EUR-QR-T080

ทัวร์ยุโรป EUROPE CLASSIC ฝรั่งเศส-สวิตเซอร์แลนด์-อิตาลี 9D6N (QR)

ราคาเริ่มต้น 93,900 ฿ ดาวน์โหลด PDF จองทัวร์

สายการบิน: QR

ปารีส-ทรัวส์-กอลมาร์ (ฝรั่งเศส)

กอลมาร์ (ฝรั่งเศส)-ชทานส์-กระเช้า 2 ชั้นเปิดประทุนสู่ชทานส์เซอร์ฮอร์น-ลูเซิร์น (สวิตเซอร์แลนด์)

ช้อปปิ้ง FoxTown Outlet (สวิตเซอร์แลนด์)-โคโม่-เจนัว (อิตาลี)

ลาสเปเซีย-ซิงเควเทอร์เร่-พาร์ม่า (อิตาลี)

วันที่เดินทาง

09 เม.ย. 66 – 17 เม.ย. 66

ทัวร์ยุโรป

 

วันแรก                สนามบินสุวรรณภูมิ

23.30น.             นัดคณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ  ชั้น 4 ประตูหมายเลข 8 เคาน์เตอร์สายการบิน Qatar Airways ROW P เจ้าหน้าที่พร้อมคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านเอกสารและสัมภาระ

**กรณีที่บางท่านเดินทางมาจากต่างประเทศหรือต่างจังหวัดกรุณาตรวจสอบเวลาการเดินทางแต่ละกำหนดการเดินทางอีกครั้งก่อนทำการจองตั๋วโดยสารส่วนตัวของท่าน เนื่องจากรายการทัวร์เป็นรายการซีรี่และได้มีการดำเนินการไว้ล่วงหน้าหลายเดือน เมื่อเปลี่ยนฤดูกาล เวลาการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย**

 

 

วันที่สอง              สุวรรณภูมิ-โดฮา (กาต้าร์)-ปารีส-ช้อปปิ้ง-ล่องเรือแม่น้ำแซน (ฝรั่งเศส)

02.30 น.              นำท่านออกเดินทางสู่สนามบินกรุงโดฮา ประเทศกาต้าร์ โดยสายการบิน Qatar Airways  เที่ยวบินที่ QR837

05.45 น.               เดินทางถึงสนามบินกรุงโดฮา ประเทศกาต้าร์ จากนั้นนำท่านเปลี่ยนเครื่อง

07.55 น.               นำท่านออกเดินทางสู่สนามบินกรุงโดฮา ประเทศกาต้าร์ โดยสายการบิน Qatar Airways  เที่ยวบินที่ QR039

13.55 น.                เดินทางถึงสนามบินชาร์ลเดอโกลล์ Charles de Gaulle นครปารีส นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว รถโค้ชรอรับท่าน นำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองของ นครปารีส มหานครที่คนทั่วโลกใฝ่ฝันอยากมาเยือน นำท่านเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมหลากหลายคอลเล็คชั่นใหม่ๆ จากห้างสรรพสินค้า La Samaritaine Paris ห้างใหญ่ใจกลางกรุงปารีสใกล้สถานีรถไฟ Pont Neuf ที่ขยายจากร้านเสื้อผ้าเล็กๆ สู่อาคารห้างสรรพสินค้าที่มีแผนกต่างๆ กว่า 90 แผนก ตกแต่งอย่างหรูหราสวยงาม และยังใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำซีรี่เรื่องดัง Emily in Paris ซึ่งออกอากาศทาง Netflix  จากนั้นเดินทางสู่ท่าเรือเพื่อนำท่าน ล่องเรือในแม่น้ำแซน แม่น้ำสายหลักของมหานครปารีส ชมอาคารสำคัญต่างๆ หลายแห่งที่มีสถาปัตยกรรมงดงาม

ค่ำ                         รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง พร้อมให้ท่านลิ้มรสเมนูหอยเอสคาโก เมนูดังของฝรั่งเศส

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ Mercure Paris Le Bourget หรือระดับเทียบเท่า

 

วันที่สาม           ปารีส-ทรัวส์-กอลมาร์ (ฝรั่งเศส)

เช้า                   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านชมมหานครปารีส นครหลวงแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส ที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากมายกว่า 20 ล้านคนต่อปี ด้วยประวัติศาสตร์ที่ยาวนานทั้งศิลปะและสถาปัตยกรรมที่สวยงาม รวมทั้งเป็นศูนย์กลางของแฟชั่นที่ทันสมัย นำท่านถ่ายรูปกับหอไอเฟล Eiffel Tower หอคอยที่เป็นสัญลักษณ์หรือแลนด์มาร์คของประเทศฝรั่งเศสที่รู้จักกันไปทั่วโลก ทั้งยังเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลกอีกด้วย โดยสร้างขึ้นด้วยโครงเหล็กบริเวณแม่น้ำแซนในกรุงปารีส และตั้งชื่อตามสถาปนิกและวิศวกรที่ออกแบบหอคอยแห่งนี้คือกุสต๊าฟ ไอเฟิล เดิมสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ของงานแสดงสินค้าโลกในปี ค.ศ.1889 เพื่อแสดงถึงความยิ่งใหญ่ของประเทศฝรั่งเศส ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์และต่อมากลายมาเป็นสัญลักษณ์องกรุงปารีส และนำท่านเริ่มชมโดยรอบเริ่มจากเก็บภาพสวยของหอคอยไอเฟล อีกครั้งบริเวณหน้าโรงเรียนการทหารหรือจัตุรัสทรอคาเดโร, ผ่านชมประตูชัยแห่งจักรพรรดินโปเลียน ณ.จัตุรัสชาร์ลสเดอโกลล์, ถนนชองเอลิเซ่ย่านหรูหราราคาแพงที่โด่งดัง จัตุรัสคองคอร์ตที่ตั้งของเสาหินโอเบลิสจากวิหารลักซอร์ในอียิปต์, โดมอินวาลิด สถานที่เก็บพระศพจักรพรรดินโปเลียน เป็นต้น ให้ท่านถ่ายรูปภายนอกกับพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ พิพิธภัณฑ์ทางศิลปะตั้งอยู่ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงที่สุด เก่าแก่ที่สุดและใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ได้รับการออกแบบจากสถาปนิกชาวจีน-อเมริกัน ซึ่งได้เปิดให้สาธารณะชนเข้าชมได้เมื่อปี ค.ศ.1793 มีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่สมัยราชวงศ์กาเปเซียง ตัวอาคารเดิมเคยเป็นพระราชวังหลวง ซึ่งปัจจุบันเป็นสถานที่ที่จัดแสดงและเก็บรักษาผลงานทางศิลปะที่ทรงคุณค่าระดับโลกเป็นจำนวนมาก อย่างเช่น ภาพเขียนโมนาลิซา ผลงานของเลโอนาร์โด ดาวินชี หรือภาพ Venus de Milo ของอเล็กซานดรอสแห่งแอนทีออก ในปี ค.ศ.2006 ซึ่งพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์มีผู้มาเยี่ยมชมเป็นจำนวน 8.3 ล้านคน ทำให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีผู้มาเยี่ยมชมมากที่สุดในโลกและยังเป็นสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดในกรุงปารีส จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองทรัวส์ Troyes เมืองหลวงของจังหวัดโอบในแคว้นช็องปาญหรือแชมเปญในประเทศฝรั่งเศส เมืองทรัวส์ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำแซน ราว 150 กิโลเมตรทางตะวันออกเฉียงใต้ของปารีส (ใช้เวลาเดินทางประมรณ 2 ชั่วโมง)

กลางวัน                                รับประทานอาหารกลางวัน ณ.ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย                  นำท่านเดินเล่นชั่วครู่ ชมเมืองทรัวส์ ถือเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความเป็นมาของมรดกทางวัฒนธรรมและมีสถาปัตยกรรมของอาคารโบสถ์ต่างๆ ที่เป็นแบบโกธิคและยุคฟิ้นฟูศิลปวิทยาการของยุโรป เมืองสำคัญที่มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานกว่า 2,000 ปี ตั้งแต่สมัยจักรวรรดิโรมัน และเป็นแคว้นที่มีชื่อเสียงโด่งดังเรื่องแชมเปญ เยี่ยมชมเมืองทรัวส์ เมืองเก่าแก่ที่เคยเป็นจุดยุทธศาสตร์ของเส้นทางการเคลื่อนพลในสมัยโรมัน ที่ตัดตรงตั้งแต่กรุงโรมไปยังอาณาจักรบริทาเนียอย่าง “ถนนอากริปปา” เริ่มเดินสำรวจที่จัตุรัสใจกลางเมืองอันเงียบสงบ รวมไปถึงบรรยากาศน่ารักของย่านถนนคนเดิน “โมเอ่” ที่มีเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น สร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 16 เป็นบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ มีโบสถ์เก่าแก่อย่างโบสถ์เซนต์ เออบัน หรือเดินชมวิหารทรัวส์  (St.Pierre and St.Paul Cathedral) ที่ตกแต่งด้วยกระจกสีสวยงามสะท้อนถึงวัฒนธรรมยุโรปยุคฟื้นฟูศิลปะ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองกอลมาร์ Colmar (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) เมืองเล็กๆ อันเป็นเมืองบ้านเกิดของจิตรกรและช่างแกะพิมพ์ มาร์ติน โชนเกาเออร์ และประติมากรเฟรเดริก โอกุสต์ บาร์ตอลดี ผู้ออกแบบอนุเสาวรีย์เทพีเสรีภาพ เป็นเมืองที่มีความโรแมนติคเมืองหนึ่งของฝรั่งเศส และเป็นสถานที่ที่คู่รักมักจะให้คำสัญญาในความรักระหว่างกันและกัน ด้วยบรรยากาศที่สวยงามและสถาปัตยกรรมของอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ จึงทำให้เมืองกอลมาร์เป็นอีกหนึ่งในสถานที่โรแมนติคในฝันของใครอีกหลายคน

ค่ำ                         รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ Le Grand Hotel Bristol Colmar หรือระดับเทียบเท่า

 

วันที่สี่               กอลมาร์ (ฝรั่งเศส)-ชทานส์-กระเช้า 2 ชั้นเปิดประทุนสู่ชทานส์เซอร์ฮอร์น-ลูเซิร์น (สวิตเซอร์แลนด์)

เช้า                   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินชม เมืองกอลมาร์ ดินแดนแห่งความงามที่มีอาคารบ้านเรือนสวยงาม มีจุดเด่นอยู่ที่ความงามของดอกไม้ที่มีอยู่ทั่วเมือง (ในช่วงฤดูร้อนและช่วงฤดูหนาวจะมีเสน่ห์กันไปคนละแบบ) จัดเป็นอีกเมืองที่ถูกจัดให้เป็นเมืองที่มีความโรแมนติค จนได้รับการขนานนามว่า ลิตเติ้ลเวนิซ Little Venice ปัจจุบันเมืองเก่าแก่แห่งนี้ได้กลายเป็นเมืองที่น่ามาเยือนเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศฝรั่งเศส เป็นเมืองที่มีลักษณะสถาปัตยกรรมและ

 

บรรยากาศของเมืองโบราณ มีบ้านเรือนที่สวยงาม และได้รับการดูแลรักษาไว้เป็นอย่างดี บ้านเรือนแบบนี้ เรียกว่า Colombage ในภาษาฝรั่งเศส หรือ Fachwerkhaus ในภาษาเยอรมัน เป็นบ้านครึ่งไม้ซุงซึ่งเป็นแบบบ้านที่เป็นเอกลักษณ์และเห็นได้ทั่วไปในแคว้นอัลซาส ลักษณะพิเศษของบ้านจะขึ้นโครงบ้านด้วยไม้ทั้งหลังรวมทั้งหลังคาก่อน จากนั้นก็จะโบกปูนระหว่างช่องไม้แล้วทาทับด้วยสีสันสวยงามตามใจเจ้าของบ้าน เมืองนี้ยังมีคลองน้ำไหลผ่านมีทัศนียภาพงดงาม จากนั้นนำท่านเดินทางข้ามพรมแดนจากประเทศฝรั่งเศสสู่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ผ่านเมืองบาเซิล เดินทางเข้าสู่ เมืองชทานส์ Stans ตั้งอยู่บริเวณพรมแดนระหว่างรัฐนิดวัลเดินกับรัฐออบวัลเดิน (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง) นำท่านนั่งรถรางโบราณ Funicular ซึ่งเดิมถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเส้นทางขนส่งสาธารณะและแล้วเสร็จในปี ค.ศ.1893 จากสถานีชทานส์สู่ ผ่านชมทุ่งหญ้าสู่สถานีกระเช้าลอยฟ้าคัลติ Kalti โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที จากนั้นนำท่านเปลี่ยนมาโดยสารกระเช้าที่สถานีนี้ นำท่านนั่งกระเช้าลอยฟ้าแบบเปิดประทุนสู่ยอดเขาชทานเซอร์ฮอร์น Mt.Stanserhorn ที่มีความสูงถึง1,898 เมตรจากระดับน้ำทะเล ระหว่างทางให้ท่านได้ชมวิวแบบพาโนราม่าและสัมผัสบรรยากาศที่สดชื่นแบบสุดๆ กับการเดินทางบนกระเช้า “Cabrio” กระเช้าลอยฟ้าเปิดประทุนที่มี 2

ชั้นแห่งแรกของโลก ใช้งบประมาณในการสร้างถึง 28,100,000 CHF หรือประมาณ 983,500,000 บาท ให้ท่านเดินทางถึงยอดเขา Stanserhorn ในเวลาประมาณ 7 นาที ให้ท่านได้ชมความงดงามของยอดเขาและทัศนียภาพรอบๆ แบบ 360 องศา สามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองและทะเลสาบลูเซิร์นได้ทั้งเมืองและยังมองเห็นทิวทัศน์ของเขตเทือกเขาแอลป์และยอดเขาต่างๆ อาทิ ยอดเขาทิทลิส พิลาทุส ริกิ ไอเกอร์ เมินช์และจุงฟราว

กลางวัน            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารบนยอดเขา

 บ่าย                  นำท่านลงจากยอดเขาจากนั้นเดินทางสู่ เมืองลูเซิร์น (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที) เมืองท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของสวิสที่หลายท่านอาจจะเคยไปเยือนมาแล้ว แต่ลูเซิร์นก็ยังคงมีความสวยงามเหมือนเดิม นำท่านชมเมืองลูเซิร์น เมืองใหญ่ที่สุดในภาคกลางของประเทศ ทำให้เมืองลูเซิร์นกลายเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ, การคมนาคมและวัฒนธรรมของภาคกลาง มีแม่น้ำร็อยส์ไหลผ่านกลางเมืองและสามารถมองเห็นทัศนียภาพของเขตเทือกเขาแอลป์ เขาพิลาทุสและเขาริกิได้อีกด้วย นำท่านชมอนุเสาวรีย์สิงโตและถ่ายรูปกับสะพานไม้ชาเพล สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 14 ประดับตกแต่งบนโครงหลังคาหน้าจั่วด้วยภาพวาดในศตวรรษที่ 17 ซึ่งภาพเขียนเหล่านี้เป็นการเล่าเรื่องราวประวัติความเป็นมาของเมืองลูเซิร์น โดยมีหอคอยน้ำ Wasserturm ซึ่งเดิมใช้เป็นที่คุมขังนักโทษและเก็บเอกสารรวมทั้งของมีค่าของเมืองไว้ หอคอยนี้มีลักษณะเป็นรูปทรงแปดเหลี่ยมที่มีฐานเชื่อมติดอยู่กับสะพานสร้างขึ้นราวปี ค.ศ.1300 สะพานแห่งนี้เคยถูกไฟไหม้ไปเมื่อปี ค.ศ.1993 แล้วก็มีการบูรณะใหม่จนมีสภาพใกล้เคียงของเดิม (ภาพวาดดั้งเดิมถูกไฟไหม้ไปเยอะ) สะพานชาเพลนี้ถือเป็นสะพานไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป และมีเวลาให้ท่านเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกและร้านค้าสินค้าคุณภาพสวิส

 ค่ำ                        รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก Astoria Lucerne หรือระดับเทียบเท่า

 

วันที่ห้า             ลูเซิร์น-ช้อปปิ้ง FoxTown Outlet (สวิตเซอร์แลนด์)-โคโม่-เจนัว (อิตาลี)

เช้า                   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองเมนดริโซ่ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.15 ชั่วโมง) เพื่อนำท่านเข้าสู่ FoxTown Factory Stores แหล่งรวมร้านค้าแบรนด์เนมต่างๆ มากมาย อาทิ Adidas, Armani, Bally, BOSS, Burberry, Calvin Klein, COACH, DIESEL, Dolce & Gabbana, Furla, GUCCI, GUESS, Lacoste, Lee, Levi’s,

Longchamp, Michael Kors, New Balance, Nike, Nine West, Polo, Prada, Puma, Quicksilver, Skechers, Timberland, Valentino, VANS เป็นต้น พร้อมกับโปรโมชั่นหลากหลาย **เพื่อความสะดวกในการเลือกซื้อสินค้าให้ท่านอิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย**

 

บ่าย                        สมควรแก่เวลานัดหมายนำท่านเดินทางข้ามพรมแดนจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เดินทางสู่ประเทศอิตาลีผ่านไปยังเมืองโคโม่ Como (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) ให้ท่านได้เดินเล่นบริเวณทะเลสาบโคโม่ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบที่สวยงามที่สุดของอิตาลี ในแคว้นลอมบาร์เดีย ทางเหนือของประเทศอิตาลี บริเวณเชิงเทือกเขาแอลป์ ทะเลสาบโคโมล้อมรอบด้วยภูเขาสูงที่ยังมีป่าไม้เขียวชอุ่ม หลายจุดบนชายฝั่งเป็นช่องเขาแคบและหน้าผาที่สวยงาม ทางเหนือของทะเลสาบคือเทือกเขาแอลป์ยาวเหยียดสุดสายตาเป็นกำแพงธรรมชาติที่สร้างฉากหลังอันงดงามอลังการให้กับดินแดนบริเวณนี้ เทือกเขาแอลป์นั้นมีหิมะปกคลุมอยู่ตลอดปี จึงทำให้สามารถเล่นสกีหิมะได้ตลอดเวลา จึงเป็นจุดดึงดูดให้ผู้คนจากทั่วโลกหลั่งไหลมาท่องเที่ยวพักผ่อนกันอย่างไม่ขาดสาย สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองเจนัว Genoa (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง) เมืองท่าทางการค้าทางทะเลที่สำคัญทางตอนเหนือของอิตาลีถือเป็นเมืองท่าที่สำคัญยิ่งเปรียบประดุจเส้นเลือดใหญ่ของประเทศมาอย่างยาวนาน มีความรุ่งเรืองอย่างยิ่งในอดีตจนถึงศตวรรษที่ 18 ถูกกองทัพของจักรพรรดิ์นโปเลียนบุกเข้ายึดครองและผนวกดินแดนแห่งนี้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของฝรั่งเศส แต่เป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ เมื่อนโปเลียนเสื่อมอำนาจลง เจนัวได้มีโอกาสกลับมาฟื้นฟูบ้านเมืองและกลับเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอิตาลีอีกครั้งจวบจนปัจจุบัน ปัจจุบันเจนัวเป็นเมืองที่สามารถทำรายได้เข้าประเทศได้เป็นอย่างเสมอต้นเสมอปลายทั้งเป็นเมืองท่าสำคัญและเป็นเมืองท่องเที่ยวชื่อดัง เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ ได้แก่ เฟียต อัลฟ่าโรมิโอ แลนเซีย เป็นต้น ให้ท่านผ่านชมเมืองเจนัว เมืองบ้านเกิดของนักเดินเรือชื่อดังผู้ค้นพบทวีปอเมริกา คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ประกอบกับเจนัวมีบ้านเรือนแบบคลาสสิคโรมันย้อนยุค มีโบสถ์เก่าแก่ สวนสวยประดับอยู่ทั่วเมือง ผ่านชมอาคารสวยงามต่างๆ โบสถ์ประจำเมืองหรือดูโอโม่ที่สร้างขึ้นแบบโรมาเนสก์และโกธิค น้ำพุกลางเมือง ท่าเทียบเรือบริเวณอ่าวเจนัว มีเรือใบจอดอยู่มากมายประกอบกับอาคารโดยรอบสวยสดงดงาม ประภาคารสูงตระหง่าน จัตุรัสเปียซซ่า เฟอร์รารี่ ถือเป็นจัตุรัสที่สวยที่สุดในอิตาลี ซึ่งเคยเป็นสถานที่ที่โคลัมบัสเคยอาศัยอยู่เมื่อครั้งเป็นเด็ก ผ่านชมพระราชวังซานจิออร์จิโอ Palazzo San Giorgio มีความโดดเด่นของภาพวาดที่มองแล้วคล้ายภาพนูนต่ำและมหาวิหารเจนัว

ค่ำ                         รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมืองด้วยเมนูปลาสไตล์ลิกูเรีย

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก NH Genova Centro หรือระดับเทียบเท่า

 

วันที่หก             เจนัว-ลาสเปเซีย-ซิงเควเทอร์เร่-พาร์ม่า (อิตาลี)

เช้า                   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมือง ลา สเปเซีย La Spezia เมืองในเขตลิกูเรีย ตอนเหนือของประเทศอิตาลี อยู่ระหว่างเมืองเจนัวและปิซ่า บริเวณอ่าวลิกูเรีย หนึ่งในอ่าวที่มีความสำคัญทางด้านการค้าและการทหาร (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง) นำท่านเปลี่ยนการเดินทางต่อโดยรถไฟสู่เมืองซิงเควเทอร์เร่ Cinque Terre หมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณริมชายฝั่งริเวียร่าของอิตาลี ที่มีความหมายว่า ดินแดนทั้งห้า The Five Land หรือดินแดนแห่งความงดงาม ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันเหนือทะเลเมดิเตอร์เรเนียนบริเวณชายฝั่งแคว้นลิกูเรีย ประกอบไปด้วย 5 หมู่บ้าน ที่ซ่อนตัวเองอยู่ห่างไกลจากสายตาของคนภายนอก แผ่นดินที่ยากจะเข้าถึงได้โดยง่าย ได้แก่ Monterosso Al Mare, Vernazza Corniglia, Manarola และ Riomaggiore โดยทั้ง 5 หมู่บ้านนี้มีหุบเขาล้อมรอบ มีแม่น้ำเป็นฉากด้านหน้า ทำให้สถานที่แห่งนี้มีความสวยงามตามธรรมชาติราวกับภาพวาดของจิตรกรเอก ประกอบกับเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้อีกด้วย ซึ่งหมู่บ้านทั้งห้านี้ยังคงสภาพดั้งเดิมมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 นำท่านเดินเล่นหมู่บ้านมานาโรล่า Manarola ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของซิงเควเทอร์เร หนึ่งในห้าหมู่บ้านของแคว้นลิกูเรีย ถือเป็นหมู่บ้านที่มีความเก่าแก่ที่สุด ประกอบด้วยอาคารบ้านเรือนที่มีสีสันสดใส ตั้งเรียงรายลดหลั่นลงมาหน้าผาสูงชันเหนือทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ปัจจุบันหมู่บ้านแห่งนี้เป็ฯแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ให้ท่านเดินชมจัตุรัส Capellini Plaza ที่ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.2004 ที่เป็นจุดศูนย์รวมของหมู่บ้านไม่ว่าจะเป็นร้านค้า ร้านอาหารและยังมีชื่อเสียงในด้านการผลิตไวน์อีกด้วย

กลางวัน                                รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย                        ให้ท่านเดินเล่นชมความงามของหมู่บ้านที่มีสีสันสวยงาม สร้างลดหลั่นกันตามเนินผาริมทะเลเพิ่มเติม ให้ท่านเดินเล่นชมหมู่บ้านริโอแมกจิโอเร่ Riomaggiore หมู่บ้านประมงเล็กๆ ที่มีเสน่ห์และมีบรรยากาศเหมือนเมืองตุ๊กตา บ้านเรือนที่ตั้งลดหลั่นกันบนหน้าผาที่ปกคลุมด้วยต้นไม้เขียวขจีตัดกับน้ำทะเลเมดิเตอร์เรเนียนสีเทอควอยส์ โดยเฉพาะในฤดูร้อน ให้ท่านได้ถ่ายรูปตามอัธยาศัย และเดินชมหมู่บ้านอีกแห่งหนึ่ง มอนเตรอสโซ่ Monterosso Al Mare หมู่บ้านที่ใหญ่และขึ้นชื่อที่สุด เนื่องจากเป็นเพียงหมู่บ้านเดียวที่มีชายหาดให้นักท่องเที่ยวลงไปนั่งเล่นพักผ่อนได้จริง และคึกคักมากในช่วงฤดูร้อน มอนเตรอสโซแบ่งหมู่บ้านออกเป็น 2 ด้าน หากนับจากสถานีรถไฟ ด้านทิศเหนือเป็นส่วนของบ้านตากอากาศ มีร้านค้าเสียเป็นส่วนใหญ่ ส่วนทิศใต้เป็นที่ตั้งของหมู่บ้าน จะไปทางด้านทิศใต้นั้นต้องเดินลอดอุโมงค์ที่เจาะผ่านช่องเขาเข้าไปตัวชุมชนที่นี่เป็นชุมชนที่ใหญ่ที่สุด และเป็นชุมชนแรกที่ก่อตั้งขึ้นในบรรดา 5 หมู่บ้าน เดินชมภายนอกวิหารนักบุญจอห์นเดอะแบ็พทิสต์ Chiesa di San Giovanni Battista สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 13-14 เป็นโบสถ์เล็กๆ มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบบาร็อค  ทำจากหินอ่อนสลับสีขาวดำเป็นลายขวางพาดตัววิหารทั้งด้านนอกและด้านใน มีเวลาให้ท่านถ่ายภาพงดงามตามอัธยาศัย

สมควรแก่นำท่านเดินทางกลับสู่สถานีรถไฟลา สเปเซียอีกครั้ง รถโค้ชรอรับท่านเดินทางสู่ นำท่านเดินทางสู่เมืองพาร์ม่าหรือปาร์ม่า Parma (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) อีกหนึ่งเมืองในเขตแคว้นเอมิเลียโรมัญญา มีชื่อเสียงในด้านการผลิตแฮม, ชีส ต้นกำเนิดของพาร์ม่าแฮมที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก และยังมีความโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรม ผ่านชมอาคารมหาวิทยาลัยพาร์ม่าและสโมสรฟุตบอลพาร์ม่า ให้ท่านเดินเล่นจัตุรัสกลางเมือง Piazza Garibaldi ที่ตั้งของโบสถ์ที่งดงามศักดิ์สิทธิ์ได้แก่ Santa Maria della Steccata รวมถึงมหาวิหารแห่งเมืองพาร์ม่าที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงามประกอบไปด้วยวิหารที่ใช้ประกอบพิธีศีลจุ่มมีอาคารหินอ่อนแปดเหลี่ยมขนาดใหญ่สไตล์โรมาเนสก์

ค่ำ                         รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก NH Parma หรือระดับเทียบเท่า

 

วันที่เจ็ด                        พาร์ม่า-ช้อปปิ้ง Fidenza Village Outlet-มิลาน (อิตาลี)

เช้า                   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ ฟิเดนซ่า Fidenza (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที) เมืองที่ตั้งอยู่ในเขตประเทศอิตาลี ระหว่างเมืองเวนิสและเมืองมิลาน ให้ช้อปปิ้งสินค้าต่างๆ ที่ Fidenza Village Outlet แหล่งรวมสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำในราคาพิเศษ อาทิ Armani, Prada, Michael Kors, Paul Smith, Nike, Calvin         Klein, Fossil, Furla, Diesel, Valentino, Vasace, Dolce & Gabbana, Polo Ralph Lauren, Guess, Timberland, Coach, New Balance, Asics, Camper, Samsonite, Swatch เป็นต้น **เพื่อความสะดวกในการเลือกซื้อสินค้าต่างๆ อิสระให้ท่านรับประทานอาหารกลางวันภายในเอ๊าท์เล็ต**

บ่าย                        นำท่านเดินทางสู่ เมืองมิลาน Milan หรือ มิลาโน Milano ในภาษาอิตาเลียนซึ่งเป็นเมืองสำคัญในภาคเหนือของประเทศอิตาลี เมืองแห่งแฟชั่นดีไซน์เนอร์ชื่อดังของอิตาลี (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง)  แวะชมภายนอก ปราสาทฟอร์ซ่า หรือ Sforzesco Castle ได้รับการก่อสร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 15 โดยฟรันเชสโกสฟอร์ซา ดยุคแห่งมิลาน ต่อมาได้มีการบูณะและขยายใหญ่ขึ้นในช่วงยุคศตวรรษที่ 19 และ 17 และยังเป็นที่ตั้งของป้อมปราการที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป

จากนั้นนำท่านชม เมืองมิลาน เมืองหลักของแคว้นลอมบาร์เดียและเป็นเมืองสำคัญทางภาคเหนือของประเทศอิตาลี มีชื่อเสียงในด้านแฟชั่นและศิลปะ ซึ่งมิลานถูกจัดให้เป็นเมืองแฟชั่นในลักษณะ

เดียวกับนิวยอร์ค  ปารีส  ลอนดอน และกรุงโรมนอกจากนี้ยังเป็นที่รู้จักในด้านอุตสาหกรรม ผ้าไหม และแหล่งผลิตรถยนต์ อัลฟา โรมีโอ รวมไปถึงสโมสรฟุตบอลอินเตอร์มิลานและสโมสรฟุตบอลเอซีมิลาน นำท่านชมจัตุรัสสกาล่าและรูปปั้นดาวินชี และให้ท่านถ่ายรูปและชมความยิ่งใหญ่ภายนอกของ มหาวิหารแห่งเมืองมิลานหรือมิลานดูโอโม มหาวิหารหินอ่อนแบบโกธิคที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ในยุโรป สร้างในปี ค.ศ.1386 ด้วยศิลปะแบบนีโอโกธิคผสมผสานกันเป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกสมัยฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ ใช้เวลาสร้างนานถึง 500 ปี มีความวิจิตรงดงามและประดับประดาไปด้วยรูปปั้นนับกว่า 3,000 รูป มีหลังคายอดเรียวแหลมจำนวน 135 ยอด บนสุดมีรูปปั้นทองขนาด 4 เมตรของพระแม่มาดอนน่าเป็นสง่าอยู่ มีลานกว้างด้านหน้าดูโอโมที่มีอนุสาวรีย์พระเจ้าวิกเตอร์เอ็มมานูเอลที่ 2 ทรงม้าคือสถานที่จัดงานสำคัญต่างๆ ในบริเวณเดียวกันยังเป็นที่ตั้งของ แกลเลอรี่ วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล ที่นับว่าเป็นช้อปปิ้งอาเขตที่สวยที่สุดในอิตาลี มากว่า 100 ปี พร้อมถ่ายรูปกับอนุสาวรีย์ของ ลิโอนาร์โด ดาร์วินชีจิตรกรเอกที่โด่งดังจากภาพโมนาลิซ่า ให้เวลาท่านได้เลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำ อาทิ Prada, Louis Vuitton, GUCCI เป็นต้น

ค่ำ                         รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตตาคารพื้นเมือง

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก NH Milano Fiera หรือระดับเทียบเท่า

 

วันที่แปด           มิลาน-สนามบินมาร์เพนซ่า (อิตาลี)-สนามบินโดฮา (กาต้าร์)

เช้า                   รับประทานอาหารเช้าแบบกล่อง

05.30 น.            ให้ท่านเตรียมตัวออกจากที่พัก นำท่านเดินทางสู่สนามบินมาร์เพนซ่า เพื่อให้ท่านเช็คอินบัตรโดยสารและโหลดสัมภาระ

09.40 น.                            นำท่านออกเดินทางจากสนามบินมาร์เพนซ่า มิลาน โดยสายการบิน Qatar Airways

เที่ยวบินที่ QR124

16.25 น.                                เดินทางสนามบินกรุงโดฮา ประเทศกาต้าร์ จากนั้นนำท่านเปลี่ยนเครื่อง

19.25 น.                                นำท่านออกเดินทางจากสนามบินโดฮา ประเทศกาต้าร์ โดยสายการบิน Qatar Airways

เที่ยวบินที่ QR830

 

 

วันที่เก้า                        สนามบินสุวรรณภูมิ

06.15  น.               เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ…

 

ทัวร์ยุโรป