TUR-W5-T032

ทัวร์ตุรกี Wonderful Turkiye 8D5N (W5)

ราคาเริ่มต้น 28,888 ฿ ดาวน์โหลด PDF จองทัวร์

สายการบิน: อิหร่าน
  • ครั้งหนึ่งในชีวิต Must Go! อย่าเสียเที่ยว… ต้องไปชม 2 ม้าไม้ เมืองทรอย
  • พักโรงแรม 4-5 ดาว และโรงแรมสไตล์ถ้ำ 1 คืน
  • ชม สุเหร่าสีน้ำเงิน-ฮิปโปโดรม-สุเหร่าเซนต์โซเฟีย
  • ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส
  • ชมดินแดนแห่งเทพนิยาย คัปปาโดเกีย
  • ชมดินแดนอันน่าอัศจรรย์ ปามุคคาเล่ (ปราสาทปุยฝ้าย)
  • ชม โชว์ระบำหน้าท้อง สไตล์พื้นเมือง ประเทศตุรกี
  • ชม โรงงานเครื่องหนัง ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังของ ประเทศตุรกี
  • ชมสัญลักษณ์อันชาญฉลาดด้านกลศึกของนักรบโบราณ ม้าไม้จำลองแห่งเมืองทรอย
  • ชมเมืองอันรุ่งเรืองในอดีตกาล ที่ปัจจุบันเหลือซากปรักหักพัง เมืองเอฟฟิซุส และ เมืองเปอร์กามัม
  • ชม บ้านของพระแม่มารี ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารีอาศัยอยู่
  • ช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองคุณภาพที่ ตลาดสไปซ์
วันที่เดินทาง

28 ตุลาคม – 04 พฤศจิกายน 2565, 04 – 11 พฤศจิกายน 2565, 16 – 23 พฤศจิกายน 2565, 30 พฤศจิกายน – 07 ธันวาคม 2565, 09 – 16 ธันวาคม 2565, 21 – 28 ธันวาคม 2565

ทัวร์ตุรกี

 

วันแรก            ประเทศไทย สนามบิน สุวรรณภุมิ – เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี

18:30 น.    คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4ประตูทางเข้า 7 เคาน์เตอร์ N สายการบิน MAHAN AIR โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ

21:30 น.    ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยาน นานาชาติอิหม่ามโคไมนี ประเทศอิหร่าน โดยเที่ยวบินที่ W5 050 (ใช้เวลาบิน 7.45 ชม.)

 

 

วันที่สอง          อิสตันบูล – BLUE MOSQUE – Mosque of Hagia Sophia – ล่องเรือ –  เมืองหลวงอังการ่า

02:30 น.    เดินทางถึง ท่าอากาศยาน นานาชาติอิหม่ามโคไมนี ประเทศอิหร่าน (แวะเปลี่ยนเครื่อง 3.10 ชม. เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 3.30 ชม.)

06:50 น.    ออกเดินทางต่อสู่ เมือง อิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยสายการบิน MAHAN AIR เที่ยวบินที่ W5112  (ใช้เวลาบิน 3.15 ชม.)

08:35 น.    เดินทางถึง ท่าอากาศยาน อิสตันบูล ประเทศตุรกี หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 4 ชม.)

นำท่านชม สุเหร่าสีน้ำเงิน (BLUE MOSQUE) หรือ SULTAN  AHMET MOSQUE ถือเป็นสุเหร่าที่มีสถาปัตยกรรมเป็นสุดยอดของ 2 จักรวรรดิ คือ ออตโตมันและไบเซนไทน์ เพราะได้รวบรวมเอาองค์ประกอบจากวิหารเซนต์โซเฟียผนวกกับสถาปัตยกรรมแบบอิสลามดั้งเดิม ถือว่าเป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในตุรกี สามารถจุคนได้เรือนแสน ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 7 ปี ระหว่าง ค.ศ.1609-1616 โดย

ตั้งชื่อตามสุลต่านผู้สร้างซึ่งก็คือ Sultan Ahmed นั้นเอง นำทุกท่านสู่ จัตุรัสสุลต่านอะห์เมตหรือฮิปโปโดรม (HIPPODROME) สนามแข่งม้าของชาวโรมัน จุดศูนย์กลางแห่งการท่องเที่ยวเมืองเก่า สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิ เซปติมิอุสเซเวรุสเพื่อใช้เป็นที่แสดงกิจกรรมต่างๆของชาวเมือง ต่อมาในสมัยของจักรพรรดิคอนสแตนตินฮิปโปโดรมได้รับการขยายให้กว้างขึ้นตรงกลางเป็นที่ตั้งแสดงประติมากรรมต่าง ๆซึ่งส่วนใหญ่เป็นศิลปะในยุคกรีกโบราณในสมัยออตโตมันสถานที่แห่งนี้ใช้เป็นที่จัดงานพิธีแต่ในปัจจุบันเหลือเพียงพื้นที่ลานด้านหน้ามัสยิดสุลต่านอะห์เมตซึ่งเป็นที่ตั้งของเสาโอเบลิกส์3 ต้น คือเสาที่สร้างในอียิปต์เพื่อถวายแก่ฟาโรห์ทุตโมซิสที่ 3 ถูกนำกลับมาไว้ที่อิสตันบูลเสาต้นที่สอง คือ เสางู และเสาต้นที่สาม คือเสาคอนสแตนตินที่ 7

จากนั้นนำท่านชมและถ่ายรูป สุเหร่าเซนต์โซเฟีย Mosque of Hagia Sophia หรือชื่อในปัจจุบัน คือ พิพิธภัณฑ์ฮายาโซฟีอา หรือฮาเจียโซเฟีย Hagia Sophia Museum เดิมเคยเป็นโบสถ์ของคริสต์ศาสนา นิกายออร์โธดอกส์ ต่อมาถูกเปลี่ยนเป็นสุเหร่า และในปัจจุบันได้กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ สุเหร่าเซนต์โซเฟียถือเป็นสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง และมักถูกจัดให้อยู่ในรายการ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ซึ่งจุดเด่นอยู่ที่ยอดโดมขนาดมหึมากลางวิหาร และนับเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของสถาปัตยกรรมแบบไบแซนไทน์

นำท่านเดินทางสู่ ย่านช้อปปิ้ง Candy Shop และ ตลาดสไปซ์ Spice Market หรือตลาดเครื่องเทศ ท่านสามารถเลือกซื้อของฝากคุณภาพดีได้ในราคาย่อมเยาไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ ชา กาแฟ ผลไม้อบแห้ง หรือเตอกิสดีไลท์ สินค้าอันเลื่องชื่อของตุรกีซึ่งมีให้เลือกซื้อมากมาย และร้านอาหาร อิสระให้ท่านรับประทานอาหารตามอัธยาศัย  จากนั้นนำท่าน  ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งเป็นช่องแคบที่เชื่อมทะเลดำ The Black Sea เข้ากับทะเลมาร์มาร่า Sea of Marmara โดยมีความยาวประมาณ 32 กิโลเมตร ความกว้างเริ่มตั้งแต่ 500 เมตร จนถึง 3 กิโลเมตร ถือว่าช่องแคบนี้เป็นจุดพบกันของสุดขอบทวีปยุโรปและสุดขอบทวีปเอเชีย ซึ่งนอกจากความสวยงามแล้ว ช่องแคบบอส  ฟอรัสยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งในการป้องกันประเทศตุรกีอีกด้วย ขณะที่ล่องเรือท่านจะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ข้างทางไม่ว่าจะเป็นพระราชวังโดลมาบาเชหรือบ้านเรือนสไตล์ยุโรปของบรรดาเศรษฐีทั้งหลาย ซึ่งล้วนแล้วแต่สวยงามตระการตาทั้งสิ้น

ได้เวลานำท่านออกเดินทางสู่ เมืองอังการ่า เป็นเมืองหลวงของประเทศตุรกีและเป็นเมืองหลวงของจังหวัดอังการ่า เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากอิสตันบูล อังการาตั้งอยู่บริเวณกลางคาบสมุทรอานาโตเลีย จึงเป็นเมืองที่มีความสำคัญทั้งทางธุรกิจและอุตสาหกรรม เป็นศูนย์กลางของรัฐบาลตุรกี และเป็นที่ตั้งของสถานทูตประเทศต่าง ๆ อังการายังเป็นศูนย์กลางของทางหลวงและเส้นทางรถไฟทำให้เป็นศูนย์กลางของการค้าขาย สินค้าที่มีชื่อเสียงของเมืองคือผลิตภัณฑ์จากขนโมแฮร์ที่ได้จากแพะอังโกรา ขนอังโกราที่ได้จากกระต่ายอังโกรา แมวอังโกรา ลูกแพร์ น้ำผึ้ง และองุ่นท้องถิ่น (เวลาเดินทางประมาณ 4.30 ชม.)

ค่ำ              เดินทางถึง นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก บริการอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

ที่พัก          KAHYA HOTEL ANKARA หรือเทียบเท่า

 

 

วันที่สาม      อังการ่า – ทะเลเกลือ Lake Tuz – คัปปาโดเกีย – นครใต้ดิน –  Goreme โชว์ระบำหน้าท้อง

เช้า             บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของที่พัก

08.00 น.    นำท่านเดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย Cappadocia ชมดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ ซึ่งในอดีตกาลมีกระแสลาวาภูเขาไฟที่ไหลออกมาปกคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง แล้วทับถมเป็นเวลาหลายล้านปี และด้วยการกระทำของธรรมชาติ โดยการกัดเซาะของพายุลม ฝน หิมะ และ กาลเวลา ได้ปรุงแต่งดินแดนคัปปาโดเกียออกมาได้อย่างงดงาม แปลกตา และน่าอัศจรรย์ด้วยภูมิลักษณ์ต่างๆ เปรียบดังสวรรค์บนดินจนได้ชื่อว่า ดินแดนแห่งเทพนิยาย หรือดินแดนแห่งปล่องนางฟ้า Fairy Chimney คัปปาโดเกียยังได้รับการแต่งตั้งจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกีอีกด้วย ระหว่างทางแวะชม ทะเลสาบเกลือ (Lake Tuz) เป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศตุรกี และเป็นหนึ่งในทะเลสาบน้ำเค็มที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในภาคกลางของอนาโตเลีย ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอังการา Lake Tuz กลายเป็นฮอตสปอตสำหรับนักท่องเที่ยว

เที่ยง            บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

เมืองคัปปาโดเกียมี นครใต้ดิน Underground City อยู่หลายแห่ง เกิดจากการขุดเจาะพื้นดินลงไป เพื่อใช้เป็นที่หลบซ่อนของชาวเมืองจากการรุกรานของข้าศึกในสมัยทำสงคราม ซึ่งนครใต้ดินที่ขึ้นชื่อและมีนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมเยียนเยอะที่สุด คงหนีไม่พ้น นครใต้ดิน เมืองไคมักลี Underground City Derinkuyu or Kaymakli ที่มีความลึกถึง 11 ชั้น (ลึกที่สุดที่ 85 เมตร) พร้อมทั้งยังมีระบบระบายอากาศ และมีสภาพวิถีชีวิตความเป็นอยู่ใต้ดินพร้อมสรรพ ซึ่งนครใต้ดินนับเป็นสิ่ง  มหัศจรรย์ที่สร้างจากฝีมือมนุษย์อย่างหนึ่งก็ว่าได้  จุดแรกนำท่านชม  นครใต้ดิน Underground City ซึ่งมีอยู่หลายแห่ง เกิดจากการขุดเจาะพื้นดินลงไป เพื่อใช้เป็นที่หลบซ่อนของชาวเมืองจากการรุกรานของข้าศึกในสมัยทำสงคราม ซึ่งนครใต้ดินที่ขึ้นชื่อและมีนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมเยียนเยอะที่สุด คงหนีไม่พ้น นครใต้ดิน เมืองไคมักลี Underground City Derinkuyu or Kaymakli ที่มีความลึกถึง 11 ชั้น (ลึกที่สุดที่ 85 เมตร) พร้อมทั้งยังมีระบบระบายอากาศ และมีสภาพวิถีชีวิตความเป็นอยู่ใต้ดินพร้อมสรรพ ซึ่งนครใต้ดินนับเป็นสิ่ง  มหัศจรรย์ที่สร้างจากฝีมือมนุษย์อย่างหนึ่งก็ว่าได้

นำท่านเดินทางสู่ เมืองเกอเรเม่ Goreme นำท่านชม พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเมืองเกอเรเม Goreme Open Air Museum ที่เป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง  ค.ศ. ที่ 9 เกิดจากความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนา โดยการขุดถ้ำเป็นจำนว  นมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์อีกด้วย อิสระเที่ยวชม และถ่ายรูปตามเหล่าอาคารบ้านเรือนของชาวเมืองคัปปาโดเกีย ที่เกิดจากการขุด เข้าไปในหินภูเขาไฟ และใช้เป็นที่อยู่อาศัย รวมถึงใช้เป็นศาสนสถานต่างๆ นำชม โรงงานทอพรม Carpet Factory และ โรงงานเซรามิค Pottery at Avanos Village สินค้าคุณภาพดี และขึ้นชื่อของประเทศตุรกี ให้เวลาท่านเลือกซื้อตามอัธยาศัย

 

ค่ำ              บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พิเศษ! นำท่านชมโชว์ระบำหน้าท้อง สไตล์พื้นเมือง ประเทศตุรกี

ที่พัก         UCHISAR KAYA CAVE HOTEL CAPPADOCIA โรงแรมสไตล์ถ้ำ หรือเทียบเท่า **กรณี โรงแรมเต็ม เราจะเปลี่ยนไปพักโรงแรมอื่นที่มาตรฐาน  4-5 ดาว หรือระดับเดียวกัน**เทียบเท่า

 

 

วันที่สี่              คัปปาโดเกีย – ขึ้นบอลลูน – คอนย่า – คาราวานสไรน์ – ปามุคคาเล่

เช้า             บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม  (สำหรับท่านที่เดินทางขึ้นบอลลูนกลับมารับประทานอาหารเช้า) โปรแกรมเสริมพิเศษ….ขึ้นบอลลูน (จะไม่รวมอยู่ในค่าทัวร์)

สำหรับท่านใดที่สนใจขึ้นบอลลูนชมความงามของเมืองคัปปาโดเกีย จะต้องออกจากโรงแรม เวลา 05.00 น. ชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเกียในอีกมุมหนึ่งที่หาชมได้ยาก ใช้เวลาอยู่บอลลูนประมาณ 1 ชั่วโมง (ค่าขึ้นบอลลูนไม่ได้รวมอยู่ในค่าทัวร์ ราคาประมาณ USD 240 ต่อ 1 ท่าน) **ประกันภัยที่ทำจากเมืองไทย ไม่ครอบคลุมการขึ้นบอลลูน และเครื่องร่อนทุกประเภทกิจกรรมนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของท่าน*****จะมีรถรับ ส่ง จากบริษัทบอลลูน มารับแต่เช้าตรู่ ประมาณ 05.00 น. (ตีห้า)

หรือท่านสนใจเช่า นั่งรถเปิดประทุน Vintage car  นั่งได้ 4 ท่าน ชมการปล่อยบอลลูน และนำถ่ายรูปจุด Checkin ทั่วเมืองคัปปาโดเกีย

นําท่านเดินทางสู่ เมืองคอนย่า Konya อดีตเมืองหลวงของอาณาจักร เซลจูค ในช่วงปี ค.ศ. 1071 – 1308 รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่สําคัญของภูมิภาคแถบนี้ ท่านจะได้เพลิดเพลินกับ ทัศนียภาพที่งดงามตามธรรมชาติตลอดสองฝั่งทาง ของภูมิภาคตอนกลางของตุรกี ท่านจะได้ชมวิถีชีวิตตามชนบทและทัศนียภาพที่สวยงามของทุ่งหญ้าสลับกับภูเขา

เที่ยง            บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่ายๆ            นําท่านแวะชม คาราวานสไรน์ caravamserao ที่พักแรมและที่แลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างทางของชาวเติร์ก    ในสมัยออตโตมัน คาราวานสไรน์ มักมีประตูสูงกว่าตัวอาคารมากเพื่อให้คณะเดินทางแลเห็นได้แต่ไกล มีขนาดกว้างใหญ่เพื่อรองรับกองคาราวานซึ่งประกอบด้วยพ่อค้า สัมภาระ และฝูงสัตว์พาหนะจำนวนมาก ภายในมีห้องพักและคอกสัตว์ และมีบริการต่างๆ ที่จำเป็นต่อนักเดินทาง โดยผู้เข้าพักไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพราะคาราวานสไรน์ รายสร้างโดยสุลต่านและชนชั้นสูงเป็นทานให้แก่ประชาชน ค่าใช้จ่ายทั้งหมดทางการเป็นผู้รับผิดชอบ ขอเพียงคำภาวนาให้แก่ผู้สร้าง

นําท่านเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล่ Pamukkale เมืองที่มีน้ำพุเกลือแร่ร้อนไหลทะลุขึ้นมาจากใต้ดินผ่านซากปรักหักพังของเมืองเก่าแก่สมัยกรีกก่อนที่ไหลลงสู่หน้าผาผลจากการไหลของน้ำพุเกลือแร่ร้อนนี้ได้ก่อให้เกิดทัศนียภาพของน้ำตกสีขาวเป็นชั้นๆ หลายชั้น และผลจากการแข็งตัวของแคลเซียมทำให้เกิดเป็นแก่งหินสีขาวราวหิมะขวางทางน้ำเป็นทางยาว ซึ่งมีความงดงามมาก เรียกปรากฎการณ์นี้ว่า ปราสาทปุยฝ้าย

 

ค่ำ                    บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

 

ที่พัก                 TRIPOLIS  HOTEL 4* หรือเทียบเท่า

 

วันที่ห้า           ปามุคคาเล่ – เอฟฟิซุส – คูซาดาซึ – อีสเมียร์

เช้า                   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชม ปราสาทปุยฝ้าย เมืองแห่งน้ำพุเกลือแร่ร้อนที่ซึ่งในอดีตกาลชาวโรมันเชื่อว่า น้ำพุร้อนดังกล่าวรักษาโรคได้ จึงได้สร้าง เมืองฮีเยราโพลิส Hierapolis ล้อมรอบ ท่านจะได้สัมผัสเมืองโบราณอีกแห่งหนึ่งซึ่งสร้างขึ้นในสมัยโรมัน

เที่ยง                 บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นําท่านแวะ โรงงานเครื่องหนัง ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังของประเทศตุรกี นําท่านเดินทางสู่ เมืองเอฟฟิซุส City of  Ephesus เมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีเมืองหนึ่งเคยเป็นที่อยู่ของชาวโยนก จากกรีก ซึ่งอพยพเข้ามาปักหลักสร้างเมือง ซึ่งรุ่งเรืองขึ้นในศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตกาล ต่อมาถูกรุกรานเข้ายึดครอง

โดยพวกเปอร์เซียและกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราชภายหลังเมื่อโรมันเข้าครอบครองก็ได้สถาปนา เอฟฟิซุส ขึ้นเป็นเมืองหลวงต่างจังหวัดของโรมัน นำท่านเดินบนถนนหินอ่อนผ่านใจกลางเมืองเก่าที่สองข้างทางเต็มไปด้วยซากสิ่งก่อสร้างเมื่อสมัย 2,000 ปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรงละครกลางแจ้งที่สามารถจุผู้ชมได้กว่า 30,000 คน ซึ่งยังคงใช้งานได้จนถึงปัจจุบันนี้ นำท่านชม ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ Roman Bath ที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องอบไอน้ำให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้ ห้องสมุดโบราณที่มีวิธีการเก็บรักษาหนังสือไว้ได้เป็นอย่างดีทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นศิลปะแบบ เฮเลนนิสติคที่มี  ความอ่อนหวานและฝีมือปราณีต จากนั้นนำท่านเข้าชม บ้านของพระแม่มารี House of  Virgin Mary ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารีอาศัยอยู่ และสิ้นพระชนม์ในบ้านหลังนี้

ค่ำ                    บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

ที่พัก                 ARMIS IZMIR HOTEL 4* หรือเทียบเท่า

 

 

วันที่หก           อีสเมียร์ – เปอร์กามัม – ชานัคคาเล่ อิสตันบูล

เช้า                   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองเปอร์กามัม Pergamum ชมความสวยงามของ วิหารอะโครโปลิส Acropolis ซึ่งถูกกล่าวขวัญว่าเป็นประหนึ่งดินแดนในเทพนิยายซึ่งสิ่งก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงคือ โรงละครที่ชันที่สุดในโลก ซึ่งจุผู้ชมได้ถึง 10,000 คน

เที่ยง                 บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย                  นำท่านเดินทางสู่ เมืองชานัคคาเล่ Canakkale ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลมาร์มาร่า ตัดกับทะเลอีเจียนซึ่งเป็นที่ตั้งกรุงทรอย นำท่านถ่ายรูปคู่กับม้าไม้จำลองแห่งทรอย สร้างขึ้นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่หลงใหลในมหากาพย์อีเลียด(Hollywood of Troy) ม้าไม้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดจากมหากาพย์ภาพยนตร์เรื่องทรอย (Troy) เป็นหนึ่งในอาวุธยุทโธปกรณ์อันชาญฉลาดในสมัยนั้นที่ชาวกรีกใช้อุบายส่งม้าไม้ให้เมืองทรอยเพื่อเป็นของกำนัลแต่ได้แอบบรรจุคนมาในม้าไม้เพื่อเข้ามาเปิดประตูเมืองทรอย ทำให้ทหารเข้าเมืองจนทำให้เมืองทรอยล่มสลาย ซึ่งเปรียดเสมือนสัญลักษณ์อันชาญฉลาด้านกลการศึกของนักรบโบราณ

จากนั้นนำท่านสู่ เมืองทรอย Ancient Troy เมืองที่มีชื่อเสียงมาแต่ในอดีต ถูกสร้างขึ้นมาประมาณ 4,000 ปีมาแล้ว ชม ม้าไม้จำลองแห่งเมืองทรอย Wooden Horse of Troy ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์อันชาญ ฉลาดด้านกลศึกของนักรบโบราณ โดยเป็นสาเหตุทำให้กรุงทรอยแตก สู่เมืองTroy  ตำนาน เรื่องราวของ ‘สงครามกรุงทรอย’ (Trojan War) หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘สงครามม้าไม้’ นั้น เป็นการสู้รบกันระหว่างกองทัพของชาวกรีกและกองทัพของชาวทรอยหรือชาวโทรจัน ชนวนเหตุของสงครามเกิดจากการที่ ‘เจ้าชายปารีส’ แห่งทรอย ได้ไปลักพาตัว ‘เจ้าหญิงเฮเลน’ ซึ่งเป็นชายาของ ‘พระเจ้าเมเนลาอุส’ กษัตริย์นครสปาร์ตาแห่งกรีก ซึ่งถือเป็นการหยามเกียรติและศักดิ์ศรีของ ‘พระเจ้าเมเนลาอุส’ เป็นอย่างมาก จึงได้เกิดสงครามแย่งชิงตัว ‘เจ้าหญิงเฮเลน’ ขึ้น มีการสู้รบกันเป็นเวลานานถึง 10 ปี ในที่สุดกองทัพกรีกก็ได้คิดแผนการที่จะตีกรุงทรอย โดยการออกอุบายสร้างม้าไม้จำลอง หรือที่เรียกกันว่า ‘ม้าไม้เมืองทรอย’ ม้าไม้ขนาดใหญ่ยักษ์แต่ข้างในกลวงเพื่อที่จะได้ซ่อนทหารกรีกเอาไว้ภายในได้ แล้วมอบให้กับกรุงทรอยเสมือนเป็นของขวัญและเป็นนัยว่ากองทัพกรีกยอมแพ้ต่อกองทัพของชาวทรอยอย่างราบคาบและเมื่อชาวทรอยได้นำม้าไม้โทรจันเข้ามายังเมือง ตกดึกทหารกรีกที่ซ่อนตัวอยู่ในม้าโทรจันก็แอบออกมา และเปิดประตูเมืองให้กองทัพกรีกที่ซุ่มอยู่ด้านนอกเข้ามาข้างใน จนสุดท้ายกองทัพกรีกก็สามารถยึดเมืองทรอยได้อย่างง่ายดาย มิหนำซ้ำยังเผาทำลายเมืองทั้งเมืองทิ้งอีกด้วย

ได้เวลา นำท่านเดินทางสู่ เมืองอิสตันบูล Istanbul

ค่ำ             ระหว่างทางแวะรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

ที่พัก        TRYP BY WYNDHAM HOTEL 5* หรือเทียบเท่า

 

 

 

วันที่เจ็ด           อิสตันบูล – ประเทศไทย

เช้า          บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

 

ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานใหม่ เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี

 

12:15 น.    ออกเดินทางสู่ ประเทศไทย สายการบิน Mahan Airlines เที่ยวบินที่ W5 5117 (ใช้เวลาบิน 3 ชม.)

 

16:45 น.    เดินทางถึง ท่าอากาศยาน นานาชาติอิหม่ามโคไมนี ประเทศอิหร่าน (แวะเปลี่ยนเครื่อง 5 ชม. เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 3.30 ชม.)

 

22:10 น.    ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ ประเทศไทย สายการบิน Mahan Airlines เที่ยวบินที่ W5 5051 (ใช้เวลาบิน 6.30 ชม.)

 

วันที่แปด          สนามบินสุวรรณภูมิ – ประเทศไทย

07:25  น.  เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพพร้อมด้วยความประทับใจ

 

 

ทัวร์ตุรกี