1654534066944

ทัวร์ตุรกี WONDER-2 TURKEY 8D5N (GF)

ราคาเริ่มต้น 35,988 ฿ ดาวน์โหลด PDF จองทัวร์

สายการบิน: สายการบิน GULF AIR
วันโปรแกรมการเดินทางเช้ากลางวันค่ำโรงแรมที่พัก

หรือเทียบเท่า

1กรุงเทพฯ-บาห์เรน-อิสตันบูล 
2เมืองอิสตันบูล-ล่องเรือบอสฟอรัส – สุเหร่าสีน้ำเงิน-ฮิปโปโดรม-พระราชวังทอปกาปึ-สวนดอกทิวลิป อีเมอร์กัน พาร์คเฉพาะเดือนเมษายนเดือนเดียวเท่านั้น-เมืองอังการ่าOOIC KALE HOTEL
3เมืองอังการ่า-ทะเลสาบเกลือ-คัปปาโดเกียนครใต้ดิน-โรงงานทอพรม-หุบเขาเทพนิยายสีชมพู-หุบเขาอุซิซาร์-เมืองเครื่องปั้นดินเผา เอวานอส-ระบำหน้าท้องOOOALP CAVE DESIGN HOTEL
4OPTIONAL BALLOON IN คัปปาโดเกีย-เมืองเกอเรเม-หุบเขานกพิราบ-ปล่องไฟนางฟ้า-เมืองคอนยา-แวะชม CARAVANSARAI-เมืองปามุคคาเล่ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ KUYUCAK Village เฉพาะเดือน กฤกฎาคม เดือนเดียวเท่านั้นOOOLYCUS RIVER THERMAL

HOTEL

5เมืองปามุคคาเล่-ปราสาทปุยฝ้าย-เมืองเฮียราโพลิส-เมืองโบราณเอฟฟิซุส-ร้านขนม TURKISH DELIGHT-เมืองคูซาดาซึOOOMARTI BEACH HOTEL
6เมืองคูซาดาซึ-โรงงานเครื่องหนัง-วิหารเทพีอาร์เทมิสโบราณ-สุเหร่าอิสเบ – อิสตันบูลOOOPULMAN HOTEL
7สไปซ์มาร์เก็ต -อิสตันบูล-เมืองบาห์เรน (แวะเปลี่ยนเครื่อง)O
8กรุงเทพฯ
วันที่เดินทาง

11-18 ส.ค. 65, ต.ค. 65

ทัวร์ตุรกี

 

วันที่แรก      กรุงเทพฯ – เมืองบาห์เรน – เมืองอิสตันบลู                                         (-/-/-)

 

15.00 น.       —คณะผู้เดินทางพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิอาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 สายการบิน GULF AIR ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทคอยอำนวยความสะดวกเรื่องสัมภาระและเอกสารการเดินทางแก่ท่าน

20.45 น.       Qเหิรฟ้าสู่ กรุงบาห์เรน โดยสายการบิน GULF AIR เที่ยวบินที่ GF045

                    (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) (ใช้เวลาบินประมาณ 7.15 ชั่วโมง)

20.45 น.       เดินทางถึงสนามบินกรุงบาห์เรน เพื่อทำการเปลี่ยนเครื่องและเดินทางไปยังกรุงอิสตันบลู

 

 

วันที่สอง      เมืองอิสตันบูล-สุเหร่าสีน้ำเงิน-ฮิปโปโดรม-พระราชวังทอปกาปึ-เมืองอังการ่า(-/L/D)

 

01.40 น.       Qเหิรฟ้าสู่กรุงอีสตันบลูโดยสายการบิน GULF AIR เที่ยวบินที่ GF045

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.20 ชั่วโมง

06.00 น.       เดินทางถึง สนามบินนานาชาติ อตาเติร์กกรุงอิสตันบูล หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง

จากนั้นนำทุกท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองอิสตันบูล (ISTANBUL)

***เพื่ออรรถรสในการเข้าห้องน้ำระหว่างทางของการเดินทางไปยังแต่ละเมืองต่างๆ ของประเทศตุรกีควรเตรียมธนบัตรหรือเหรียญสกุลเงินลีล่าเพื่อเข้าห้องน้ำ อัตราค่าบริการประมาณ 1-2 ลีล่า เป็นธรรมเนียมของการใช้บริการห้องน้ำสาธารณะของประเทศตุรกี ^^***

** ข้อกำหนด โปรดแต่งกายด้วยชุดสุภาพ สำหรับการเข้าชมสุเหร่า และ จำเป็นต้องต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าชม**

สุภาพสตรี : ควรสวมกางเกงขายาวคลุมข้อเท้า เสื้อแขนยาวคลุมข้อมือ มิดชิดไม่รัดรูป และเตรียมผ้าสำหรับคลุมศีรษะ

สุภาพบุรุษ : ควรสวมกางเกงขายาว และ เสื้อแขนยาว ไม่รัดรูป

 

จากนั้นนำทุกท่านชม สุเหร่าสีน้ำเงิน (BLUE MOSQUE) หรือ SULTAN  AHMET MOSQUE ถือเป็นสุเหร่าที่มีสถาปัตยกรรมเป็นสุดยอดของ 2 จักรวรรดิ คือ ออตโตมันและไบเซนไทน์ เพราะได้รวบรวมเอาองค์ประกอบจากวิหารเซนต์โซเฟียผนวกกับสถาปัตยกรรมแบบอิสลามดั้งเดิม ถือว่าเป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในตุรกี สามารถจุคนได้เรือนแสน ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 7 ปี ระหว่าง ค.ศ.1609-1616 โดยตั้งชื่อตามสุลต่านผู้สร้างซึ่งก็คือ Sultan Ahmed นั้นเอง
จากนั้นนำทุกท่านสู่ จัตุรัสสุลต่านอะห์เมตหรือฮิปโปโดรม (HIPPODROME) สนามแข่งม้าของชาวโรมัน จุดศูนย์กลางแห่งการท่องเที่ยวเมืองเก่า สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิ เซปติมิอุสเซเวรุสเพื่อใช้เป็นที่แสดงกิจกรรมต่างๆของชาวเมือง ต่อมาในสมัยของจักรพรรดิคอนสแตนตินฮิปโปโดรมได้รับการขยายให้กว้างขึ้นตรงกลางเป็นที่ตั้งแสดงประติมากรรมต่าง ๆซึ่งส่วนใหญ่เป็นศิลปะในยุคกรีกโบราณในสมัยออตโตมันสถานที่แห่งนี้ใช้เป็นที่จัดงานพิธีแต่ในปัจจุบันเหลือเพียงพื้นที่ลานด้านหน้ามัสยิดสุลต่านอะห์เมตซึ่งเป็นที่ตั้งของเสาโอเบลิกส์3 ต้น คือเสาที่สร้างในอียิปต์เพื่อถวายแก่ฟาโรห์ทุตโมซิสที่ 3 ถูกนำกลับมาไว้ที่อิสตันบูลเสาต้นที่สอง คือ เสางู และเสาต้นที่สาม คือเสาคอนสแตนตินที่ 7

 

กลางวัน         ä บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำทุกท่านชม พระราชวังทอปกาปึ (TOPKAPI PALACE) ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าซึ่งถือเป็นเขตประวัติศาสตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1985 พระราชวังทอปกาปึ สร้างขึ้นโดยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 ในปี ค.ศ.1459 บนพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 4 ลานกว้าง และมีอาคารขนาดเล็กอีกจำนวนมาก ณ จุดที่สร้างพระราชวังแห่งนี้สามารถมองเห็นช่องแคบบอสฟอรัสโกลเดนฮอร์นและทะเลมาร์มาร่าได้อย่างชัดเจน ในช่วงที่เจริญสูงสุดของอาณาจักรออตโตมัน พระราชวังแห่งนี้มีราชวงศ์และข้าราชบริพารอาศัยอยู่รวมกันมากถึงสี่พันกว่าคนนำท่านเข้าชมส่วนของท้องพระโรงที่เป็นที่จัดแสดงทรัพย์สมบัติข้าวของเครื่องใช้ส่วนพระองค์เครื่องเงินต่างๆ มากมาย
จากนั้นนำทุกท่านชม สุเหร่าเซนต์โซเฟีย (SAINT SOPHIA)หรือ โบสถ์ฮาเจีย โซเฟีย1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ปัจจุบันเป็นที่ประชุมสวดมนต์ของชาวมุสลิม ในอดีตเป็นโบสถ์ทางศาสนาคริสต์พระเจ้าจักรพรรดิคอนสแตนติน เป็นผู้สร้างเมื่อประมาณคริสต์ศตวรรษที่13 ใช้เวลาสร้าง 17 ปี เพื่อเป็นโบสถ์ของศาสนาคริสต์แต่ถูกผู้ก่อการร้ายบุกทำลายเผาเสียวอดวายหลายครั้งเพราะเกิดการขัดแย้งระหว่างพวกที่นับถือศาสนาคริสต์กับศาสนาอิสลามจวบจนถึงรัชสมัยของ  พระเจ้าจัสตินเนียนมีอำนาจเหนือตุรกีจึงได้สร้าง โบสถ์เซนต์โซเฟีย ขึ้นใหม่ ใช้เวลาสร้างฐานโบสถ์ 20 ปี ตัวโบสถ์ 5 ปี เมื่อประมาณปี พ.ศ. 1996 (ค.ศ 1435) พระองค์ต้องการให้เป็นสิ่งสวยงามที่สุดได้พยายามหา สิ่งของมีค่าต่างๆมาประดับไว้มากมาย สร้างเสร็จได้มีการเฉลิมฉลองกันอย่าง มโหฬารต่อมาเกิดแผ่นดินไหวอย่างใหญ่ทำให้แตกร้าวต้องให้ช่างซ่อมจนเรียบร้อยในสภาพเดิมเมื่อสิ้นสมัยของจักรพรรดิจัสตินเนียน ถึงสมัย พระเจ้าโมฮัมเหม็ดที่ 2 มีอำนาจเหนือตุรกี และเป็นผู้นับถือศาสนาอิสลามจึงได้ดัดแปลงโบสถ์หลังนี้ให้เป็นสุเหร่าของชาวอิสลาม

 

นำทุกท่าน ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส จุดที่บรรจบกันของทวีปยุโรปและเอเชีย ซึ่งทำให้ประเทศตุรกีได้รับสมญานามว่า ดินแดนแห่งสองทวีป ช่องแคบบอสฟอรัสยังเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญเนื่องจากเป็นเส้นทางเดินเรือที่เชื่อมทะเลดำทะเลมาร์มาร่า เราจะได้เห็นป้อมปืนที่ตั้งเรียงรายอยู่ตามช่องแคบได้แก่ Rumeli Castle และ Anatolia Castle โดยจุดชมวิวที่สำคัญคือสะพาน แขวนบอสฟอรัส เชื่อให้รถยนต์สามารถวิ่งข้ามฝั่งยุโรปและเอเชียได้ สร้างเสร็จในปี ค.ศ.1973 มีความยาวทั้งสิ้น 1,560 เมตร และได้กลายเป็นสะพานแขวนที่ยาวเป็นอันดับ 4 ของโลกในสมัยนั้น (ปัจจุบันตกไปอยู่อันดับที่ 21) ขณะที่ล่องเรือพร้อมดื่มด่ำกับบรรยากาศสองข้างทาง ซึ่งสามารถมองเห็นได้ไม่ว่าจะเป็นพระราชวังโดลมาบาเช่และบ้านเรือนของบรรดาเหล่าเศรษฐีที่สร้างได้สวยงามตระการตา

 

จากนั้นเดินทางสู่ เมืองอังการ่า (ANKARA) เมืองหลวงของประเทศตุรกี ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง เมืองอังการ่า หรือที่มีชื่อตามประวัติศาสตร์ว่า ANGORA เป็นเมืองหลวงของตุรกีในปัจจุบัน และเป็นเมืองใหญ่อันดับ ๒  รองจากนครอิสตันบูล กรุงอังการาตั้งอยู่ในเขต Central Anatolia  ใจกลางประเทศตุรกีบนที่ราบสูงอนาโตเลีย โดยอยู่ห่างจากนครอิสตันบูลทางทิศตะวันออกเฉียงใต้เป็นระยะทางประมาณ 450 กิโลเมตร กรุงอังการาเป็นที่ตั้งของรัฐบาลกลาง ส่วนราชการต่าง ๆ และสถานเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆ ในตุรกี ความสำคัญของกรุงอังการา กรุงอังการามีประชากรจำนวน 4,965,542  คน ทำให้กรุงอังการาเป็นเมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับ ๒ ของตุรกี และอันดับ ๒ ในกลุ่มเมืองหลวงยุโรป ในขณะที่นครอิสตันบูลเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจในภูมิภาคมาร์มารานั้น กรุงอังการาก็เป็นศูนย์กลางทางการค้าและเครือข่ายคมนาคมในภูมิภาคอนาโตเลีย โดยเป็นจุดตัดของการคมนาคมทางบก (รถยนต์และรถไฟ) ที่เชื่อมโยงภูมิภาคต่าง ๆ ของตุรกีเข้าด้วยกัน และเป็นศูนย์กลางตลาดสินค้าเกษตรที่ขนส่งมาจากภาคต่างๆ ทั่วตุรกีด้วย

 

ค่ำ                 ä บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ã นำท่านเข้าสู่ที่พัก IC KALE HOTEL หรือเทียบเท่า

 

 

วันที่สาม      ทะเลสาบเกลือ-คัปปาโดเกีย-นครใต้ดิน-หุบเขาอุซิซาร์-ระบำหน้าท้อง          (B/L/D)

 

เช้า               ä บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นเดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย (CAPPADOCIA) ระยะทาง 300 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาที ระหว่างทางนำท่านได้ชมวิวของ ทะเลสาบเกลือ (SALT LAKE)

 

 

กลางวัน         ä บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำทุกท่านสู่ นครใต้ดิน (UNDERGROUND CITY) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกเป็นมรดกโลก เมืองใต้ดินของตุรกีมีอยู่หลายแห่ง แต่ละแห่งมีอุโมงค์เชื่อมต่อถึงกันเป็นสถานที่ที่ผู้นับถือศาสนาคริสต์ใช้หลบภัยชาวโรมันที่ต้องการทำลายร้างพวกนับถือศาสนาคริสต์ เมืองใต้ดินที่มีขนาดใหญ่ แต่ละชั้นมีความกว้างและสูงขนาดเท่าเรายืนได้ ทำเป็นห้อง ๆ มีทั้งห้องครัวห้องหมักไวน์ มีโบสถ์ ห้องโถงสำหรับใช้ประชุม มีบ่อน้ำและระบบระบายอากาศที่ดี แต่อากาศค่อนข้างบางเบาเพราะอยู่ลึกและทางเดินบางช่วงค่อนข้างแคบจนเดินสวนกันไม่ได้

 

จากนั้นนำท่านเข้า ชมโรงงานทอพรม สิ่งท่อขึ้นชื่อของประเทศตุรกี เป็นพรมท่อมือ สามารถเลือกชมเลือก ซื้อได้ตามอัธยาศัย

 

จากนั้น นำท่านชมวิว หุบเขาแห่งเทพนิยายสีชมพู (Devrent Valley) เป็นหุบเขาที่ถูกธรรมชาติสร้างสรรค์เป็นรูปต่างๆ มีภูมิทัศน์ที่สวยงามและคล้ายคลึงกับพื้นผิวบนดวงจันทร์ ซึ่งรอบๆบริเวณนี้ เต็มไปด้วยหินรูปทรงต่างๆ จำนวนมาก โดยธรรมชาติเป็นผู้สร้างขึ้น เช่น รูป อูฐ, งู, แมวน้ำ, พระแม่มารีย์ และ ภูมิประเทศบริเวณนี้เป็นสีชมพู เป็นเอกลักษณ์และเป็นจุดเด่นที่ทำให้ หุบเขาแห่งนี้ มีชื่อเสียง เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว

 

จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูป หุบเขาอุซิซาร์ (UCHISAR VALLEY) หุบเขาคล้ายจอมปลวกขนาดใหญ่ ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งหุบเขาดังกล่าวมีรูพรุน มีรอยเจาะ รอยขุด อันเกิดจากฝีมือมนุษย์ไปเกือบทั่วทั้งภูเขา เพื่อเอาไว้เป็นที่อาศัย และถ้ามองดี ๆ จะรู้ว่าอุซิซาร์ คือ บริเวณที่สูงที่สุดของบริเวณโดยรอบ ดังนั้นในอดีตอุซิซาร์ ก็มีไว้ทำหน้าที่เป็นป้อมปราการที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเอาไว้สอดส่องข้าศึกยามมีภัยอีกด้วย

 

จากนั้นนำท่านแวะ ชมโรงงานจิวเวอร์รี่และโรงงานเซรามิค อิสระกับการเลือกซื้อสินค้าและของที่ระลึก

 

 

ค่ำ                 ä บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านชมการแสดงพื้นเมือง “ระบำหน้าท้อง”หรือ Belly Dance เป็นการเต้นรำที่เก่าแก่อย่างหนึ่งเกิดขึ้นมาเมื่อประมาณ 6000 ปี ในดินแดนแถบอียิปต์ และเมดิเตอร์เรเนียนนักประวัติศาสตร์เชื่อกันว่าชนเผ่ายิปซีเร่ร่อนคือคนกลุ่มสำคัญที่ได้อนุรักษ์ระบำหน้าท้องให้มีมาจนถึงปัจจุบัน และการเดินทางของชาวยิปซีทำให้ระบำหน้าท้องแพร่หลายมีการพัฒนาจนกลายเป็นศิลปะที่โดดเด่น สวยงามจนกลายมาเป็นระบำหน้าท้องตุรกีในปัจจุบัน (ในช่วงเทศกาลโควิด การแสดง อาจจะมีการยกเลิกโดยไม่แจ้งล่วงหน้า)

 

ã นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรมสไตล์ถ้ำ!! ALP CAVE DESIGN HOTEL หรือเทียบเท่า

**หมายเหตุ:กรณีห้องพักโรงแรมสไตล์ถ้ำประยุกต์เต็ม ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนเป็นโรงแรมเทียบเท่าระดับเดียวกัน ซึ่งสไตล์การตกแต่งอาจจะไม่เป็นสไตล์ถ้ำประยุกต์ บริษัทสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนตามความเหมาะสม โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า**

 

 

วันที่สี่          OPTIONAL BALLOON IN คัปปาโดเกีย-เมืองเกอเรเม-หุบเขานกพิราบ-ปล่องไฟนางฟ้า

                 -เมืองคอนย่า-แวะชม CARAVANSARAI-เมืองปามุคคาเล่         (B/L/D)

 

เช้า               ä บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

 

** แนะนำโปรแกรมเสริมพิเศษ ไม่รวมอยู่ในราคาทัวร์ (Optional Tour) **

1.บอลลูนทัวร์ (Balloon Tour) ** สำหรับท่านที่สนใจขึ้นบอลลูนชมความสวยงามของเมืองคัปปาโดเกีย โปรแกรมเสริมพิเศษ จำเป็นต้องออกจากโรงแรม ประมาณ 04.30-05.00 น. โดยมีรถท้องถิ่นมารับไปขึ้นบอลลูน เพื่อชมความสวยงามของเมืองคัปปาโดเกียในอีกมุมหนึ่งที่หาชมได้ยาก ใช้เวลาเดินทางจากโรงแรมไปขึ้นบอลลูน ประมาณ 30-45 นาที อยู่บนบอลลูนประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการขึ้นบอลลูน ท่านละ 250-300 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ (USD.) ขึ้นอยู่กับฤดูกาล โปรดทราบ ประกันอุบัติเหตุที่รวมอยู่ในโปรแกรมทัวร์ ไม่ครอบคลุมกิจกรรมพิเศษ ไม่ครอบคลุมการขึ้นบอลลูน และ เครื่องร่อนทุกประเภท ดังนั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของท่าน **

 

หมายเหตุ: เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงไฮซีซั่น จึงมีความต้องการในการขึ้นบอลลูนของนักเที่ยวเป็นจำนวนมาก เพื่อมีโอกาสในการขึ้นบอลลูน รบกวนแจ้งความประสงค์และชำระค่าบอลลูนพร้อมการจองทัวร์จองการขึ้น

 

2.รถจี๊บทัวร์ (Jeep Tour) ** สำหรับท่านใดที่สนใจชมความสวยงามของเมืองคัปปาโดเกียบริเวณภาคพื้นดิน โปรแกรมจำเป็นต้องออกจากโรงแรม ประมาณ 05.00-06.00 น. โดยมีรถท้องถิ่นมารับ เพื่อชมความสวยงามโดยรอบของเมืองคัปปาโดเจียบริเวณภาคพื้นดิน ในบริเวณที่รถเล็กสามารถตะลุยไปได้ ใช้เวลาอยู่บนรถจี๊บประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการนั่งรถจี๊บอยู่ที่ ท่านละ ประมาณ 100-150 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ (USD.) ขึ้นอยู่กับฤดูกาล โปรดทราบ ประกันอุบัติเหตุที่รวมอยู่ในโปรแกรมทัวร์ ไม่ครอบคลุมกิจกรรมพิเศษ ไม่ครอบคลุมการนั่งรถจี๊บ ดังนั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของท่าน **

** คำแนะนำ **

– เนื่องด้วยข้อกำหนดของเวลา ท่านจำเป็นต้องเลือกซื้อแพ็คเกจทัวร์เสริมอย่างใด อย่างหนึ่ง

– ท่านที่เมารถ กรุณาทานยาแก้เมารถล่วงหน้าอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงก่อนออกเดินทาง และ ควรแจ้งให้หัวหน้าทัวร์ทราบตั้งแต่ก่อนวันเดินทาง (ตั้งแต่อยู่ประเทศไทย เพื่อเตรียมยาแก้เมารถจากประเทศไทยไป)

– กิจกรรมนี้ ไม่อนุญาตให้ผู้ที่เป็นโรคหัวใจขั้นรุนแรง หรือ ตั้งครรภ์ เข้าร่วมโดยเด็ดขาด กรณีเกิดความเสียหายไม่ว่ากรณีใดๆทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับผิดชอบทุกกรณี

– สำหรับท่านที่ไม่ร่วมในโปรแกรมเสริมพิเศษ ท่านจำเป็นต้องพักผ่อนรอคณะอยู่ที่โรงแรมที่พัก

 

นำทุกท่านชมวิว หุบเขานกพิราบ (Pigeon Valley) เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมือง Cappadogia ซึ่งมีจุดชมวิวที่อยู่ตรง บริเวณหน้าผา ที่ชาวเมืองในสมัยโบราณได้ขุดเจาะเป็นรู เพื่อให้นกพิราบได้เข้าไปทำรังอาศัยอยู่มากมาย ภูมิประเทศมีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง นักท่องเที่ยว นิยม มาชมวิว ถ่ายรูป ที่นี่เป็นอย่างมากเมื่อได้มาเที่ยวที่เมือง คัปปาโดเกีย

ต่อมานำทุกท่านเยี่ยมชม ปล่องไฟนางฟ้า (Fairy Chimney) ซึ่งเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติอย่างหนึ่งในเมืองคัปปาโดเกีย มีลักษณะเป็น ภูเขาหินรูปทรงกรวย มีขนาดใหญ่ มีลักษณะคล้ายเห็ด เกิดจากการกัดเซาะ จาก ลม ฝน โดยธรรมชาติ เป็นระยะเวลายาวนาน จนมีรูปร่างที่เป็นเอกลักษณ์อย่างในปัจจุบัน

 

 

นำท่านเดินทางสู่ เมืองคอนย่า (KONYA) ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจุก ระยะทาง 240กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.40 ชั่วโมง ระหว่างทางแวะถ่ายรูป CARAVANSARAI ที่พักของกองคาราวานในสมัยโบราณ เป็นสถานที่พักแรมของกองคาราวานตามเส้นทางสายไหมและชาวเติร์กสมัยออตโตมัน

 

กลางวัน         ä บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

หลังจากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล่ (PAMUKKALE) ใช้เวลาเดินทาง 4.50 ชั่วโมง (395 กิโลเมตร) เมืองที่มีน้ำพุเกลือแร่ร้อนไหลทะลุขึ้นมาจากใต้ดินผ่านซากปรักหักพังของเมืองเก่าแก่สมัยกรีกก่อนที่ไหลลงสู่หน้าผา

 

ค่ำ                 ä บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ã นำท่านเข้าสู่ที่พัก LYCUS RIVER THERMAL HOTEL หรือเทียบเท่า

 

 

วันที่ห้า        เมืองปามุคคาเล่-ปราสาทปุยฝ้าย-เมืองเฮียราโพลิส-เมืองโบราณเอฟฟิซุส     

-ร้านขนม TURKISH DELIGHT-เมืองคูซาดาซึ                           (B/L/D)

 

เช้า               ä บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเข้า ชมโรงงานคอตตอน สามารถเลือกซื้อของฝากเช่น ผ้าพันคอ ผ้าปูที่นอน เสื้อผ้า

เป็นต้น เป็นสินค้าที่ผลิตด้วยคอตตอน100% จากนั้นนำท่านชม ปราสาทปุยฝ้าย ผลจากการไหลของน้ำพุเกลือแร่ร้อนนี้ได้ก่อให้เกิดทัศนียภาพของน้ำตกสีขาวเป็นชั้นๆหลายชั้นและผลจากการแข็งตัวของแคลเซียมทำให้เกิดเป็นแก่งหินสีขาวราวหิมะขวางทางน้ำเป็นทางยาว ซึ่งมีความงดงามมากท่านจะได้สัมผัส เมืองเฮียราโพลิส HIERAPOLIS เป็นเมืองโรมันโบราณที่สร้างล้อมรอบบริเวณที่เป็นน้ำพุเกลือแร่ร้อนซึ่งเชื่อกันว่ามีสรรพคุณในการรักษาโรคเมื่อเวลาผ่านไปภัยธรรมชาติได้ทำให้เมืองนี้เกิดการพังทลายลงเหลือเพียงซากปรักหักพังกระจายอยู่ทั่วไปบางส่วนยังพอมองออกว่าเดิมเคยเป็นอะไรเช่นโรงละครแอมฟิเธียร์เตอร์ขนาดใหญ่วิหารอพอลโล สุสานโรมันโบราณเป็นต้น

 

นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองคูซาดาซี (KUSADASI) (ระยะทาง 190 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ  2.50 ชั่วโมง) เป็นเมืองท่าที่สำคัญทางการค้าอีกเมืองหนึ่งของตุรกีที่เป็นสถานที่ตั้งของโบราณสถานที่สำคัญสิ่งมหัศจรรย์ยุคโบราณ

 

กลางวัน         ä บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ เมืองโบราณเอฟฟิซุส (EPHESUS) เมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีเมืองหนึ่ง เคยเป็นที่อยู่ของชาวโยนก (Ionia) จากกรีก ซึ่งอพยพเข้ามาปักหลักสร้างเมือง ซึ่งรุ่งเรืองขึ้นในศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสต์กาล ต่อมาถูกรุกรานเข้ายึดครองโดยพวกเปอร์เซียและกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราช ภายหลังเมื่อโรมันเข้าครอบครองก็ได้สถาปนาเอฟฟิซุส ขึ้นเป็นเมืองหลวงต่างจังหวัดของโรมัน นำท่านเดินบนถนนหินอ่อนผ่านใจกลางเมืองเก่าที่สองข้างทางเต็มไปด้วยซากสิ่งก่อสร้างเมื่อสมัย 2,000 ปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรงละครกลางแจ้งที่สามารถจุผู้ชมได้กว่า 30,000 คน ซึ่งยังคงใช้งานได้จนถึงปัจจุบันนี้ นำท่านชม ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ (ROMAN BATH) ที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องอบไอน้ำ ให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้, ห้องสมุดโบราณ ที่มีวิธีการเก็บรักษาหนังสือไว้ได้เป็นอย่างดีทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นศิลปะแบบ เฮเลนนิสติคที่มีความอ่อนหวานและฝีมือประณีต

จากนั้นนำท่านซื้อขอฝากตามอัธยาศัย ร้านขนม (TURKISH DELIGHT) ของฝากขึ้นชื่อของประเทศตุรกี

 

ค่ำ                 ä บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ã นำท่านเข้าสู่ที่พัก MARTI BEACH HOTEL หรือเทียบเท่า

 

 

วันที่หก        เมืองคูซาดาซึ-โรงงานเครื่องหนัง-วิหารเทพีอาร์เทมิสโบราณ- โบสถ์นักบุญเซนต์ จอห์น – มัสยิด อิสเบ – เมืองอิสตันบูล                                                (B/L/D)

 

เช้า               ä บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางชม โรงงานเครื่องหนัง ซึ่งเป็นโรงงานผลิตเครื่องหนังขั้นหลากหลาย ให้ทุกท่านได้ทดลองการเป็นนายแบบและนางแบบเสื้อหนังต่างๆตามอัธยาศัย

 

จากนั้นแวะถ่ายรูป วิหารเทพีอาร์เทมิสโบราณ (THE TEMPLE OF ARTEMIS) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ยุคโบราณ ที่ปัจจุบันเหลือเพียงซากปรักหักพัง แต่ก็ยังสามารถมองเห็นถึงความยิ่งใหญ่ในอดีตได้

และแวะถ่ายรูป โบสถ์นักบุญเซนต์ จอห์น (ST. JOHN CASTLE) สาวกของพระเยซูคริสต์ที่ออกเดินทางเผยแพร่ศาสนาไปทั่วดินแดนอนาโตเลียหรือประเทศตุรกีในปัจจุบัน

จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูป มัสยิดอิสอิสเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดีและสำคัญที่สุดซึ่งสะท้อนถึงจุดสิ้นสุดของยุคจักรวรรดิ Seljuk ในช่วงปลายคริสต์ ค.ศ. 1400 นอกจากนี้มัสยิดแห่งนี้ยังเป็นที่ประทับของมัสยิดเมยยาดในดามัสกัส มัสยิด Isa bey ก่อตั้งขึ้นบนเนินเขาตะวันตกของเขา Ayasuluk ที่มองเห็นพื้นที่และมี harem ขนาดใหญ่ที่มีสอง naves และประกอบด้วยลานขนาดใหญ่
จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูป มัสยิดอิสเบ ISA BEY MOSQUE  เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดีและสำคัญที่สุดซึ่งสะท้อนถึงจุดสิ้นสุดของยุคจักรวรรดิ Seljuk ในช่วงปลายคริสต์ ค.ศ. 1400 นอกจากนี้มัสยิดแห่งนี้ยังเป็นที่ประทับของมัสยิดเมยยาดในดามัสกัส มัสยิด ISA BEY MOSQUE ก่อตั้งขึ้นบนเนินเขาตะวันตกของเขา Ayasuluk ที่มองเห็นพื้นที่และมี harem ขนาดใหญ่ที่มีสอง naves และประกอบด้วยลานขนาดใหญ่

 

กลางวัน         ä บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำทุกท่านเดินทางต่อสู่ กรุงอิสตันบูล (ISTANBUL) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง

(ระยะทาง 450 กิโลเมตร)

 

ค่ำ                 ä บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

ã นำท่านเข้าสู่ที่พัก PULMAN HOTEL หรือเทียบเท่า

 

 

วันที่เจ็ด       ตลาดสไปซ์มาร์เก็ต – กรุงอิสตันบูล-เมืองบาห์เรน (แวะเปลี่ยนเครื่อง) – กรุงเทพฯ (B/-/-)

เช้า               ä บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านสู่ ตลาดสไปซ์มาร์เก็ต (SPICE MARKET)หรือตลาดเครื่องเทศ ให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อของฝากได้ในราคาย่อมเยา ไม่ว่าจะเป็นของที่ระลึก เครื่องประดับ ชา กาแฟ ผลไม้อบแห้ง ขนมของหวานขึ้นชื่อและถั่วหลากหลายชนิดให้เลือกสรร

 

 

กลางวัน         ä อิสระอาหารกลางวัน เพื่อสะดวกต่อการเดินเลือกซื้อของฝาก

ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่สนามบิน

14.50 น.       Qเหิรฟ้าสู่ กรุงบาห์เรน โดยสายการบิน Gulf Air เที่ยวบินที่ GF044 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

19.00 น.       คณะเดินทางกลับถึง สนามบินกรุงบาห์เรน เพื่อเตรียมตัวเดินทางต่อไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ

22.20 น.       Qเหิรฟ้าสู่ กรุงเทพมหานคร โดยสายการบิน Gulf Air เที่ยวบินที่ GF152

 

 

วันที่แปด      กรุงเทพฯ                                                                                  (-/-/-)

 

09.30 น.       คณะเดินทางกลับถึง สนามบินสุวรรณภูมิกรุงเทพมหานคร ด้วยความสวัสดิภาพและความประทับใจ

 

**ก่อนทำการจองทัวร์ทุกครั้ง กรุณาอ่านโปรแกรมอย่างละเอียดทุกหน้า และทุกบรรทัด เนื่องจากทางบริษัทฯ

จะอิงตามรายละเอียดของโปรแกรมที่ขายเป็นหลัก**

 

 

ทัวร์ตุรกี