S__2179191

ทัวร์ยุโรป KINGDOM OF SPAIN AND PORTUGUESE EGG TART สเปน โปรตุเกส 10 วัน 7 คืน (EK)

ราคาเริ่มต้น 55,900 ฿ ดาวน์โหลด PDF จองทัวร์

รหัส: ESP-EK-056 Tag:
สายการบิน: Image

ทัวร์ยุโรป
HILIGHT
• เข้าชมโบสถ์ซากราดา แฟมิเลีย (La Sagrada Familia) โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์สัญลักษณ์ของเมือง โดยฝีมือออกแบบของ อันตอนี เกาดี
• ช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนม ที่ La Roca Village Outlet
• ตื่นตากับรางส่งน้ำโรมัน (Acueducto de Segovia) สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 1
• เข้าชมพระราชวังหลวง (Royal Palace)
• ตื่นตาตื่นใจกับแหลมวินเซนท์ (Cape of St.Vincent)
• ชมแหลมโรกา (Capo Da Roca) จุดที่เป็นปลายด้านตะวันตกสุดของทวีปยุโรป
• ชมโชว์ ระบำ ฟลามิงโก ศิลปะระบำสเปน
• ชิมเมนูท้องถิ่นที่ไม่ควรพลาด ข้าวผัดสเปนหมูหันสเปน, ทาร์ตไข่โปรตุเกส

วันที่เดินทาง

11-20 ต.ค. 62, 18-27 ต.ค. 62, 13-22 ก.ย. 62, 26 ก.ค.-4 ส.ค. 62, 9-18 ส.ค. 62, 27 ก.ย.-6 ต.ค. 62, 4-13 ต.ค. 62, 25 ต.ค.-3 พ.ย. 62

ทัวร์ยุโรป
วันที่ 1 กรุงเทพ
22.00 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศประตู 9 เคาน์เตอร์ T สายการบินเอมิเรตส์ โดยมีเจ้าหน้าที่ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก
วันที่ 2 กรุงเทพฯ – ดูไบ – บาร์เซโลน่า – เข้าชมโบสถ์ซากราดา แฟมิเลีย –
เข้าชมปาร์ค กูเอล
01.35 น. ออกเดินทางสู่บาร์เซโลน่า โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 385
04.45 น. เดินทางถึง สนามบินดูไบ แวะรอเปลี่ยนเครื่อง
08.15 น. ออกเดินทางต่อสู่บาร์เซโลน่า ประเทศสเปน โดยเที่ยวบิน EK 185
13.25 น. ถึงสนามบินสนามบินเอล ปรัต (BCN) เมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั๋วโมง และจะเปลี่ยนเป็น 5 ชั๋วโมงในวันที่ 31 มีนาคม 2562) ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร จากนั้นเดินทางสู่เมืองบาร์เซโลน่า (Barcelona) นครใหญ่แห่งคาตาลันยา และเมืองสำคัญอันดับ 2 ของสเปน นำท่านเข้าชมภายในโบสถ์ซากราดา แฟมิเลีย (La Sagrada Familia) โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์สัญลักษณ์ของเมือง โดยฝีมือการออกแบบของ อันตอนี เกาดี สถาปนิกชาวคาตาลัน เป็นผลงานที่เรียกว่า โมเดิร์นนิสโม เป็นงานศิลปะเฉพาะถิ่นและเป็นอาร์ตนูโวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเริ่มสร้างตั้งแต่ปี 1882 แม้กระทั้งจนถึงปัจจุบันก็ยังสร้างไม่แล้วเสร๊จ ถึงกระนั้นองค์การยูเนสโก้ ก็ได้จัดให้เป็นมรดกโลก โดยมหาวิหารมีลักษณะสถาปัตยกรรมโดดเด่นแปลกตาไม่เหมือนที่ใดในโลก นำท่านเข้าชมปาร์ค กูเอล (Parque Guell) สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่โชว์ผลงานอันโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมของอันตอนี เกาดี สิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ที่ถูกล้อมรอบด้วยความร่มรื่นของต้นไม้ ด้วยรูปแบบของสถาปัตยกรรมงานกระเบื้องที่เน้นรูปทรงธรรมชาติในสีสันที่ตัดกัน ดูโดดเด่น แปลกตา และเป็นเอกลักษณ์อย่างมาก ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก
ค่ำ รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก FRONTAIR CONGRESS หรือเทียบเท่า

วนที่ 3 เนินเขา Montjuïc – La Roca Village Outlet – ซาราโกซ่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านขึ้นสู่จุดชมวิวของเมืองที่ เนินเขา Montjuïc เป็นเนินเขาในบาร์เซโลน่าที่มีทัศนียภาพอันงดงาม ทางด้านตะวันออกของเนินเขายังมีหน้าผาสูงชันซึ่งทำหน้าที่เป็นดั่งกำแพงเมือง ส่วนด้านบนเป็นที่ตั้งของป้อมปราการหลายแห่ง นำท่านสู่ La Roca Village Outlet เชิญท่านช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำมากมาย อาทิ Armani, Burberry, Calvin Klein, Coach, Escada, Gucci, Guess, Hugo Boss, Kipling, L’Occitane, Levi’s, Lacoste, Loewe, Michael Kors, Nike, Polo, Puma, Ray-Ban, Samsonite, Superdry, Swarovski, Tag Heuer, Tommy Hilfiger, The North Face, Timberland, Tumi, Versace, Zegna ฯลฯ
กลางวัน อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
บ่าย นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองซาราโกซ่า (Zaragoza) เมืองใหญ่ศูนย์กลางทางการศึกษาและศาสนาของประเทศ และเป็นเมืองที่อยู่ระหว่างกลางของบาร์เซโลน่า และ แมดริด มีความโดดเด่นมากในเรื่องของลักษณะภูมิประเทศที่มีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นหุบเขา ทะเลทราย ป่าหนาทึบ
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก DIAGONAL PLAZA หรือเทียบเท่า
วันที่ 4
ซาราโกซ่า – เซอร์โกเบีย – ชมรางส่งน้ำโรมัน – มาดริด
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองเซอโกเบีย (Segovia) เมืองท่องเที่ยวอีกเมืองหนึ่งของสเปน องค์การ UNESCO ยังได้ขึ้นทะเบียนให้เมืองนี้เป็นเมืองมรดกโลกในปี 1985 ชมรางส่งน้ำโรมัน (Acueducto de Segovia) ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ ศตวรรษที่ 1 โดยไม่มีการใช้กาวหรือวัสดุเชื่อมหินแต่ละก้อนแต่อย่างใด จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นสิ่งก่อสร้างทางวิศวกรรมโดยชาวโรมันที่สำคัญที่สุดของสเปน และยังมีสภาพสมบูรณ์ที่สุดอีกด้วย รางส่งน้ำประกอบขึ้นจากหินแกรนิตกว่า 25,000 ก้อน มีความยาว 818 เมตร มีโค้ง 170 โค้ง จุดที่สูงที่สุดสูงถึง 29 เมตร จุดเริ่มต้นของรางส่งน้ำนี้ เริ่มตั้งแต่นอกเมือง แล้วลำเลียงส่งน้ำเข้ามาในเมือง รางส่งน้ำแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเซอโกเบีย และเป็นไฮไลท์หลักของเมือง นำท่านเดินเล่นในเขตเมืองเก่า ซึ่งเต็มไปด้วยสินค้านานาชนิดตลอดสองข้างทาง
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง (หมูหันสเปน)
บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่กรุงมาดริด (Madrid) เมืองหลวงของประเทศสเปน ตั้งอยู่ใจกลางแหลมไอบีเรียน ในระดับความสูง 650 เมตร เป็นมหานครอันทันสมัยล้ำยุค ที่ซึ่งกษัตริย์ฟิลลิปที่ 2 ได้ทรงย้ายที่ประทับจากเมืองโทเลโดมาที่นี่ และประกาศให้มาดริดเป็นเมืองหลวงใหม่ ยกเว้นในช่วงประมาณปี ค.ศ. 1601-1607 เมืองมาดริดได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และสูงสุดแห่งหนึ่งในยุโรป นำท่านเที่ยวชมกรุงแมดริด ที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามอยู่มากมาย ทั้งอนุสาวรีย์น้ำพุไซเบเลส (The Cibeles Fountain) ตั้งอยู่ที่จัตุรัสรัสซิเบเลส (Plaza de Cibeles) ซึ่งเป็นวงเวียนสำคัญและสวยที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงมาดริด โดยบริเวณนี้ มีอาคารสวยงามและสำคัญ ประจำอยู่ทั้ง 4 มุมได้แก่ ธนาคารแห่งชาติสเปน,กองบัญชาการทหารบก,ที่ทำการใหญ่ไปรษณีย์ ประตูชัยอาคาล่า และศูนย์วัฒนธรรมทวีปอเมริกาโดยประตูชัยอาคาล่า มาดริด (Splendid puerta de alcala) สร้างขึ้นในปี 1599 ประตูชัยแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ตั้งตระหง่านทางตะวันออกของใจกลางเมือง ชมปลาซาเดเอสปาญา (Plaza de espana) เพื่อแวะถ่ายรูปกับอนุสาวรีย์ดอนกิโฆเต้ (Donquixote)
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก MELIA AVENIDA AMERICA หรือเทียบเท่า
วันที่ 5
พระราชวังหลวง – พลาซ่ามายอร์ – โชว์ระบำฟลามินโก้
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเข้าชม พระราชวังหลวง (Royal Palace) ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาริมฝั่งแม่น้ำแมนซานาเรส สวยงามโอ่อ่าอลังการไม่แพ้พระราชวังใดในทวีปยุโรป พระราชวังหลวงแห่งนี้ถูกสร้างในปี ค.ศ. 1738 ด้วยหินทั้งหลังในสไตล์บาโรค โดยการผสมผสานระหว่างศิลปะแบบฝรั่งเศสและอิตาเลียน ประกอบด้วยห้องต่างๆกว่า 2,830 ห้อง ซึ่งนอกจากจะมีการตกแต่งอย่างงดงามแล้ว ยังเป็นคลังเก็บภาพเขียนชิ้นสำคัญที่วาดโดยศิลปินในยุคนั้น รวมทั้งสิ่งของมีค่าต่างๆอาทิ พัดโบราณ, นาฬิกา, หนังสือ, เครื่องใช้, อาวุธ (หากไม่สามารถเข้าชมพระราชวังหลวงมาดริดได้ เนืองจากมีพระราชพิธีภายในหรือตั๋วเต็ม ทางบริษัทขอนำท่านชม Royal Palace of Aranjuez เป็นการทดแทน) จากนั้นนำท่านชมอุทยานหลวงที่มีการเปลี่ยนพันธุ์ไม้ทุกฤดูกาล ชมอนุสาวรีย์เซอร์แวนเตส กวีเอกชาวสเปนที่ตั้งอยู่เหนืออนุสาวรีย์ดอนกิโฆเต้ในสวนสาธารณะ
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารไทย

บ่าย

นำท่านสู่ พลาซ่า มายอร์ (Plaza Mayor of Madrid) ใกล้เขตปูเอต้าเดลซอล หรือประตูพระอาทิตย์ ซึ่งเป็นจตุรัสใจกลางเมือง นับเป็นจุดนับกิโลเมตรแรกของสเปน (กิโลเมตรที่ศูนย์) และยังเป็นศูนย์กลางรถไฟใต้ดินและรถเมล์ทุกสาย นอกจากนี้ยังเป็นจุดตัดของถนนสายสำคัญของเมืองที่หนาแน่นด้วยร้านค้าและห้างสรรพสินค้าใหญ่มากมาย นำท่านแวะถ่ายรูปกับ รูปปั้นหมีเกาะต้นเชอรี่ (The bear and the cherry tree in Madrid) อันเป็นสัญลักษณ์สำคัญอีกแห่งของกรุงมาดริด อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง (ข้าวผัดสเปน)
พร้อมพร้อมชมโชว์ ระบำ ฟลามิงโก ศิลปะระบำสเปน หนึ่งในการแสดงที่ขึ้นชื่อลือชาไปทั่วโลกทั้งท่วงท่าการร่ายรำประกอบเสียงดนตรีที่เร้าใจสนุกสนาน
ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก MELIA AVENIDA AMERICA หรือเทียบเท่า
วันที่ 6
มาดริด – โทเลโด – เข้าชมมหาวิหารแห่งโทเลโด – กอร์โดบา
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองโทเลโด (Toledo) เมืองหลวงเก่าของสเปน เมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ทางภาคกลางของประเทศสเปน องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้เมืองนี้เป็นแหล่งมรดกโลกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม มีทัศนีภาพที่สวยงาม โดยมีแม่น้ำเทกัส ไหลผ่านเมือง ลักษณะผังเมืองโทเลโดเป็นเอกลักษณ์ที่น่าชื่นชมที่สุดของการจัดสร้างเมืองโบราณอันสมบูรณ์แบบตัวเมืองรายล้อมด้วยเนินเขาประดุจกำแพงธรรมชาติด้วยหุบผา 3 แห่ง จากนั้นนำท่านเข้าชมมหาวิหารแห่งโทเลโด (Toledo Cathedral) เป็นวิหารที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสเปน รองจากวิหารเมืองเซบีญ่า ที่สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ความงดงามอลังการสไตล์โกธิก ภายในมหาวิหารมีการตกแต่งอย่างงดงามวิจิตรด้วยไม้แกะสลักและภาพสลักหินอ่อน
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองกอร์โดบา(Cordoba) เมืองที่สวยงามในแบบมูเดก้าและเป็นเมืองทีเจริญรุ่งเรืองที่สุดในยุคที่มัวร์ปกครอง
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง

ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก AYRE CORDOBA หรือเทียบเท่า
วันที่ 7
กอร์โดบา – เซบีย่า – ฟารู
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองเซบีย่า (Seville) เป็นเมืองใหญ่อันดับ 4 ของสเปน ชมปลาซาเดเอสปาญา (Plaza De Espana) ที่สร้างขึ้นเมือปี ค.ศ. 1982 เป็นกลุ่มอาคารรูปครึ่งวงกลมซึ่งรวมความเป็นสถาปัตยกรรมแบบสเปนที่เรียงต่อกันเป็นแนวยาวสวยงามยิ่งนัก แต่ละซุ้มโค้งประตูมีตราประจำจังหวัดไล่เรียงตามตัวอักษร อิสระให้ท่านเก็บภาพความงามรอบบริเวณ นำท่านถ่ายรูปกับหอคอยฆีรัลดา (Giralda Tower) หอศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เป็นหอคอยที่สร้างขึ้นโดยชาวมุสลิม เป็นตึกทรงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสูง 93 เมตร ติดกันกับมหาวิหารเป็นลานส้มและน้ำพุ เพื่อใช้ในพิธีชำระร่างกายของชาวมุสลิม จากนั้นนำท่านชมภายนอกและถ่ายรูปมหาวิหารแห่งเมืองเซบีย่า (Seville Cathedral) เริ่มสร้างใน ค.ศ.1042 และสร้างเสร็จ ค.ศ.1519 ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสาม รองจากมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ที่กรุงโรม และเซนต์ปอลที่ลอนดอน และใหญ่ที่สุดในสเปน สร้างด้วยศิลปะแบบโกธิค ภายในตกแต่งได้อย่างวิจิตรตระการตา สร้างขึ้นแทนที่ตั้งของสุเหร่าเดิม โดยต้องการให้ยิ่งใหญ่แบบไม่มีใครเทียบเทียมได้ ในห้องเก็บทรัพย์สมบัติล้ำค่า มีทั้งภาพเขียน เครื่องใช้ในศาสนพิธี ที่ทำมาจากทองคำและเงินล้วนแล้วแต่ประเมินค่ามิได้ ตอนกลางโบสถ์เป็นที่ตั้งของสุสานคริสโตเฟอร์โคลัมบัส ซึ่งสร้างอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติยศ เป็นหีบศพหินอ่อนที่ตั้งอยู่บนบ่่าของรูปสลักชายหนุ่ม 4 คน ซึ่งเป็นผู้แทนของ ราชอาณาจักรของกษัตริย์คาธอลิคทั้ง 2 พระองค์อันได้แก่คัสตีล เลออน อาราก็อน และนาวาร์เร
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน

บ่าย
นำท่านเดินทางต่อไปยังเมืองฟารู (Faro) เมืองท่าที่สำคัญของโปรตุเกสโดยเมืองนี้เป็นเขตที่อยู่ทางใต้สุดของโปรตุเกส มีความสำคัญเพราะเป็นเมืองท่าที่ติดกับสเปน
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง

ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก FARO หรือเทียบเท่า
วันที่ 8
ฟารู – ซาเกรส – แหลมวินเซนท์ – ลากอส
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ซาเกรส (Sagres) นำท่านชมแหลมเซนท์วินเซนท์ (Cape St.Vincent) แหลมที่ตั้งอยู่สุดขอบตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศโปรตุเกส ที่ว่ากันว่าเปรียบเสมือนสุดขอบเขตของโลก เพราะเป็นที่ๆ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส (Christopher Columbus) นักเดินเรือที่มีชื่อเสียงของโลกได้ออกเดินทางไปค้นหาโลกใหม่และเป็นจุดที่พระอาทิตย์ตกดินหายลับไปกับท้องมหาสมุทร นำท่านเดินทางสู่ลากอส (Lagos) เป็นเมืองริมทะเลบที่อุดมไปด้วยชายหาดงดงามทอดยาวอยู่ข้างทาง โดยเมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ในแคว้นแอลการ์และเคยเกิดแผ่นดินไหวเสียหายหนักในปี 1755
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง

นำท่านเดินทางสู่ เอโวล่า (Evora) เมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโก เมืองนี้ยังคงได้รับการดูแลรักษาร่องรอยของสถาปัตยกรรม ที่มีมาตั้งแต่สมัยโรมัน ชมวัดโรมันแห่งเอโวร่า (Roman Temple) วัดซึ่งมีเอกลักษณ์ของโรมันแสดงถึงศักยานุภาพของอาณาจักรโรมันในอดีตที่ได้แผ่ขยายมาถึงโปรตุเกส นำท่านเดินทางสู่จัตุรัสกิรัลโด (Giraldo Square) ศูนย์กลางสำคัญของเมือง และเป็นที่ตั้งของลานน้ำพุที่สร้างแบบศิลปะยุคเรอเนสซองอิสระให้ท่านเดินเล่นและถ่ายภาพความประทับใจและเลือกซื้อสินค้าตาอัธยาศัย หลังจากนั้นได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางต่อไปยังกรุงลิสบอน (Lisbon) เมืองหลวงประเทศโปรตุเกส นครเก่าแก่นครหนึ่งในยุโรป ทั้ง ยังเป็นเมืองท่าที่สำคัญ และเป็นศูนย์กลาง ทางการเมือง การค้า อุตสาหกรรม พร้อมทั้งยังเป็นอุทยานนครที่เขียวชอุ่มร่มรื่น
ค่ำ รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก MERCURE LISBOA ALMADA หรือเทียบเท่า
วันที่ 9
ลิสบอน – แหลมโรค่า – ซินทรา – ลิสบอน – เข้าชมมหาวิหารเจอโร นิโม – สนามบิน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางชมแหลมโรกา (Capo Da Roca) จุดที่เป็นปลายด้านตะวันตกสุดของทวีปยุโรป ซึ่งท่านสามารถซื้อใบประกาศนียบัตร (Certificate) เป็นที่ระลึกในการมาเยือน ณ ที่แห่งนี้ จากนั้นเดินทางสู่เมืองซินทรา (Sintra) อีกหนึ่งเมืองตากอากาศยอดนิยมของนักท่องเที่ยว เป็นที่ตั้งของพระราชวังที่สวยงามที่ได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลก ความร่มรื่นของเขตอุทยานเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจในวันหยุดของชาวเมือง เป็นอีกเมืองที่มีสถาปัตยกรรมที่ค่อนข้างมีความโดดเด่นของแคว้นแกรนด์ลิสบอนประเทศโปรตุเกส
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ชิมทาร์ตไข่โปรตุเกส)

ได้เวลาอันสมควรนำท่านกลับกรุงลิสบอนนำท่านเข้าชมมหาวิหารเจอโร นิโม (Jeronimos Monastry) ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ วาสโกดากามา ที่เดินทางสู่อินเดียเป็นผลสำเร็จ ในปี ค.ศ.1498 จัดเป็นผลงานอันเยี่ยมยอดของงานสถาปัตยกรรมที่เรียกกันว่ามานูเอลไลน์ (Manueline) ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้นถึง 70 ปี จึงแล้วเสร็จสมบูรณ์ และได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก้ว่าให้เป็นมรดกโลก (UNESCO World Heritage)
18.00 น. นำเดินทางสู่สนามบินกรุงลิสบอน เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำ คืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน
21.15 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพด้วยเที่ยวบิน EK194
***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค. 62 เป็นต้นไป ออกเดินทาง เวลา 20.45 น. และถึงดูไบ เวลา 08.15 น.***
วันที่ 10
ดูไบ – กรุงเทพฯ
08.05 น. เดินทางถึงสนามบินดูไบ เพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง
09.40 น. ออกเดินทางสู่กรุงเทพด้วยเที่ยวบิน EK 372
***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 18 ต.ค. 62 เป็นต้นไป ออกเดินทาง เวลา 09.30 น. และถึงกรุงเทพฯ เวลา 18.40 น.***
19.15 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ
ทัวร์ยุโรป