IND-SL-S001

ทัวร์อินเดีย MUMBAI 5D3N (SL)

ราคาเริ่มต้น 17,990 ฿ ดาวน์โหลด PDF จองทัวร์

สายการบิน: logo_large_SL

วันที่1        สนามบินดอนเมือง – สนามบินมุมไบ – เมืองมุมไบ

วันที่2       เมืองมุมไบ – ประตูสู่อินเดีย – โรงแรมสุดหรูในนครมุมไบ “Taj Mahal Palace” สถานีรถไฟฉัตราปตีศิวาจี – เมืองปูเน่ – เมืองโมเรกาวน์ – เทวสถานศรีมยุเรศวร เมืองเทอูร์ – เทวสถานศรีจินดามณี

วันที่3       เมืองปูเน่ เทวาลัยพระพิฆเนศวร ดั๊กดูเศรษฐ์ – เมืองโอซาร์ – วัดศรีวิฆเนศวา

วันที่4       เมืองมหัต – เทวสถานศรีวรทาวินายัก – เมืองมุมไบ – วัดสิทธิวินายัก – วัดพระแม่ลักษมี – สนามบินมุมไบ

วันที่5       สนามบินดอนเมือง – ประเทศไทย

วันที่เดินทาง

ส.ค. 65 – ธ.ค. 65

ทัวร์อินเดีย 

 

Day1         สนามบินดอนเมือง – สนามบินมุมไบ – เมืองมุมไบ

17.00          นัดหมายพร้อมกันที่ สนามบินดอนเมือง ประเทศไทยโปรดสังเกตุป้าย เลทส์โกกรุ๊ป พบเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวกเช็คอินให้แก่ท่าน

20.15          ออกเดินทางสู่ สนามบินมุมไบ ประเทศอินเดีย โดยสายการบิน THAI LION AIR เที่ยวบินที่ SL218

22.50          เดินทางถึง สนามบินมุมไบ ประเทศอินเดีย ผ่านการตรวจคนเข้าเมืองรับสัมภาระผ่านจุดคัดกรองตามระเบียบของสนามบิน

นำท่านเดินทางสู่ เมืองมุมไบ (Mumbai) หรือที่รู้จักกันในนาม “บอมเบย์” เมืองนี้ติด 1 ใน 5 ของประเทศอินเดียที่เป็นเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมความบันเทิงที่ผลิตนักแสดงให้มีชื่อเสียงโด่งดัง และภาพยนตร์อีกมากมายหลายเรื่องจนโด่งดัง ซึ่งเรามักจะคุ้นหูคำว่า “Bollywood” บอกได้เลยว่าเมืองแห่งนี้เป็นเมืองแห่งฝันของหนุ่มสาวหลายคนในอินเดีย นอกจากนี้หนังที่สร้างชื่อทำให้มุมไบเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก “คังคุไบ หญิงแกร่งแห่งมุมไบ”

พักที่      Hotel Suba Galaxy, Mumbai ระดับ 3 ดาว หรือเทียบเท่า

 

Day2          เมืองมุมไบ – ประตูสู่อินเดีย – โรงแรมสุดหรูในมุมไบ “Taj Mahal Palace” – สถานีรถไฟฉัตราปตีศิวาจี เมืองปูเน่ – เมืองโมเรกาวน์ – เทวสถานศรีมยุเรศวร – เมืองเทอูร์ – เทวสถานศรีจินดามณี 

เช้า               บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำทุกท่านถ่ายรูปคู่ ประตูสู่อินเดีย (Gateway of India Mumbai) ตั้งอยู่ที่ชายฝั่งทะเลอาระเบียน ซึ่งใกล้กับท่าเรือ และสถานที่แห่งนี้เป็นอีกหนึ่งสถานที่ยอดฮิตสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนมุมไบเป็นอย่างมาก ซุ้มประตูชัยแห่งนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ต่อนครมุมไบ เมื่อครั้งในยุคสมัยการล่าอาณานิคมของอังกฤษ และจอร์จที่ 5 ได้เสด็จเยือนอินเดียในปี ค.ศ.1911 ซุ้มประตูแห่งนี้จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นการระลึกถึงจอร์จที่ 5 มีสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมโรมันและอินเดียเข้าด้วยกัน ใกล้ๆกันนั้นจะเป็น โรงแรมสุดหรูในมุมไบ “Taj Mahal Palace” ที่มีอายุมากถึง 100 ปี ตัวโรงแรมแห่งนี้ถูกออกแบบและตกแต่งด้วยสไตล์ Saracenic Revival หรือศิลปะอาณานิคม

นำท่านถ่ายรูปกับ สถานีรถไฟฉัตราปตีศิวาจี (Chhatrapati Shivaji Maharaj Vastu Sangrahalaya Museum) มีชื่อเดิมว่า ‘Prince of Wales Museum of Western India’ แต่ถูกเปลี่ยนชื่อมาเป็นชื่อ ‘Shivaji’ ซึ่งเป็นชื่อของปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักร Maratha ภายในพิพิธภัณฑ์มีโบราณวัตถุมากกว่า 70,000 ชิ้นและแต่ละชิ้นมีที่มาจากยุคต่าง ๆ ของอินเดียซึ่งแต่ละชิ้นก็มีการบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้เราได้รู้ที่มาที่ไปว่าได้มาจากสมัยใดยุคใด และที่น่าทึ่งไปกว่านั้นนั่นก็คือวัตถุโบราณบางชิ้นที่มีอายุเป็นร้อย ๆ ปีสภาพวัตถุยังคงสภาพสมบูรณ์เกือบร้อยเปอร์เซ็น พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีการสร้างและตกแต่งด้วยศิลปะสไตล์ Indo-Saracenic และบอกเลยว่าภายในสวยงามมาก ถือว่าเป็นพิพิธภัณฑ์หลักแห่งนครมุมไบ

นำทุกท่านเดินทางไปยัง เมืองปูเน่ (Pune) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที) ระหว่างทางแวะ เมืองโมเรกาวน์ (Morgaon) คำว่า “โมเร” หรือ “มยุรี” หมายถึงนกยูง ส่วนคำว่า “กาวน์” หมายถึงหมู่บ้าน เพราะในอดีตหมู่บ้านแถบนี้เป็นที่อยู่อาศัยของนกยูงเป็นจำนวนมาก นำท่านไปยัง วัดศรีโมเรศวา (Sri Moreshwar) ตามตำนานเล่าว่าพระพิฆเนศเสด็จลงมาครั้งแรกเพื่อสังหารสินธุ โอรสของกษัตริย์จันทระปานี ซึ่งถือตัวว่าได้รับพรจากสุริยเทพให้เป็นอมตะ จึงรังแกและฆ่าฟันเหล่าเทวดา พระพิฆเนศประทับบนหลังนกยูงเสด็จลงมาสังหารสินธุ หลังจากนั้นเทวดาจึงขอพระพิฆเนศประทับอยู่ที่นี่ตลอดไป พระพิฆเนศจึงเนรมิตเทวรูปของพระองค์เองขึ้นที่นี่

เที่ยง           บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางต่อไปยัง เมืองเทอูร์ (Theur) เพื่อนำท่านไปยัง วัดศรีจินดามณี (Sri Chintamani) สร้างโดยพระราชโอรสของพระเจ้าโมรยะ โกสารี เพื่อเฉลิมฉลองที่พระบิดาทรงบรรลุสัจธรรมที่เมืองนี้ ณ ริมฝั่งแม่น้ำมูลามุทา ตามเทวตำนานเชื่อกันว่าเจ้าชายกานา โอรสของกษัตริย์อภิจิตแย่งชิงแก้วจินดามณี(แก้วสารพัดนึก) จากฤาษีกาปิละไป ฤาษีกาปิละจึงอ้อนวอนขอให้พระพิฆเนศช่วยเหลือ ต่อมาเมื่อฤาษีกาปิละ รบชนะและได้แก้วจินดามณีคืนกลับมา จึงอธิษฐานขอให้พระพิฆเนศประทับอยู่ที่นี่ตลอดไป และถวายแก้วจินดามณีนั้นประดับแด่องค์พระพิฆเนศ

ค่ำ                บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่      Hotel 7 Apple, Pune ระดับ 3 ดาว หรือเทียบเท่า

 

Day3          เมืองปูเน่ – เทวาลัยพระพิฆเนศวร ดั๊กดูเศรษฐ์ – เมืองโอซาร์ – วัดศรีวิฆเนศวา

เช้า               บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำทุกท่านเดินทางไปยัง เมืองปูเน่ (Pune) เป็นเมืองเก่าแก่และเมืองที่สำคัญทางวัฒนธรรมของอินเดียมาตั้งแต่ในมัยโบราณและชาวอินเดียเชื่อกันว่า เมืองปูเนแห่งนี้เป็นเมืองแห่งพระพิฆเนศ นั้นก็คือปาฎิหารการเกิดขึ้นของพระพิฆเนศที่อยู่ในเมืองเล็กๆรอบเมืองปูเนถึง 8 ปาง ซึ่งเป็นพระพิฆเนศที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ “เมืองปูเนจึงเป็นเมืองเส้นทางมหายาตราสักการะพระพิฆเนศองค์มหาเทพแห่งความสำเร็จ” นำท่านเดินทางไปยังที่ตั้ง เทวาลัยพระพิฆเนศวร ดั๊กดูเศรษฐ์ พระพิฆเนศประจำเมือง ปูเน่ องค์พระพิฆเนศมีการประดับประดาด้วยเครื่องประดับที่ทำจากทองคำและเพชรนิลจินดาทั่วทั้งองค์ จนได้รับการกล่าวถึงว่าเป็น “พระพิฆเนศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก

เที่ยง            บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านไปยัง เมืองโอซาร์ (Ozar) เพื่อไปยัง วัดศรีวิฆเนศวา (Sri Vighneshwar) เทวะสถานแห่งนี้มีชื่อเสียงมากในเรื่องความงดงามทางสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะยอดโดมที่เป็นทองคำและความงดงามของพวงมาลัยที่ประดับอยู่ที่ตัวเทวาลัย นามขององค์ศรีวิฆเนศวรมาจากเทะวตำนานว่า กษัตริย์ อภินันทะประกอบพิธีบูชายัญเพื่อจุติมาเป็นอินทรเทพ พระอินทร์ได้ทราบดังนั้นจึงสร้างวิฆนาสูรเพื่อส่งไปทำลายพิธีกรรมของกษัตริย์อภินันทะ แต่อสูรตนนี้กลับทำลายพิธีทั้งหมดทำให้ธรรมะเลือนหายไปจากทั้งสามโลก เหล่าฤาษี นักบวชจึงอ้อนวอนต่อพระพิฆเนศให้เสด็จมาปราบอสูร พระพิฆเนศใช้อำนาจสยบอำนาจทั้งหมดของอสูรทำให้วิฆนาสูรยอมแพ้และถวายตัวต่อองค์พระพิฆเนศเพื่อให้ไว้ชีวิตตนและขอร้องให้องค์พระพิฆเนศใช้ชื่อของตัวเองรวมกับพระนามของพระองค์เพื่อล้างบาปและเป็นบุญกุศลแก่อสูร เทวรูปพระพิฆเนศที่นี่จึงถูกขนานนามว่า “ศรีวิฆเนศวร” หมายถึงผู้ขจัดอุปสรรคและภยันตราย จึงเชื่อว่าผู้ที่มาสักการะองค์ศรีวิฆเนศวรก่อนทำการใดๆ จะทำการนั้นได้สำเร็จราบรื่น ไร้อุปสรรค

ค่ำ               บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่      Hotel 7 Apple, Pune ระดับ 3 ดาว หรือเทียบเท่า

 

Day4         เมืองมหัต – เทวสถานศรีวรทาวินายัก – เมืองมุมไบ – วัดสิทธิวินายัก – วัดพระแม่ลักษมี – สนามบินมุมไบ

เช้า              บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านไปยัง เมืองมหัต (Mahad) เพื่อไปยัง วัดศรีวรัทวินายัก (Sri Varad Vinayak) เชื่อกันว่าถ้ามาสักการะพระพิฆเนศที่วัดศรีวรัทวินายักแล้ว จากตำนานว่าพ่อของเด็กน้อยบัลลาเคยล่วงเกินพระพิฆเนศไว้จึงต้องพิการและหูหนวกเป็นไบ้ แม้จะกลับชาติมาเกิดก็ยังต้องพิการอยู่ จึงต้องกลับใจอุทิศตนบูชาพระพิฆเนศจึงจะหาย

นำท่านเดินทางกลับมายัง เมืองมุมไบ (Mumbai) เพื่อไปยัง วัดสิทธิวินายัก (Siddhivinayak Temple) เป็นวัดฮินดูที่มีชื่อเสียงที่สุดในมุมไบ เพราะคนอินเดียที่นับถือ ศรัทธาในองค์พระพิฆเนศ เทพเจ้าแห่งอุปสรรค และศิลปวิทยาการ นิยมมาขอพรกันที่นี่ อาทิ ดาราบอลลีวู้ด นักการเมือง นักธุรกิจ คนมีเงินมาก คนมีเงินน้อย ต่างก็พากันมาสักการะบูชายังวัดแห่งนี้ ลักษณะเด่นขององค์นี้ คือ เป็นองค์ปฐม ประธานแห่งพระพิฆเนศทุกๆพระองค์ มีพระฉวีสีแดงสด ซึ่งเป็นสีของไฟและพลังอำนาจ อีกทั้งยังมีงวงที่ตวัดไปทางเบื้องขวาของพระองค์ อันหมายถึงความยิ่งใหญ่ถึงที่สุด ซึ่งองค์จำลองที่บูชาในบ้านคน งวงต้องตวัดไปทางซ้าย ห้ามตวัดขวาพระพิฆเนศองค์นี้จึงเชื่อกันว่า ทรงประทานความมีอำนาจวาสนา ผู้บูชาจะเป็นที่นับถือ เป็นผู้มีความน่าเกรงขามต่อผู้อื่น นำพาซึ่งความสำเร็จสมหวัง และเชื่อว่าเป็นองค์ที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากที่สุดของพระพิฆเนศ

เที่ยง            บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านไปยัง วัดพระแม่ลักษมี (Mahalaxmi Temple) ตั้งอยู่บนเชิงเขาติดกับทะเล สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพระแม่ลักษมี  มีเทวรูปเป็นทองคำสามองค์ มีแหวนที่จมูก กำไลทอง และสร้อยคอมุก เทวรูปทั้งสามคือ พระแม่ลักษมี, พระแม่กาลี ร่างอวตารของพระแม่อุมาเทวี, และพระแม่สรัสวดี

ค่ำ                 บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

20.30           นำท่านเดินทางสู่ สนามบินมุมไบ ประเทศอินเดีย

23.50            นำท่านเดินทางสู่ สนามบินดอนเมือง ประเทศไทย โดยสายการบิน THAI LION AIR เที่ยวบินที่ SL218

 

Day5           สนามบินดอนเมือง – ประเทศไทย

05.55            เดินทางถึง สนามบินดอนเมือง ประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ … พร้อมความประทับใจ

 

ทัวร์อินเดีย