EUR-QR-S101

ทัวร์ยุโรป อิตาลี ออสเตรีย เยอรมัน สวิตเซอร์แลนด์ 9D6N (QR)

ราคาเริ่มต้น 118,888 ฿ ดาวน์โหลด PDF จองทัวร์

สายการบิน: QR

เที่ยวเกาะเวนิส  เมืองท่องเที่ยวที่ได้รับการกล่าวขานว่าโรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

เมืองฮัลล์ทัทท์ เมืองได้ชื่อว่าตั้งอยู่ริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก 

นั่งรถไฟชมวิวท่องเที่ยวธรรมชาติบนภูเขาสูงแห่งแอลป์ พิชิตยอดเขาจุงเฟรา TOP OF EUROPE

เข้าชม ปราสาทนอยชวานสไตน์ ต้นแบบของปราสาทเจ้าหญิงนิทราในดิสนีย์แลนด์

ชมความสวยงามของน้ำตกไรน์ ซึ่งเกิดจากแม่น้ำไรน์สายน้ำนานาชาติที่สำคัญที่สุดในยุโรป

วันที่เดินทาง

29 ธ.ค. 65 – 06 ม.ค. 66, 30 ธ.ค. 65 – 07 ม.ค. 66, 12 เม.ย. 66 – 20 เม.ย. 66, 24 ก.พ. 66 – 04 มี.ค. 66, 29 เม.ย. 66 – 07 พ.ค. 66, 24 มี.ค. 66 – 01 เม.ย. 66, 03 มี.ค. 66 – 11 มี.ค. 66, 08 เม.ย. 66 – 16 เม.ย. 66, 04 พ.ค. 66 – 12 พ.ค. 66, 03 มิ.ย. 66 – 11 มิ.ย. 66

ทัวร์ยุโรป

 

วันที่แรก          กรุงเทพฯ  มิลาน (อิตาลี)

17.00 น.          คณะผู้เดินทางพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ Q สายการบิน QATAR AIRWAYS (QR) สังเกตป้ายบริษัท เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระบัตรที่นั่งขึ้นเครื่อง

20.25 น.           ออกเดินทางสู่ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี โดยเที่ยวบินที่QR 833 / QR 123 แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินโดฮา  บริการอาหารและเครื่องดื่มตลอดเที่ยวบิน

 

วันที่สอง       มิลาน  มหาวิหารแห่งมิลาน   เวโรน่า  บ้านของจูเลียต  เวนิส (อิตาลี)

06.35 น.      เดินทางถึงสนามบินมิลาน เมืองทางเหนือของประเทศอิตาลี เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในด้านแฟชั่นและศิลปะ ซึ่งมิลานถูกจัดให้เป็นเมืองแฟชั่น หลังผ่านพิธีการด่านศุลกากรเรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางสู่ใจกลางเมืองมิลาน นำท่าน ถ่ายรูปกับ มหาวิหารแห่งมิลาน (Duomo di Milano) เป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของเมืองมิลาน และเป็นวิหารหินอ่อนสถาปัตยกรรมโกธิคที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งใช้เวลาสร้างนานถึง 500 ปี ลักษณะเด่นของวิหารที่นอกเหนือจากความวิจิตรงดงามแล้ว ยังประดับประดาไปด้วยรูปปั้นนับกว่า 3000 รูป ที่สวยงามไม่แพ้กัน จากนั้นอิสระให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์ดังบริเวณอาคารแกลเลอเรีย วิคตอริโอ เอมานูเอล 2 ซึ่งเป็นห้างหรือศูนย์การค้าที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

เที่ยง    รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 1)

บ่าย      นำท่านเดินทางสู่เมือง  เมืองเวโรน่า (VERONA) (ประมาณ 150 กม. ใช้ระยะเวลา ประมาณ 1 ชม. 30 นาที )  เมืองที่โด่งดังมาจากนิยายรักอมตะเรื่องเอกของวิลเลี่ยม เชกส์เปียร์ ชื่อโรมิโอและจูเลียต นำท่านชม ย่านเมืองเก่า ที่ยังคงสภาพบ้านเรือนแบบโบราณ นําท่านสู่ จตุรัสเออร์เบ ที่รายล้อมไปด้วยคฤหาสน์, วังเก่าของตระกูลที่เคยปกครองเวโรน่า ระหว่างทาง ผ่านชม ความยิ่งใหญ่ภายนอกของ โรมัน อารีน่า สนามกีฬากลางแจ้งแบบโบราณในสมัยโรมัน เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งสินค้าที่ระลึก และสินค้าแบรนด์เนมที่มีให้ท่านได้เลือกอย่างมากมายตามอัธยาศัยบริเวณ จัตุรัสเมืองเก่า นำท่านชม อดีตบ้านของจูเลียต ปัจจุบันหน้าบ้านจูเลียตคือ ร้านArmani ชม ระเบียงหินอ่อนเล็ก ๆ ที่จูเลียตเคยยืนอยู่โดยมีโรมิโอมาคอยเฝ้าขอความรักอยู่ด้านล่าง ตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 27 ถนนแคปเปลโล (Cappello) ในเมืองเวโรน่า (Verona) บริเวณบ้านมีรูปปั้นจูเลียตที่เป็นบรอนซ์ปั้นโดย N.Costantini ว่ากันว่าใครอยากสมหวังในเรื่องความรักก็ให้ไปจับที่หน้าอกของจูเลียต นอกจากนี้ภายในบริเวณกําแพงบ้านจูเลียตยังมีการเขียนแสดงความรักกันมากมายจนแทบไม่เห็นสีกําแพงเดิม และยังมีบริการโทรศัพท์สําหรับคนที่ไม่ได้มากับคนรักให้ได้เซย์ฮัลโหลหากันว่าโทรมาจากบ้านจูเลียตแห่งนี้ ได้เวลานัดหมายนำท่านเดินทางสู่ เมืองเวนิส (VENICE) (ประมาณ 100 กม. ใช้ระยะเวลา ประมาณ 1 ชม.)  เมืองบนเกาะเจ้าของฉายา ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก ถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็ก ๆ จำนวนมากเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลเอเดรียติกและยังเป็นบ้านเกิดของนักเดินทางผู้ยิ่งใหญ่มาร์โคโปโล

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 2)

พักค้างคืน ณ  DoubleTree by Hilton Hotel Venice หรือระดับเดียวกัน (คืนที่ 1)

 

วันที่สาม   เกาะเวนิส  สะพานถอนลมหายใจ  จัตุรัสซานมาร์โค  อินส์บรุค  วังหลังคาทองคำ (ออสเตรีย)

เช้า  รับประทานอาหารเช้า  ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 3)

นำท่านล่องเรือสู่  เกาะเวนิส – เมรเตร้ เมืองท่องเที่ยวที่ได้รับการกล่าวขานว่าโรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของโลก “เมืองที่ใช้เรือแทนรถ ใช้คลองแทนถนน” มีเกาะเล็กใหญ่กว่า 118 เกาะ และมีสะพานเชื่อมมากกว่า 400 แห่ง เดินทางสู่ เกาะซานมาร์โค (ระยะเวลาในการนั่งเรือ ประมาณ 30 นาที) ศูนย์กลางของนครเวนิส ระหว่างทางท่านจะได้ชมอนุสาวรีย์ของพระเจ้าวิคเตอร์เอมานูเอลที่ 2 บิดาของชาวอิตาเลี่ยน ให้ท่านได้ถ่ายภาพคู่กับสะพานถอนหายใจ ที่เชื่อมต่อระหว่าง “Doge Palace” ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของเจ้าผู้ครองนครเวนิสในอดีต อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางของการปกครองแคว้นในยุคสมัยนั้นอีกด้วย ชม จัตุรัสเซนต์มาร์คโค ที่มีโบสถ์เซนต์มาร์คเป็นฉากหลัง สร้างด้วยสถาปัตยกรรมไบแซนไทน์ อิสระเลือกช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองของเวนิสตามอัธยาศัย อาทิ เครื่องแก้วมูราโน่ ต้นตำรับของการเป่าแก้วของชาวมูราโน่ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะมาตั้งแต่บรรพชน โดยเครื่องแก้วแต่ละชิ้นมีรูปแบบ และคุณภาพเป็นที่ยอมรับจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก  ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางกลับเมืองเมสเตร้

เที่ยง  รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร  (มื้อที่ 4)

(อาหารพื้นเมือง พิซซ่าต้นตำหรับอิตาลี +  อาหารจานหลัก (เมนคอร์ส) + ของหวาน)

บ่าย   นำท่านเดินทางสู่ เมืองอินส์บรุค ประเทศออสเตรีย (ประมาณ 380 กม. ใช้ระยะเวลาประมาณ 4 ชม.)  เป็นเมืองหลวงของรัฐทิโรล ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของประเทศออสเตรีย ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มแม่น้ำอินน์กลางหุบเขาของเทือกเขาแอลป์ เดิมเป็นเมืองตากอากาศของจักรพรรดิแม็กซิมิเลียนแห่งราชวงศ์ฮอฟบวร์ก เพราะอากาศดีมากผู้ที่เข้ามาปกครองจักรวรรดิออสเตรียต่างก็ต้องติดใจมาพักผ่อนในเมืองแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น พระนางมาเรีย เทเรเซียผู้ยิ่งใหญ่หรือแม้แต่นโปเลียน โบนาปาร์ต ระหว่างทางพักผ่อนตามอัธยาศัยเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ของสองข้างทาง

 

จากนั้นนำท่านชมความร่มรื่นของสวนสาธารณะฮอฟการ์เด้น  ถ่ายรูปกับ วังหลังคาทองคำ เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองอินส์บรุคซึ่งตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่า สร้างขึ้นโดยจักรพรรดิ Friedrich ที่ 4 ในช่วงต้นศตวรรษที่ 15 สำหรับเป็นที่ประทับของผู้ปกครองแคว้นทิโรล ต่อมาจักรพรรดิ Maximilian ทรงปรับเปลี่ยนโกลเด้นรูฟให้เป็นสไตล์โกธิคผสมบารอก และได้ทรงตกแต่งส่วนของหลังคาที่ยื่นออกมาจากระเบียงด้วยทองคำแท้ จำนวน 2,738 แผ่น เพื่อใช้เป็นที่ทอดพระเนตรเทศกาลต่าง ๆ ที่จัดขึ้นบริเวณจัตุรัสด้านหน้าที่ประทับ ปัจจุบันโกลเด้นรูฟกลายเป็นสำนักงานการประชุมอัลไพน์นานาชาติ เสาสูงอนาซอล จากนั้นให้ท่านได้ช้อปปิ้งเครื่องแก้วคริสตัลซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังสุดของออสเตรีย

ค่ำ   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 5)

พักค้างคืน ณ  AC Hotel Innsbruck หรือระดับเดียวกัน (คืนที่ 2)

 

วันที่สี่   ฮัลล์ทัทท์  มิวนิค  จัตุรัสมาเรียนพลาส (เยอรมัน)

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 6)

จากนั้นท่านเดินทางสู่ เมืองฮัลล์ทัทท์ (ประมาณ 240 กม. ใช้ระยะเวลาประมาณ 3 ชม.) เมืองที่ได้ชื่อว่าตั้งอยู่ริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก  ฮัลล์ทัทท์เป็นเมืองท่องเที่ยวเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของทะเลสาบฮัลล์ทัทท์ (Lake Hallstatt) หรือ ฮัลล์ชตัทท์เทอร์ซี (Hallstatter See)  ทะเลสาบในเขตภูมิภาคซาลซ์คัมเมอร์กุท (Salzkammergut) ภูมิภาคทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญมากแห่งหนึ่งของประเทศออสเตรีย อิสระให้ท่านเดินชมบรรยากาศเมืองท่องเที่ยวเล็กๆ ที่มีเสน่ห์คือความเงียบสงบสวยงาม จุดเด่นที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยของเมืองริมทะเลสาบสีน้ำเงินแห่งนี้ก็คือ เทือกเขาสูงตระหง่านล้อมรอบทะเลสาบอันนิ่งสงบเอาไว้อย่างนุ่มนวล

 

เที่ยง  รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 7) พิเศษกับเมนูปลาเทร้าย่างเกลือ

บ่าย   นำท่านเดินทางสู่ ใจกลางนครมิวนิค (ประมาณ 200 กม. ใช้ระยะเวลาประมาณ 2 ชม. 30 นาที) เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ (รองจากเบอร์ลินและฮัมบูร์ก) และเป็นหนึ่งในเมืองมั่งคั่งที่สุดของยุโรป เมืองตั้งอยู่บนแม่น้ำอีซาร์ เหนือเทือกเขาแอลป์  นำท่านชม จัตุรัสมาเรียนพาซ ย่านใจกลางเมืองเก่าของมิวนิค ที่ตั้งของศาลาว่าการเมืองเก่าที่งดงามด้วยศิลปะโกธิค และวิหารแม่พระโบสถ์ใหญ่ที่มีโดมเป็นรูปทรงคล้ายหัวหอมใหญ่ อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้า ณ ย่านถนนคนเดินซึ่งจะมีห้างสรรพสินค้ามากมายหลายแห่ง

 

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำที่ ภัตตาคาร (มื้อที่ 8)

พักค้างคืน ณ  Munich Marriott Hotel หรือระดับเดียวกัน (คืนที่ 3)

 

วันที่ห้า  โฮเฮนชวานเกา  ปราสาทนอยชวานสไตน์  ฟุสเซ่น (เยอรมัน)

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 9)

นำท่านเดินทางสู่เมืองโฮเฮนชวานเกา (ประมาณ 109 กม. ใช้ระยะเวลาประมาณ 1 ชม. 50 นาที) เมืองเล็กๆที่สวยงามบริเวณเขตชายแดนของประเทศเยอรมนีและออสเตรีย เดินทางผ่านเส้นทางที่มีทิวทัศน์อันสุดแสนโรแมนติค ท่ามกลางธรรมชาติของเขาสูง เมืองนี้เป็นที่ตั้งของสองปราสาทสวยงาม คือปราสาทโฺฮเฮนขวานเกา ซึ่งเป็นปราสาทของพระเจ้าแม็กซิมิเลี่ยนที่ 2 ( พระราชบิดาของพระเจ้าลุควิกที่ 2 ) และปราสาทนอยชวานชไตน์ เป็นปราสาทซึ่งสร้างตามพระจินตนาการส่วนพระองค์ของพระเจ้าลุควิกที่ 2 บริเวณใกล้กันกับปราสาทจะมีทะเลสาบสวยงามที่มีชื่อว่าทะเลสาบแอลป์

เที่ยง   รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 10)  พิเศษกับเมนูขาหมูเยอรมัน+เบียร์

บ่าย   นำท่านเดินทางขึ้นปราสาทชมความสวยงามของ ปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) โดยรถบัสเล็ก ( หากช่วงที่หิมะตกหนักรถบัสจะหยุดให้บริการแก่นักท่องเที่ยว เนื่องด้วยเพื่อความปลอดภัยทางบริษัทฯ จะนำคณะเดินขึ้น – ลงปราสาท เนื่องจากเวลาหิมะตกทางจะลื่นและอันตราย ) นำเข้าชมต้นแบบของปราสาทเจ้าหญิงนิทราในดิสนีย์แลนด์ ซึ่งปราสาทนอยชวานสไตน์ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาดุจปราสาทในเทพนิยาย ซึ่งเป็นปราสาทของพระเจ้าลุดวิคที่ 2 หรือ เจ้าชายหงส์ขาว  พระเจ้าลุดวิกทรงเป็นบุคคลที่มีลักษณะนิสัยที่ลึกลับเป็นปริศนา (eccentric) และเป็นผู้ที่สิ้นพระชนม์ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างมีเงื่อนงำ สุขภาพจิตของพระองค์ในบั้นปลายอาจจะไม่ปกติแต่ก็ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่เป็นที่ยืนยันได้แน่นอน แต่สิ่งที่ทรงทิ้งไว้เป็นมรดกแก่ชนรุ่นหลังคืองานทางสถาปัตยกรรมที่ทรงก่อสร้างรวมทั้งวังและปราสาทใหญ่โตที่ทั้งหรูหราโอ่อ่าและเต็มไปด้วยจินตนาการราวเทพนิยายหลายแห่ง รวมทั้งปราสาทนอยชวานชไตน์ซึ่งเป็นปราสาทที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก และทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ริชาร์ด วากเนอร์ คีตกวีและนักเขียนดนตรีโอเปร่าคนสำคัญของเยอรมนีชมความวิจิตรพิสดารของห้องต่างๆ ที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงาม โดยการออกแบบของ คริสเตียน แยงค์ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองฟุสเซ่น เป็นเมืองเล็ก ๆ ในรัฐบาวาเรียประเทศเยอรมนีในเขตออสทัลล์กอย เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่มีเสน่ห์ทุกฤดู นำท่านชมย่านเมืองเก่าซึ่งมีความสวยงามตึงตาที่ท่านมิอาจลืมได้

ค่ำ   รับประทานอาหารค่ำที่ ภัตตาคาร (มื้อที่ 11)

พักค้างคืน ณ  Best Western Hotel Fussen หรือระดับเดียวกัน (คืนที่ 4)

 

วันที่หก   เบิร์น  บ่อหมี  หอนาฬิกาเบิร์น  บ้านไอซไตน์  อินเทอร์ลาเค่น  (สวิตเซอร์แลนด์)

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 12)

นำท่านเดินทางสู่ กรุงเบิร์น (ประมาณ 350 กม. ใช้ระยะเวลาประมาณ 4 ชม.) เมืองหลวงอันเก่าแก่ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงสวยงามเป็นอย่างยิ่งจนได้รับการอนุรักษ์ และประกาศให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ Unesco นำคณะชมเที่ยวชม เบเร็นกราเบ็นหรือบ่อหมี สัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมือง ซึ่งปัจจุบันได้ถูกย้ายไปอยู่บริเวณสนามหญ้าริมแม่น้ำ จากนั้นนำคณะเดินทางเข้าสู่ย่าน มาร์คกาสเซ ย่านเมืองเก่าซึ่งปัจจุบันเต็มไปด้วยร้านดอกไม้และร้านบูทีค เป็นเขตที่ปลอดมลพิษไม่ให้รถยนต์วิ่งผ่านจึงเหมาะกับการเดินเที่ยว นำชมอาคารเก่า อายุ 200 – 300 ปี ชมถนนจุงเคอร์นกาสเซ ถนนที่มีระดับสูงสุดๆของเมืองนี้ เดินทางเข้าสู่ ถนนครัมกาสเซ เต็มไปด้วยร้านภาพวาดและร้านขายของเก่าในอาคารโบราณ ชมนาฬิกาไซ้ท์กล็อคเค่นอายุกว่า 800 ปี ที่มีโชว์ให้ดูทุกๆชั่วโมงที่นาฬิกาตีบอกเวลา ชมมหาวิหารเซนต์วินเซนต์รัทฮาวน์       และกรุงเบิร์นยังเป็นเมืองที่มีน้ำพุมากที่สุดเมืองหนึ่งในยุโรป ให้ท่านได้เดินเที่ยวชมเมืองพร้อมชมอดีตบ้านพักของไอสไตน์ ซึ่งเคยใช้ชีวิตอยู่ในเมืองนี้

 

เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 13)

บ่าย  นำท่านเดินทางโดยรถโค้ช สู่ เมืองอินเทอร์ลาเค่น ( ประมาณ 293 กม. ใช้ระยะเวลา ประมาณ 3 ชม. 50 นาที ) เมืองหลวงของแบร์นเนอร์โอเบอร์ลันด์ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เมืองตากอากาศสวยงามพร้อมทะเลสาบ 2 แห่งกลางเมือง ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบสองแห่งคือ Thunersee และ Brienzersee ท่ามกลางเทือกเขาน้อยใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านจะได้เห็นเขาจุงเฟราอันลือชื่อ , นาฬิกาดอกไม้ , สถานคาสิโน ฯลฯ ให้ท่านเดินเล่นพักผ่อน ชื่นชมบรรยากาศของตัวเมืองที่มีทุ่งหญ้ากว้างกลางเมือง มีสวนดอกไม้เล็กๆ น่ารักสร้างสีสันให้ตัวเมือง รวมทั้งมีอาคารคาสิโนคูซาลอายุกว่า100ปีที่งดงามด้วยสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นและยังเป็นคาสิโนของเมืองอีกด้วย

ค่ำ รับประทานอาหารพื้นเมือง ให้ท่านได้ลิ้มลองเมนูฟองดูว์แบบต้นตำหรับ ที่ขึ้นชื่อของสวิตเซอร์แลนด์ ทั้ง 3 ชนิด เริ่มต้นจากชีส // เนื้อสัตว์ และ ช็อคโกแลต  (มื้อที่ 14)

พักค้างคืน  Metropole //  Hotel Royal – St. Georges Interlaken หรือระดับเดียวกัน (คืนที่ 5)

 

วันที่เจ็ด     พิชิตยอดเขาจุงเฟรา  สถานีรถไฟสูงที่สุดในยุโรป  ลานหิมะ  ถ้ำน้ำแข็ง 1,000 ปี  ลูเซิร์น  อนุสาวรีย์สิงโต สะพานไม้คาเปล ( สวิตเซอร์แลนด์ )

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 15)

 

ออกเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศมุ่งหน้าขึ้นสู่หมู่ บ้านกรินเดลวาลด์กรุน เพื่อนำท่านขึ้นรถไฟสายจุงเฟราบาห์เนน ระหว่างการเดินทางท่านจะได้ชมวิวทิวทัศน์แบบสวิสเซอร์แลนด์ขนานแท้ ที่มีทุ่งหญ้าอันเขียวขจี ดอกไม้ป่าบานสะพรั่งในฤดูใบไม้ผลิ หรือใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงฤดูใบไม้ล่วง บ้านหลังน้อยใหญ่ปลูกแบบน่ารักๆทรงสวิสชาเลต์ ฝูงวัวพื้นเมืองที่กระจัดกระจายแทะเล็มหญ้าอยู่ทั่วบริเวณ ลำธารน้ำธรรมชาติเล็กๆที่ใสสะอาดและฉากหลังที่มีภูเขาหิมะตั้งตระหง่านขาวโพลน ซึ่งจะทำให้คณะได้รับความประทับใจเป็นอย่างยิ่ง พร้อมนำคณะเปลี่ยนบรรยากาศโดยการ นั่งรถไฟชมวิวท่องเที่ยวธรรมชาติบนภูเขาสูงแห่งแอลป์  แล้วเปลี่ยนเป็นรถไฟสายภูเขาที่สถานีไคลน์ไชเด็ก รถไฟที่จะนำท่านเดินทางลอดอุโมงค์ที่ชาวสวิสฯได้ขุดเจาะไว้ที่ความสูงถึง 3,464 เมตร จนกระทั่งถึง สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป Top of Europe บนยอดเขาจุงเฟรา ซึ่งมีความสูง 4,158 เมตร (13,642 ฟุต)  จุดสูงสุดคือลานน้ำแข็งขนาดใหญ่เรียกว่า Sphinx  นักท่องเที่ยวหลายๆคนบอกว่าที่นี่สวยงามดุจดินแดนแห่งสวรรค์ เพราะยอดเขาแห่งนี้ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนตลอดทั้งปี อิสระให้ท่านถ่ายภาพความประทับใจตามอัธยาศัยกับแบบจุใจ ไม่มีเร่งรีบ จากนั้นนำท่าน ชม ถํ้านํ้าแข็ง 1,000 ปี  ที่สร้างโดยการเจาะธารน้ำแข็งเข้าไปถึง 30 เมตร ชมน้ำแข็งแกะสลักรูปร่างต่าง จากนั้นชมวิวทิวทัศน์และสัมผัสหิมะที่ลานพลาโต Plateau และไม่ควรพลาดการส่งโปสการ์ดจากที่ทำการไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในโลกพร้อมซื้อของที่ระลึกต่างๆตามอัธยาศัย นำท่านขึ้น สวิสสฟิงซ์ หรืออาคารสังเกตการณ์ ที่ความสูง 3,571 เมตร/11,716 ฟิต ท่านสามารถชมวิวได้รอบ 360 องศาจากระเบียงได้ประสบการณ์แสนประทับใจ เดินทางสู่ ยุงค์ ฟราวยอร์ค-หลังคายุโรป ไปแล้วไม่ได้มาจุดชมวิว จุดนี้เหมือนมาไม่ถึง

 

เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร บนยอดเขาจุงเฟรา (มื้อที่ 16)

 

บ่าย  จากนั้นนำท่านลงจากยอดเขาจุงเฟราไปยังสถานีรถไฟ ไอเกอร์เกลทเชอร์ เพื่อนำท่านขึ้นกระเช้า The VCableways (กระเช้าใหม่ล่าสุด)ลงมายังเมืองกลินเดอร์วาวล์ จากนั้นนําท่านเดินทางสู่ เมืองลูเซิร์น (ประมาณ 80  กม. ใช้ระยะเวลา ประมาณ 1 ชม.)  เมืองนี้ตั้งอยู่ริมทะเลสาบขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า เวียวาลด์ สแตร์ทเตอร์ อันหมายถึงทะเลสาบสี่พันธรัฐ นำท่านชม สะพานไม้ชาเปล สัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์น สะพานไม้ที่เก่าแก่มีอายุหลายร้อยปี  นําท่านชม  อนุสาวรีย์สิงโต สัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์และกล้าหาญของชาวสวิสเซอร์แลนด์ ที่เสียชีวิตในประเทศฝรั่งเศสระหว่างการต่อสู้ป้องกันพระราชวังในคราวปฏิวัติใหญ่ของฝรั่งเศส แกะสลักอยู่บนหน้าผาหิน ให้ท่านชื่นชมบรรยากาศกลางเมืองน่ารักเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งที่มีร้านตัวแทนจำหน่าย นาฬิกาสวิสฯ  อาทิ ROLEX,PANERAI, OMEGA, IWC, PATEK PHILLIP เป็นต้น หรือเลือกซื้อของฝากของที่ระลึก

 

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 17)

พักค้างคืน ณ  Astoria Hotel // Radisson Blu Lucerne  หรือระดับเดียวกัน (คืนที่ 6)

 

วันที่แปด     ลูเซิร์น  ซาร์ฟเฮาเซ่น  น้ำตกไรน์   กรุงเทพฯ

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 18)

ออกเดินทางเข้าสู่ ซาฟเฮาส์เซ่น เมืองชายแดนเยอรมัน-สวิสฯ(ประมาณ 100  กม. ใช้ระยะเวลา ประมาณ 1 ชม.) นำคณะชมความสวยงามของน้ำตกไรน์ ซึ่งเกิดจากแม่น้ำไรน์สายน้ำนานาชาติที่สำคัญที่สุดในยุโรป แม่น้ำแห่งนี้เกิดขึ้นจากการละลายของหิมะจากเทือกเขาแอลป์เริ่มจากเป็นลำธารเล็กๆผ่านลิคเท่นสไตน์เข้าสู่ทะเลสาบคอนสะแต้นที่กั้นพรหมแดนระหว่างสวิตเซอร์แลนด์กับเยอรมนี สัมผัสความตระการตาของสายน้ำตก พร้อมบันทึกภาพอันน่าประทับใจไว้เป็นที่ระลึก ได้เวลานัดหมายนำคณะออกเดินทางสู่สนามบินนานาชาติซูริกเพื่อทำการเช็คอินและทำTAXREFUND

15.55 น.  ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ เที่ยวบินที่ QR 096 / QR 836  แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินโดฮา  บริการอาหารและเครื่องดื่มตลอดเที่ยวบิน

 

วันที่เก้า   ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

12.40 น.   คณะเดินทางกลับถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ด้วยความสวัสดี

 

ทัวร์ยุโรป