EUR-QR-S102

ทัวร์ยุโรป เยอรมัน ออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส 8D5N (QR)

ราคาเริ่มต้น 89,555 ฿ ดาวน์โหลด PDF จองทัวร์

สายการบิน: QR

เที่ยว เมืองฮัลล์ทัทท์ เมืองได้ชื่อว่าตั้งอยู่ริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก 

ถ่ายรูปกับ วังหลังคาทองคำ เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองอินส์บรุค

เข้าชมความสวยงามของ ปราสาทนอยชวานสไตน์ ต้นแบบของปราสาทเจ้าหญิงนิทราในดิสนีย์แลนด์

พิชิตยอดเขาจุงเฟรา Top of Europe นั่งรถไฟชมวิวท่องเที่ยวธรรมชาติบนภูเขาสูง แห่งแอลป์ 

เข้าชม พระราชวังแวร์ซายส์  มีไกด์ท้องถิ่นบรรยาย ในแต่ละห้อง ที่สำคัญเที่ยวแบบ VIP ไม่มีต่อคิว

ล่องเรือบาตามูซ ณ แม่น้ำแซน ชื่นชมความงามของทัศนียภาพของนครปารีส

วันที่เดินทาง

15 มี.ค. 66 – 22 มี.ค. 66, 12 ก.พ. 66 – 19 ก.พ. 66

ทัวร์ยุโรป

 

วันแรก       กรุงเทพฯ  มิวนิค

17.00 น.      พร้อมกัน ณ  สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ P ประตู 7-8 สายการบิน กาตาร์ แอร์เวยส์ (QR) พบกับเจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านเอกสารและสัมภาระในการเดินทาง

20.40 น.      ออกเดินทางสู่ เมืองมิวนิค โดยเที่ยวบินที่ QR839 / QR059 แวะเปลี่ยนเครื่องที่ท่าอากาศยานนานาชาติฮามัดประเทศประเทศกาตาร์

วันที่สอง    มิวนิค – จัตุรัสมาเรียนพาซ – ซาลสเบิร์ก – สวนมิราเบล – บ้านโมสาร์ท  (ออสเตรีย)

06.20 น.      เดินทางถึง เมืองมิวนิค หลังจากผ่านการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว นำท่านเดินทางสู่ ใจกลางนครมิวนิค เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ (รองจากเบอร์ลินและฮัมบูร์ก) และเป็นหนึ่งในเมืองมั่งคั่งที่สุดของยุโรปเมืองตั้งอยู่บนแม่น้ำอีซาร์ เหนือเทือกเขาแอลป์ )  นำท่านชม จัตุรัสมาเรียนพาซ ย่านใจกลางเมืองเก่าของมิวนิค ที่ตั้งของศาลาว่าการเมืองเก่าที่งดงามด้วยศิลปะโกธิค และวิหารแม่พระโบสถ์ใหญ่ที่มีโดมเป็นรูปทรงคล้ายหัวหอมใหญ่ อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าย่านถนนคนเดินซึ่งจะมีห้างสรรพสินค้ามากมายหลายแห่ง

เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  (มื้อที่ 1)

บ่าย    จากนั้นนำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองซาลสเบิร์ก (ประมาณ 144 กม.) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดลำดับที่ 4 ในประเทศออสเตรียและเป็นเมืองหลวงของรัฐซาลซ์เบิร์กเมืองเก่าของซาลซ์บูร์ก และสถาปัตยกรรมบารอกเป็นหนึ่งในใจกลางเมืองที่ถูกดูแลรักษาอย่างดีที่สุดในกลุ่มประเทศที่พูดภาษาเยอรมันด้วยกัน และได้รับการรับรองจากยูเนสโกขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก ในปี พ.ศ. 2540  ซาลซ์เบิร์กเป็นที่จดจำกันในฐานะที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาแอลป์ เมืองแห่งมนเสน่ห์ของเสียงดนตรีและเป็นบ้านเกิดของศิลปินเอกของโลก โวฟกัง อมาดิอุส โมสาร์ท เดินทางถึงเมืองซาลส์เบิร์กให้ท่านได้ถ่ายรูปภายใน สวนมิราเบล ที่เคยใช้เป็นที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Sound of  Music จากนั้นนำท่านเดินข้ามสะพานข้ามแม่น้ำซาลซาคไปยังย่านถนนคนเดิน นำท่านไปถ่ายรูปบ้านโมสาร์ท จากด้านนอก จากนั้นให้ท่านอิสระเลือกซื้อสินค้าของที่ระลึกของฝาก

ค่ำ   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร  (มื้อที่ 2)

พักค้างคืน ณ FourSide Salzburgหรือระดับเดียวกัน (คืนที่ 1)

 

วันที่สาม           ฮัลล์ทัทท์  อินส์บรุค  วังหลังคาทองคำ  ฟุสเซ่น  (เยอรมัน)

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 3)

จากนั้นท่านเดินทางสู่ เมืองฮัลล์ทัทท์ (ประมาณ 72 กม.) เมืองที่ได้ชื่อว่าตั้งอยู่ริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก  ฮัลล์ทัทท์เป็นเมืองท่องเที่ยวเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของทะเลสาบฮัลล์ทัทท์ (Lake Hallstatt) หรือ ฮัลล์ชตัทท์เทอร์ซี (Hallstatter See)  ทะเลสาบในเขตภูมิภาคซาลซ์คัมเมอร์กุท (Salzkammergut) ภูมิภาคทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญมากแห่งหนึ่งของประเทศออสเตรีย อิสระให้ท่านเดินชมบรรยากาศเมืองท่องเที่ยวเล็กๆ ที่มีเสน่ห์คือความเงียบสงบสวยงาม จุดเด่นที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยของเมืองริมทะเลสาบสีน้ำเงินแห่งนี้ก็คือ เทือกเขาสูงตระหง่านล้อมรอบทะเลสาบอันนิ่งสงบเอาไว้อย่างนุ่มนวล

เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 4)  พิเศษสุดกับ เมนูปลาเทร้า

บ่าย   นำท่านเดินทางสู่ เมืองอินส์บรุค ประเทศออสเตรีย (ประมาณ 247 กม.)  เป็นเมืองหลวงของรัฐทิโรล ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของประเทศออสเตรีย ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มแม่น้ำอินน์กลางหุบเขาของเทือกเขาแอลป์ เดิมเป็นเมืองตากอากาศของจักรพรรดิแม็กซิมิเลียนแห่งราชวงศ์ฮอฟบวร์ก เพราะอากาศดีมากผู้ที่เข้ามาปกครองจักรวรรดิออสเตรียต่างก็ต้อง

ติดใจมาพักผ่อนในเมืองแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นพระนางมาเรีย เทเรเซียผู้ยิ่งใหญ่หรือแม้แต่นโปเลียน โบนาปาร์ต ระหว่างทางพักผ่อนตามอัธยาศัยเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ของสองข้างทาง จากนั้นนำท่านชมความร่มรื่นของสวนสาธารณะฮอฟการ์เด้น  ถ่ายรูปกับ วังหลังคาทองคำ เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองอินส์บรุคซึ่งตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่า สร้างขึ้นโดยจักรพรรดิ Friedrich ที่ 4 ในช่วงต้นศตวรรษที่ 15 สำหรับเป็นที่ประทับของผู้ปกครองแคว้นทิโรล ต่อมาจักรพรรดิ Maximilian ทรงปรับเปลี่ยนโกลเด้นรูฟให้เป็นสไตล์โกธิคผสมบารอก และได้ทรงตกแต่งส่วนของหลังคาที่ยื่นออกมาจากระเบียงด้วยทองคำแท้ จำนวน 2,738 แผ่น เพื่อใช้เป็นที่ทอดพระเนตรเทศกาลต่าง ๆ ที่จัดขึ้นบริเวณจัตุรัสด้านหน้าที่ประทับ ปัจจุบันโกลเด้นรูฟกลายเป็นสำนักงานการประชุมอัลไพน์นานาชาติ เสาสูงอนาซอล จากนั้นให้ท่านได้ช้อปปิ้งเครื่องแก้วคริสตัลซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังสุดของออสเตรียให้ท่านถ่ายรูปบริเวณ RiverInn ได้เวลานัดหมายนําคณะออกเดินทางสู่ เมืองฟุสเซ่น (ประมาณ 112 กม.) ปลายสุดของเส้นทางถนนสายโรแมนติกอันโด่งดังของประเทศเยอรมนี Romantic Road เป็นหนึ่งในเส้นทางยอดนิยมในประเทศเยอรมันอยู่ในแคว้นบาวาเรีย

ค่ำ   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 5)

พักค้างคืน ณ Euro Park Hotel  หรือระดับเดียวกัน (คืนที่ 2)

 

 

วันที่สี่  โฮเฮนชวานเกา  ปราสาทนอยชวานสไตน์  อินเทอร์ลาเค่น (สวิตเซอร์แลนด์)

เช้า   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 6)

นำท่านเดินทางสู่ เมืองโฮเฮนชวานเกา (Hohenschwangau) (ประมาณ 3 กม.)   เมืองเล็กๆที่สวยงามบริเวณเขตชายแดนของประเทศเยอรมนีและออสเตรีย ผ่านเส้นทางสายที่มีทิวทัศน์อันสุดแสนโรแมนติก ท่ามกลางธรรมชาติของเขาสูงนำท่านเดินทางขึ้นปราสาทเข้าชมความสวยงามของ ปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) โดยรถบัสเล็ก ( หากช่วงที่หิมะตกหนักรถบัสจะหยุดให้บริการแก่นักท่องเที่ยว เนื่องด้วยเพื่อความปลอดภัยทางบริษัทฯ จะนำคณะเดินขึ้น – ลงปราสาท เนื่องจากเวลาหิมะตกทางจะลื่นและอันตราย ) นำเข้าชมต้นแบบของปราสาทเจ้าหญิงนิทราในดิสนีย์แลนด์ ซึ่งปราสาทนอยชวานสไตน์ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาดุจปราสาทในเทพนิยาย ซึ่งเป็นปราสาทของพระเจ้าลุดวิคที่ 2 หรือ เจ้าชายหงส์ขาว  พระเจ้าลุดวิกทรงเป็นบุคคลที่มีลักษณะนิสัยที่ลึกลับเป็นปริศนา (eccentric) และเป็นผู้ที่สิ้นพระชนม์ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างมีเงื่อนงำ สุขภาพจิตของพระองค์ในบั้นปลายอาจจะไม่ปกติแต่ก็ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่เป็นที่ยืนยันได้แน่นอน แต่สิ่งที่ทรงทิ้งไว้เป็นมรดกแก่ชนรุ่นหลังคืองานทางสถาปัตยกรรมที่ทรงก่อสร้างรวมทั้งวังและปราสาทใหญ่โตที่ทั้งหรูหราโอ่อ่าและเต็มไปด้วยจินตนาการราวเทพนิยายหลายแห่ง รวมทั้งปราสาทนอยชวานชไตน์ซึ่งเป็นปราสาทที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก และทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ริชาร์ด วากเนอร์ คีตกวีและนักเขียนดนตรีโอเปร่าคนสำคัญของเยอรมนีชมความวิจิตรพิสดารของห้องต่างๆที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงามโดยการออกแบบของคริสเตียนแยงค์

เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  (มื้อที่ 7)

บ่าย  นำท่านเดินทางโดยรถโค้ช สู่ เมืองอินเทอร์ลาเค่น (ประมาณ 396 กม.) เมืองหลวงของแบร์นเนอร์โอเบอร์ลันด์ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เมืองตากอากาศสวยงามพร้อมทะเลสาบ 2 แห่งกลางเมือง ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบสองแห่งคือ Thunersee และ Brienzersee ท่ามกลางเทือกเขาน้อยใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านจะได้เห็นเขาจุงเฟราอันลือชื่อ , นาฬิกาดอกไม้ , สถานคาสิโน ฯลฯ ให้ท่านเดินเล่นพักผ่อน ชื่นชมบรรยากาศของตัวเมืองที่มีทุ่งหญ้ากว้างกลางเมือง มีสวนดอกไม้เล็กๆ น่ารักสร้างสีสันให้ตัวเมือง รวมทั้งมีอาคารคาสิโนคูซาลอายุกว่า 100 ปีที่งดงามด้วยสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น และยังเป็นคาสิโนของเมืองอีกด้วย สถาปัตยกรรมที่โดดเด่น และยังเป็นคาสิโนของเมืองอีกด้วย ให้ท่าน ช้อปปิ้งนาฬิกาสวิสฯ   อาทิ ROLEX,PANERAI, OMEGA, IWC, PATEK PHILLIP เป็นต้น หรือเลือกซื้อของฝากของที่ระลึกเช่น มีดสวิสฯ พร้อมสลักชื่อ, สินค้าพื้นเมืองของที่ระลึก, ช็อคโกแลต เป็นต้น

ค่ำ  อิสระอาหารค่ำให้ท่านเดินเล่นเพลิดเพลินกับบรรยากาศเมืองมรดกโลก หรือช้อปปิ้งตามอัธยาศัย

พักค้างคืน ณ Metropole (หรือระดับเดียวกัน (คืนที่ 3)

 

วันที่ห้า       พิชิตยอดเขาจุงเฟรา  สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป  ถ้ำน้ำแข็ง 1000ปี  สวิสสฟิงซ์  ดีจอง  (ฝรั่งเศส)

 เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 8)

นำคณะออกเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศมุ่งหน้าขึ้นสู่เมือง เลาเทอร์บรุนเน่น เพื่อนำท่านขึ้นรถไฟ สายจุงเฟราบาห์เนน ระหว่างการเดินทางท่านจะได้ชมวิวทิวทัศน์แบบสวิสเซอร์แลนด์ขนานแท้ ที่มีทุ่งหญ้าอันเขียวขจี ดอกไม้ป่าบานสะพรั่งในฤดูใบไม้ผลิ หรือใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงฤดูใบไม้ล่วง บ้านหลังน้อยใหญ่ปลูกแบบน่ารักๆทรงสวิสชาเลต์ ฝูงวัวพื้นเมืองที่กระจัดกระจายแทะเล็มหญ้าอยู่ทั่วบริเวณ ลำธารน้ำธรรมชาติเล็กๆที่ใสสะอาดและฉากหลังที่มีภูเขาหิมะตั้งตระหง่านขาวโพลน ซึ่งจะทำให้คณะได้รับความประทับใจเป็นอย่างยิ่ง นั่งรถไฟชมวิวท่องเที่ยวธรรมชาติบนภูเขาสูงแห่งแอลป์  แล้วเปลี่ยนเป็นรถไฟสายภูเขาที่สถานีไคลน์ไชเด็ก รถไฟที่จะนำท่านเดินทางลอดอุโมงค์ที่ชาวสวิสฯได้ขุดเจาะไว้ที่ความสูงถึง 3,464 เมตร จนกระทั่งถึง สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป Top of Europe บนยอดเขาจุงเฟรา ซึ่งมีความสูง 4,158 เมตร (13,642 ฟุต)  จุดสูงสุดคือลานน้ำแข็งขนาดใหญ่เรียกว่า Sphinx  นักท่องเที่ยวหลายๆคนบอกว่าที่นี่สวยงามดุจดินแดนแห่งสวรรค์ เพราะยอดเขาแห่งนี้ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนตลอดทั้งปี อิสระให้ท่านถ่ายภาพความประทับใจตามอัธยาศัยกับแบบจุใจ ไม่มีเร่งรีบ จากนั้นนำท่าน ชม ถํ้านํ้าแข็ง 1,000 ปี  ที่สร้างโดยการเจาะธารน้ำแข็งเข้าไปถึง 30 เมตร พร้อมชมน้ำแข็งแกะสลักรูปร่างต่าง จากนั้นชมวิวทิวทัศน์และสัมผัสหิมะที่ลานพลาโต Plateau และไม่ควรพลาดการส่งโปสการ์ดจากที่ทำการไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในโลกพร้อมซื้อของที่ระลึกต่างๆตามอัธยาศัย นำท่านขึ้น สวิสสฟิงซ์ หรืออาคารสังเกตการณ์ ที่ความสูง 3,571 เมตร/11,716 ฟิต ท่านสามารถชมวิวได้รอบ 360 องศาจากระเบียงได้ประสบการณ์แสนประทับใจ เดินทางสู่ ยุงค์ฟราวยอร์ค-หลังคายุโรป ไปแล้วไม่ได้มาจุดชมวิว จุดนี้เหมือนมาไม่ถึง

เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวันเมนูที่ดีที่สุด ณ ภัตตาคาร บนยอดเขาจุงเฟรา  (มื้อที่ 9)

บ่าย  นำท่านขึ้น สวิสสฟิงซ์ หรืออาคารสังเกตการณ์ ที่ความสูง 3,571 เมตร/11,716 ฟิต ท่านสามารถชมวิวได้รอบ 360 องศาจากระเบียงได้ประสบการณ์แสนประทับใจ เดินทางสู่ ยุงค์ ฟราวยอร์ค-หลังคายุโรป ไปแล้วไม่ได้มาจุดชมวิว จุดนี้เหมือนมาไม่ถึง ได้เวลานัดหมายนำท่านลงจากยอดเขาจุงเฟราไปยังสถานีรถไฟ ไอเกอร์เกลทเชอร์ เพื่อนำท่านขึ้นกระเช้า The V-Cableways (กระเช้าใหม่ล่าสุด)ลงมายังเมืองกลินเดอร์วาวล์ จากนั้นเดินทางเข้าสู่ เมืองดีจอง (ประมาณ 320 กม.) ซึ่งเป็นอีกเมืองหนึ่งที่สวยงามของประเทศฝรั่งเศส อดีตเมืองหลวงแห่งแคว้นเบอร์กันดีชมอาคารบ้านเรือนสมัยเรอเนสซองส์

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 10)  (อาหารพื้นเมือง สไตล์ฝรั่งเศส )

พักค้างคืน ณ Novotel Dijon Route des Grands Crus หรือเทียบเท่า (คืนที่ 4)

 

วันที่หก      ปารีส  แวร์ซายส์  ล่องเรือบาตามูซ  หอยเอสคาโก้  (ฝรั่งเศส)

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 11)

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองปารีส  (ประมาณ 340 กม.) เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่บนแม่น้ำแซนน์ บริเวณตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศสบนใจกลางแคว้น อีล-เดอ-ฟรองซ์ จากการตั้งถิ่นฐานมากว่า 2000 ปี เมืองปารีส มหานครซึ่งได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเมืองหลวงด้านแฟชั่น  ระหว่างการเดินทางท่านจะได้ชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามของทุ่งดอกเรบซีด,ไร่องุ่น

เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 12)

บ่าย   นำท่านเดินทางไปยัง แวร์ซาย อดีตเมืองหลวงและศูนย์กลางการเมืองการปกครองในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 อยู่ห่างจากปารีสไปทางตะวันตกเฉียงใต้ ระยะทางประมาณ 24 กิโลเมตร นำท่านเข้าชม พระราชวังแวร์ซาย (มีไกด์ท้องถิ่นบรรยาย ในแต่ละห้องข้อมูลแน่นปึ๊ก ที่สำคัญเที่ยวแบบ VIP ไม่มีต่อคิว) พระราชวังที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ใหญ่ที่สุดในปฐพี ชมความอลังการของพระราชวังซึ่งได้รับการตกแต่งไว้อย่างหรูหราวิจิตรบรรจง ชมความงดงามของห้องต่างๆ อาทิเช่น ห้องอพอลโล, ห้องนโปเลียน ห้องบรรทมของราชินี, ห้องโถงกระจกท้องพระโรง, ห้องสงครามและสันติภาพ รวมถึงเรื่องราวและความเป็นมาของอดีตอันยิ่งใหญ่ของพระราชวังแห่งนี้ จากนั้นอิสระให้ท่านได้ชมและถ่ายรูปเป็นที่ระลึกบริเวณอุทยานอันร่มรื่นและหลากหลายด้วยพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับสีสันสวยงาม

นำท่านเดินทางเข้าสู่ นครปารีส นครหลวงของฝรั่งเศส ศูนย์กลางแห่งแฟชั่นชั้นนำของโลก ตั้งอยู่ริมสองฝั่งของแม่น้ำแซน นำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือบาตามูซ เพื่อล่องเรือแม่น้ำแซน ชมวิวทิวทัศน์กันบนดาดฟ้าเรือ ชื่นชมความงามของทัศนียภาพของนครปารีส ชมสถานที่สำคัญคู่บ้านคู่เมืองสองฝั่งของแม่น้ำแซน โบราณสถาน และอาคารที่เก่าแก่สร้างด้วยศิลปะแบบเรเนสซองส์ ควรค่าแก่การอนุรักษ์ตลอดทางท่านจะได้ความประทับใจกับความสวยงามของทัศนียภาพที่ร่วมกันสรรสร้างให้นครปารีสได้ชื่อว่าเป็นนครที่มีความงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อาทิเช่น สะพานอเล็กซานเดอร์, ศาลาว่าการ, จัตุรัสคองคอร์ด, โรงกษาปณ์, เกาะอิลเดอลาซิเต้ ศูนย์กลางเมืองแห่งแรก สถานที่ตั้ง มหาวิหารนอเตรอดาม หรือโบสถ์นอเตรอดาม สร้างด้วยศิลปะแบบโกธิคที่ประดับตกแต่งด้วยกระจกสีอย่างงดงาม ซึ่งในอดีตเคยใช้เป็นสถานที่สำหรับพิธีราชาภิเษกนโปเลียนขึ้นครองราชย์ มีอายุเก่าแก่กว่า 800 ปี และทำให้ปารีสโดดเด่นเป็นมหานครที่งดงามแห่งหนึ่งของโลก (ในกรณีที่น้ำในแม่น้ำแซนขึ้นสูงกว่าปกติหรือมีเหตุการณ์สุดวิสัย เช่น การนัดหยุดงาน เป็นต้น รายการล่องแม่น้ำแซนอาจจะไม่สามารถดำเนินการได้)

ค่ำ รับประทานอาหารแบบพื้นเมืองฝรั่งเศส (เมนู หอยเอสคาโก้อบเนย ,ท่านสามารถ เลือก สเต็กสไตล์ฝรั่งเศส 1 อย่าง อาทิเนื้อหมู/เนื้อวัว/เป็ดอบซอส/ปลา  พร้อมจิบไวน์ฝรั่งเศส ตบท้ายด้วยของหวาน ) (มื้อที่ 13)

พักค้างคืน ณ Mercure Paris La Villette หรือเทียบเท่า (คืนที่ 5)

วันที่เจ็ด     ประตูชัย  หอไอเฟล   พีระมิตแก้ว พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์  ช้อปปิ้งแกลลารี่ ลาฟาแยตต์  กรุงเทพฯ

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 14)

จากนั้นนำท่านไปชม ประตูชัย สัญลักษณ์แห่งชัยชนะของนโปเลียน ก่อนนั่งรถผ่านชมสองฟากฝั่ง ถนนชองป์เซลิเซ่ ต้นแบบถนนราชดำเนินของไทย ซึ่งเต็มไปด้วยคาเฟ่และร้านค้าแบรนด์เนมจากดีไซเนอร์ชื่อก้องโลก นำท่านผ่านชม จัตุรัสคองคอร์ด สถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสและยุโรป เป็นลานประหารที่ตั้งกิโยติน ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนนับพันในสมัยปฏิวัติฝรั่งเศสปี ค.ศ. 1789  นำท่านถ่ายภาพกับ หอไอเฟล สัญลักษณ์ของนครปารีสด้วยความสูงถึง 1,051 ฟุต กันอย่างจุใจ นำท่านเดินทางสู่ ร้านปลอดภาษี เพื่อให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าต่างๆ มากมาย อาทิเช่น เครื่องสำอาง, น้ำหอม, เครื่องประดับ, กระเป๋าหนัง และเครื่องหนังอื่นๆ รวมทั้งเสื้อผ้า Brand Name จากฝรั่งเศส ให้ท่านถ่ายรูป พีระมิตแก้ว พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ให้ท่านช็อปปิ้งสินค้าที่มีชื่อเสียงของฝรั่งเศสภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง แกลลารี่ ลาฟาแยตต์ ซึ่งมีสินค้าแบรนด์เนมทุกยี่ห้อรวมถึง Louise Vuitton ท่านที่ไม่มีความประสงค์ช็อปปิ้งสามารถเดินชมความงามของบ้านเมืองและโรงละครโอเปร่าที่เก่าแก่สวยงาม เพราะย่านช็อปปิ้งอยู่กลางเมืองมีอาคารบ้านเรือนสวยงามมากได้เวลาอันสมควรนำท่านออกเดินทางสู่สนามบินชาร์ลเดอร์โกลเพื่อทำการเช็คอินและทำTAXREFUND

21.40 น.    ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ เที่ยวบินที่ QR 038 / QR 838 แวะเปลี่ยนเครื่องที่ท่าอากาศยานนานาชาติฮามัดประเทศประเทศกาตาร์

 

วันที่แปด   กรุงเทพมหานคร

19.10 น.   คณะเดินทางกลับถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ด้วยความสวัสดี

 

ทัวร์ยุโรป