ITHA804 “ขอพรเมืองคอน ใต้สุดเบตง” เบตง เมืองคอน หาดใหญ่ 4วัน 3คืน

ขอพรเมืองคอน ใต้สุดเบตง_เบตง เมืองคอน หาดใหญ่ 4วัน3คืน FD

ราคาเริ่มต้น 9,888 ฿ ดาวน์โหลด PDF จองทัวร์

สายการบิน: AirAsia

Skywalk อัยเยอร์เวง แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของเบตงได้ บนระดับความสูง 2,038 จากระดับน้ำทะเล ใช้งบประมาณการก่อสร้างกว่า 90 ล้านบาท มีทั้งหมด 5 ชั้น แต่ที่เป็นจุดไฮไลท์คือชั้น 3 ที่สร้างทางเดินด้วยกระจกใส มีความยาว 63 เมตร ให้ทุกท่านได้ตื่นตา ตื่นใจ พร้อมพบกับวิวสุดธรรมชาติสวยและ ความหวาดเสียวเวลาเดินเหยียบอยู่บนกระจก
วัดเจดีย์ไอ้ไข่
(ตาไข่) จากเรื่องราวที่ร่ำลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ ที่เมื่อขออะไรก็ได้สมหวังทุกอย่าง “ไอ้ไข่” รูปไม้แกะสลักของเด็กชายอายุประมาณ 9-10 ขวบ ตั้งอยู่ในศาลาในวัดเจดีย์ สวมชุดลายพรางทหารสวมแว่นตาดำ ที่เชื่อกันว่าเป็นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตอยู่ ณ วัดแห่งนี้จากศรัทธาที่เชื่อกันว่า “ขอได้ ไหว้รับ”  โดยเฉพาะโชคลาภ และการค้าขาย บนบานศาลกล่าว ขอให้มีโชคมีลาภในการเสี่ยงดวงเล่นพนัน หรือขอให้ช่วยเรียกคนมาซื้อของ หรือทำยอดขายให้  ได้ตามเป้า หรือของหายให้ช่วยหา หรือขอให้ช่วยปกป้องภัย ภายในวัดเจดีย์เต็มไปด้วยสิ่งของที่ผู้เลื่อมใสศรัทธานำมาแก้บน เช่น รูปไก่ชน ชุดทหาร หนังสติ๊ก ของเล่นต่าง ๆ เป็นต้น ส่วนบริเวณที่ให้จุดประทัดก็มีเศษประทัดกองสูงเป็นเนินเขาย่อมๆ บ่งบอกถึงแรงศรัทธาที่มีต่อไอ้ไข่ และแสดงถึงผลสัมฤทธิ์จากผู้ที่มาขอแล้วได้รับจากไอ้ไข่ ทุกวันผู้คนต่างหลั่งไหลไปขอพรจากไอ้ไข่เป็นจำนวนมาก ให้ท่านกราบขอพร ขอโชคลาภ บนบานศาลกล่าว จากรูปไม้สลักไอ้ไข่ ตามอัธยาศัย ( ความเชื่อส่วนบุคคล ) 
วัดยางใหญ่ (ตาพรานบุญ)
วัดสีชมพูแห่งเมืองนคร เป็นวัดร้างเก่าแก่สมัยโบราณ แต่เดิมชื่อ “วัดคงคาล้อม” ในอดีตชาวบ้านทำไร่ยางขุดเจอชิ้นส่วนพระพุทธรูป คือ หลวงพ่อพระประธาน เลยบูรณะหลวงพ่อวัดยางใหญ่ และด้วยความโด่งดังของพรานบุญก็ได้มีการบูรณะวัดอีกจนเป็นวัดที่สวยงามเหมือนในปัจจุบัน ไฮไลท์ของวัดนี้คือ “ตาพรานบุญ” สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวปักษ์ใต้นับถือ เชื่อกันว่าเป็นสุดยอดของพรานทั้งปวง บูชาแล้วมีโชคลาภเงินทอง ส่วนใหญ่คนนิยมขอ ความปลอดภัย โชคลาภ ให้มีกินมีใช้ หากใครสมหวัง วิธีแก้บนคือนำปัจจัยถวายไปช่วยสร้างวัดสร้างโบสถ์ (ความเชื่อส่วนบุคคล)

วันที่เดินทาง

16-19 ธ.ค. 63, 27-30 ธ.ค. 63, 13-16 ม.ค. 64, 10-13 ก.พ. 64, 27-30 ม.ค. 64, 17-20 ก.พ. 64, 03-06 มี.ค. 64

วันแรก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ – ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช – วัดยางใหญ่ (ไหว้ตาพรานบุญ) – วัดเจดีย์ไอ้ไข่ – วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร – ศาลหลักเมือง – หาดใหญ่ จ.สงขลา (อาหารเที่ยง /เย็น)

04.00 น. พร้อมกันที่จุดนัดหมาย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น4 เคาน์เตอร์สายการบิน AIR ASIA ประตู 3-4 เจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับ

06.30 น. ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช โดยสายการบิน AIR ASIA (FD) เที่ยวบินที่ FD4320

07.50 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช รับสัมภาระเรียบร้อย ไกด์ถือป้ายต้อนรับรอทุกท่านบริเวณทางออก นำท่านขึ้นรถตู้ปรับอากาศ เดินทางสู่ วัดยางใหญ่ (ตาพรานบุญ) วัดสีชมพูแห่งเมืองนคร เป็นวัดร้างเก่าแก่สมัยโบราณ แต่เดิมชื่อ “วัดคงคาล้อม” ในอดีตชาวบ้านทำไร่ยางขุดเจอชิ้นส่วนพระพุทธรูป คือ หลวงพ่อพระประธาน เลยบูรณะหลวงพ่อวัดยางใหญ่ และด้วยความโด่งดังของพรานบุญก็ได้มีการบูรณะวัดอีกจนเป็นวัดที่สวยงามเหมือนในปัจจุบัน ไฮไลท์ของวัดนี้คือ “ตาพรานบุญ” สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวปักษ์ใต้นับถือ เชื่อกันว่าเป็นสุดยอดของพรานทั้งปวง บูชาแล้วมีโชคลาภเงินทอง ส่วนใหญ่คนนิยมขอ ความปลอดภัย โชคลาภ ให้มีกินมีใช้ หากใครสมหวัง วิธีแก้บนคือนำปัจจัยถวายไปช่วยสร้างวัดสร้างโบสถ์ (ความเชื่อส่วนบุคคล)
** TIP การบูชาตาพรานบุญ ไหว้บูชาด้วยพวงมาลัย ธูป 9 ดอก เทียน 1 เล่ม หมากพลูยาสูบ 1ชุด หากบนให้บนด้วย เหล้าขาว 1 ขวด ผ้าขาวม้า 1ผืน +++ คาถาบูชา กล่าว นะโมตัสสะภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ 3 จบ ตามด้วย นะ ชา ลี ติ ออ อา ออ แอ รึก รือ ลึก ลือ ชัยยะ ชัยยะ สิริโภคานะมาสะโย

นำท่านเดินทางสู่ วัดเจดีย์ไอ้ไข่ (ตาไข่) จากเรื่องราวที่ร่ำลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ ที่เมื่อขออะไรก็ได้สมหวังทุกอย่าง “ไอ้ไข่” รูปไม้แกะสลักของเด็กชายอายุประมาณ 9-10 ขวบ ตั้งอยู่ในศาลาในวัดเจดีย์ สวมชุดลายพรางทหารสวมแว่นตาดำ ที่เชื่อกันว่าเป็นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตอยู่ ณ วัดแห่งนี้จากศรัทธาที่เชื่อกันว่า “ขอได้ ไหว้รับ” โดยเฉพาะโชคลาภ และการค้าขาย บนบานศาลกล่าว ขอให้มีโชคมีลาภในการเสี่ยงดวงเล่นพนัน หรือขอให้ช่วยเรียกคนมาซื้อของ หรือทำยอดขายให้ ได้ตามเป้า หรือของหายให้ช่วยหา หรือขอให้ช่วยปกป้องภัย ภายในวัดเจดีย์เต็มไปด้วยสิ่งของที่ผู้เลื่อมใสศรัทธานำมาแก้บน เช่น รูปไก่ชน ชุดทหาร หนังสติ๊ก ของเล่นต่าง ๆ เป็นต้น ส่วนบริเวณที่ให้จุดประทัดก็มีเศษประทัดกองสูงเป็นเนินเขาย่อมๆ บ่งบอกถึงแรงศรัทธาที่มีต่อไอ้ไข่ และแสดงถึงผลสัมฤทธิ์จากผู้ที่มาขอแล้วได้รับจากไอ้ไข่ ทุกวันผู้คนต่างหลั่งไหลไปขอพรจากไอ้ไข่เป็นจำนวนมาก ให้ท่านกราบขอพร ขอโชคลาภ บนบานศาลกล่าว จากรูปไม้สลักไอ้ไข่ ตามอัธยาศัย ( ความเชื่อส่วนบุคคล )
**TIP ไหว้ไอ้ไข่ การบูชา ไอ้ไข่ วัดเจดีย์ : ธูป 3 ดอก บูชาบนได้ ไหว้รับ แต่เมื่อสำเร็จให้แก้บนด้วยของที่นำมาบนและจุดธูปเพียง 1 ดอกเท่านั้น ของที่ชอบ : ขนมเปี๊ยะ, น้ำแดง, ชุดทหาร ตำรวจ, ไก่ปูนปั้น, หนังสติ๊ก, ประทัด

เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 1)

นำท่านเดินทางสู่ วัดมหาธาตุวรมหาวิหาร เดิมเรียกว่า วัดพระบรมธาตุ พระอารามหลวงชั้นเอกชนิดวรมหาวิหาร โบราณสถานศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือของชาวเมืองนครศรีธรรมราชตลอดจนพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย สัญลักษณ์ของจังหวัดนครศรีธรรมราชแห่งนี้ที่รู้จักกันแพร่หลายคือ พระบรมธาตุเจดีย์ ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า เป็นเจดีย์สถาปัตยกรรมแบบล้านนา ทรงระฆังคว่ำ มีจุดเด่นที่ยอดเจดีย์หุ้มด้วยทองคำแท้ ความมหัศจรรย์อีกอย่างหนึ่งขององค์พระบรมธาตุคือ องค์พระธาตุจะไม่มีเงาทอดลงพื้นไม่ว่าแสงอาทิตย์จะส่องกระทบไปทางใด ซึ่งยังไม่มีใครหาคำตอบได้ ความมหัศจรรย์นี้เอง จึงเป็น 1 ใน UNSEEN THAILAND ที่ห้ามพลาด นอกจากนี้ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สำหรับผู้ที่ต้องการมีบุตร มีบุตรยาก ต้องมากราบไหว้เลยก็คือ พระกัจจายนะ หรือ พระแอด ประดิษฐานอยู่ใน วิหารพระมหากัจจายนะ ผู้คนนิยมมากราบไหว้ขอพรเรื่องสุขภาพและความเจ็บป่วย เชื่อกันว่าพระแอดจะช่วยดลบันดาลให้หายจากความเจ็บไข้ โดยเฉพาะอาการปวดเมื่อย ปวดเอว ปวดหลัง และการขอบุตร เชื่อกันว่าท่านมีเมตตาบันดาลบุตรให้แก่ผู้ที่มีบุตรยาก (ความเชื่อส่วนบุคคล) จากนั้น เดินทางสู่ ศาลหลักเมืองนคร ที่มีชื่อเสียงและมีคนรู้จักมากที่สุดในประเทศไทย เนื่องด้วยประวัติการสร้างนั้นเกี่ยวพันกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่เป็นสองรองใครในประเทศนี้คือ “จตุคามรามเทพ” ซึ่งการจัดสร้างหลักเมืองเต็มเปี่ยมไปด้วยความเข้มขลัง ศักดิ์สิทธิ์ในทุกกระบวนการ

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา (ใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 3ชั่วโมง)

เย็น  รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่ 2)

หลังทานอาหารสมควรแก่เวลานำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักแรม
ที่พัก: หาดใหญ่ ระดับ3ดาว (ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5 วันก่อนวันเดินทาง)

วันที่สอง หาดใหญ่ – ปัตตานี – ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว – วัดช้างให้ หลวงปู่ทวด – จุดชมวิวสะพานเขื่อนบางลาง – เบตง – อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ (อาหารเช้า(ติ่มซำ) เที่ยง /เย็น (ไก่เบตง)

เช้า  รับประทานอาหารเช้า (มื้อที่ 3) เมนูติ่มซำ

นำท่านเดินทางสู่ จังหวัดปัตตานี (ใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) เดินทางสู่ ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว หรือ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง เป็นศาลศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่เมืองปัตตานีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ชาวบ้านต่างให้ความเคารพนับถือ เดินทางมาสักการะบูชาเพื่อขอให้ประสบความสำเร็จในด้านต่างๆ หรือแม้แต่มีเรื่องเดือดร้อนก็ไปบนบานให้เจ้าแม่ช่วยเหลือ ซึ่งก็ได้สมดังหวังกันไปหลายราย เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ และศูนย์รวมศรัทธาเสมอมา เดินทางสู่ วัดราษฎร์บูรณะ หรือ วัดช้างให้ เป็นวัดเก่าแก่ราว 300 ปี สร้างมาเมื่อใดและใครเป็นคนสร้างก็ไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด เดิมเป็นวัดร้างและถูกทอดทิ้งมาเป็นเวลานาน ถือเป็นวัดต้นตำรับของหลวงปู่ทวด ท่านเป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัด ในส่วนของสถูปศักดิ์สิทธิ์ที่บรรจุอัฐิหลวงพ่อทวด ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวจังหวัดปัตตานีและใกล้เคียง มีผู้คนไปกราบไหว้บนบานอยู่เนืองนิจใครเจ็บไข้ได้ป่วยหรือวัตถุสิ่งของถูกขโมย หรือศูนย์หายก็พากันไปบนบาน ณ ที่สถูปแห่งนี้ ภายในวัดยังมีวิหารสมเด็จหลวงพ่อทวด เป็นวิหารที่ประดิษฐานรูปเหมือนของหลวงพ่อทอง ซึ่งมีขนาดเท่องค์จริง รูปแบบการก่อสร้างเป็นแบบก่ออิฐถือปูนทรงไทยสวยงาม จากนั้นเดินทางสู่ จังหวัดยะลา

เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 4)

นำท่านสู่ จุดชมวิวสะพานเขื่อนบางลาง เป็นเขื่อนที่สร้างขึ้นเพื่อกั้นแม่น้ำปัตตานี อันเป็นส่วนหนึ่งของโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเอนกประสงค์แห่งแรกในภาคใต้ ตามแผนพัฒนาลุ่มน้ำปัตตานี โดยมีการสร้างแล้วเสร็จเมื่อเดือนพฤษภาคม 2524 และปัจจุบันอยู่ในความดูแลของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย อ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนยังอำนวยประโยชน์ในด้านการชลประทานสู่พื้นที่เพาะปลูกของจังหวัดยะลาและปัตตานีซึ่งน้ำที่ปล่อยออกมาก็นำมาผลิตไฟฟ้านำจ่ายให้ประชาชนในภาคใต้ได้ใช้ในครัวเรือนและอุตสาหกรรม รวมทั้งเป็นแหล่งประมงน้ำจืดที่สำคัญในภาคใต้อีกด้วย ให้ท่านถ่ายรูปตามอัธยาศัย จากนั้นเดินทางสู่ เบตง อำเภอที่อยู่ใต้สุดของประเทศไทย เมืองใต้สุดปลายด้ามขวาน เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย นำท่านชม อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ เป็นอุโมงค์รถยนต์ลอดภูเขาแห่งแรกของประเทศไทย ก่อสร้างอุโมงค์แห่งนี้ขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาในการขนส่งระหว่างชุมชนเมืองในปัจจุบันกับชุมชนเมืองใหม่

เย็น  รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่ 5) เมนูไก่เบตง

หลังทานอาหารสมควรแก่เวลานำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักแรม
ที่พัก: Modern Thai Hotel หรือระดับเทียบเท่ากัน (ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5 วันก่อนวันเดินทาง)

วันที่สาม จุดชมวิวทะเลหมอกอัยเยอร์เวง – Skywalk(ไม่รวมค่าเข้า) – ถ่ายรูปสะพานแตปูซู – น้ำตกเฉลิมพระเกียรติร.9 – สวนหมื่นบุปผา – อุโมงค์ปิยะมิตร – บ่อน้ำร้อนเบตง – สนามฟุตบอลเบตง สตรีทอาร์ท – ไปรษณีย์ใหญ่ที่สุดในโลก – หอนาฬิกา (อาหารเช้า/เที่ยง(ปลานิลน้ำไหล) /เย็น)

04.00น. นำท่านเดินทางสู่ จุดชมวิวทะเลหมอกอัยเยอร์เวง (จุดเก่า) ในเขตพื้นที่ของเขาไมโครเวฟ กิโลเมตรที่32 มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเล 2,038 ฟุต ให้ท่านเต็มอิ่มกับการชมทะเลหมอกแบบหนา ๆ ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดได้อย่างสวยงาม (ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศ) *มีบริการรถมอเตอร์ไซด์ขึ้นสู่จุดชมวิว เที่ยวละ 20 บาท*
และบริเวณใกล้กันท่านสามารถอิสระชม Skywalk อัยเยอร์เวง (ค่าทัวร์ไม่รวมค่าเข้า) แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของเบตงได้ บนระดับความสูง 2,038 จากระดับน้ำทะเล ใช้งบประมาณการก่อสร้างกว่า 90 ล้านบาท มีทั้งหมด 5 ชั้น แต่ที่เป็นจุดไฮไลท์คือชั้น 3 ที่สร้างทางเดินด้วยกระจกใส มีความยาว 63 เมตร ให้ทุกท่านได้ตื่นตา ตื่นใจ พร้อมพบกับวิวสุดธรรมชาติสวยและ ความหวาดเสียวเวลาเดินเหยียบอยู่บนกระจก

 รับประทานอาหารเช้า (มื้อที่ 6)

นำท่านถ่ายรูปสวยๆกับ สะพานแตปูซู เป็นสะพานแขวนไม้เก่าแก่สร้างข้ามแม่น้ำปัตตานี มีนายมูเซ็ง แตปูซู เป็นผู้บุกเบิก ให้ท่านถ่ายรูป เดินทางสู่ น้ำตกเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ชื่อเดิม “น้ำตกวังเวง” หรือ “อัยเยอร์เค็ม” เป็นน้ำตกที่ตกลงมาจากหน้าผาสูงกว่า 30 เมตร รอบบริเวณปกคลุมไปด้วยพรรณไม้เขียวขจีในปีมหามงคลครบรอบ 72 พรรษาในปี 2542 อบต.อัยเยอร์เวง จึงได้เข้ามาพัฒนาบุกเบิกเส้นทาง พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว และได้เปลี่ยนชื่อเป็นน้ำตกเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

นำท่านเดินทางสู่ สวนหมื่นบุปผา หรือเรียกว่า สวนไม้ดอกเมืองหนาวเบตง เป็นสวนดอกไม้เมืองหนาวแห่งเดียวในภาคใต้ เนื่องจากเบตงมีสภาพอากาศที่เหมาะสม ด้วยสภาพภูมิประเทศที่อยู่สูงจากระดับทะเลปานกลางราว 800 เมตร มีอากาศเย็นสบายตลอดปี ระบบน้ำเพียงพอ จึงมีความเหมาะสมกับการปลูกไม้ดอกเมืองหนาว เป็นโครงการตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีดอกไม้นานาพันธุ์บานสะพรั่ง คอยเชื้อเชิญผู้มาเยือน ได้แก่ แอสเตอร์ ไฮเดรนเยีย เบญจมาศ กุหลาบ พีค๊อก เยอบีร่า ลิลลี่ แกลดิโอลัส ตุ้มหูนางฟ้า และอีกหลายสายพันธุ์อันมีเสน่ห์ ให้ท่านถ่ายรูปตามอัธยาศัย

เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 7) เมนูปลานิลน้ำไหล

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ อุโมงค์ปิยะมิตร ในอดีตเคยถูกใช้เป็นฐานในการหลบซ่อนตัว และเป็นแหล่งสะสมเสบียงในการต่อสู้ของกลุ่มผู้ขัดแย้งทางการเมืองในคาบสมุทรมาลายา ในเวลาต่อมากลุ่มผู้ที่เคยใช้อุโมงค์แห่งนี้ในการพักพิง ไม่หลงเหลืออยู่อีกต่อไปแล้ว หากแต่ห้องหับและร่องรอยที่พวกเขาทิ้งไว้ยังคงถูกจารึกเอาไว้ให้คนรุ่นหลัง ได้ใช้ประโยชน์จากการรำลึกถึงอดีตแห่งการต่อสู้อันเจ็บปวด ภายในอุโมงค์สีเหลืองส้มนวลตาแต่ก็ชวนให้นึกถึงภาพอดีต อุโมงค์ถูกแบ่งออกเป็นห้องหรือช่องต่าง ๆ ตามการใช้งาน เช่น ห้องนอน ห้องเก็บเสบียง เป็นต้น อากาศภายในเย็นสบายไม่อึดอัดภายในอุโมงค์มีความยาวกว่า 1 กิโลเมตร ระหว่างทางเดินไปสู่อุโมงค์ต้องเดินผ่านป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์มากๆ

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ บ่อน้ำร้อนเบตง เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ มากมาย โดยอุณหภูมิของน้ำนั้นอยู่ที่ประมาณ 80 องศาเซลเซียส และบริเวณที่น้ำเดือดนี้สามารถต้มไข่ไก่ได้จนสุกภายใน 7 นาทีเท่านั้น มีการสร้างสระน้ำขนาดใหญ่สำหรับกักน้ำจากน้ำพุร้อนเพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ใช้อาบหรือแช่เท้าเล่น

จากนั้นเดินทางกลับสู่ เบตง นำท่านชม สนามฟุตบอลเบตง หรือ สนามกีฬากลางหุบเขา เป็นสนามที่มีลักษณะคล้ายสนามเมอร์ดิกาของกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย มีเนื้อที่ประมาณ 120 ไร่ ท่ามกลางหุบเขา ล้อมรอบด้วยธรรมชาติ ให้บรรยากาศร่มรื่นสดชื่นเป็นธรรมชาติสุด ๆ และเป็นสนามกีฬาที่ตั้งอยู่ในระดับความสูงที่สุดในประเทศไทย อีกทั้งยังมีความพร้อมที่จะรองรับการแข่งขันกีฬาระดับประเทศได้อีก เดินทางสู่ สตรีทอาร์ต Street Art แลนด์มาร์กเมืองเบตง เกิดขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงของ ทีมนักศึกษาและอาจารย์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วาดขึ้นมาในงานครบรอบ 111 ปี เมืองเบตง เพื่อสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวและชาวเบตง เนรมิตงานศิลปะ บอกเล่าถึงเรื่องราววิถึชีวิต และสัญลักษณ์ของเมืองเบตง รอบเมืองเบตง 11 จุด ทั้งบนผนัง กำแพง ใต้สะพาน และตัวอาคารหลายจุดรอบเมืองเบตงสามารถดึงดูดใจนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี
นำท่านถ่ายรูปบริเวณ ตู้ไปรษณีย์แห่งอำเภอเบตงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและใหญ่ที่สุดในโลก โดยสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงความยากลำบากในการติดต่อสื่อสารระหว่าง สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2467 ตั้งแต่ก่อนสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ลักษณะเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ด้านบนของตู้ได้บรรจุลำโพงไว้ข้างในและเจาะรูกลมๆไว้รอบๆ เพื่อกระจายเสียงรายงานข่าวสารของทางราชการ มีอายุรวม 86 ปี ใกล้ๆกันมี หอนาฬิกา สัญลักษณ์ของเมืองเบตง ตั้งเป็นศูนย์กลางของสี่แยกวงเวียนกลางเมือง ใกล้ๆกันนั้นมี

เย็น  รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่ 8)

หลังทานอาหารสมควรแก่เวลานำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักแรม
ที่พัก: Modern Thai Hotel หรือระดับเทียบเท่ากัน (ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5 วันก่อนวันเดินทาง)

วันที่สี่ ชมสนามบินเบตง – หาดใหญ่ – ตลาดกิมหยง – ท่าอากาศยานหาดใหญ่ – ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (อาหารเช้า/เที่ยง)

เช้า  รับประทานอาหารเช้า (มื้อที่ 9)

นำท่านแวะชม สนามบินเบตง สนามบินแห่งแรกของ จ.ยะลา ตั้งอยู่กลางหุบเขา จุดประสงค์เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเพิ่มความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ปัจจุบัน(พ.ย.63) ยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ อิสระให้ท่านถ่ายรูปตามอัธยาศัย ได้เวลาพอสมควรนำท่านเดินทางกลับสู่ หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา (ใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง)

เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 10)

เดินทางต่อสู่ หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นำท่านสู่ ตลาดกิมหยง เป็นตลาดขายของฝากและของที่ระลึกขนาดใหญ่ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตั้งอยู่บนอาคารสองชั้น ริมถนนละม้ายสงเคราะห์ ชั้นบนเป็นร้านขายสินค้า ชั้นล่างเป็นตลาดขายของแห้ง อิสระให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าตามอัธยาศัย
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ เพื่อเดินทางกลับ

21.55น. ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสายการบิน AIR ASIA (FD) เที่ยวบินที่ FD4303
23.30น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ