ทัวร์อินเดีย2

ทัวร์อินเดีย ESCAPE IN RAJASTHAN 9วัน7คืน (TG)

ราคาเริ่มต้น 57,900 ฿ จองทัวร์

รหัส: IND-TG-121 Tag:
สายการบิน: tg

ทัวร์อินเดีย
เที่ยวชมประตูINDIA GATE ชมหอคอยโบราณกุตุปมินาร์
ชมความยิ่งใหญ่แห่งทัชมาฮาล และ อัคราฟอร์ท
พาทุกท่านชมพระราชวังฟาเตห์ปูร์สิครี และนครสีชมพูเมืองจัยปูร์
ชมพระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ท และฮาวามาฮาล ที่
สุดแห่งดาราศาสตร์ที่จันทราแมนทาร์ ชมวิหารเชนแห่งเมืองรานัคปูร์

วันที่เดินทาง

03-11 มี.ค. 61, 20-28 ม.ค. 61, 3-11 ก.พ. 61, 17-25 ก.พ. 61

ทัวร์อินเดีย
วันแรก กรุงเทพฯ – เดลลี – อินเดียเกท – ราชปติภาวัน – หอคอยกุตุปมินาร์
05.30น. คณะมาพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ประตู 3 เคาน์เตอร์ D เช็คอินกรุ๊ปของสายการบิน การบินไทย ( Thai Airway) โดยมีเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวก
07.00น. ออกเดินทางสู่ เมืองเดลลี โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG323 (ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ4.30 ชม.) (มีบริการอาหารบนเครื่อง)
09.55น. ถึง สนามบินนานาชาติอินธิรา คานธี เมืองเดลลี ประเทศอินเดีย (เวลาในประเทศอินเดียช้ากว่าเมืองไทย 1.30 ชม. ขอให้ทุกท่านตั้งเวลาใหม่เพื่อไม่สับสน)
จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร(1)
หลังจากรับประทานอาหารนำท่านเดินทางเข้าสู่ กรุงนิวเดลลี ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 5,000 ปี และเป็นศูนย์กลางการปกครองของอาณาจักรอินเดียโบราณ 7 อาณาจักร ต่อมาในปี 1857 อังกฤษได้เข้ามามีบทบาทในการปกครองประเทศอินเดียและได้ย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่โกลกัตตา และได้ย้ายกลับมาเป็นเมืองหลวงอีกครั้งหนึ่งในปี 1911 หลังจากอินเดียได้รับเอกราชจากประเทศอังกฤษในปี 1947 ก็ได้มีการสร้างสถานที่ทำการราชการโดยสร้างเมืองใหม่ชื่อว่า “นิวเดลลี” จากนั้นผ่านชมรัฐสภาราชปาติ บาวาล ซึ่งเป็นวงแหวนสถานที่ราชการต่างๆ มีตึกรัฐสภาอันยิ่งใหญ่และเป็นที่ทำการของรัฐบาล ผ่านชมย่านธุรกิจการค้าและย่านที่อยู่อาศัยของเศรษฐีอินเดียบนถนนสายสำคัญที่สุดของอินเดีย และประตูเมืองแห่งชัยชนะ หรือ INDIA GATE

จากนั้นนำท่านชม ราชปติภาวัน (Rashtrapati Bhavan) ซึ่งที่พักและทำงานของประธานาธิบดีอินเดีย ปัจจุบันคือคนที่ 12 นามว่า นางประติภา เทวิสิงห์ ปฏิล (Pratibha Devisingh Patil) ตัวอาคารประกอบไปด้วย 340 ห้อง อยู่บน Raisina Hill รูปลักษณ์ของอาคารเป็นศิลปะแบบอินเดียยุคโมกุลที่สร้างผสมผสานกับศิลปะแบบตะวันตก สร้างเมื่อ พ.ศ. 2475 ออกแบบหลักโดยเซอร์ เอ็ดวิน ลูทเยนส์ (Edwin Lutyents)

หลังจากนั้นนำท่านชม กุตุปมินาร์ (Qutub Minar) เป็นหอคอยโบราณที่มีความสวยงามมาก ข้างในหอคอยไม่ทึบ โปร่ง โล่งกลวง มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 47 ฟุต ยอดหอคอยมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 9 ฟุต มีบันไดขึ้นชมวิวทั้งหมด 379 ขั้น และในแต่ละชั้นมีมุขระเบียงเอาไว้ชมวิวในระดับต่าง ๆ ด้วย หอคอยนี้อยู่ห่างออกจากตัวเมืองเดลีไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ประมาณ 25 กิโลเมตร

ค่ำ รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร(2)
นำท่านเข้าสู่ที่พัก THE SURYAA 5ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่สอง เดลลี – อักรา – ทัชมาฮาล – อักรา ฟอร์ท (205 kms ประมาณ3ชั่วโมง)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก(3)
นำท่านเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศ ออกจากเมืองเดลลี โดยผ่านเข้าสู่แคว้นอุตรประเทศ ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยแหล่งเกษตรกรรมนานาชนิดที่ผลิตเพื่อเลี้ยงดูชาวอินเดียทั้งประเทศ ไปตามถนนไฮเวย์สายใหม่ผ่านเข้าเมืองใหญ่มธุราเข้าสู่เมืองอักรา
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร(4)
นำท่านเข้าชมทัชมาฮาล แหล่งมรดกโลกเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ที่สำคัญของโลก ซึ่งอนุสรณ์สถานแห่งความรักอันยิ่งใหญ่และอมตะของพระเจ้าชาห์จาฮันที่มีต่อพระนางมุมตัซ โดยสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1631 ต่อมานำท่านเดินสู่ประตูสุสานที่สลักตัวหนังสือภาษาอาระบิคที่เป็นถ้อยคำอุทิศและอาลัยต่อบุคคลอันเป็นที่รักที่จากไป และนำท่านถ่ายรูปกับลานน้ำพุที่มีอาคารทัชมาฮาลอยู่เบื้องหลัง แล้วนำท่านเข้าสู่ตัวอาคารที่สร้างจากหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์จากเมืองมกรานะ ที่ประดับลวดลายด้วยเทคนิคฝังหินสีต่างๆ ลงไปในเนื้อหิน ที่เป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเอกของโลกที่ออกแบบโดยช่างจากเปอร์เซีย โดยอาคารตรงกลางจะเป็นรูปโดมซึ่งมีหอคอยสี่เสาล้อมรอบ ตรงกลางด้านในเป็นที่ฝังพระศพของพระนางมุมตัซ มาฮาล และ พระเจ้าชาห์จาฮัน ได้อยู่คู่เคียงกันตลอดชั่วนิรันดร์ ทัชมาฮาลแห่งนี้ใช้เวลาก่อสร้างทั้งหมด 12 ปี โดยสิ้นเงินไป 41 ล้านรูปี มีการใช้ทองคำประดับตกแต่งส่วนต่างๆ ของอาคาร หนัก 500 กิโลกรัม และใช้คนงานกว่า 20,000 คน

จากนั้นนำท่านเข้าชม อักราฟอร์ท แหล่งมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ. 1565 เป็นทั้งพระราชวังที่ประทับและเป็นป้อมปราการ ต่อมาพระโอรส คือ พระเจ้าชาฮันกีร์ และพระนัดดา (โอรสของพระเจ้าชาฮันกีร์) , พระเจ้าชาห์จาฮานได้สร้างขยายต่อเติมป้อมและพระราชวังแห่งนี้อย่างใหญ่โต และนำท่านเข้าชมป้อมผ่านประตู อำมรรสิงห์ เข้าสู่ส่วนที่เป็นพระราชวัง ผ่านลานสวนประดับ อ่างหินทรายสีแดงขนาดยักษ์สำหรับสรงน้ำ ท่านจะได้เห็นสถาปัตยกรรมสามยุคสมัยตามรสนิยมที่แตกต่างกันของสามกษัตริย์ นำท่านเข้าชมด้านในพระตำหนักต่างๆที่สลักลวดลายศิลปะแบบโมกุลที่มีอิทธิพลจากศิลปะอินเดีย ผสมผสานกับศิลปะเปอร์เซีย แล้วนำขึ้นสู่ระเบียงชั้นที่สองที่มีเฉลียงมุข ซึ่งสามารถมองเห็นชมทิวทัศน์ลำน้ำยมุนาได้ ต่อมานำชมห้องที่ประทับของกษัตริย์ ,พระโอรส, พระธิดาและองค์ต่างๆ แล้วนำชมพระตำหนัก มาซัมมัน บูร์ช ที่มีเฉลียงมุขแปดเหลี่ยม มีหน้าต่างเปิดกว้าง ที่สามารถมองเห็นทัชมาฮาลได้ ในพระตำหนักนี้เองที่เล่ากันว่า ชาห์จาฮัน ถูกพระโอรส ออรังเซบ จองจำขังไว้ 7 ปี ในช่วงปลายรัชกาลจนสิ้นพระชนม์ แล้วก็นำชมลานสวนประดับ ดิวันอีอาอำ ที่ชั้นบนด้านหนึ่งเคยเป็นที่ประดิษฐานบัลลังก์นกยูงอันยิ่งใหญ่ (ปัจจุบันอยู่ในประเทศอิหร่าน) และที่ลานสวนประดับแห่งนี้เองที่พระเจ้าชาห์จาฮัน ได้พบรักครั้งแรกกับพระนางมุมตัซ ที่ได้นำสินค้าเป็นสร้อยไข่มุกเข้ามาขายให้กับนางในฮาเร็ม

ค่ำ รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร(5)
นำท่านเข้าสู่ที่พัก THE CLARKS SHIRAZ 5ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่สาม อักรา – พระราชวังฟาเตห์ปูร์สิครี – จัยปูร์ (235 kms ประมาณ5ชั่วโมง)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก(6)
นำท่านออกเดินทางสู่ ฟเตหปุระสีครี (Fatehpur Sikri) เป็นเมืองที่สร้างด้วยหินทรายสีแดงในสมัยพระเจ้าอัคบาร์ ภายในประกอบด้วยเขตพระราชฐาน ฮาเร็ม ตำหนักใน สระน้ำ สวนขนาดใหญ่ มีเวทีแสดง ดนตรี กลางสระน้ำ พระราชฐานชั้นในแบ่งเขตของมเหสีแต่ละองค์อย่างชัดเจน องค์ที่เป็นฮินดู ตำหนักก็จะเป็นแบบฮินดู องค์ที่มาจากเปอร์เซียก็จะเป็นสถาปัตยกรรมเปอร์เซียทำให้การเดินผ่านไปแต่ละส่วนของบริเวณอันกว้างใหญ่ของพระราชฐาน เหมือนได้ไปท่องเที่ยวในดินแดนหลายชนชาติไปพร้อมๆ กัน และมีมัสยิดที่อยู่แยกออกไปจากพระราชวังซึ่งมีสุสานของ ชาย์ค ซาริม คสิติ นักบวชผู้เป็นที่เคารพยิ่งของพระเจ้าอัคบาร์อยู่ด้วย

เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร(7)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองชัยปุระ นครแห่งชัยชนะ คนอินเดียเรียกเมืองนี้ว่า จัยปูร์ หรือ จัยเปอร์ รัฐราชสถานได้ชื่อว่า นครสีชมพู (Pink city) โดยที่มาของเมืองสีชมพูก็เนื่องจากในปีค.ศ. 1876 มหาราช ซาราม ซิงห์ (Maharaja Ram Singh) ได้มีรับสั่งให้ประชาชนทาสีชมพูทับบนสีปูนเก่าของบ้านเรือนตนเอง เพื่อแสดงถึงไมตรีจิตครั้งต้อนรับการมาเยือนของเจ้าชายแห่งเวลส์ (Prince of Waies) เจ้าชายมกุฎราชกุมารของอังกฤษ ซึ่งภายหลังคือกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 7 (King Edward Vll) แห่งสหราชอาณาจักรและต่อมารัฐบาลอินเดียก็ยังออกกฎหมายควบคุมให้สิ่งก่อสร้างภายในเขตกำแพงเมืองเก่าต้องทาสีชมพูเช่นเดิม จนกลายเป็นสิ่งที่เชิดหน้าชูตาและทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ต่างพากันเดินทางมายังเมืองชัยปุระอย่างไม่ขาดสาย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร(8)
นำท่านเข้าสู่ที่พัก COOUNTRY INN SUITE 5ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่สี่ จัยปูร์ – ฮาวามาฮาล – แอมเบอร์ ฟอร์ท – หอดูดาว จันทราแมนทาร์
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก(9)
จากนั้นนำท่านชม พระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ท (Amber fort) ซึ่งเดิมเคยเป็นพระราชวังของเมืองจัยปูร์ สร้างอยู่บนเนินเขาสูงตรงตำแหน่งเดิมที่เคยเป็นป้อมปราการเก่า สร้างขึ้นโดยมหาราชาแมนสิงห์ ในปี ค.ศ. 1592 และเสร็จสิ้นลงในสมัยของมหาราชาใจสิงห์ ป้อมแห่งนี้เป็นต้นแบบที่ดีของสถาปัตยกรรมแบบราชปุต Rajput เป็นป้อมปราการเด่นตระหง่านอยู่บนเนินเขา โดยมีทะเลสาบ Maota อยู่เบื้องล่าง แวดล้อมด้วยชุมชนของเขตเมืองเก่า

เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร(10)
จากนั้นนำท่านชม ฮาวามาฮาล (Hawa Mahal) “พาเลซออฟวินด์” หรือ พระราชวังแห่งสายลม ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1799 โดยมหาราชาไสวชัยสิงห์ เป็นอาคาร 5 ชั้นสร้างด้วยหินทรายออกแดงคล้ายสีปูนแห้ง สถาปัตยกรรมสไตล์เปอร์เซียกับโมกุล มีหน้าต่างถึง 953 ช่อง เป็นทั้งช่องลมผ่านและให้หญิงสูงศักดิ์ในราชสำนักแอบมองดูชีวิตความเป็นอยู่ในตัวเมือง คำว่า “ฮาวา” ซึ่งแปลว่าสายลม ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งจัยปูร์ จนได้ชื่อว่าเป็นเมืองสีชมพู และนำท่านช้อปปิ้งของฝากจากเมืองจัยปูร์กันตามอัธยาศัย

จากนั้นนำท่านชม ซิตี้พาเลช (City Place) ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ถึง 1 ใน 7 ของใจกลางเมือง สร้างตั้งแต่สมัยมหาราชาชัยสิงห์ และต่อเติมกันเรื่อยมาเป็นสถาปัตยกรรมแบบราชสถาน ที่แสดงถึงลักษณะของศิลปะแบบโมกุล ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงของใช้ส่วนพระองค์ของมหาราชาแห่งเมืองจัยปูร์

หลังอาหารนำท่านชม หอดูดาว จันทราแมนทาร์ (Jantar Mantar) สร้างในปี ค.ศ. 1727 โดยมหาราชาใจสิงห์ พระองค์ยังทรงเป็นกษัตริย์นักดาราศาสตร์ จึงทรงสร้างหอดูดาวและอุปกรณ์ดาราศาสตร์ขนาดใหญ่ไว้มากมาย เรียกว่า Jantar Mantar ชม นาฬิกาแดด สูงถึง 28 เมตร ที่ยังเที่ยงตรงอยู่

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร(11)
นำท่านเข้าสู่ที่พัก COOUNTRY INN SUITE 5ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่ห้า จัยปูร์ – จ๊อดปูร์ – อนุสรณ์สถาน จัสวัน ธาดา (320 kms ประมาณ6ชั่วโมง)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก(12)
นำท่านออกเดินทางจากเมือง จัยปูร์ (Jai pur) สู่ เมืองจ๊อดปูร์ (Jodhpur) หรือเมืองที่คนไทยมักจะเรียกกันติดปากว่า “โยธะปุระ” มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองในรัฐราชสถาน รองจากเมืองชัยปุระ ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกของรัฐราชสถานและเป็นเมืองชายของของทะเลทรายทาร์ (Thar Desert) ที่ทั่วทั้งเมืองเป็นสีฟ้าราวกับน้ำทะเล ซึ่งในช่วงแรกนั้น การทาบ้านด้วยสีฟ้าจะมีเฉพาะบ้านของชาวฮินดูวรรณะพราหมณ์เท่านั้น แต่ต่อมา มีความเชื่อว่า สีฟ้าจะช่วยกันแมลงและทำให้บ้านเย็นในฤดูร้อน ผู้คนจึงพากันทาบ้านตัวเองด้วยสีฟ้า จนกลายเป็นสัญญลักษณ์ของเมืองจ๊อดปูร์
เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร(13)
หลังจากรับประทานอาหาร นำท่านเดินทางสู่ อนุสรณ์สถานจัสวันต์ธาดา (Jaswant Thada) ตั้งอยู่ห่างจากป้อมเมห์รานการ์ไปประมาณ 1 กิโลเมตร สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1899 โดยสร้างจากหินอ่อน โดยมีจุดเด่นอยู่ตรงประตูและเสาที่แกะสลักได้อย่างละเอียดงดงาม เพื่ออุทิศให้กับมหาราชาจัสวันต์ สิงห์ที่ 2 (Maharaja Jaswant Singh ll) หลังกจากที่พระองค์เสียชีวิตไปแล้ว 4 ปี โดยพระองค์เป็นมหาราชาที่ได้รับการนับถืออย่างล้นหลามจากประชาชน นอกจากนี้ พระองค์ยังเป็นผู้ริเริ่มโครงการชลประทาน เพื่อแก้ไขปัญหาความแห้งแล้งของเมืองด้วย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร(14)
นำท่านเข้าสู่ที่พัก INDANA PALACE 5ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่หก จ๊อดปูร์ – รานัคปูร์ – อุไดปูร์ (288 kms ประมาณ6ชั่วโมง)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก(15)
หลังทานอาหารเช้า นำท่านเดินทางสู่ เมืองรานัคปูร์ (RANAKPUR) ชมวิหารเชน (Jain Temple) เป็นวิหารของศาสนาเชน สร้างโดยคหบดี Dharna Sah เมื่อเกือบ 500 ปีก่อน ภายในประกอบด้วยห้องโถงกว่า 24 ห้อง โดมทั้งหมด 80 โดม และเสาถึง 1,444 ต้น เสาแต่ละต้นจะถูกแกะสลักอย่างงดงามมาก คิดเป็นพื้นที่แกะสลักกว่า 3,000 ตารางเมตร ทั้งหมดถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีเยี่ยม เมื่อสร้างวัดนี้จำเป็นต้องสร้างเมืองขึ้นมาเพื่อเป็นที่อาศัยของคนงานนับหมื่น และเป็นสถานที่ ที่สำคัญแห่งหนึ่งซึ่งผู้คนเดินทางมาเพื่อแสวงบุญ ทั้งยังเป็นที่ที่ใหญ่ที่สุดและมีความสำคัญมากสำหรับผู้นับถือศาสนาเชน เมืองดังกล่าวตั้งชื่อว่า “รานัคปูร์” เพื่อเป็นเกียรติแด่มหารานา แห่งราชาอาณาจักร ผู้อนุญาตให้สร้างวัด

เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร(16)
หลังจากอาหารเที่ยงนำท่านเดินทางสู่เมือง อุไดปูร์ (Udaipur) เมืองแห่งทะเลสาบสายน้ำ
เมืองอุทัยปุระ หรือ อูไดปูร์ เป็นเมืองที่งดงามที่สุดในราชสถาน เพราะทิวทัศน์ไม่ซ้ำใครของพระราชวังหินอ่อนสีขาวกลางทะเลสาบสีเข้ม โอบล้อมด้วยบ้านเรือน วิหารวัดวา ท้องฟ้า และภูเขา อุทัยปุระเริมก่อสร้างเมืองในปี ค.ศ. 1559 (บางตำราก็ว่า ค.ศ. 1568) โดยมหาราชา Udai Singh ที่ 2 ในยุคนั้น อุทัยปุระ เรียกกันในนามอาณาจักรมีวาร์ (Mewar) มหาราชาผู้ปกครองเมืองต่อสู้อย่างหนักเพื่อครองอำนาจการปกครองตนเองโดยไม่ยอมตกอยู่ภายใต้อำนาจของราชวงศ์โมกุลเหมือนเมืองอื่นๆในแถบดินแดนทะเลทรายนี้ อุทัยปุระรักษาเอกราช ประคองตัวผ่านการคุกคามของอิทธิพลโมกุลและผู้รุกรานจากต่างแดนมาหลายต่อหลายครั้ง จนกระทั่งต้นศตวรรษที่ 19 การเข้ามามีอิทธิพลเหนืออินเดียของอังกฤษนั้นยากที่จะต้านทาน ถึงกระนั้นก็ยังมีการลงนามในสนธิสัญญาปกป้องอุทัยปุระจากผู้รุกรานคุ้มครองตัวเองมาได้จนถึงการประกาศอิสรภาพของอินเดียในปี ค.ศ. 1947 อุทัยปุระก็ต้องเข้ารวมเป็นส่วนหนึ่งของประเทศอินเดียยุคใหม่ในที่สุด
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร(17)
นำท่านเข้าสู่ที่พัก THE ROYAL RETREAT 5ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่เจ็ด อุไดปูร์ – ซิตี้พาเลซ – วัดฮินดู – ล่องเรือทะเลสาบพิโคลา
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก(18)
หลังอาหารเช้านำท่านชม ซิตี้ พาเลซ (City Palace) หรือพระราชวังฤดูหนาว มีส่วนหนึ่งจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ เปิดให้เข้าชม สร้างด้วยหินแกรนิตและหินอ่อน ภายในประดับด้วยกระจกและแก้ว หลากสีปัจจุบัน บางส่วนยังคงเป็นที่ประทับของราชตระกูล มีการจัดแสดงโบราณวัตถุที่มีค่า
จากนั้นนำท่านชม Sahelion Ki Bari สวนสวยแห่งหนึ่งของเมือง อุทัยปุระ ที่มีความเขียวขจี ความร่มรื่น และความอุดมสมบูรณ์ของพันธ์ไม้ต่างๆ ซึ่งจะได้ความโรแมนติกไปอีกแบบ สวนแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 สวนนี้มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า Garden of Maids สร้างขึ้นโดยมหาราชา Maharana Sangram Singh สร้างให้กับพระชายาของพระองค์

เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร(19)
หลังจากรับประทานอาหารเที่ยง นำท่านชมวัด Jagdish Temple วัดฮินดูขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงมากที่สุดในเมืองอูไดปูร์ สร้างขึ้นอุทิศพระวิษณุ ผู้รักษา จักรวาล ในปี ค.ศ.1651 โดย Maharana Jagat Singh มหาราชาผู้ปกครองอูไดปูร์ ช่วงปี ค.ศ. 1628-1653. ตามแบบอินโด-อารยัน

เย็น นำท่านเดินทางไปล่องเรือ ในทะเลสาบ พิโคลา (Pichola Lake) ชมทิวทัศน์ รอบทะเลสาบยามเย็น มีเกาะอยู่ 2 เกาะคือ Jag Niwas เป็นที่ตั้งของ Lake Palace สร้างโดย Maharana Jagat Singh II เมื่อปีค.ศ. 1743 ใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อน ปัจจุบันเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวและเกาะ Jag Mandir ที่สุดแสนโรแมนติกเปรียบเหมือนอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรอันงดงาม

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร(20)
นำท่านเข้าสู่ที่พัก THE ROYAL RETREAT 5ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่แปด อุไดปูร์-เดลลี (640 kms ประมาณ12ชั่วโมง)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก(21)
หลังรับประทานอาหารเช้า นำท่านเดินทางสู่ สนามบินนานาชาติอินธิรา คานธี เมืองเดลลี ประเทศอินเดีย (ใช้เวลาเดินทางประมาณ12ชม)
เที่ยง รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารระหว่างการเดินทาง(22)
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร(23)
เดินทางถึง สนามบินนานาชาติอินธิรา คานธี เมืองเดลลี ประเทศอินเดีย

วันที่เก้า เดลลี – กรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ
00.20น นำท่านเดินทางกลับสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทยเที่ยวบินที่ TG316
05.45น เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ
ทัวร์อินเดีย