Maple,Tree,In,Autumn,In,Nami,Island,,South,Korea.

JEJU GOLD PACKAGE 5 NOV -10 DEC 2022

ราคาเริ่มต้น 14,999 ฿ ดาวน์โหลด PDF จองทัวร์

รหัส: KOR-PKG-008 Tag:
สายการบิน:

ไร่ชาเขียวโอซุลล็อค –สวนส้มไร้เมล็ด- วัดซันบัง โพมุนซา – คามิลเลีย ฮิลล์ สวนดอกไม้
ศูนย์น้ำมันสนเข็มแดง – นั่งรถไฟเที่ยว ECOLAND -หมู่บ้านวัฒนธรรมซองอึบ -ภูเขาไฟซองซาน อิลจุลบง – แหลมซอพจีโกจี
วัดชอนวังซา – ศูนย์แสดงชุดเครื่องนอนSESA LIVING – ซุปเปอร์มาร์เก็ต ละลายเงินวอน – ชายหาดอีโฮเทอู
ร้านค้าปลอดภาษี LOTTE DUTY FREE – ช้อปปิ้งในดาวน์ทาวน์

วันที่เดินทาง

5 พ.ย.-10 ธ.ค. 65

จุดนัดพบแรกสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นสนามบินนานาชาติประจำประเทศไทย เวลานัดหมาย : 23:30 เที่ยวบิน : 7C2244
เที่ยวบินออกเดินทางจากสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ เวลา : 02.25-09.55 เที่ยวบิน : 7C2244 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-6ชั่วโมง

พาท่านเดินทางถึงสนามบินเชจูอินเตอร์เนชั่นแนลแอร์พอร์ต หลังจากผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง รับกระเป๋าที่สายพาน ออกมาพบกับผู้นำทัวร์เพื่อทำการยืนยันตัวตนการเข้าร่วมทัวร์ และเตรียมตัวบริเวณจุดนัดพบเพื่อออกเดินทางท่องเที่ยวพร้อมกัน

พาท่านรับประทานเมนูขึ้นชื่อประจำเกาะเชจู Jeon Bok Juk หรือโจ๊กหอยเป๋าฮื้อ (มื้อที่ 1) ที่โด่งดังแบบใครที่มาเที่ยวเชจูต้องลองมาลิ้มรสให้ได้ และที่สำคัญนอกจากความอร่อยของตัวข้าวโจ๊กที่ถูกปรุงเป็นพิเศษแล้ว ยังมีหอยเป๋าฮื้อจากท้องทะเลเกาะเชจู มาเป็นชิ้นพอดีคำแบบน่ารับประทานมากๆ เมนูนี้บอกเลยว่านอกจากอร่อยแล้วยังได้ประโยชน์ เพิ่มกำลังวังชาอีกด้วย

พาท่านเดินทางสู่ ไร่ชาเขียวโอซุลล็อค ขึ้นชื่อที่สุดแห่งเกาะเชจู O’Sulloc ซึ่งจะแบ่งเป็นโซนไร่ชากลางแจ้ง และโซนพิพิธภัณฑ์ที่มีการจัดแสดงเรื่องราวของชา ร้านคาเฟ่ และร้านขายของฝาก ซึ่งท่านสามารถเยี่ยมชมได้ทุกๆโซน เกาะเชจูเป็นดินแดนที่ได้รับของขวัญจากธรรมชาติ ปลูกชาเขียวได้คุณภาพสูง ผสมผสานกับนวัตกรรมสมัยใหม่ จนทำให้ชาที่นี่ส่งออกไปขายทั่วโลก นักท่องเที่ยวทั้งเกาหลีและต่างชาติมักมีจุดมุ่งหมายที่จะมาลิ้มรสความอร่อยของชาที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ถึงแหล่งผลิต โดยเฉพาะไอศรีมชาเขียว เค้กโรล เครื่องดื่มชาเขียวทั้งร้อนและเย็น รับประกันความฟินไปตามๆกัน ส่วนใครที่เน้นการชมวิวถ่ายรูป สวยทุกมุมจนกดชัตเตอร์รัวๆแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นโซนไร่ชา หรือขึ้นไปจุดชมวิวด้านบนสุดของพิพิธภัณฑ์ ก็จะเห็นความยิ่งใหญ่อลังการของไร่ชาที่นี่
จากนั้นพาท่านเยี่ยมชม สวนส้มไร้เมล็ด (Orange Farm) อีกหนึ่งสิ่งโด่งดัง และมีชื่อเสียงไปทั่วโลกคือ ส้ม ที่ปลูกบนเกาะเชจู ด้วยความพิเศษ รสชาติที่อร่อยเป็นเอกลักษณ์ ปลอดสารเคมี และดกมาก ผู้คนที่ผ่านไปผ่านมา ต้องมองเหลียวหลังกันเลยทีเดียว ชาวบ้านบนเกาะเชจูได้ปลูกกันเยอะมากขึ้น หลังจากเป็นที่ต้องการมากขึ้น ทำให้สร้างรายได้ เลี้ยงครอบครัว และเศรษฐกิจบนเกาะที่ดีขึ้น เอกลักษณ์ของส้มบนเกาะเชจู คือไร้เมล็ด รสชาติกลมกล่อม วิตามินซีสูง ปัจจุบันหลายๆสวนส้ม ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปถ่ายรูป และได้ลองชิมส้มสดๆ จากต้น จากสวน ถือเป็นอีกกิจกรรมยอดฮิต เมื่อมาเยือนเกาะเชจู ช่วงฤดูกาลส้มเลยทีเดียว 1ปีมี1ครั้ง คือช่วงหน้าหนาวเท่านั้น
จากนั้นพาท่านแวะเยี่ยมชม และนมัสการพระใหญ่ ณ วัดซันบังโพมุนซา วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนเขาซันบังหันหน้าออกสู่ทะเล ภายในวัดประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่สีทองถือถ้วยโอสถ ผู้คนนิยมมาขอพรเรื่องของสุขภาพ และความร่ำรวยเงินทอง โดยนิยมทำบุญด้วยการถวายข้าวสาร เทียน พร้อมทั้งการหมุนระฆังทองคำรอบฐานองค์พระเพื่อความเป็นศิริมงคลอีกด้วย ซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เลื่อมใสของชาวบ้านบนเกาะเชจูมายาวนาน นอกจากนั้นรูปปั้นพระแม่กวนอิมซึ่งหันหน้าออกสู่ทะเล ยังเป็นอีกหนึ่งศรัทธาของผู้ที่นับถือ นิยมนำน้ำบริสุทธ์มาถวาย เพื่อความอุดมสมบูรณ์ของชีวิต ไม่ใช่แค่ชาวพุทธเท่านั้นที่นิยมมาเยี่ยมชมที่วัดแห่งนี้ เพราะความสงบ และวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม มองเห็นท้องทะเลแบบพาโนราม่า จึงกลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ต้องมาเยือนสักครั้งเมื่อมาเที่ยวเกาะเชจู
จากนั้นพาท่านเยี่ยมชม คามิลเลีย ฮิลล์ สวนดอกไม้แห่งความรักและการพักผ่อน (Camellia Hill The Forest of love and healing) เริ่มจากการปลูกต้นคามิลเลียที่ออกดอกในช่วงฤดูหนาว ด้วยความรักในดอกไม้จึงปรับเปลี่ยนที่นี่เป็นสวนดอกไม้ที่สามารถท่องเที่ยวได้ทั้ง 4 ฤดูกาล ทำให้นักท่องเที่ยวได้ความรู้สึกว่า สถานที่เดียวกันแต่ได้ความแตกต่าง มาเท่าไหร่ก็ไม่มีเบื่อเลยทีเดียว ด้านในมีการแบ่งโซนจัดสรรพื้นที่ได้ดีมาก ไม่ซับซ้อน สามารถเดินเที่ยว ถ่ายรูป สูดอากาศบริสุทธิ์ได้สบาย ๆมาก ฤดูหนาว (Winter Season) ที่แห่งนี้จะเบ่นบานไปด้วยดอกคามิลเลีย หลากหลายสายพันธ์ สีสันสวยๆ สลับเรียงรายกัน พร้อมมุมที่ถ่ายรูปมากมาย ฤดูใบไม้ผลิ (Spring Season) แน่นอนว่าช่วงที่ทุกคนรอคอย Cherry Blossom หรือซากรุกะนั่นเอง ที่นี่ก็มีให้ได้มาชมเช่นกัน ฤดูร้อน (Summer Season) ช่วงนี้สวยไฮไลท์เช่นกัน เป็นช่วงที่ดอกไฮเดรนเยียเบ่งบาน เป็นพุ่มใหญ่ หลากสี เยอะมากจนใครๆต้องมาให้ได้เชียว ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn Season) ไฮไลท์ของฤดูกาลนี้คือ ทุ่งหญ้าสีชมพูพิงค์มูลี่ Pink Muhly เป็นอะไรที่ทุกคนรอคอย 1ปี1ครั้งกับ ต้นหญ้าที่เป็นสีชมพูโดยธรรมชาติ สวย หวาน น่ารักมาก
พร้อมเสริฟด้วยเมนู เทจี ยังนยอม คัลบี้ (มื้อที่ 2) อาหารเกาหลีแบบปิ้งย่างที่มีชื่อเสียงของเกาหลี เป็นการนำเนื้อหมูส่วนซี่โครงมาหมักกับเครื่องปรุงจนเนื้อนุ่ม เสิร์ฟให้ท่านได้ย่างสดๆ ร้อนๆ ร่วมรับประทานด้วยกัน วิธีการทานให้ได้อรรสรส ต้องตัดหมูเป็นชิ้นๆ นำผักสด กระเทียม กิมจิ และเครื่องเคียงต่างๆ มาห่อรวมกัน รับประทานคำโตๆแบบสไตล์คนเกาหลี หรือทานกับข้าวสวยร้อนๆที่เรามีเสิรฟให้ไม่อั้นก็ได้เช่นกัน
ที่พัก Sea & Hotel / Jeju in Hotel / Jeju Nice Hotel หรือเทียบเท่า

รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมที่พัก (มื้อที่ 3) เป็นสไตล์บุฟเฟ่ต์แบบฉบับเกาหลี ให้ท่านเลือกรับประทานในห้องอาหารที่ สะอาด บรรยากาศดี พร้อมออกเดินทางท่องเที่ยวต่อ

จากนั้นพาท่านไปรู้จักกับ สมุนไพรที่มีชื่อเสียงของประเทศเกาหลีใต้ Red Pine Oil หรือ น้ำมันสนเข็มแดง ตามตำหรับยาโบราณสมัยราชวงศ์โชซอน ที่ถูกบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ปัจจุบันได้นำมาสกัดด้วยวิธีที่ทันสมัยดึงสรรพคุณที่ดีที่สุดออกมาในรูปแบบที่ทานได้ง่าย และบำรุงสุขภาพได้ดีที่สุด น้ำมันสนเข็มแดงมีสรรพคุณช่วยในการทำความสะอาดระบบหลอดเลือด เคลียร์หลอดเลือดที่อุดตัน ลดคลอเลสเตอรอล ความดัน เบาหวาน ป้องกันเส้นเลือด ตีบ แตก ตัน อีกทั้งยังช่วยให้การผ่อนคลาย หลับสนิทมากขึ้น ผิวพรรณดูมีสุขภาพดี รับประทานเป็นประจำ ร่างกายแข็งแรงขึ้นตามลำดับ
พาท่านนั่งรถไฟ ECOLAND เที่ยวชมธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ และร่วมกิจกรรมตามสถานีต่างๆ ด้านในถูกสร้างอยู่ท่ามกลางผืนป่าขนาดใหญ่ แบ่งออกเป็นหลายหลากโซน ไม่ว่าจะเป็นทะเลสาป ที่สามารถเดินชมวิวบนสะพานไม้ แต่ละฤดูจะมีดอกไม้ และพันธุ์ไม้ต่างๆออกสลับกันให้ท่านได้มาเชคอินกันได้ตลอดทั้งปีเลย เดือนธ.ค. – ม.ค. ฤดูหนาวจัด หิมะตก และดอกคามิลเลียบาน เดือนก.พ.-เม.ย ทุ่งดอกยูแชกต และมีซากุระบานตอนปลายเดือนมีนา เดือนพ.ค-ก.ค. ชมทิวลิป ดอกไฮเดรนเยีย และลาเวนเดอร์ เดือนส.ค.-ก.ย. ดอกSunpatein บาน ทุ่งหญ้าเขียวชอุ่ม เดือนต.ค.-พ.ย. ทุ่งหญ้าสีชมพูพิงค์มูลลี่ และดอกหญ้าออกแซ

พาท่านรับประทานเมนูท้องถิ่นประจำเกาะเชจู ช้อป-จัก-ปยอ-กุก คือต้มซุปซี่โครงหมู (มื้อที่4)สมัยก่อนเกาะเชจูเลี้ยงหมูแทบจะทุกครัวเรือน ซี่โครงของหมูจะถูกนำมาทำซุป ด้วยนำ้ซุปที่ไม่เหมือนใคร เพราะจะเป็นซุปข้นเหนียวเล็กน้อย เพราะสูตรเฉพาะที่จะใส่ข้าวเมมิลลงไปด้วย จึงมีรสชาติที่เข้มข้น เนื้อหมูจะนุ่ม ร่อนจากกระดูก ละมุนมากๆ เสริฟท่านพร้อมข้าวสวย และเครื่องเคียงตามฤดูกาล

จากนั้นพาท่านเยี่ยมชม หมู่บ้านวัฒนธรรม “ซองอึบ” (SONGEUB FOLK VILLAGE) เป็นหมู่บ้านโบราณอายุมากกว่า 300 ปี ที่ยังมีผู้คนอาศัยอยู่จริง เมื่อไปถึงจะมีชาวบ้านมาต้อนรับและพาเราเดินชมวิถีชีวิตต่างๆ ในหมู่บ้าน พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวของคนที่นี่ให้ฟังแบบสนุกสนาน เราจะได้รู้จักรูปปั้นเทพพระเจ้า ทอลฮารุบัง ที่มีอยู่ทั่วเกาะ บ้านที่สร้างจากก้อนหินทั้งหลัง แหล่งน้ำจืดที่หายากมาก อาชีพหลักของชาวเกาะ ความไม่เท่าเทียมของหญิงชายในอดีต สัตว์เลี้ยงประจำเกาะ ไหหรือโอ่งโบราณที่ได้มีไว้หมักกิมจิ เหมือนที่อื่นๆ และที่พลาดไม่ได้สินค้า Otop ของหมู่บ้านที่มีมาช้านาน เป็นที่เลื่องชื่อว่ามาเกาะเชจูต้องมาชิม และช้อปสักครั้ง นั่นก็คือผลิตภัณฑ์แคลเซียมธรรมชาติจากกระดูกม้า และน้ำหมักเบอร์รี่ป่า แบล็คราสเบอรี่ หรือที่เรียกันว่า Omija (โอมิจา) ถ้าได้ดื่มจะสดชื่นมากๆ
จากนั้นนำท่านชม ภูเขาไฟซองซาน อิลจุลบง (SEONGSAN ILCHULBONG ) หรือที่ถูกขนานนามว่า “Sunrise Peak” มีอายุกว่า 5000 ปี ที่นี่เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุด จึงเป็นสถานที่โด่งดังที่ผู้คนมาขอพรและชมพระอาทิตย์ขึ้น ป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกอยากมาสัมผัส จึงถูกยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ใหม่ทางธรรมชาติ ภูเขาไฟลูกนี้สงบลงเป็นที่เรียบร้อย แต่ทิ้งความสมบูรณ์และสวยงามเอาไว้ โดยรูปทรงที่กลมขนาดใหญ่เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 600 เมตร มีรอยหยักมองแล้วลักษณะเหมือนทรงมงกุฏเลย และเป็นการเชื่อมโยงกับเกาะเชจูแบบธรรมชาติ ด้วยธารลาวา ปัจจุบันจึงสามารถไปเที่ยวจุดนี้ด้วยรถยนต์ และใครที่อยากได้บรรยากาศปากปล่องภูเขาไฟ พร้อมชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ต้องเอาชนะใจตัวเองด้วยการเดินขึ้นไปพิชิตถึงยอดปากปล่อง ความสูงจากระดับน้ำทะเล 182 เมตรเท่านั้น
จากนั้นพาท่านเดินทางสู่แหลมซอฟจีโกจี หนึ่งสถานที่เที่ยวยอดฮิตบนเกาะเชจู ที่มีความสวยงามจนเป็นจุดที่ซีรีย์เกาหลีนิยมมาถ่ายทำมากที่สุด กิจกรรมน่าสนใจของจุดนี้มีเยอะมาก เช่นการเดินไปเยี่ยมชมปลายสุดของแหลมที่จะมีประภาคารสีขาวตั้งเด่นสวยงาม มีโขดหินคู่ที่เรียกกันว่า หินตาหินยาย ระว่างทางก็จะมีบ้านหลังนึงที่สมัยอดีตเคยเป็ยโบสถ์เก่า ปัจจุบันถูกปรับเปลี่ยนเป็นความน่ารักให้ผู้คนมาถ่ายรูปกัน เส้นทางเดินโค้งซ้ายโค้งขวา สวยงามมาก และอีกกิจกรรมเด็ดคือต้องมาชิมปลาหมึกสดที่ชาวบ้านเอาไปตากลมจนแห้ง และนำมาย่างบนหินภูเขาไฟนั่นเอง กลิ่นจะหอม และรสชาติหวาน อร่อย สดมากๆ ถือเป็นของกินที่มาแล้วไม่กินถือว่าไม่ถึงเลยทีเดียว
พาท่านลิ้มรสเมนูพิเศษ ซุปไก่ทะเลสวรรค์ (มื้อที่ 5) ที่ผสมผสานความเป็นท้องทะเลของเกาะเชจู เข้ากับเรื่องสุขภาพที่แข็งแรงนั่นก็คือซุปไก่นั่นเอง เมนูนี้จึงเปรียบดังเมนูจากสวรรค์เลยทีเดียว ส่วนประกอบหลักๆ จะเป็นไก่ที่ต้มด้วยสมุนไพรจนเปื่อย และเพิ่มซีฟู้ดตามฤดูกาลเข้าไป ทำให้น้ำซุปอร่อย หวาน กลมกล่อมไม่เหมือนใคร เสิรฟท่านพร้อมข้าวสวยร้อนๆ และเครื่องเคียงต่างๆ เช่นกิมจิ สาหร่าย หัวไชเท้า
ที่พัก Sea & Hotel / Jeju in Hotel / Jeju Nice Hotel หรือเทียบเท่า

รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมที่พัก (มื้อที่ 6) เป็นสไตล์บุฟเฟ่ต์แบบฉบับเกาหลี ให้ท่านเลือกรับประทานในห้องอาหารที่ สะอาด บรรยากาศดี พร้อมออกเดินทางท่องเที่ยวต่อ
พาท่านเข้าในชมวัดป่า “ชอนวังซา” เป็นวัดที่สวยงามที่อยู่กลางหุบเขา 99ยอด ของเทือกเขาฮัลลาซาน ซึ่งสายมูต้องห้าม พลาดเพราะวัดแห่งนี้ต้องมาขอพรเรื่องเงินทอง และความก้าวหน้าในเรื่องหน้าที่การงาน วัดนี้ถูกขึ้นทะเบียนเเป็นวัดเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์มากแห่งนึงในเกาหลี อีกทั้งยังมีต้นกำเนิดน้ำแร่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนสมัยก่อนใช้ดืมกินเพื่อเป็นสิริมงคลให้ตนเองอีกด้วย
พาท่านเข้าชมและเลือกซื้อชุดเครื่องนอนเพื่อสุขภาพอันดับหนึ่งของประเทศเกาหลีใต้ Sesa Living ที่ใช้เส้นใยในการถักทอถึง 15400 เส้น กันไรฝุ่นได้100% มีการใช้หยกในการทำเส้นใย จึงมีคุณสมบัติในเรื่องของการบำบัดขณะนอนหลับ ซึ่งเนื้อผ้าจะมีสัมผัสที่นุ่ม ลื่น ไม่มีเสียงดังเมื่อขยับตัว และยังปรับอุณหภูมิที่คงที่ให้ร่างกายขณะนอนหลับพักผ่อนอีกด้วย และโชว์รูมแห่งนี้สามารถคืนภาษีให้กับนักท่องเที่ยวอีกด้วย

จากนั้นพาท่านเดินทางสู่ Supermarket หรือที่นักท่องเที่ยวเรียกกันว่า “ร้านละลายเงินวอน” ที่นี่มีขนม ของฝาก ของพื้นเมืองเกาหลีที่ขึ้นชื่อ ใครๆมาต้องมีติดไม้ติดมือกลับไป อาทิเช่น ขนมชื่อดังต่างๆ ช้อคโกแลตหลายหลายรสชาติ สาหร่ายนานาชนิด รามยอน กิมจิ รวมไปถึงของใช้ในครัวเรือน เช่น กระทะ ตะเกียบ ถ้วยข้าว ซอสปรุงรส วุ้นเส้น รวมถึงของฝากของที่ระลึกมีให้ท่านได้เลือกซื้อมากมาย เหมือนเอาเงินวอนมากละลายกันอย่างเพลิดเพลินและไม่ต้องกลัวว่าจะใส่กระเป๋าไม่พอ เพราะที่นี่พร้อมบริการบรรจุกล่องตามเงื่อนไขของร้านด้วย
พาท่านรับประทานเมนู แม-อุน-ทแวจี-คัลบี้-จิม หรือ ซีโครงหมูตุ๋นซอสแดง (มื้อที่ 7) เมนูนี้ถูกปากคนไทยแน่นอน เพราะซอสแดงหรือน้ำซุปจะมีรสชาติที่เข้มข้น เผ็ดเล็กน้อย และซึมเข้าสู่เนื้อหมู ที่เป็นส่วนซี่โคง ที่ตุ๋นจนนุ่ม ละมุนลิ้นมากๆ เสิรฟคู่กับข้าวสวยร้อนๆ และเครื่องต่างๆ เช่น กิมจิ สาหร่าย หัวไชเท้า หรือ ผักตามฤดูกาล

พาท่านท่องเที่ยวชายหาดขึ้นชื่อบนเกาะเชจู “อีโฮเทอู” นอกจากความสวยงามของท้องทะเล คาเฟ่น่ารักๆต่างๆแล้ว ยังมีสัญลักษณ์ที่มองลงมาจากเครื่องบินจะเห็นทันทีที่ถึงเกาะเชจู นั่นก็คือประภาคารรูปม้าสีขาว และสีแดง ม้าถือว่าเป็นสัตว์ประจำเกาะเชจู และใครๆที่มาเที่ยวก็นิยมมาถ่ายรูปและเชคอินกันที่นี่เสมอ

พาท่านช้อปปี้งสินค้าปลอดภาษี LOTTE DUTY FREE เครื่องสำอางค์เกาหลีและต่างประเทศ สินค้าแบรนด์เนม ราคาถูก

จากนั้นพาทุกท่านเดินทางสู่แหล่งช้อปปิ้งในตัวเมืองแห่งเกาะเชจู มีโซนใต้ดิน และโซนวอคกิ้งสตรีท ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งรวมสินค้ายอดฮิต ติดเทรนด์ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ท้องถิ่นเกาหลี แบรนด์สปอร์ตกีฬาดังๆ ทั้งแฟชั่นเสื้อผ้า หมวก กระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอางค์ และยังมีสตรีทฟู้ด ขนม คาเฟ่ต่างๆอีกด้วย
ถึงเวลาอันสมควรพาทุกท่านเดินทางกลับประเทศไทย โดยมีเจ้าหน้าคอยดูแลขั้นตอนการเชคอิน ตั๋วเครื่องบิน และอำนวยความสะดวก เพื่อส่งทุกท่านกลับด้วยความสวัสดิภาพ และความประทับใจ
21:45 – 01:25 นำท่านเดินทางสู่ ประเทศไทย โดยเที่ยวบินที่ 7C2243 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ