประทับใจ เริ่มต้นจากสัญลักษณ์ของเมืองคือ สะพานไม้ซาเปล Chapel bridge สะพานไม้อายุเกือบ 700 ปี เป็นสะพานมีหลังคาคลุมที่ทอดข้ามแม่น้ำรอยส์จากสถานีรถไฟไปสู่ฝั่งเมืองเก่า มีจุดเด่นคือภาพเขียนบนคานไม้ อนุสาวรีย์สิงโตหิน The Lion Monument ที่แกะสลักอยู่บนหน้าผา บริเวณหัวของสิงโตจะมีโล่ซึ่งมีกากบาทสัญลักษณ์ของสวิตเซอร์แลนด์อยู่โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแด่ความกล้าหาญ ซื่อสัตย์และจงรักภักดีของทหารสวิสที่เสียชีวิตไปในการต่อสู้ป้องกันพระราชวังระหว่างการปฏิวัติใหญ่ของฝรั่งเศส และชมวิวสวยๆของ ทะเลสาบลูเซิร์น หรืออีกชื่อที่เรียกว่า ทะเลสาบสี่แคว้นแดนป่าไม้ (Lake of the four forest cantons) อยู่บริเวณปากแม่น้ำรอยซ์ ได้ชื่อว่าเป็นสถานที่สวยที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์เลยทีเดียว จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองซุก ZUG (ระยะทาง 31 ก.ม. / 45 นาที) เป็นเมื่องที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศ และเป็นเมืองที่ติดอันดับหนึ่งในสิบของโลกที่สะอาดที่สุด เป็นเมืองเก่าที่คงความสวยงามของพื้นหินแบบยุโรปในยุคกลาง สิ่งที่จะทำให้ท่านประทับใจคือรู้สึกได้ถึงอากาศที่สดชื่นและสะอาดเพราะเมืองนี้ตั้งอยู่บนทะเลสาบ แวะช้อปปิ้งที่ Lohri AG Store ร้านที่มีนาฬิกาชั้นนำระดับโลก ให้ท่านเลือกซื้อเลือกชมอาทิ เช่น Patek Philippe, Franck Muller Cartier , Piaget, Parmigiani Fleurier, Panerai, IWC , Omega, Jaeger-LeCoultre, Blancpain, Tag Heuer ฯลฯ นำท่านเดินทางสู่ เมืองซาฟฟ์เฮาเซิน Schaffhausen (ระยะทาง 93 ก.ม. / 2 ช.ม.) เมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ โดยมีแม่น้ำไรน์ Rhein ไหลผ่านเมือง ให้ท่านชมความงามของ น้ำตกไรน์ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สุดของทวีปยุโรป ตั้งอยู่บนแม่น้ำไรน์บริเวณพรมแดนระหว่างรัฐชาฟเฮาเซินกับรัฐซูริค น้ำตกแห่งนี้มีความกว้าง 150 เมตรและสูง 23 เมตร แม่น้ำไรน์เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 14,000 ถึง 17,000 ปีก่อนในช่วงยุคน้ำแข็งสุดท้าย เกิดจากการละลายของหิมะและยังมีปลาด้วย ซึ่งปลาทั่วไปไม่สามารถว่ายขึ้นน้ำตกแห่งนี้ได้ มีเพียงปลาไหลเท่านั้นที่มีเทคนิคเฉพาะตัวในการไต่ขึ้นน้ำตก น้ำตกไรน์มีน้ำเป็นสีเขียวมรกตใสไหลอย่างเชี่ยวกราดเกิดภาพที่งดงาม ให้ท่านสูดอากาศบริสุทธิ์และสัมผัสต้นไม้ใหญ่เรียงรายทั่วบริเวณ และถ่ายภาพเก็บความประทับใจกับความสวยงามของน้ำตกไรน์

เที่ยง                    รับประทานอาหารเที่ยง (มื้อที่13)

นำท่านเดินทางสู่ เมืองซุริค Zurich (ระยะทาง 52 กม./ 1 ชม.) นำท่านเก็บภาพความประทับใจกับสถานที่ต่างๆ สะพาน Münsterbrücke หรือเป็นที่รู้จักกันในนาม Helmhausbrücke เป็นสะพานข้ามถนนและเดินเท้าที่เปิดขึ้นในปี 2381 ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำ Limmat ในใจกลางเมืองซูริค สะพานสามารถเดินข้ามไปมาได้ ระหว่างสองฝั่งของโบสถ์สำคัญของซูริค ฟากนึงมี โบสถ์ Fraumünster ที่เลื่องชื่อเรื่องความงดงามของกระจกสี ซึ่งโบสถ์นับเป็นไฮไลท์ของเมืองชูริคเลยก็ว่าได้ เป็นโบสถ์นิกายโปรแตสแตนท์ที่มีจุดเด่นอยู่ที่เป็นหอคอยตึกคู่แฝด และสถาปัตยกรรมแบบโรมัน และอีกฝากเป็น โบสถ์ Grossmünster ออกแบบมาในรูปแบบประตูแกะสลักในศิลปะยุคกลาง อิฐหินถูกใช้ในการก่อสร้างตัวโบสถ์ ยังมีการตกแต่งด้วยหน้าต่างกระจกที่มีสีสันทันสมัยโดยจิตรกรชาวสวิส Augusto Giacometti แวะถ่ายภาพกับความสวยงามของ โรงละครโอเปร่าซูริค (Zurich opera house) จากนั้นอิสระให้ท่านชอปปิ้งตามอัธยาศัยที่ ถนนบานโฮฟซตราสเซอ Bahnhofstrasse ถนนนี้ความยาวประมาณ 1.4 กิโลเมตร ที่รู้จักในระดับนานาชาติว่าเป็นถนนช้อปปิ้ง มีร้านค้าให้ได้เลือกซื้อของกันมากมาย ได้รับการขนานนามว่าเป็นถนนที่แพงที่สุดในโลก ไม่ว่าจะเป็น Gucci, Armani, Prada, Chanel, Dior, Burberry, เป็นต้น ร้านเครื่องประดับ ร้านนาฬิกาและโรงแรมระดับหรูเป็นจำนวนมาก

เย็น                   รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่14)
ที่พัก :                 Novotel Zurich Airport Messe 4* หรือระดับใกล้เคียงกัน

 

วันที่เจ็ด            เมืองซูริค-ท่าอากาศยานนานาชาติซูริค -ท่าอากาศยานนานาชาติอาบูดาบี

เช้า                   รับประทานอาหารเข้า (มื้อที่15)

นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติซูริค เพื่อเดินทางกลับสู่ประเทศไทย
10.00 น. นำท่านเดินทางออกสู่ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยสายการบิน ETIHAD AIRWAYS เที่ยวบินที่ EY074
18.55 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะพักเปลี่ยนเครื่อง
22.50 น. เดินทางกลับ กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยสายการบิน ETIHAD AIRWAYS เที่ยวบินที่ EY402

 

วันที่แปด             ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

07.55 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

 

 

ทัวร์ยุโรป