IND-SG-T004

ทัวร์อินเดีย KASHMIR WINTER 6D4N (SG)

ราคาเริ่มต้น 39,900 ฿ ดาวน์โหลด PDF จองทัวร์

สายการบิน: SG

“แคชเมียร์” ถือว่าเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่เหมาะกับการพักผ่อน ชมธรรมชาติที่สวยงาม มาดูหิมะ มาดูทุ่งดอกไม้ และสัมผัสอัธยาศัยไมตรีของผู้คนที่นี่…มาสัมผัสความสวยงามของฤดูหนาว ที่เกิดขึ้นใน “แคชเมียร์

วันที่เดินทาง

29 ธ.ค. 65 – 02 ม.ค. 66, 10 ธ.ค. 65 – 15 ธ.ค. 65

ทัวร์อินเดีย

 

วันที่ 1              กรุงเทพฯ  เดลลี (ประเทศอินเดีย) – พาฮาลแกม 

00.30 น.      คณะพร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4  ประตู 3 เคาท์เตอร์ สายการบิน SPICEJET (SG) โดยเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้ความสะดวกแก่ท่าน

กระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน

  • กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นเครื่องบิน
  • วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้าเป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งโดยจะอนุญาตให้ไม่เกิน10ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน100

(แนะนำให้โหลดของที่ไม่จำเป็นลงใต้ท้องเครื่อง เพราะเจ้าหน้าที่อินเดียตรวจค่อนข้างละเอียด เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา แนะนำให้ถือเฉพาะกระเป๋าถือขนาดเล็กและของมีค่าขึ้นเครื่องเท่านั้น)

03.45 น.      Qเหินฟ้า สู่เมืองเดลลี (New Delhi) ประเทศอินเดีย (India) โดยสายการบิน SPICEJET (SG) เที่ยวบินที่ SG 741 **หมายเหตุ** สายการบิน SPICEJET ไม่มีบริการอาหาร

þเวลาที่อินเดียช้ากว่าประเทศไทย 1.30 ชั่วโมงþ

06.20 น.      เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธีร์ เมืองเดลลี(New Delhi) ตามเวลาท้องถิ่นผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับสัมภาระออกเดินทางเข้าสู่อาคารผู้โดยสารภายในประเทศเพื่อ   ต่อเครื่องเข้าสู่เมืองศรีนาคา (แคชเมียร์ ) นำท่านเช็คอิน เพื่อเดินทางสู่แคชเมียร์

09.25 น.                Qเหินฟ้าสู่ เมืองศรีนาคา (Srinagar) โดยสายการบิน SPICEJET (SG) เที่ยวบินที่ SG8963 (เครื่องบินแวะจอดเมืองจามูไม่ต้องลงจากเครื่อง)

11.00 น.      ถึงสนามบิน ท่าอากาศยานศรีนาการ์ Srinagar International Airport ในศรีนาการ์ เมืองหลวงของรัฐแคชเมียร์ ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและพร้อมรับสัมภาระแล้ว

นำท่านเข้าเดินทางสู่ “แคชเมียร์” ดินแดนสวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชีย เมืองหลวง “ศรีนาคาร์” Srinagarแคชเมียร์” เป็นรัฐที่สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดปี เนื่องจากมีอากาศเย็นสบาย แม้กระทั่งในช่วงฤดูร้อนก็จะมีอุณหภูมิโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 20 องศาเซลเซียสเท่านั้น ด้วยอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปีบวกกับธรรมชาติที่สวยงามในทุกฤดูทำให้ใครหลายคนทั้งชาวอินเดียและนักท่องเที่ยวต่างก็อยากหลบร้อนมารับลมเย็นๆ ที่นี่จนเมืองศรีนาการ์ได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองสำหรับการพักผ่อนในช่วงฤดูร้อนของประเทศอินเดีย

เที่ยง                     บริการอาหารกลางวัน  ณ ภัตตาคาร (ศรีนาคา)

จากนั้น         vออกเดินทางจาก “ศรีนาคา” สู่ หมู่บ้านพาฮาลแกม (Pahalgam)  อยู่ห่างจากศรีนาการ์ออกไปอีก 90 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง เป็นสถานที่ที่ภาพยนตร์นิยมมาถ่ายทำกันที่นี่ ได้รับการขนานนามว่าเป็นเหมือน “สวิตเซอร์แลนด์”พาฮาลแกมหรือหุบเขาแกะเป็นหุบเขาที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 2,130 เมตร มีภูมิประเทศเป็นทุ่งหญ้า ป่าสน และทุ่งดอกไม้ที่มีฉากหลังเป็นเทือกเขาหิมาลัย ในช่วงฤดูหนาวจะมีแต่หิมะปกคลุม อากาศหนาวเย็น น้ำในลำธารเย็นเฉียบ แม่น้ำสายย่อยๆจะบรรจบรวมกันเป็น “แม่น้ำลิดดาร์” (Liddar) เป็นแม่น้ำสายสำคัญในพาฮาลแกม นอกจากนี้ยังมีร้านค้าต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านขาย เสื้อผ้าและสินค้าต่างๆโดยเฉพาะ หญ้าฝรั่น (Saffron) มีสรรพคุณลดโคเลสเตอรอลในร่างกาย มีขายอยู่ทั่วไปทั่วทั้งแคชเมียร์แต่ที่พาฮาลแกมคือแหล่งปลูกหญ้าฝรั่นที่ใหญ่ที่สุดอันปกคลุมไปด้วยหิมะตลอดปี

ระหว่างทางชมแวะจอดรถถ่ายรูปกับวิวทิวทัศน์ที่งดงามสุดที่ จนหยุดกดชัตเตอร์ไม่ได้เลยทีเดียว.. …และสองข้างทางท่านจะผ่านพบวิถีชีวิตของชาวแคชเมียร์ที่หลากหลาย เช่นหมู่บ้านที่ทำ ครกหิน หมู่บ้านที่ทำไม้แบดสำหรับกีฬาคลิกเก็ต ที่เราจะพบเห็นชาวแคชเมียร์เล่นกีฬาประเภทนี้ได้ตามสนามทั่วไปไม้แบดนี้ทำมาจากต้นหลิว (Willow Tree) ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปทั้งในและนอกเมือง แต่จะพบเห็นได้มาก นอกจากนี้ จะได้เห็นทุ่งโล่งๆ ซึ่งในฤดูใบไม้ร่วงประมาณเดือนตุลาคม ท้องทุ่งแห่งนี้เป็นแหล่งปลูกหญ้าฝรั่น หรือSaffron ที่ใหญ่ที่สุด ลักษณะดอกจะเป็นสีม่วง ว่ากันว่าเกสรของหญ้า ฝรั่นมีสรรพคุณในการช่วยลดคลอเรสเตอรอลได้ดีตลอดสองข้างทางชมทิวทัศน์ที่สวยงาม

บ่าย             อิสระชมเมืองพาฮาลแกม (Pahalgam) ที่นี่ คือ ดินแดนสรวงสวรรค์ของแคชเมียร์ นักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศต่างยกย่องให้ ดินแดนแห่งนี้เป็นสถานที่ที่สวยที่สุดในโลก ซึ่งหากคุณยังไม่เชื่อก็ต้องมาพิสูจน์ด้วยตัวเองเท่านั้น……คำว่า พาฮาลแกม หมายถึง หมู่บ้านของคนเลี้ยงแกะ (Village of Shepherds) หรือ หุบเขาแกะ และด้วยทัศนียภาพอันงดงามจนน่าทึ่งของพาฮาลแกม….ดินแดนแห่งนี้ได้รับความสนใจจากนักสร้างภาพยนตร์ จนกลายเป็นสถานที่มีชื่อเสียง ที่สุดของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของอินเดีย หรือเลือกเดินเล่นซื้อสินค้าพื้นเมืองไม่ว่าจะเป็นผ้าพัชมีน่า เปเปอร์มาเช่  ชุดพื้นเมือง  เครื่องประดับฯลฯ อิสระตามอัธยาศัย นัดเวลาทานอาหารเย็น

….ที่นี่ คือ ดินแดนสรวงสวรรค์ของแคชเมียร์นักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศต่างยกย่องให้ ดินแดนแห่งนี้เป็นสถานที่ที่สวยที่สุดในโลก ซึ่งหากคุณยังไม่เชื่อก็ต้องมาพิสูจน์ด้วยตัวเองเท่านั้น….

 

ค่ำ           äบริการอาหารเย็น ณ โรงแรม

ที่พักโรงแรม HOTEL GREEN HEIGHTS หรือเทียบเท่า

 

วันที่ 2                พาฮาลแกม – หุบกุลมาร์ค – ศรีนาคา   

07.00 น.      äบริการอาหารเช้า ณ โรงแรม

08.00 น.      ออกเดินทางสู่ กุลมาร์ค (Gulmarg) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3-4 ชั่วโมง กุลมาร์ค(Gulmarg) สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในแคชเมียร์ ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก

เป็นภูเขาที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในแคชเมียร์  “กุลมาร์ค” เดิมเรียกเการิมาร์ค ตั้งโดยสุลต่าน ยูซุปชาร์ ในศตวรรษที่ 16 เนื่องจากที่นี่เป็นทุ่งหญ้าที่เต็มไปด้วยดอกไม้ป่าตามฤดูกาล และในปัจจุบันยังเป็นสถานที่ตั้งของสนามกอล์ฟ 18 หลุมที่สูงที่สุดในโลก (3,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล) และมีสถานที่เล่นสกีในฤดูหนาวด้วย ตลอดเส้นทางสู่กุลมาร์คจะผ่านทุ่งนาข้าว หมู่บ้านชาวพื้นเมือง ฝูงแกะตามภูเขา และเทือกเขาหิมะสลับซับซ้อนสวยงาม ชาวแคชเมียร์กล่าวขานว่าทุ่งหญ้าแห่งดอกไม้ เป็นเส้นทางที่มุ่งสู่ชายแดนปากีสถาน กุลมาร์คเป็นแหล่งท่องเที่ยวในฤดูหนาว มีระดับความสูง 2,730 เมตร จากระดับน้ำทะเล   ในช่วงฤดูร้อนที่นี่จะเป็นที่ตั้งของสนามกอล์ฟที่สูงที่สุดในโลก โดยรอบท่านจะได้พบเห็นกระท่อมรูปทรงแบบในเทพนิยาย และมีป่าสนเป็นฉากหลัง  ที่นี่ยังสถานเป็นที่ถ่ายทำภาพยนตร์อีกด้วย……

เที่ยง            äบริการอาหารกลางวัน  ณ โรงแรม

13.00 น       ไฮไลท์ของกิจกรรมและการท่องเที่ยวที่กุลมาร์ค นำท่านขึ้นเคเบิลคาร์เฟส 1 (กระเช้าลอยฟ้าหรือกอนโดลา) ขึ้นกระเช้ากอนโดล่าเป็นเคเบิลคาร์ไปเฟส1 ระหว่างทางท่านจะได้เห็นวิวของหิมะที่สวยงามพบเห็นหมู่บ้านยิปซี  และหมู่บ้านของคนท้องถิ่น มองลงไปข้างล่างต้นสนระหว่างทางและหิมะที่สวยงามมาก เห็นวิวทิวเขาของเทือกเขาหิมาลัยเมื่อถึงสถานีลงจากกระเช้าแล้ว ท่านจะพบลานหิมะขนาดใหญ่…อิสระให้ท่าน ถ่ายภาพคู่กับภูเขาหิมะ สวยงามรอบทิศทาง หากฟ้าเปิดสามารถมองเห็นยอดเขา K2 ที่สูงเป็นอันดับสองรองจากยอดเขาเเวอร์เรส….ถ่ายรูป และเล่นกิจกรรมต่างๆในบริเวณนี้…สนุกสนานกับกิจกรรมนั่งเลื่อนหิมะหรือสกีได้

รายการเสริม…สำหรับบางท่านต้องการไปอีกจุดชมวิวท่านสามารถขึ้นกระเช้าไปยัง เฟสที่K2 ได้ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ และความปลอดภัยเป็นสำคัญ เฟสที่K2ไม่เหมาะสำหรับท่านที่มีสุขภาพไม่แข็งแรง หรือมีโรคประจำตัวเนื่องจาก K2 จะมีสภาพอากาศที่เบาบางกว่าปกติ

……………   จนถึงเวลานัดหมายนำท่านเดินทางกลับสู่เมืองศรีนาคาตามเส้นทางเดิม……..

นำท่านล่องเรือสิคารา (เรือพายแบบแคชเมียร์) แสงทองยามเย็นที่ทะเลสาบดาลกับเรือชิคารา ชมความงดงามทะเลสาบ ให้ท่านได้ชื่นชมทัศนียภาพของเทือกเขาหิมะที่ล้อมรอบ ชมวิถีชีวิตชาวบ้านริมน้ำ (ใช้เวลาในการล่องเรือประมาณ 1 ชม.) รอบทะเลสาบสัมผัสวิถีชีวิตของผู้คนในทะเลสาบดาล เป็นชีวิตที่คู่กับสายน้ำอันเงียบสงบ ทะเลสาบใสสวยงาม โดยมีเรือเป็นพาหนะสำคัญของการสัญจรในทะเลสาบกว้างใหญ่ ชีวิตของชาวแคชเมียร์จึงดำเนินไปไม่แตกต่างชาวเอเชียอื่น ๆ ที่มีแม่น้ำ ลำคลอง เป็นเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงชีวิต และเพลินเพลินกับการ เลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองของชาวแคชเมียร์ที่นำของมาขายให้ท่านได้เลือกซื้อในราคาตามความสามารถได้เวลาสมควรพายเรือกลับที่พัก …..

ชมโรงงานทำ เปเปอร์มาเช่ ชมกระบวนการทำงานฝีมือของชาวแคชเมียร์ ซึ่งเป็นงานศิลปะทำจากเยื่อกระดาษขึ้นรูปและแป้งที่ถูกปั้นแต่งเป็นผลงานรูปแบบต่างๆภายในโรงงานฝีมือย่านกลางมือศรีนาการ์ ช้อปปิ้ง เปเปอร์มาเช่ ! สารพันไอเดียจากกระดาษ กระปุกใส่ของน่ารัก ลวดลายน่ารักจากแคชเมียร์

เย็น              บริการอาหารเย็น ณ โรงแรมบ้านเรือ

ที่พักโรงแรมเรือ DELUXE HOUSE BOAT

 

 

 

วันที่ 3             ศรีนาคา – โซนามาร์ค – ศรีนาคา   

07.00 น.         บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมบ้านเรือ

08.00 น.      นำท่านเดินทางสู่ โซนามาร์ค (Sonamarg) (ประมาณ 3 ชั่วโมง) อ้อมกอดหิมาลัยที่โซนามาร์คท้องทุ่งแห่งทองคำ Meadow of gold แห่งแคชเมียร์ สูงกว่าระดับน้ำทะเล 2,740 เมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันมีวิวทิวทัศน์อันสวยงาม อยู่บนเส้นทางระหว่างเมืองศรีนาคากับเมืองเลห์ ในบริเวณหุบเขาโซนามาร์กนี้มีธารน้ำแข็งสีขาวบริสุทธิ์ที่ปกคลุมอยู่ตามลาดไหล่เขา อีกทั้งเทือกเขาหิมะที่สะท้อนแสงแดดเป็นประกายสีทอง จึงเป็นที่มาของชื่อ โซนามาร์ค และยังมีเทือกเขาหิมาลัยเป็นฉากหลัง ที่เรียกขานตามท้องถิ่นว่า ทาจิวาส ภูเขาซึ่งปกคลุมไปด้วยหิมะตลอดปี มีแม่น้ำสินธุ ลดเลี้ยวผ่านหุบเขาในอีกฟากของถนน “โซนามาร์ค” เป็นสถานีเริ่มต้นที่จะมุ่งหน้าไปยังลาดัคห์ หรือเป็นรู้จักกันดีในชื่อว่า“ประตูสู่ลาดัคห์” เส้นทางนี้จะเป็นเส้นทางที่มีทิวทัศน์สวยงามตลอดสองข้างทางยังมี“ธารน้ำแข็งกราเซีย” (Thajiwas Glacier) ที่เกิดจากการทับถมของหิมะมายาวนาน ละลายเป็นธารน้ำแข็งตามแนวเขา….ตลอดเส้นทางจึงเป็นเส้นทางที่ให้ขับรถไปถ่ายรูปไป…เลยทีเดียว

เที่ยง           äบริการอาหารกลางวัน แบบปิกนิก   ชมวิวที่กว้างไกลชนิดกล้องเก็บไม่หมด

บ่าย             นำท่านเที่ยว ชม กลาเซียร์น้ำแข็งโซนามาร์ค อิสระเดินชมธรรมชาติสัมผัสอากาศสบายๆ ชมวิวภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะและสองฟากฝั่งถนนที่เต็มไปด้วยธารน้ำแข็ง ถนนบางช่วงต้องตัดผ่านช่องน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่นี่จะมีกิจกรรมแบบแคชเมียร์ให้ท่านได้ลองหาประสบการณ์ (ในช่วงฤดูหนาว ธ.ค. – เม.ย.) ..ได้เวลาพอสมควรเดินทางกลับสู่ศรีนาคา“ศรีนาการ์”ศรีนคร เป็นเมืองหลวงของรัฐทางเหนือสุดของอินเดีย รัฐชัมมูและกัศมีร์ ตั้งอยู่ในหุบเขาแคชเมียร์ บนฝั่งแม่น้ำเฌลัม สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,600 เมตร เป็นหนึ่งในเมืองใหญ่ที่สุดของอินเดียที่ไม่ได้นับถือศาสนาฮินดู โดยมีมุสลิม 97% เมืองมีประชากร 894,940 คน เมืองผลิตพรม ไหม เงิน เครื่องหนัง ภาชนะทองแดง มีการแกะสลักไม้

โปรแกรมแนะนำ …ท่านที่หลงใหลในธรรมชาติ สามารถขี่ม้าชมความงามของกลาเซียร์อย่างไกล้ชิดมากขึ้น หรือ สนุกการนั่งค่าขี่ม้า 600-800 รูปี (ไม่รวมในค่าทัวร์ โปรดสอบถามรายละเอียดจากหัวหน้าทัวร์)

……             ถึงศรีนาคา ….นำท่านเดินทางชม สวนโมกุล (Mughal Gardens) สวนสวรรค์แห่งดอกไม้ ช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน ดอกไม้เมืองหนาวออกดอกชูช่ออย่างสวยงาม สวนโมกุล ได้แบ่งออกเป็นส่วนๆ 3 ส่วน ซึ่งภายในสวนมีการประดับตกแต่งในแบบสไตล์สวนเปอร์เซีย ซึ่งประกอบไปด้วย สระน้ำ ลำธารและแปลงไม้ดอก ชมสวนนิชาท (Nishat) เป็นสวนที่ใหญ่ที่สุด มีต้นเมเปิลอายุกว่า 400 ปี ต้นปอปลาร์ ต้นทิวลิป และดอกไม้นานาชนิดตามฤดูกาล ตั้งอยู่ริมทะเลสาบดาล มีภูเขา Zabarwan ซึ่งตั้งเป็นฉากหลัง ชม สวนชาลิมาร์ (Shalimar Garden) เป็นสวนดอกไม้ที่สร้างขึ้นสมัยราชวงศ์โมกุล ก่อสร้างโดยจักรพรรดิ JEHANGIR เพื่อภรรยา Nur Jehan และเมืองศรีนาคา แคชเมียร์ เป็นที่มีชื่อเสียงในการจัดสวนตามแบบสมัยของราชวงศ์โมกุล เนื่องจากภูมิอากาศเย็นเหมาะสมในการเจริญเติบโตของต้นไม้ ดอกไม้เมืองหนาว จึงกลายเป็นที่ประทับพักผ่อนของกษัตริย์ราชวงศ์โมกุลในอดีต ชมต้นเมเปิลอายุกว่า 400 ปี ต้นปอปลาร์ ดอกทิวลิป และดอกไม้นานาชนิดตามฤดูกาล ต้นไม้ที่มีความสวยงามและโดดเด่น คือต้นชีน่าหรือต้นเมเปิ้ลซึ่งใบของต้นไม้นี้มีสีแดงเพลิงสวยงามและใบจะเปลี่ยนสี

จากนั้น         นำท่านชมโรงงานพรมเปอร์เซีย พรมแคชเมียร์ ฝีมือการทอพรม และ ความวิจิตรของลวดลายพรมเปอร์เชียถือเป็นอันดับหนึ่งในโลก ส่วนอันดับสองคือพรมแคชเมียร์ และเมื่อกล่าวถึงสายการสืบทอดศิลปะการทอพรม พรมแคชเมียร์ ก็คือศิษย์สายตรงของพรมเปอร์เชียนั่นเอง

สมควรแก่เวลานำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรมลอยน้ำ ชื่นชมทัศนียภาพขอเทือกเขาที่ล้อมรอบทะเลสาบเมืองศรีนาคา ได้เวลาอันสมควรนำท่านสู่บ้านเรือในทะเลสาบ ในเมืองศรีนาคา บ้านเรือนี้ถือกำเนิดจากสมัยที่เจ้าผู้ครองแคว้นแคชเมียร์ยังครองอำนาจกับ อังกฤษที่เข้ามาปกครองอินเดีย และไม่อนุญาตให้อังกฤษมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน คนอังกฤษจึงหาทางออกด้วยการสร้างบ้านเรือลอยลำอยู่ในทะเลสาบแทน

ค่ำ               บริการอาหารเย็น ณ โรงแรมบ้านเรือ…

ที่พักโรงแรมเรือ DELUXE HOUSE BOAT

 

 

วันที่ 4                    ศรีนาคา เดลลี – อัครา   

08.00 น.                 บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมบ้านเรือ

09.00 น.      นำท่านชม“มัสยิดจาเมีย” ซึ่งสร้างเป็นครั้งแรกสมัยสุลต่านสิคานเดอร์ และบูรณะต่อมาอีกหลายสมัย เป็นมัสยิดที่สร้างด้วยรูปแบบของสถาปัตยกรรมแบบจีนและเนปาล ด้วยหลังคาทรงสี่เหลี่ยม ภายในมีเสาที่ตัดจากต้นซีดาลทั้งต้นกว่า 300 ต้น ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากสถาปัตยกรรมแบบอินโด – ซาราเซนิก และการก่อสร้างในลักษณะเปอร์เซียโดยมีความคล้ายคลึงกับเจดีย์ทางพุทธศาสนา

กลางวัน       äบริการอาหารกลางวัน ณ แบบกล่อง

11.55 น.     Qเหินฟ้าสู่เมืองเดลลี (New Delhi) โดยสายการบิน SPICEJET (SG) เที่ยวบินที่ SG 8374

13.35 น.     ถึง เมืองเดลลี (New Delhi) หลังตรวจรับกระเป๋าสัมภาระ  “เมืองเดลี” มหานครที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอินเดีย และมีประชากรอาศัยอยู่มากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ มีชื่อเต็มๆ ว่า National Capital Territory of Delhi เป็นเมืองสำคัญมาตั้งแต่เมื่อครั้งโบราณ เคยถูกเลือกให้เป็นราชธานีแห่งแรกตั้งแต่เมื่อราว 100 ปี

                   vเดินทางสู่ เมืองอัคระ (Agra) (ระยะทาง 203 กิโลเมตรเดินทางประมาณ 4 – 5 ชั่วโมง แล้วแต่สภาพการจราจร) อดีตเมืองหลวงของอินเดียในสมัยที่ยังเรียกว่า “ฮินดูสถาน” (Hindustan) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำยมุนา ในรัฐอุตตรประเทศ ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย..นำท่านเข้าสู่ที่พัก อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย

ค่ำ                   äบริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ที่พัก ณ HOTEL Sarovar Premier  หรือเทียบเท่า

 

 

วันที่ 5               อัครา – เดลลี – กรุงเทพฯ   

07.00 น.          บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม

08.00 น.      นำท่านชม ทัชมาฮาล (Taj Mahal) ทัชมาฮาล เมืองอัคราประเทศอินเดีย สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง  สุสานหินอ่อนที่ผู้คนเชื่อว่าเป็นสถาปัตยกรรมแห่งความรักที่สวยที่สุดในโลกสร้างขึ้นโดยสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโมกุลผู้มีรักมั่นคงต่อพระมเหสีของพระองค์ …ทัชมาฮาลถูกพิจารณาให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ในสวนริมฝั่งแม่น้ำยมุนา ในเมืองอาครา ส่วนที่มีชื่อเสียงที่สุด คือ หลุมศพของพระนางมุมตัซ มาฮาล ซึ่งถูกสร้างด้วยหินอ่อนสีขาว ศิลาแลง ประดับลวดลายเครื่องเพชร พลอย หิน โมราและเครื่องประดับจากมิตรประเทศ ได้รับคำรับรองว่าสร้างขึ้นด้วยสัดส่วนที่วิจิตรและงดงามที่สุด กว้างยาวด้านละ 100 เมตร สูง 60 เมตร มีผู้สร้างและออกแบบร่วม 20,000 คน การก่อสร้างกินเวลานานถึง 22 ปี ทัชมาฮาลมีเนื้อที่ประมาณ 42 เอเคอร์ เป็นที่ตั้งของมัสยิด มีหออาซาน (หอสูงสำหรับร้องแจ้งเวลาทำนมาซ) และมีสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ นายช่างที่ออกแบบ ชื่อ อุสตาด ไอซา ถูกประหารชีวิตเพื่อมิให้ไปออกแบบสถาปัตยกรรมใด ๆ ที่สวยกว่าได้

ชมพระราชวังอัคราฟอร์ด (Agra Fort)  เป็นป้อมปราการประจำเมืองซึ่งสร้างเป็นกำแพงหินทรายสีแดง ตั้งตระหง่านสวยงาม ด้วยสถาปัตยกรรมแบบอัครา พระเจ้าอัคบาร์สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1565 และสร้างต่อเติมกันเรื่อยมาจนถึงรุ่นหลานคือ พระเจ้าชาร์เจฮาน กษัตริย์องค์ที่ 5 ของราชวงศ์โมกุล ซึ่งปรับเปลี่ยนจากป้อมปราการทางทหารมาเป็นพระราชวัง มีกำแพงสูงกว่า 20 เมตร และยาว 2.5 กิโลเมตร ภายในอัคราฟอร์ดมีห้องสวยงามที่สร้างด้วยหินอ่อนแกะสลักฝังโดยรอบ โดยเฉพาะห้องมุขแปดเหลี่ยม ซึ่งเป็นห้องที่มีความสำคัญที่สุดภายในพระราชวังแห่งนี้และภายในห้องนี้ท่านจะได้พบกับสถานที่ที่กษัตริย์ชาร์จาฮาถูกลูกชายจับมาขังไว้จนสิ้นพระชนน์ พระองค์ถูกกักขังอยู่ถึง 8 ปี จนกระทั่งสวรรคตในปี ค.ศ. 1666 ตามตำนานกล่าวว่าให้วันสุดท้ายของชีวิตพระองค์ใช้เวลาทั้งวันในการจ้องมองเศษกระจกที่สะท้อนภาพของทัชมาฮาล และสิ้นพระชนม์ด้วยเศษกระจกในกำมือ พระองค์ถูกฝังในทัชมาฮาล เคียงข้างพระมเหสีซึ่งพระองค์ไม่เคยลืม มีบางคนกล่าวว่าสมเด็จพระจักรพรรดิชาห์ชะฮัน มิได้ประสงค์ที่จะถูกฝังร่วมกับประมเหสี แต่พระองค์มีแผนการที่จะสร้างสุสานอีกแห่งด้วยหินอ่อนสีดำ เพื่อเป็นสุสานของพระองค์ แต่ผู้รู้หลายท่านเชื่อว่าพระองค์ประสงค์ที่จะถูกฝังเคียงข้างพระนางมุมตัซ มาฮาล

จากนั้น           นำท่าน ช้อปปิ้งสินค้าหัตถกรรม และงานฝีมือพื้นเมือง อาทิเช่นผ้าไหมอินเดียเครื่องประดับ อัญมณี ไม้จันทร์หอมแกะสลัก ผลิตภัณฑ์จากหินอ่อน ของตกแต่งประดับบ้าน

12.00 น.       บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม

13.00 น.       เดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติอินทิรา คานธี  เมืองเดลลี (ระยะทางประมาณ 203 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 – 5 ชั่วโมง แล้วแต่สภาพการจราจร)

จากนั้น            ทำการเช็คอินเค้าเตอร์สายการบิน SPICEJET (SG) รับตั๋วเครื่องบิน และผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง ***อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย   เพื่อความสะดวกในการเช็คอินและผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง***

21.10 น.      ออกเดินทางสู่กรุงเทพ ฯ โดยสายการบิน SPICEJET (SG) เที่ยวบินที่ SG 740 (ไม่มีบริการอาหารบนเครื่อง )

 

วันที่ 6                กรุงเทพฯ   

02.45 น.      เดินทางถึง…ท่าอากาศสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ……..

 

 

ทัวร์อินเดีย