ทัวร์จอร์แดน

ทัวร์จอร์แดน LUXURY JORDAN 7 DAYS 4 NIGHT (RJ)

ราคาเริ่มต้น 67,999 ฿ ดาวน์โหลด PDF จองทัวร์

รหัส: JOR-RJ-069 Tag:
สายการบิน: RJ

ทัวร์จอร์แดน
นำท่านเดินทางเข้าสู่เมืองอาคาบา ซึ่งเป็นเมืองท่า และเมืองท่องเที่ยวตากอากาศที่สำคัญของประเทศจอร์แดน เป็นเมืองแห่งเดียวของประเทศจอร์แดนที่ถูกประกาศให้เป็นเมืองปลอดภาษี มีประชากรอาศัยราว 70,000 คน ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับฉนวนกาซาฝั่งตรงข้าม คืออิสราเอล โดยมีทะเลแดงคั่น เป็นเมืองค่อนข้างทันสมัยแต่ก็มีวัฒนธรรมของจอร์แดนมากพอสมควร และมีสิ่งที่น่าสนใจ คือ เสาธงสูงที่สุดในโลกซึ่งได้รับการบันทึกไว้ใน Guinness Book of World Records ด้วย

วันที่เดินทาง

22-28 ต.ค. 62, 17-23 ต.ค. 62, 30 ธ.ค.-05 ม.ค. 63, 27 ธ.ค.-02 ม.ค. 63

ทัวร์จอร์แดน
วันแรก (-/-/-) กรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ
21.30 น.พร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิอาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ประเทศ ชั้น 4
เคาน์เตอร์ Q1-Q5 ประตู 8 โดยสายการบิน ROYAL JORDANIAN เที่ยวบินที่ RJ 181
พบกับเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวก

วันที่สอง (B/L/D) อัมมาน – มาดาบา –MOUNT NEBO – เครัค– เมืองอคาบา
00.25 น.ออกเดินทาง สู่ เมืองอัมมาน (AMM) โดยสายการบิน ROYAL JORDANIAN เที่ยวบินที่ RJ 181

05.10 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติ (AMM อัมมาน ควีน อาเลีย QUEEN ALIA)
ณ กรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน ใช้เวลาในการเดินทาง 8 ชั่วโมง 55 นาที
หลังผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง จะมีเจ้าหน้าที่ด้าน VISA มาคอยอำนวยความสะดวกแก่คณะทัวร์
(เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง)
หลังจากรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว ออกจากประตูไป ทางด้านซ้ายมือ ท่านสามารถแลกเงิน,ซื้อSIM INTERNET ได้เลย
ราคา ณ วันที่ 6 JUN 18 ล่าสุด // ราคาขึ้นอยู่กับ GB
-INTERNET BUNDLE 6GB = 17 USD , 12GB = 19 USD , 18GB = 22 USD

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองมาดาบา หรือ เมืองแห่งโมเสก ชม โบสถ์กรีก-ออโธดอกซ์แห่งเซนต์จอร์จ ถูกสร้างในราวปี ค.ศ. 600 ยุคของไบแซนไทน์ ชมภาพแผนที่ดินแดนศักดิสิทธิ์แห่งเยรูซาเลม ตกแต่งโดยโมเสกสีต่างๆ ประมาณ 2.3 ล้านชิ้นแสดงถึงพื้นที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ในแถบรอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน, เยรูซาเลม, แม่น้ำจอร์แดน, ทะเลเดดซี, เขาไซนาย, อียิปต์ ฯลฯ

นำท่านเดินทางสู่ ยอดเขาเมาท์เนโบ MOUNT NEBO มีความสูง 817 เมตร จากระดับน้ำทะเล เชื่อกันว่าเป็นสถานที่ฝังศพของโมเสส ผู้นำชาวยิวส์ที่เดินทางจากอิยิปต์มายังเยรูซาเลม และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งของจอร์แดน ที่แห่งนี้เป็นสถานที่สุดท้ายของโมเสส ก่อนจะชี้ทางให้ผู้สืบทอดนำพาผู้คนไปยังดินแดนพันธสัญญา ในประเทศอิสราเอลปัจจุบัน เมื่อยืนอยู่บนยอดเขาจะมองไปเห็นดินแดนแห่งพันธะสัญญา THE PROMISED LAND ที่โมเสสเคยเห็นบนยอดเขานี้ และเป็นที่จาริกแสวงบุญของชาวคริสต์มาแต่โบราณ และโบสถ์บนยอดเขาได้ถูกสร้างขึ้นในปลายศตวรรษที่สี่เพื่อเป็นการบ่งชี้จุดที่คาดว่าโมเสสเสียชีวิต
MOUNT NEBOยังเคยเป็นสถานที่มาเยือนของสันตะปาปา ของศาสนาคริสต์ โดยสันตะปาปาจอห์นปอลที่ 2 ได้มาแวะพำนักที่นี่ ระหว่างการเดินทางไปเยือนดินแดนศักดิ์สิทธิ์ และได้ปลูกต้นมะกอก สัญญลักษณ์ของสันติภาพไว้ข้างๆโบสถ์ไบแซนไทน์ด้วย

จากจุดนี้สามารถชมวิวไปได้ไกลถึงฝั่งอิสราเอล (ดินแดนพันธสัญญา)
ชมพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อม ภายในเก็บสิ่งของต่าง ๆ ที่ขุดพบภายในบริเวณนี้ พร้อมทั้งมีภาพถ่ายต่าง ๆ ภาพถ่ายที่สำคัญคือภาพที่โป๊บ จอห์น ปอลที่ 2 เสด็จมาแสวงบุญที่นี่และได้ประกาศให้เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ในปี ค.ศ. 2000
ชมอนุสรณ์ไม้เท้าศักดิ์สิทธ์แห่งโมเสส ออกแบบเป็นลักษณะเป็นไม้เท้าในรูปแบบไม้กางเขน โดยอุทิศเป็นสัญลักษณ์ของโมเสส และพระเยซู เชิญถ่ายรูป ณ จุดชมวิว โดยในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ท่านสามารถมองเห็น แม่น้ำจอร์แดน, ทะเลเดดซี, เมืองเจอริโก และประเทศอิสราเอล ได้จากจุดนี้อย่างชัดเจน
ไม้เท้าของโมเสสนั้นหากโยนลงพื้นจะกลายเป็นงู ในครั้งหนึ่งที่โมเสสนำพาผู้คนไปยังดินแดนพันธสัญญา (Holy Land) เวลาผ่านไปเนิ่นนานผู้คนเริ่มแตกกลุ่ม หมดศรัทธา ตั้งคำถามและไม่เชื่อมั่นในตัวผู้นำ พระเจ้าจึงบันดาลให้เกิดโรคระบาดขึ้น ผู้คนต่างบาดเจ็บล้มตาย จึงได้มาขอให้โมเสสช่วยเหลือ โมเสสจึงได้มาขอร้องต่อพระเจ้า
เพื่อให้ช่วยเหลือ และให้อภัยต่อผู้คิดผิดทั้งหลาย พระเจ้าจึงได้บอกให้โมเสส ยกไม้เท้าขึ้น และให้ชาวยิวที่ติดตามได้จ้องมองไปยังไม้เท้านั้น หากผู้ที่เชื่อมั่น และศรัทธาต่อพระเจ้าจะหายจากโรคร้าย ผู้ที่ไม่เชื่อจะต้องตายไป

ดังนั้นไม้เท้าของโมเสสจึงเป็นเหมือนสัญญลักษณ์แห่งการรักษาโรค รูปงูพันไม้เท้าที่เป็นอนุสรณ์เป็นงานออกแบบของชาว

อิตาลี จีโอวานนี ฟานโตนี่ และยังเป็นสัญญลักษณ์ที่คุ้นตาหลายคน โดยเฉพาะเภสัชกรทั้งหลาย เพราะถูกนำมาใช้เป็นสัญญลักษณ์ในด้านที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมยา
จากนั้นนำทุกท่านเดินทาง สู่เมืองเครัค ซึ่งตั้งอยู่บนที่ราบสูงขนาดใหญ่ ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันงดงามข้างทางระหว่างทางขึ้นสู่เขา โดยเฉพาะบริเวณที่ถูกเรียกขานกันว่าเป็น
(แกรนด์แคนยอนแห่งจอร์แดน)
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร
นำท่านสู่ “AL KARAK CASTLE’’”ปราสาทเครัค ตั้งอยู่ที่เมืองเครัค ทางตอนกลางของประเทศจอร์แดน นับเป็นปราสาทที่มีขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในช่วงยุคสงครามครูเสด จากประวัติศาสตร์สงครามครูเสดเป็นสงครามระหว่างคริสเตียนจากยุโรปและชาวมุสลิมซึ่งยึดครองพื้นที่แถบนี้รวมทั้งนครเยรูซาเล็ม นครศักดิ์สิทธิ์และสัญลักษณ์ของศาสนาอับราฮัมหลักทั้งสาม (ศาสนายูดาย ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลาม) โดยชาวคริสต์ต้องการฟื้นฟูการเข้าถึงที่ศักดิ์สิทธิ์ในและใกล้เยรูซาเล็มปราสาทเครัคแห่งนี้สร้างในศตวรรษที่ 12 ปี ค.ศ. 1115 โดย King Baldwin ที่ 1 แห่งเยรูซาเลม เพื่อเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการควบคุมกองคาราวานในเส้นทางการค้าขายที่เชื่อกับประเทศอียิปต์ไปยังกรุงดามัสกัส ประเทศซีเรีย โดยตัวปราสาทสร้างด้วยหิน กำแพงทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า หลังคาโค้งยาว แล้วก็เจาะร่องแสงเล็กๆ ลักษณะแบบนี้ทำให้ง่ายต่อการป้องกันศัตรูปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ยังคงเหลือโครงสร้างที่สมบูรณ์ การแวะเยี่ยมชมที่นี่ ทำให้เราได้เห็นมุมมองของการทำสงครามสมัยประวัติศาสตร์ (ครูเสด)

หลังจากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่อควาบา (ใช้เวลาในการเดินทาง 3 ชั่วโมง 30 นาที )
ค่ำ  บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

*** หมายเหตุ สำหรับท่านใดที่จะลงเล่นน้ำ ดำน้ำดูปะการัง นำเสื้อผ้าของใช้ส่วนตัวไปเปลี่ยนที่ห้องน้ำของเรือ พรุ้งนี้ด้วย **
 นำท่านเข้าพักโรงแรม ระดับ 5 ดาว MOEVENPICK RESORT RESIDENCES@AQABA หรือเทียบเท่า

วันที่สาม (B/L/D) อควาบา – BOAT CRUISE – วาดิรัม (WADI RUM CAMP) – JEEP TOUR -วาดิรัม
เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางเข้าสู่เมืองอาคาบา ซึ่งเป็นเมืองท่า และเมืองท่องเที่ยวตากอากาศที่สำคัญของประเทศจอร์แดน เป็นเมืองแห่งเดียวของประเทศจอร์แดนที่ถูกประกาศให้เป็นเมืองปลอดภาษี มีประชากรอาศัยราว 70,000 คน ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับฉนวนกาซาฝั่งตรงข้าม คืออิสราเอล โดยมีทะเลแดงคั่น เป็นเมืองค่อนข้างทันสมัยแต่ก็มีวัฒนธรรมของจอร์แดนมากพอสมควร และมีสิ่งที่น่าสนใจ คือ เสาธงสูงที่สุดในโลกซึ่งได้รับการบันทึกไว้ใน Guinness Book of World Records ด้วย
จากนั้น นำท่าน ลงเรือท้องกระจก (GLASS BOAT) เล่นน้ำตามอัธยาศัย (ใช้เวลาประมาณ 3 – 4 ชั่วโมง)

น้ำทะเลที่นี่ใสมาก แต่ด้วยความลึกและการมองผ่านกระจกหนาจึงทำให้ดูปะการังและซากเรือไม่ค่อยชัดมาก นำท่านแล่นสู่จุดที่ชมปะการัง ลึกแค่ประมาณ 5 -6 เมตร ส่วนจุดเรือจมลึกประมาณ 27 เมตร ปะการังโดยส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีสีสรร สัตว์ทะเล เช่น ปลาสิงโต ปลานกแก้ว Goby fish ปลิงทะเล หอยเม่น และยังเป็นแหล่งดำน้ำลึกที่มีชื่อเสียง ทะเลที่มีน่านน้ำครอบคลุมถึง 4 ประเทศ คือ ประเทศจอร์แดน, อิสราเอล, อิยิปต์และ ซาอุดิอาระเบีย ชมความใสของน้ำทะเล, ปะการัง, ปลาทะเลหลากชนิด, เม่นทะเล, แมงกะพรุน ฯลฯ (ทะเลแดงเป็นทะเลแห่งประวัติสาสตร์ ที่ได้มีการกล่าวขานในพระคัมภีร์ของศาสนาคริสต์ว่าทะเลแห่งนี้เป็นสถานที่โมเสสได้ทำอัศจรรย์โดยการชูไม้เท้าแหวกทะเลแดงเป็นทางเดินพาชาวอิสราเอลหนีให้รอดพ้นจากการตามล่าของทหารอิยิปต์ เพื่อจับไปเป็นทาสของอียิปต์และจุดมุ่งหมายเพื่อเดินทางไปสู่แผ่นดินแห่งพันธะสัญญาที่พระเป็นเจ้าทรงมอบให้กับชาวอิสราเอล
นั่นคือก็คือกรุงเยรูซาเลมในปัจจุบัน)

เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน BBQ บนเรือ
อาหารเที่ยงแบบบุฟเฟ่ต์บนเรือ มีทั้งปลา ไก่ และแกะบาร์บีคิว ทานกับผักสลัดและแป้งโรตี

หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ทะเลทรายวาดิรัม (WADI RUM) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที ทะเลทรายแห่งนี้ในอดีตเป็นเส้นทางคาราวานจากประเทศซาอุฯเดินทางไปยังประเทศซีเรียและปาเสลไตน์ (เคยเป็นที่อยู่อาศัยของชาวนาบาเทียนก่อนที่จะย้ายถิ่นฐานไปสร้างอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ที่เมืองเพตร้า) ในศึกสงครามอาหรับรีโวลท์ระหว่างปี ค.ศ. 1916- 1918 ทะเลทราย แห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นฐานบัญชาการในการรบของนายทหารชาวอังกฤษ ทีอี ลอว์เรนซ์ และ เจ้าชายไฟซาล ผู้นำแห่ง ชาวอาหรับร่วมรบกันขับไล่พวกออตโตมันที่เข้ามารุกรานเพื่อครอบครองดินแดน และต่อมายังได้ถูกใช้เป็น สถานที่จริงในการถ่ายทำภาพยนต์ฮอลลีวูดอันยิ่งใหญ่ในอดีตเรื่อง “LAWRENCE OF ARABIA”(และในปี ค.ศ.1963 สามารถกวาดรางวัลออสการ์ได้ถึง 7 รางวัล และรางวัลจากสถาบันอื่นๆ มากกว่า 30 รางวัล นำแสดงโดย PETER TOOLE OMAR SHARIF ผ่านชมเต็นท์ชาวเบดูอินที่อาศัยอยู่ในทะเลทราย เลี้ยงแพะเป็นอาชีพ ฯลฯ
นำท่าน นั่งรถกระบะเปิดหลังคารับบรรยาอากาศท่องทะเลทรายที่ถูกกล่าวขานว่าสวยงามที่สุดของโลกแห่งหนี่ง ด้วยเม็ดทรายละเอียดสีส้มอมแดงอันเงียบสงบที่กว้างใหญ่ไพศาล (สีของเม็ดทราบนั้นปรับเปลี่ยนไปตามแสงของดวงอาทิตย์)

เข้าไปจนถึงจุดพักแค้มป์สำหรับคืนนี้ ให้ท่านได้ชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าจนกระทั้งตกดิน นอนดูทะเลดาวนับล้านๆดวงในทะเลทรายแห่งนี้
ค่ำ  บริการอาหารมื้อค่ำกลางทะเลทรายในแค้มป์ของชาวเบดูอิน
 นำท่านเข้าสู่ที่พัก CAMP กลางทะเลทราย WADI RUM

*** ทุกท่านสามารถ ตื่นเช้า ออกมาดูพระอาทิตย์ขึ้น จิ๊บชาร้อนๆ หรือกาแฟยามเช้า ถ่ายรูปเก็บบรรยากาศ เดิน
ชมบรรยากาศในแค้มป์ ดื่มด่ำกับวาดิรัมก่อน ที่เราจะอำลาสู่เพตรา ในภาคบ่าย ***

วันที่สี่ (B/L/D) วาดิรัม (WADI RUM) – เพตรา PETRA
เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของแค้มป์ที่พัก
เก็บสถานที่ในวาดิรัมต่อจากเมื่อคืน
นำท่านท่องทะเลทรายต่อไปยังภูเขาคาซารี ชมภาพเขียนแกะสลักก่อน ประวัติศาสตร์ ที่เป็นภาพแกะสลักของชาวนาบาเทียนที่แสดงถึงเรื่องราวในชีวิตประจำวันต่างๆ และรูปภาพต่าง ๆ ผ่านชมเต็นท์ชาวเบดูอินที่อาศัยอยู่ในทะเลทราย เลี้ยงแพะเป็นอาชีพ ฯลฯ
ชมน้ำพุแห่งลอว์เรนซ์ สถานที่ในอดีตนายทหาร ทีอี ลอว์เรนซ์ ทหารชาวอังกฤษใช้เป็นสถานที่พักและคิดแผนการสู้รบกันพวกออตโตมัน (เป็นธรรมเนียมปฏิบัติในการให้ทิปท่านละ 2 USD แก่คนขับรถ)

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร
นำท่านเดินทาง สู่นครสีชมพู เมืองหลวงของอาณาจักร แห่งดินแดนที่ถูกลืม (PETRA) นครเปตรา คือนครหินแกะสลักโบราณ ที่ถูกซ่อนตัวอย่างลึกลับในหุบเขาวาดี มูซา (WADI MUSA) หุบเขาที่ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบเดดซี กับ ทะเลอัคบาร์ ในประเทศจอร์แดน นครแห่งนี้แต่เดิมนั้น เป็นนครแห่งการค้าขนาดใหญ่ ที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยชนเผ่าพื้นเมือง นาบีเทียน ที่ร่ำรวยมาจากการเป็นผู้คุ้มกัน คาราวานสินค้า ต่อมาเส้นทาง ทางการค้า ได้ถูกเปลี่ยนไปเป็นทางทะเล มีประวัติศาสตร์อันยาวนานหลายพันปี และเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยทั้งชาวอีโดไมท์จวบจนกระทั่งถึงยุครุ่งเรืองเฟื่องฟูในการเข้ามาครอบครองดินแดนของชาวอาหรับเผ่าเร่ร่อนนาบาเทียนในช่วงระหว่าง 100 ปี ก่อนคริสตกาล – ปี ค.ศ 100และได้เข้ามาสร้างอาณาจักร, บ้านเมือง ฯลฯ จนกระทั่งในปีค.ศ. 106 นครแห่งนี้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรโรมันที่นำโดย กษัตริย์ทราจัน และได้ผนึกเมืองแห่งนี้ให้เป็นหนึ่งในอาณาจักรโรมันแห่งแหลมอาระเบียตะวันออก ทำให้นครแห่งนี้ถูกละทิ้งเป็นเวลานานกว่า 700 ปี และได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกปี ค.ศ. 1985 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของแห่งโลกใหม่ จากการตัดสินโดยการโหวตจากบุคคลนับล้านทั่วโลกในวันมหัศจรรย์ 07/ 07/ 07)

(ทุกท่านสามารถขี่ม้าภายในเส้นทางที่ม้าเดินในเพตราได้ ซึ่งรวมอยู่ในค่าบัตรแล้ว เพียงแต่ต้องจ่ายค่าทิปแก่คนจูงม้า ท่านละ 5 USD ต่อท่าน /ต่อเที่ยว หรือแล้วแต่การต่อรองราคา กับคนจูงม้า
กรณีอยากขี่ลา, ขี่อูฐ, รถม้าลาก ฯลฯ สอบถามโดยตรงต่อเจ้าหน้าที่หรือสอบถามที่หัวหน้าทัวร์)
ระยะทางที่เดินเข้าไปในเพตรา ประมาณ 800 เมตร บนถนนทรายเพื่อตรงเข้าสู่หน้าเมืองพร้อมชมทัศนียภาพรอบข้างที่เป็นภูเขาทั้งสองฝั่ง ธารน้ำ คลังสมบัติ ภูเขาทั้งสองฝั่งที่มีรูปร่างหน้าตาต่างกันออกไป

นำท่านเดินเท้าเข้าสู่ถนนเข้าเมือง THE SIQ เป็นช่องทางเดินที่ขนาบสองฝั่งด้วยหน้าผา กว่า 1.5 กิโลเมตรที่เกิดจากการแยกตัวของเปลือกโลกและการซัดเซาะของน้ำเมื่อหลายล้านปีก่อน ส่วนใหญ่ทางเดินร่มๆ สบายๆ (ทางเดินค่อนข้างลาดลง ไม่เหนื่อย ระหว่างทางก็มีมุมสวยๆ ให้เก็บภาพเรื่อยๆ และมีบรรดาคนมาขายของที่ระลึก เดินชมความสวยงามของผาหินสีชมพูสูงชันทั้ง 2 ข้างคล้ายกับแคนยอนน้อย ๆ และ สิ่งก่อสร้าง รูปปั้นแกะสลัก ต่างๆ

มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ เอล-คาซเนท์ (EL-KHAZNEH / TREASURY)สันนิษฐานว่าจะสร้างในราวศตวรรษที่1-2 โดยผู้ปกครองเมืองในเวลานั้นเป็นวิหารที่แกะสลักโดยเจาะเข้าไปในภูเขาสีชมพูทั้งลูก มีความสูง 40 เมตร และมีความกว้าง 28 เมตร วิหารแห่งนี้ได้ถูกออกแบบโดยได้รับอิทธิพลศิลปะของหลายชาติเข้าด้วยกัน เช่น อิยิปต์, กรีก, นาบาเทียน ฯลฯ ภายในประกอบด้วย 3 ห้อง คือ ห้องโถงใหญ่ตรงกลางและห้องเล็กทางด้านซ้ายและขวาเดิมทีถูกเชื่อว่าเป็นที่เก็บขุมทรัพย์สมบัติของฟาโรห์อิยิปต์
ชมโรงละครโรมัน (ROMANTHEATRE)ที่แกะสลักจากภูเขาโดยมีแนวราบที่นั่งเท่ากันและมีความสมดุลได้อย่างน่าทึ่ง สันนิษฐานเดิมทีสร้างโดยชาวนาบาเทียนต่อมาในสมัยที่โรมันเข้ามาปกครองได้ต่อเติมและสร้างเพิ่มเติม มีที่นั่ง 32 แถว จุผู้ชมได้ประมาณ 3,000 คน / อิสระในการเดินชมและถ่ายรูปนำท่านเดินทางกลับสู่โรงแรมที่พัก (เตรียมกระเป๋าเสื้อผ้าเล็กไว้สำหรับไปเล่นทะเล เดดซี ในวันพรุ้งนี้)
ค่ำ  บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
 นำท่านเข้าพักโรงแรม ระดับ 5 ดาว HYATT ZAMAN HOTEL&RESORT@PETRA หรือเทียบเท่า

วันที่ห้า (B/L/D) เพตรา – DEAD SEA – อัมมาน
เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
อำลาเพตรา ยามเช้า หลังจากรับประทานอาหารเช้าแล้ว พาทุกท่านเดินทางเข้าสู่เดดซี
(ออกเดินทางจากเพตรา สู่เดดซี ใช้ระยะเวลากับเดินทาง 3 ชั่วโมง 50 นาที)
เที่ยง  บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม (บุฟเฟ่ต์ INTERNATIONAL)
ท่านเดินทางสู่ทะเลเดดซี ทะเลที่ถูกบันทึกลงในหนังสือ กินเนสส์ ว่าเป็นจุดที่ต่ำที่สุดในโลก ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลถึง 400 เมตร และ มีความเค็มที่สุดในโลกมากกว่า 20 เปอร์เซนต์ของน้ำทะเลทั่วไป ทำให้ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดเลยอาศัยอยู่ได้ในท้องทะเลแห่งนี้ เชิญท่านอิสระในการลงเล่นน้ำทะเลและพิสูจน์ ความจริงว่าท่านลอยตัวได้จริงหรือไม่ (การลงเล่นน้ำในทะเลนั้นมีวิธีขั้นตอนการลงเล่น และข้อควรระวังต่างๆ ควรฟังคำแนะนำจากมัคคุเทศก์ท้องถิ่นและหัวหน้าทัวร์) **** เต็มอิ่ม มีเวลาเล่นน้ำ 2 – 3 ชั่วโมง ****

เดินทางกลับสู่ อัมมาน (ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 1 ชั่วโมง)
ระหว่างทางแวะซื้อผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเดดซี เช่น โคลนพอกตัว พอกหน้า สบู่ และสินค้าอื่นที่ทำจากเดดซีอีกมากมาย จากนั้นเดินทางต่อสู่กรุงอัมมาน

ค่ำ  บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
 นำท่านเข้าพักโรงแรม HOLIDAY INN HOTEL @AMMAN ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า

วันที่หก (B/L/D) อัมมาน – อัจลุน -เจอราช – สนามบิน
เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางไปยังเมืองอัจลุน (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที )
อยู่ทางด้านเหนือของเมืองเจอราชไปเล็กน้อยเมืองที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูงที่ห้อมล้อมไปด้วยป่าต้นสนและต้นมะกอก
ชมปราสาทแห่งเมืองอัจลุนถูกสร้างโดยพวกนักรบมุสลิม ในปี ค.ศ. 1184 -1185 ใช้เป็นป้อมทหารในการต่อสู้รบกับพวกนักรบครูเสด และในปี ค.ศ. 1260 ถูกเข้าทำลายโดยกองทัพมองโกลส์
ชมนครเจอราช(JERASH)หรือเมืองพันเสาเป็นอดีต 1 ใน 10 หัวเมืองเอกตะวันออกอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโรมัน สันนิษฐานว่าเมืองนี้น่าจะถูกสร้างในราว 200 – 100 ปีก่อนคริสตกาล เดิมทีในอดีตเมืองแห่งนี้ชื่อว่า ในปี ค.ศ. 749 นครแห่งนี้ได้ถูกแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทำลาย และถูกฝังกลบโดยทรายหลังจากนั้นก็ได้สูญหายไปเป็นนับพันปี ชมซุ้มประตูกษัตรย์เฮเดรียนและสนามแข่งม้าฮิปโปโดรม นำท่านเดินเข้าประตูทางทิศใต้ชม โอวัลพลาซ่า สถานที่ชุมนุม พบปะ สังสรรค์ของชาวเมือง, วิหารเทพซีอุสฯลฯโรงละครทางทิศใต้(สร้างในราวปี ค.ศ. 90-92) จุผู้ชมได้ถึง 3,000 คน
มีจุดเสียงสะท้อนตรงกลางโรงละคร เชิญทดสอบกับความอัศจรรย์ เพียงพูดเบา ๆ ก็จะมีเสียงสะท้อนก้องเข้ามาในหูของเรา ชมวิหารเทพีอาร์เทมิส เป็นเทพีประจำเมืองเจอราช สร้างในราวปี ค.ศ. 150 สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับทำพิธีบวงสรวง และบูชายัญต่อเทพีองค์นี้ แบ่งเป็น 3 ชั้น คือ ชั้นนอก ชั้นกลาง ชั้นใน
นำท่านเดินเข้าสู่ถนนคาร์โด หรือ ถนนโคลอนเนด ถนนสายหลักที่ใช้เข้า-ออกเมืองแห่งนี้ บนถนนนั้นยังมีริ้วรอยทางของล้อรถม้า, ฝาท่อระบายน้ำ, ซุ้มโคมไฟ, บ่อน้ำดื่มของม้า ชมน้ำพุใจกลางเมือง (NYMPHAEUM) สร้างในราวปี ค.ศ. 191 เพื่ออุทิศแด่เทพธิดาแห่งขุนเขา ซึ่งเป็นที่นับถือของชาวเมืองแห่งนี้ มีที่พ่นน้ำเป็นรูปหัวสิงโตทั้งเจ็ด และตกแต่งด้วยเทพต่างๆ ประจำซุ้มด้านบนของน้ำพุฯลฯ

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารท้องถิ่น

หลังจากนั้นอิสระ ช้อปปิ้ง ห้าง CITY MALL- CARREFOUR เป็น 2 ห้างใหญ่ติดกัน มีของแบรนด์เนมให้เลือกสรร

ค่ำ  บริการอาหารค่ำ ณ ร้านอาหารจีน
นำทุกท่านอำลา จอร์แดน เดินทางสู่สนามบิน CHECK IN GROUP
สู่สนามบินนานาชาติ (AMM อัมมาน ควีน อาเลีย QUEEN ALIA)
(โดยจะมีเจ้าหน้าที่ VISA เมื่อตอนขามา อำนวยความสะดวกแต่ท่าน)

02.10 น.ออกเดินทางกลับสู่ ประเทศไทย ด้วยสายการบิน ROYAL JORDANNIAN เที่ยวบินที่ RJ182
วันที่เจ็ด (-/-/-) สนามบินสุวรรณภูมิ
15.15 น. เดินทางกลับ ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยความสวัสดิภาพและความประทับใจ มิรู้ลืม
ทัวร์จอร์แดน