ทัวร์กัมพูชา ทัวร์เขมร เที่ยวกัมพูชา แพคเกจทัวร์เขมร ราคาถูก

ทัวร์กัมพูชา เสียมเรียบ – นครวัด – นครธม – โตนเลสาบ 3วัน 2 คืน (FD)

ราคาเริ่มต้น 10,900 ฿ ดาวน์โหลด PDF จองทัวร์

รหัส: CAM-FD-094 Tag:
สายการบิน: AirAsia

ทัวร์กัมพูชา
ชมความยิ่งใหญ่ ปราสาทนครวัด 1 ใน 7มหัศจรรย์ของโลก
อลังการ! เที่ยวทะเลสาบเขมร โตนเลสาบ ชมวิถีชีวิตลอยน้ำ
ชมโชว์การแสดงชุดระบำอัปสร ศิลปะพื้นเมืองของกัมพูชา

วันที่เดินทาง

30 ธ.ค.-01 ม.ค. 62, 13-15 เม.ย. 62, 14-16 เม.ย. 62, 6-8 เม.ย. 62, 12-14 เม.ย. 62, 26-28 เม.ย. 62, 10-12 พ.ค. 62, 18-20 พ.ค. 62, 28-30 มิ.ย. 62, 7-9 มิ.ย. 62, 14-16 ก.ค. 62, 10-12 ส.ค. 62, 12-14 ต.ค. 62, 27-29 ก.ค. 62, 19-21 พ.ค. 62, 4-6 ต.ค. 62, 1-3 พ.ค. 62, 15-17 ก.ค. 62, 13-15 ก.ย. 62, 13-15 ต.ค. 62, 22-24 ต.ค. 62, 8-10 พ.ย. 62, 5-7 ธ.ค. 62, 10-12 ธ.ค. 62, 28-30 ธ.ค. 62

ทัวร์กัมพูชา
วันแรก กรุงเทพฯ – เสียมเรียบ – ล่องเรือโตนเลสาบ – ศาลองค์เจ๊ก – องค์จอม – ชมโชว์ระบำอัปสรา
04.00 น. พร้อมกันที่สนามบินนานาชาติดอนเมือง ชั้น 3 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์สายการบิน
THAI AIR ASIA เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวกในการเช็คอิน
โดยสายการบิน THAI AIR ASIA ใช้เครื่อง AIRBUS A319/A320 จำนวน 142-158 ที่นั่งจัดที่นั่งแบบ 3-3 (น้ำหนักกระเป๋า 20 กก./ท่าน หากต้องการซื้อน้ำหนักเพิ่มต้องเสียค่าใช้จ่าย)
10.00 น. ออกเดินทางสู่ เมืองพนมเปญ โดยสายการบินแอร์เอเซีย เที่ยวบินที่ FD 610 (ใช้เวลาบิน 1 ชั่วโมง)
11.00 น. เดินทางถึง สนามบินเสียมเรียบ (เสียมราฐ-อังกอร์) ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (เวลาท้องถิ่นที่กัมพูชา เท่ากับประเทศไทย)
ท่าอากาศยานนานาชาติเสียมราฐ หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “สนามบินเสียมราฐ” เป็นสนามบินที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2
ของประเทศราชอาณาจักรกัมพูชา (KINGDOM OF CAMBODIA) และเป็นสนามบินที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่นที่สุดใน
ประเทศเนื่องจากสนามบินแห่งนี้อยู่ใกล้กับนครวัด ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของกัมพูชา จึงมีเที่ยวบินจาก
ต่างประเทศบินตรงมาลงที่นี่เป็นจำนวนมาก ประกอบกับสนามบินยังมีความใหม่ โดยเพิ่งได้รับการปรับปรุงและเปิด
ให้บริการเมื่อปี พ.ศ. 2549 ที่ผ่านมา
——————————————————————————————–
กลางวัน  บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 1)
——————————————————————————————–
โตนเลสาบโตนเล ในภาษาเขมรหมายถึงแม่น้ำใหญ่ ส่วนสาบหมายถึงไม่เค็ม เนื่องจากโตนเลสาบเป็นพื้นที่น้ำท่วมที่เกิดจากแม่น้ำโขง อีกทั้งยังมีแม่น้ำสำคัญคือแม่น้ำเสียมเรียบไหลลงสู่โตนเลสาบ มีพื้นที่มีขนาดใหญ่ประมาณ 2,700 ตร.กม. ในหน้าน้ำน้อย และขนาดใหญ่มากถึง 16,000 ตร.กม. ในหน้าน้ำหลาก พัดพาเอาสายแร่ธาตุไหลล่องมาจากเมืองจีนผ่านแม่น้ำโขงลงพักไว้ที่โตนเลสาบ ก่อนจะไหลออกทะเลจีนใต้ทางตอนใต้ของกัมพูชา ความยิ่งใหญ่ของพื้นที่ทะเลสาบขนาดที่หน้าน้ำน้อยยังใหญ่กว่าเกาะภูเก็ตตั้งเกือบ 5 เท่า อีกทั้งยังเป็นแหล่งชุมชนกลางน้ำให้ชาวบ้านได้ปลูกเรือนอยู่อาศัยและใช้ชีวิตทั้งชีวิตอยู่กลางโตนเลสาบมาเป็นเวลายาวนานอีกด้วย
ศาลองค์เจ๊กองค์จอม เป็นที่รู้จักในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 มีธิดาอยู่ 2 พระองค์ ดำรงตำแหน่งแม่ทัพ มีความสามารถในเรื่องของการรบเป็นอย่างมากเป็นที่เกรงขามของข้าศึกศัตรู เป็นผู้ที่มีจิตใจงดงามเป็นอย่างมากในยามว่างเว้นจากศึกสงคราม หากมีนักโทษคนไหนที่ไม่ได้ทำความผิดที่ร้ายแรงมาก พระองค์ก็จะขออภัยโทษให้ จึงเป็นที่เคารพรัก นับถือของคนในเมืองเสียมเรียบเป็นอย่างมาก 400 ปีต่อมา กัมพูชาเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธ และได้มีการศึกษาประวัติของเจ้าเจกและเจ้าจอม และเห็นว่าเป็นบุคคลตัวอย่างที่ประพฤติตนดีมาก จึงได้มีการสร้างรูปเคารพ เป็นองค์ใหญ่แทนเจ้าเจก องค์เล็กแทนเจ้าจอม สมัยก่อนเจ้าเจกเจ้าจอมไม่ได้ประดิษฐานอยู่บริเวณนี้ อยู่ในนครวัด คนโบราณเลยย้ายมาอยู่ที่นี่ เพื่อความสะดวกในการเคารพบูชา
——————————————————————————————–
เย็น บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 2 ) บริการอาหารค่ำแบบบุฟเฟ่ต์ อิ่มอร่อยกับอาหารนานาชาติชนิด พร้อมชมโชว์การแสดงชุดระบำอัปสร ศิลปะพื้นเมืองของกัมพูชาที่เป็นการแสดงที่สวยงาม ให้ทุกท่านได้เก็บภาพเป็นที่ระลึกไว้เป็นความทรงจำที่ดี
——————————————————————————————–

จากนั้นนำท่านสู่ที่พัก  พักที่ ROYAL EMPIRE HOTEL //ANGKOR HOLIDAY HOTELหรือเทียบเท่า
——————————————————————————————–

วันที่สอง นครธม –ปราสาทบันทายศรี – ปราสาทบายน – ปราสาทตาพรหม – นครวัด –ไนท์มาร์เก็ต
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 3)
——————————————————————————————–
นครธม นครธมมีความหมายว่าเมืองใหญ่ (ธม แปลว่า ใหญ่) นครธม เป็นเมืองหลวงแห่งสุดท้ายและเมืองที่เข้มแข็งที่สุดของอาณาจักรขะแมร์ สถาปนาขึ้นในปลายคริสต์ศวรรษที่ 12 โดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ 9 ตารางกิโลเมตร อยู่ทางทิศเหนือของ นครวัด ภายในเมืองมีสิ่งก่อสร้างมากมายนับแต่สมัยแรกๆ และที่สร้างโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และรัชทายาท ใจกลางพระนครเป็นปราสาทหลักของพระเจ้าชัยวรมัน เรียกว่า ปราสาทบายน และมีพื้นที่สำคัญอื่น ๆ รายล้อมพื้นที่ชัยภูมิถัดไปทางเหนือ จุดเด่นที่สุดคือทางเข้าด้านใต้ ที่มีลักษณะเป็นหน้า 4 หน้า ก่อนจะเข้าสู่บริเวณนี้ จะเป็นแถวของยักษ์ (อสูร) ทางด้านขวา และเทวดาทางด้านซ้าย เรียงรายแบกพญานาคอยู่สองข้างสะพาน เมื่อเข้าสู่ใจกลางนครธมจะพบสิ่งก่อสร้างต่างๆ บริเวณประตูด้านใต้นี้ได้รับการอนุรักษ์ฟื้นฟูไว้ได้ดีกว่าบริเวณอื่น ๆ อีก 3 ด้าน
ปราสาทบันทายศรี (BANTEAY SREI) เป็นปราสาทหินที่ถือได้ว่างดงามที่สุดในประเทศกัมพูชา มีความกลมกลืนอย่างสมบูรณ์ และเป็นปราสาทแห่งเดียวที่สร้างเสร็จแล้วกว่า 1000 ปี แต่ลวดลายก็ยังมีความคมชัด เหมือนกับสร้างเสร็จใหม่ ๆ ปราสาทบันทายศรีหรือเรียกตามสำเนียงเขมรว่า บันเตียไสร หมายถึง ปราสาทสตรีหรือป้อมสตรี อยู่ห่างจากตัวเมืองเสียมเรียบไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 30 กิโลเมตร ใกล้กับแม่น้ำเสียมเรียบในบริเวณที่เรียกว่า อิศวรปุระ หรือเมืองของพระอิศวรนั่นเอง
ปราสาทบายน ปราสาทบายนอยู่ในบริเวณใจกลางของนครธม สร้างในปีพุทธศตวรรษที่ 18 รัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นศิลปะแบบบายน ศาสนาพุทธนิกายมหายาน ปราสาทบายนเป็นปราสาทหลวงประจำรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ปราสาทบายนถูกสร้างโดยการนำหินมาวางซ้อนๆ กันขึ้นเป็นรูปร่าง แม้จะเป็นปราสาทไม่ใหญ่โตเท่านครวัด แต่มี ความแปลกและดูลี้ลับทั้งปราสาทมีแต่ใบหน้าคน หากขึ้นไปยืนอยู่ภายในปราสาทนี้ไม่ว่ามุมไหนก็หาได้รอดหลุดพ้นจากสายตาเหล่านี้ได้เลย คนส่วนมากเชื่อกันว่ายิ้มบายนคือการจำลองใบหน้าของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มาไว้บนยอดปรางค์ทั้ง 4 ทิศ โดยสายตาที่มองลงต่ำนั้นเป็นการมองราษฎร ส่วนจำนวนปรางค์ 54 ยอดที่มีแต่ดั้งเดิมนั้นแทนจำนวนจังหวัด 54 จังหวัดที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ปกครองในยุคนั้น
ปราสาทตาพรหม ปราสาทตาพรหมจัดได้ว่าเป็นวัดในพุทธศาสนาและเป็นวิหารหลวงในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทางเข้าประกอบด้วยโคปุระชั้นนอกและชั้นใน บริเวณผนังที่อยู่เชื่อมระหว่างโคปุระชั้นนอกและชั้นในมีการสลักภาพตามคติธรรมของพุทธศาสนานิกายมหายาน ปราสาทแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1729 เพื่ออุทิศให้แก่พระราชมารดาของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 คือพระนางชัยราชจุฑามณีผู้เปรียบประดุจกับพระนางปรัชญาปรมิตา ซึ่งหมายถึงเมื่อพระองค์เป็นอวตารของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร พระราชมารดาของพระองค์จึงเปรียบดังพระนางปรมิตาเช่นกัน
——————————————————————————————–
กลางวัน  บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 4)
——————————————————————————————–
นครวัด หรือปราสาทนครวัด กันสักครั้ง ปราสาทนครวัด เป็นสิ่งก่อสร้างทางศาสนาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่ถูกบันทึกให้เป็นมรดกโลกภายใต้ชื่อ “เมืองพระนคร” ตัวเทวสถานถือเป็นที่สุดของสถาปัตยกรรมเขมร ในสมัยที่ยังรุ่งเรือง ในอาณาบริเวณปราสาทอันกว้างใหญ่ ได้ถูกก่อสร้างด้วยหินทรายขนาดมหึมา นำมาเรียงรายต่อกันและสลักลวดลายอย่างงดงาม กว่าจะได้หินมาแต่ละก้อนต้องชักลากมาจากเขาพนมกุเลน ชึ่งอยู่ห่าง ออกไปถึง 50 กิโลเมตร ต้องใช้แรงงานคนและสัตว์มานับไม่ถ้วน ใช้ช่างแกะสลัก 5,000 คน ใช้เวลาสร้างร่วม 100 ปี การจะนำหินขนาดใหญ่แต่ละก้อนมาสร้างเป็นปราสาทที่งดงามได้ขนาดนี้ จะต้องมีการวางผังแบบแปลนในการก่อสร้างมาเป็นอย่างดี ซึ่งถือได้ว่าเป็นฝีมือของวิศวกรชั้นเอกในสมัยนั้นกันเลยทีเดียว ตัวปราสาทสูง 60 เมตร ตั้งอยู่บนฐานสูงตามคติของศูนย์กลางจักรวาล ล้อมรอบด้วยปราสาท 5 หลัง มีคูน้ำล้อมรอบตามแบบอย่างของมหาสมุทรที่ล้อมรอบเขาพระสุเมรุ กำแพงด้านนอกล้วนแต่เป็นงานแกะสลักเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 และเรื่องราวจากวรรณคดีเรื่อง รามายณะ รูปแกะสลักที่มีชื่อที่สุดก็คือรูปที่เทวดากับอสูรกวนเกษียรสมุทรด้วยเขาพระสุเมรุ และยังมีรูปแกะสลักนางอัปสรอีกถึง 1,635 นาง ที่ทั้งหมดแต่งกายและทรงผมไม่ซ้ำกันเลย ลองหาดูกันให้ดีๆ จะมีนางอัปสรที่ยิ้มเห็นฟันเพียงองค์เดียวเท่านั้น ปราสาทนครวัดได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี จนเป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่สำคัญเพียงแห่งเดียวที่ยังเหลือรอดมาจนถึงปัจจุบัน และได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของประเทศกัมพูชานั่นเอง
อังกอร์ ไนท์ มาร์เก็ต (ANGKOR NIGHT MARKET) อิสระให้ท่านได้เที่ยวชมพร้อมเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองที่มีให้เลือกมากมายหลายอย่างได้ตามอัธยาศัย
——————————————————————————————–
เย็น บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 5 )
——————————————————————————————–
จากนั้นนำท่านสู่ที่พัก  พักที่ ROYAL EMPIRE HOTEL //ANGKOR HOLIDAY HOTELหรือเทียบเท่า
——————————————————————————————–

วันที่สาม ศูนย์หัตถกรรมทอผ้าไหม – ศูนย์ฝึกวิชาชีพ – วัดพระพรหมรัตน์ – ตลาดซาจ๊ะ – สนามบินเสียมเรียบ – ดอนเมือง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 6)
——————————————————————————————–
ศูนย์หัตถกรรมทอผ้าไหม+ศูนย์ฝึกวิชาชีพ ศูนย์รวมหัตกรรมที่จัดทำขึ้นเพื่อการพัฒนาและปรับปรุงงานหัตถกรรมทอผ้ารวมถึงการสืบทอดศิลปกรรมโบราณให้ของคนท้องถิ่นให้ดำรงอยู่สืบต่อไป
วัดพระพรหมรัตน์ ภายในพระวิหารของวัด มีพระนอนศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างด้วยกาบเรือของพระชื่อดังที่ชื่อว่า Preah Ang Chong Han Hoy ที่เป็นที่เคารพสักการะของชาวพนมเปญ และ กัมพูชา มาตั้งแต่สมัย พ.ศ.1900 ภายในโบสถ์มีพระประธานที่ถูกสร้างอย่างเรียบง่าย แต่หากเดินไปทางด้านหลังพระองค์ใหญ่นั้น นักท่องเที่ยวก็จะได้พบพระนอน ที่นอนซ่อนตัวอยู่ด้านหลังอย่างน่าเลื่อมใส ภายนอกอาคารของวัดมีศาลารายที่ประดับตกแต่งด้วยภาพพุทธประวัติซึ่งเป็นศิลปะแบบใหม่ที่ศิลปินแนวใหม่ของกัมพูชาสร้างสรรค์ขึ้นมีเอกลักษณ์แตกต่างตรงเล่นความนูนต่ำที่ยื่นออกมาจากฝาผนังให้ดูมีมิติมากขึ้นนั่นเอง
——————————————————————————————–
เย็น บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 7 )
——————————————————————————————–
ตลาดซาจ๊ะ แหล่งซ้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงที่สุด เป็นตลาดเก่าแก่ ที่มีอาคารร้านค้าที่สร้างในยุคที่ฝรั่งเศสเข้ามาปกครอง รูปทรงทางสถาปัตย์ส่วนมากจึงออกไปแนวยุโรป ในตลาดซาจ๊ะ จะขายที่ระลึกที่เป็นสินค้าพื้นเมืองของเขมร ด้านหน้าตลาดจะเป็นผลิตภัณฑ์ของแห้งจากโตนเลสาบ ได้แก่ปลากรอบ หรือปลาย่าง ปลาช่อนแดดเดียว กุนเชียง และปลาที่อยู่ในโถ เช่นปลาร้า ปลาหมักชนิดต่างแบบเขมร ลึกเข้าไปในตลาดจะเป็นตลาดสด ขายพวกพืชผักและผลไม้ต่างๆ บางอย่างก็นำเข้าจากไทย ส่วนอีกซีกหนึ่งจะเป็นตลาดปลาสดๆที่มาจากทะเสาบโตนเล มีปลาหลากหลายชนิดมาก เด่นๆ ก็มีปลาเนื้ออ่อน ปลาดุก ปลากด ปลาเทโพ ปลาสวาย ช่วงเย็นๆบริเวณหน้าตลาดจะคึกคักไปด้วยคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว หากมีเวลาก็น่าจะใช้บริการรถสามล้อของเขมรพาเที่ยวรอบเมืองเสียมเรียบในราคาไม่แพงนักอีกด้วย
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติเสียมเรียบ
15.15 น. เหินฟ้าสู่ เมืองไทย โดยสายการบินแอร์เอเซีย เที่ยวบินที่ FD 610 (ใช้เวลาบินประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที)
16.35 น. เดินทางถึงเมืองไทย พร้อมกับความประทับใจ
ทัวร์กัมพูชา