ทัวร์กาญจนบุรี่

ทัวร์กาญจนบุรี ปิล็อก สังขละบุรี 3 วัน 2 คืน VAN

ราคาเริ่มต้น 6,990 ฿ ดาวน์โหลด PDF จองทัวร์

รหัส: KRI-VAN-001
สายการบิน: Van

วัดถ้ำเสือ l มีนาคาเฟ่l ทองผาภูมิ l สังขละบุรี l วัดวังก์วิเวการาม l ล่องเรือวัดเมืองเก่า
ตักบาตรสะพานมอญ l เขื่อนวชิราลงกรณ์ l อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ l จุดชมวิวเนินช้างเผือก
จุดชมวิวเนินช้างพลาย l น้ำตกจ๊อกกระดิ่น l หมู่บ้านอีต่อง l เนินช้างศึก l ต้นจามจุรียักษ์
ร้านกาแฟมัลเบอร์รี่เมลโล่ l วัดถ้ำพุหว้า l วัดไชยชุมพลชนะสงคราม

วันที่เดินทาง

31 ธ.ค.-02 ม.ค. 65

วันที่ 1 กรุงเทพฯ-วัดถ้ำเสือ-มีนาคาเฟ่-ทองผาภูมิ-สังขละบุรี-วัดวังก์วิเวการาม-ล่องเรือวัดเมืองเก่า
06.00 น. คณะพร้อมกัน ณ จุดนัดหมาย (จุดจอดรถ เดอะบาซาร์ รัชดาภิเษก แยกรัชดา-ลาดพร้าว ฝั่งเซเว่น) โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับ เพื่อความปลอดภัยในการท่องเที่ยวและเป็นไปตามมาตรฐาน SHA เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจวัดอุณหภูมิของลูกค้าเพื่อคัดกรองก่อนขึ้นรถ บนรถจะมีแอลกอฮอล์เจลล้างมือให้บริการ และเว้นระยะห่างการนั่งในรถ
รับประทานอาหารเช้า (มื้อที่1)
06.30 น. ออกเดินทางสู่จังหวัดกาญจนบุรี
นำท่านเข้าชม วัดถ้ำเสือ เป็นวัดเก่าแก่แต่โบราณกาล มีประวัติสืบย้อนไปได้ถึงปี พ.ศ. 2514 มีพระพุทธรูปปางประทานพรขนาดใหญ่ประดิษฐานอยู่บนเนินเขา พร้อมด้วยพระอุโบสถอัฏฐมุขทรงไทยประดับลวดลายสวยงาม และเจดีย์เกษแก้วมหาปราสาทสูง 69 เมตร กว้าง 29 เมตร สูงใหญ่โดดเด่นอลังการ จากเนินเขาสามารถชมวิวทิวทัศน์ทะเลสาบและเขื่อนวชิราลงกรณ์โดยรอบได้ในมุมกว้าง

นำท่านแวะ มีนาคาเฟ่ คาเฟ่สุดชิค บรรยากาศสุดชิล ริมทุ่งนาหลังวัดถ้ำเสือ ทำให้สามารถมองเห็นวิวของวัดถ้ำเสือได้จากด้านหน้าร้าน แถมมีสะพานทอดยาวกลางทุ่งให้เดินเล่นชมวิว ถ่ายภาพเช็คอินเก๋ๆหลายมุม เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของกาญจนบุรีที่ไม่ควรพลาด
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร (มื้อที่2)
15.00 น. จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สังขละบุรี นำท่านเข้าชม วัดวังก์วิเวการาม หรือ วัดหลวงพ่ออุตตมะ นับเป็นศูนย์รวมจิตใจของชนเชื้อชาติที่อาศัยอยู่ในอำเภอสังขละบุรี ทั้งชาวไทย ชาวกะเหรี่ยง และโดยเฉพาะชาวไทยเชื้อสายมอญ ที่มีความเลื่อมใสและศรัทธาหลวงพ่ออุตตมะเป็นดั่ง “เทพเจ้าแห่งชาวมอญ” วัดวังก์วิเวการาม เกิดขั้นจากพลังศรัทธาที่มีต่อหลวงพ่อ และยังเป็นวัดที่หลวงพ่ออุตตมะเคยจำพรรษา วัดแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนตัวแทนของหลวงพ่อ และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับชาวมอญ ในการประกอบพิธีกรรมตามประเพณีของมอญ

นำท่าน ล่องเรือวัดเมืองเก่า และหอระฆังของเมืองบาดาล (โบสถ์จมน้ำ) “วัดวังก์วิเวการาม” (เก่า) หรือ “วัดหลวงพ่ออุตตมะ” เป็นวัดที่หลวงพ่ออุตตมะ ร่วมกับชาวบ้านอพยพชาวกะเหรี่ยงและชาวมอญ ได้ร่วมกันสร้างขึ้น ในปี พ.ศ.2496 ที่บ้านวังกะล่าง อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ใกล้กับชายแดนไทย-พม่า ห่างจากอำเภอเมืองกาญจนบุรี ประมาณ 220 กิโลเมตร ต่อมาปี พ.ศ. 2527 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้ก่อสร้างเขื่อนเขาแหลม หรือ เขื่อนวชิราลงกรณ์ ซึ่งเมื่อกักเก็บน้ำแล้ว น้ำในเขื่อนเขาแหลมจะเข้าท่วมตัวอำเภอสังขละบุรีเก่ารวมทั้งวัดนี้ด้วย จึงได้ย้ายวัดมาอยู่บนเนินเขา ส่วนวัดเดิมได้จมอยู่ใต้น้ำมานานนับสิบปี เหลือเพียงซากปรักหักพังของวัดและอาคารบ้านเรือน ปัจจุบันอุโบสถหลังเก่าที่จมอยู่ใต้น้ำ ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น ซึ่งเมื่อน้ำลดระดับลง เมืองบาดาลทั้งเมืองก็จะเผยความงดงามของโบราณสถาน

เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ร้านอาหาร (มื้อที่3)
ที่พัก นำท่านเข้าสู่ที่พัก P. Guest House หรือเที่ยบเท่า (สังขละบุรี)
หมายเหตุ*ที่พักท้องถิ่นไม่สามารถระบุประเภทเตียงได้
Day
2
สังขละบุรี

ปิล็อก
วันที่ 2 ตักบาตรสะพานมอญ-เขื่อนวชิราลงกรณ์-อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ-จุดชมวิวเนินช้างเผือก-จุดชมวิวเนินช้างพลาย-น้ำตกจ๊อกกระดิ่น-หมู่บ้านอีต่อง
06.00 น. นำท่านใส่บาตรพระตอนเช้าบริเวณ สะพานมอญ (สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย) สัมผัสมนต์เสน่ห์สังขละบุรีและวิถีชีวิตชาวไทย-มอญ ท่านสามารถร่วมแต่งชุดชาวมอญเพื่อใส่บาตรและเดินถ่ายรูปสวยๆของสะพานมอญได้ (มีบริการเช่าชุดที่ร้านขายอาหารใส่บาตร หรือ ซื้อเป็นที่ระลึกได้ที่ร้านระหว่างทางเดินไปสะพาน มีให้เลือกหลากหลายร้าน)

เช้า รับประทานอาหารเช้า (มื้อที่4)
นำท่านชม เขื่อนวชิราลงกรณ์ เดิมมีชื่อว่า เขื่อนเขาแหลม เป็นเขื่อนหินถมแห่งแรกของประเทศไทยที่ดาดผิวหน้าด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กตั้งอยู่บนแม่น้ำแควน้อย เป็นเขื่อนอเนกประสงค์โดยมีวัตถุประสงค์ด้านผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นหลัก สร้างปิดกั้นแม่น้ำแควน้อย เขื่อนนี้สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2522 และสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2527 เขื่อนวชิราลงกรณ์เป็นสัญลักษณ์ของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ที่สามารถผสมผสานไปกับความงามตามธรรมชาติ ของภูมิประเทศ ได้อย่างเหมาะสม จัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ควรค่าแก่การเยี่ยมชมแห่งหนึ่งของอำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

 

นำชมเขาแหลมสกายวอล์ค ตั้งอยู่ภายในเขื่อนวชิราลงกรณ์ หรือ เขื่อนเขาแหลมกาญจนบุรี เป็นสะพานทางเดินกระจกใสแบบยกสูงที่มองเห็นพื้นเบื้องล่าง รวมทั้งวิวเบื้องหน้าเป็นทิวเขาที่เรียงรายสลับซับซ้อนเขียวขจี โดยอยู่สูงจากพื้นดิน 8 เมตร และยาวประมาณ 34 เมตร บริเวณปลายสะพานยังมีม่านน้ำตกไหลลงสู่สระน้ำสวยงาม ด้านข้างยังมีสวนดอกไม้ และสไลเดอร์เนินหญ้า

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร (มื้อที่5)

13.00 น. จากนั้นนำท่านชม อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีพื้นที่ส่วนใหญ่เต็มไปด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อน โดยแนวเทือกเขานั้นวางตัวในแนวทิศเหนือ-ใต้ อันเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาตะนาวศรี โดยมียอดเขาสำคัญหลายแห่ง อาทิเช่น เขาช้างเผือก เขานิชา เขาชะโลง ฯลฯ อีกทั้งยังเป็นต้นน้ำของลำห้วยต่าง ๆ เช่น ห้วยมาลัย ห้วยกบ ห้วยเจ็ดมิตร ฯลฯ โดยลำห้วยเหล่านี้ไหล ลงสู่ที่ราบทางทิศตะวันอออกสู่เขื่อนเขาแหลมและอีกส่วนไหลลงสู่แม่น้ำแควน้อย นำท่านชมจุดชมวิวเนินช้างเผือก และจุดชมวิวเนินช้างพลาย เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นวิวทิวเขาได้แบบกว้างไกลและสวยงามมาก จุดนี้จะเห็นทั้งทิวเขาข้างเผือกและเขื่อนวชิรลงกรณ์ที่อยู่ด้านล่างแบบไกลๆ เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดของอุทยานฯ จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยังน้ำตกจ๊อกกระดิ่น น้ำตกที่มีชื่อเสียงโด่งดังแห่งหนึ่งของอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อยู่ห่างจากอุทยานฯ ประมาณ 3 กิโลเมตร เส้นทางเข้าไปยังน้ำตกจ๊อกกระดิ่น เป็นคอนกรีตตลอดทางรถทุกชนิดสามารถขับเข้าไปได้ อาจมีโค้งชันช่วงหนึ่งที่สั้นๆที่ชันและแคบ แต่มีเจ้าหน้าที่คอยมาโบกให้สลับกันวิ่ง ซึ่งจะแตกต่างจากเมื่อก่อน ที่ต้องใช้รถกระบะโฟรวิวเท่านั้น เมื่อมาถึงแล้วสามารถแสดงบัตรเข้าที่ซื้อจากตอนแวะไปยังตัวอุทยานฯได้ โดยไม่ต้องเสียค่าบริการใหม่ หรือถ้าแวะน้ำตกจ๊อกกระดิ่นก่อน สามารถนำบัตรเข้าชมยังจุดชมวิวภายในอุทยานทองผาภูมิได้ โดยไม่ต้องเสียค่าบริการใหม่เช่นกัน แต่ต้องใช้บัตรในวันเดียวกัน
ออกเดินทางต่อไปยัง หมู่บ้านอีต่อง ตำบลปิล็อก เขตทำเหมืองเก่า ระหว่างทางวิวสวยมาก เห็นน้ำตกไหล จากภูเขา เดินทางถึง “บ้านอีต่อง” หมู่บ้านขนาดน่ารัก สามารถเดินเป็นวงกลมรอบนึงได้สบายๆ เพียง 10-15 นาทีแค่นั้น โดยในอดีตเคยเป็นเมืองทำเหมืองที่เคยรุ่งเรือง อย่างเช่น เหมืองปิล็อก เหมืองสมศักดิ์ แต่หลังจากที่เหมืองปิดตัวลงไป ชาวบ้านทั้งคนไทยและคนพม่าที่ลงหลักปักฐานที่นี่ก็ยังคงอาศัยอยู่ตามเดิมเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันที่ยังคงความเสน่ห์ของเมืองเหมืองเก่านั่นเอง มีเอกลักษณ์ ตรงที่ความเงียบสงบ วิถีชีวิตชาวบ้านที่เรียบง่าย ทั้งสภาพภูมิอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี ความงามของสภาพภูมิประเทศ จึงเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่ง ที่ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางแวะเวียนมาเยือน นำท่านเที่ยวชม หมู่บ้านอีต่อง ตำบลปิล็อก ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่เจริญที่สุดสมัยที่กิจการเหมืองรุ่งเรือง เที่ยวชมวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวบ้านอีต่อง เลือกซื้อของที่ระลึก ขนมพื้นเมือง ณ ถนนคนเดินบ้านอีต่อง

เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ร้านอาหารท้องถิ่น (มื้อที่6)
ที่พัก นำท่านเข้าสู่ที่พัก ที่หมุ่บ้านอีต่อง ปิล็อก (หมายเหตุ*ที่พักท้องถิ่นเป็นแบบโฮมสเตย์ ไม่สามารถระบุประเภทเตียงได้)

Day
3

ปิล็อก

กรุงเทพฯ

วันที่ 3 เนินช้างศึก-ต้นจามจุรียักษ์-ร้านกาแฟมัลเบอร์รี่เมลโล่-วัดถ้ำพุหว้า-วัดไชยชุมพลชนะสงคราม-กรุงเทพฯ
นำท่านชมเนินช้างศึก จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและลงที่สวยที่สุดในประเทศไทยซึ่งเส้นทางค่อนข้างชันและเป็นหลุมจึงต้องเดินทางโดยรถ 4WD นำท่านชมทะเลหมอกที่จุดนี้โดยท่านจะได้เห็นโรงส่งท่อก๊าซธรรมชาติที่ส่งมาจากพม่าเข้าสู่ไทย บรรยากาศโดยรอบของหมู่บ้านอีต่องด้วย
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารที่พัก (มื้อที่7)
นำท่านอำลาหมู่บ้านอีต่อง เพื่อเดินทางสู่กาญจนบุรี
นำท่านชม ต้นจามจุรียักษ์ อีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญของกาญจนบุรี โดยรอบต้นจามจุรียักษ์มีสะพานไม้ลักษณะวงกลมรอบต้นไม้ เพื่อป้องกันนักท่องเที่ยวเหยียบรากต้นไม้หรือขูดโชคตามความเชื่อ เนื่องจากต้นไม้มีอายุเก่าแก่มากกว่า 100 ปี โอบร้อมด้วธรรมชาติ ท่านสามารถถ่ายรูปและสัมผัสกลิ่นอายของธรรมชาติได้อย่างลงตัว

นำท่านแวะชม ร้านกาแฟมัลเบอร์รี่เมลโล่ เชิญลิ้มลองรสลมุนของกาแฟได้ตามอัธยาศัย ร้านกาแฟท่ามกลางธรรมชาติโดยภายหลังร้านมีสวนให้ท่านได้แวะชมพักผ่อนและถ่ายรูปเช็คอินได้ตามอัธยาศัย

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่8)
นำท่านเข้าชม วัดถ้ำพุหว้า เป็นศิลปะแบบขอมประยุกต์ วัดตั้งอยู่ท่ามกลางป่าบรรยากาศร่มรื่น เงียบสงบเหมาะแก่การวิปัสสนาและสงบจิตใจแต่เดิมวัดแห่งนี้มีถ้ำเป็นอุโบสถ แต่ปัจจุบันได้รับการ บูรณะให้สวยงามด้วยการสร้างอุโบสถหินทรายมีการแกะสลักลวดลายรอบอุโบสถ ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยสวยงามตามธรรมชาติมีปล่องแสงภายในถ้ำเพื่อให้แสงส่อง ลงมา มีพระพุทธรูปหลายองค์ รวมถึงพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากสหภาพเมียนมาร์ประดิษฐานไว้ให้ท่าน ได้สักการะบูชา มีพระพุทธรูปปางสมาธิ ประดิษฐานเป็นองค์ประธาน ใกล้กับพระอุโบสถยังมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่
นำท่านเข้าชม วัดไชยชุมพลชนะสงคราม พระอารามหลวง สร้างในสมัยกรุงศรี อยุธยาตอนปลาย ตั้งอยู่บนริมแม่นํ้าแคว ทางทิศใต้ เป็นวัดสำคัญทางประวัติศาสตร์ระหว่างสงครามไทย รบกับพม่ามาแต่โบราณ ส่วนมาก ทัพพม่าจะต้องยกทัพมาทางด่านพระเจดีย์ ๓ องค์ ผ่านตรงเข้าจังหวัดกาญจนบุรีแทบทุกครั้งและกองทัพไทย ที่ยกออกไปต่อต้านทัพพม่าก็จะต้องมาพักแรม บริเวณอาณาเขตวัดไชยชุมชนะสงคราม แทบทุกครั้ง ณ วัดแห่งนี้มี พระเจดีย์เก่าแก่องค์ หนึ่งอยู่ใกล้พระอุโบสถหลังเก่า ริมตลิ่งพระเจดีย์ และที่โดดเด่นอยู่ภายในวัด ซึ่งสร้างเพื่อใช้เป็นเมรุสำหรับตั้งศพของเจ้าอาวาส องค์เก่า หลังจากพิธีศพเสร็จสิ้นไป เรือเทวดาจึงกลายเป็นสิ่งก่อสร้างที่โดดเด่น
17.00 น. นำคณะทัวร์ทุกท่านเดินทางกลับสู่กทม.โดยระหว่างทางแวะให้คณะทัวร์ทุกท่านได้ซื้อของฝากที่เมืองกาญจน์
20.00 น. เดินทางถึง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ