ITH75 งามจั๊ดนัก ทุ่งบัวตอง แม่ฮ่องสอน 4วัน 2คืน

งามจั๊ดนัก ทุ่งบัวตอง แม่ฮ่องสอน 4วัน2คืน BUS

ราคาเริ่มต้น 5,900 ฿ ดาวน์โหลด PDF จองทัวร์

สายการบิน: bus_PNG8635

ออกเดินทางสู่ จ.เชียงใหม่-เปลี่ยนเป็นรถตู้ปรับอากาศเดินทางสู่ ปาย –สวนสนบ่อแก้ว – ทุ่งบัวตอง ดอยแม่เหาะ – ขุนยวม – ทุ่งบัวตอง ดอยแม่อูคอ – จุดชมวิวผาบ่อง – หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว ห้วยเสือเฒ่า – พระธาตุดอยกองมู – วัดจองกลาง – วัดจองคำ – พักแม่ฮ่องสอน-สะพานไม้ซูตองเป้ – บ้านรักไทย – ปางอุ๋ง – บ้านจ่าโบ่ – จุดชมวิวกิกอคอบ้านห้วยเฮี๊ยะ – จุดชมวิวดอยกิ่วลม – ปาย – จุดชมวิวหยุนไหล – วัดน้ำฮู – พระธาตุแม่เย็น – ถนนคนเดินปาย -พักปาย-คอฟฟี่อินเลิฟ – ปายแคนยอน – สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย – เชียงใหม่ – ร้านของฝาก – กรุงเทพฯ  

วันที่เดินทาง

04-07 ธ.ค. 63, 09-12 ธ.ค. 63, 10-13 ธ.ค. 63, 26-29 พ.ย. 63, 03-06 ธ.ค. 63

วันแรก พร้อมกันที่จุดนัดพบ Shell แม็คโคร แจ้งวัฒนะ – ออกเดินทางสู่ จ.เชียงใหม่

18.30 น. พร้อมกันที่จุดนัดหมาย ปั๊ม Shell แม็คโคร แจ้งวัฒนะ เจ้าหน้าที่บริษัทฯคอยให้การต้อนรับและอำนวยความให้ทุกท่าน มีการพ่นยาฆ่าเชื้อในรถ เช็คอุณหภูมิร่างกาย และมีบริการแจกหน้ากากอนามัยชนิดผ้าและเจลแอลกอฮอล์ ออกเดินทางสู่จังหวัดเชียงใหม่ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 9ชั่วโมง) อิสระให้ทุกท่านพักผ่อนบนรถตามอัธยาศัย

วันสอง เชียงใหม่ – สวนสนบ่อแก้ว – ทุ่งบัวตอง ดอยแม่เหาะ – ขุนยวม – ทุ่งบัวตอง ดอยแม่อูคอ –จุดชมวิวผาบ่อง – หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว ห้วยเสือเฒ่า – พระธาตุดอยกองมู – วัดจองกลาง –วัดจองคำ – พักแม่ฮ่องสอน (เช้า/เที่ยง/เย็น)

เช้า เดินทางถึง เชียงใหม่ ให้ท่านธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยพร้อมรับประทานอาหารเช้า

 รับประทานอาหารเช้า (มื้อที่ 1)

จากนั้นปรับเปลี่ยนยานพาหนะเป็นรถตู้ปรับอากาศเดินทางสู่ จ.แม่ฮ่องสอน เมืองขนาดเล็กท่ามกลางหุบเขาที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่า และแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่สวยงาม ระหว่างทางไปแวะชม สวนสนบ่อแก้ว ต้นสนสองใบ และสนสามใบ ปลูกเรียงรายสวยงามระหว่างเส้นทาง นำท่านเดินทางต่อสู่ แม่สะเรียง เดินทางไป ชม ทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่เหาะ ชมความงามของทุ่งดอกบัวตอง มีจุดชมหลักๆ อยู่ที่บริเวณที่ทำการ อบต.แม่เหาะ ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนริมทาง ให้ท่านถ่ายรูปด้านหน้าและเดินชมความสวยงามตามเส้นทางเดินไม่ไกลประมาณ 10 เมตร ก็จะได้พบกับ“อุโมงค์ดอกบัวตองดอยแม่เหาะ” ที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ดูน่าตื่นตาตื่นใจ สามารถชมความงามของดอกไม้สีเหลืองได้ในช่วงฤดูหนาว ราว ๆ เดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนธันวาคมของทุกปี โดยดอกบัวตองนับล้านดอกจะพากันเบ่งบานริมสองฟากถนน เป็นระยะทางยาวกว่า 2 กิโลเมตรที่แปรเปลี่ยนความธรรมดาแถวนั้นกลายเป็นภาพทิวทัศน์สวยงามเกินบรรยาย ให้ท่านถ่ายรูปตามอัธยาศัย (หมายเหตุ: สภาพอากาศทางบริษัทไม่สามารถคาดการณ์ได้และกรณีเกิดฝนตกอาจส่งผลต่อการบานหรือการร่วงโรยของดอกไม้ได้)

เที่ยง  บริการอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร (มื้อที่ 2)

นำท่านเดินทางต่อสู่ อ.ขุนยวม ไปชมเทศกาลทุ่งดอกบัวตองบาน ดอยแม่อูคอ เป็นทุ่งดอกบัวตองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีพื้นที่กว้างขวางกว่า 500 ไร่ บนความสูงประมาณ 1,600 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งจะเริ่มบานประมาณช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม และมีระยะเวลาการบานเพียงแค่ 2 อาทิตย์เท่านั้น ให้ท่านอิสระเก็บภาพความประทับใจบนดอยแม่อูคอและได้สัมผัสความงดงามงามของทุ่งดอกบัวตองสีเหลืองทั่วหุบเขา นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวและศาลาชมวิวที่ท่านสามารถมองเห็นทุ่งดอกบัวตองได้รอบ 360 องศา และมีการจำหน่ายสินค้า OTOP สินค้าเกษตร และอาหารพื้นเมือง รวมถึงการแสดงดนตรีพื้นบ้านของคนท้องถิ่นด้วย (หมายเหตุ: สภาพอากาศทางบริษัทไม่สามารถคาดการณ์ได้และกรณีเกิดฝนตกอาจส่งผลต่อการบานหรือการร่วงโรยของดอกไม้ได้)

นำท่านเดินทางสู่ตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ระหว่างทางแวะชมวิว ณ จุดชมวิวผาบ่อง เป็นจุดวิวที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพที่สวยงามของป่าและทิวเขาที่เรียงรายอยู่เบื้องหน้า บริเวณด้านล่างจะเห็นสายน้ำคล้ายน้ำตกซึ่งเป็นเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำผาบ่องเป็นเขื่อนกั้นลำน้ำแม่ละมาด และผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว ห้วยเสือเฒ่า เป็นหมู่บ้านของชาวกระเหรี่ยงคอยาวที่อยู่ใกล้เมืองมากที่สุด มีประมาณ20หลังคาเรือน อพยพลี้ภัยสงครามเข้ามา อยู่ที่แม่ฮ่องสอนนานแล้ว ดำรงชีวิตแบบดั้งเดิม ภายในหมู่นักท่องเที่ยวสามารถมาชมวิถีชีวิต และถ่ายรูปกับ กะเหรี่ยงคอยาวได้ มีลักษณะเป็นธรรมชาติ โดยรอบจะเป็นป่าไม้ร่มรื่น ทางเข้าของบ้านห้วยเสือเฒ่าจะผ่านฝายทดน้ำที่มีน้ำล้นหลายฝาย ภายในหมู่บ้านมีร้านจำหน่ายของที่ระลึกให้กับนักท่องเที่ยว จะเป็นผ้าทอมือ กำไรเงิน-หยก สร้อยคอ เครื่องประดับชนเผ่าต่างๆ จากนั้นนำท่านชม วัดพระธาตุดอยกองมู เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอน เดิมมีชื่อเรียกว่า วัดปลายดอยประกอบ ด้วยพระธาตุเจดีย์ที่สวยงาม 2 องค์ พระเจดีย์องค์ใหญ่สร้างโดย จองต่องสู่ เมื่อ พ.ศ. 2403 เป็นที่บรรจุพระธาตุของ พระโมคคัลลานะ เถระ ซึ่งนำมาจากประเทศพม่า ส่วนพระธาตุเจดีย์องค์เล็กสร้างเมื่อ พ.ศ. 2417 โดยพระยาสิงหนาทราชา เจ้าเมืองแม่ฮ่องสอน คนแรก จากวัดพระธาตุดอยกองมูนี้สามารถมองเห็นภูมิประเทศและสภาพตัวเมืองแม่ฮ่องสอนได้อย่างชัดเจน นำท่านเดินทางไป วัดจองคำ จองกลาง เปรียบเสมือนวัดแฝด ด้วยตั้งอยู่ในกำแพงเดียวกัน เมื่อมองจากด้านหน้า วัดจองคำ จะอยู่ด้านซ้ายมือ ส่วนวัดจองกลางจะอยู่ทางขวามือ วัดจองคำและวัดจองกลางตั้งอยู่กลางเมืองแม่ฮ่องสอน และ เป็นเสมือนสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของเมืองไทใหญ่แห่งนี้ เพราะนอกจากความงดงามทางศิลปะแล้ว วัดทั้งสอง ยังเป็น ศูนย์กลางของกิจกรรมทางวัฒนธรรม และประเพณีของชาวแม่ฮ่องสอน พื้นที่ด้านหน้าของวัดซึ่งเป็น สวนสาธารณะหนองจองคำยังเอื้อให้ใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีตามประเพณีต่าง ๆ ในรอบปีอีกด้วย

เย็น  บริการอาหารเย็น ณ ร้านอาหาร (มื้อที่ 3) หลังอาหารนำท่านเข้าสู่ที่พักแรมแม่ฮ่องสอน

ที่พัก: Ngamta Hotel Mae Hong Son หรือระดับเทียบเท่ากัน (ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 3-5 วันก่อนวันเดินทาง)

วันที่สาม สะพานไม้ซูตองเป้ – บ้านรักไทย – ปางอุ๋ง – บ้านจ่าโบ่ – จุดชมวิวกิกอคอบ้านห้วยเฮี๊ยะ – จุดชมวิวดอยกิ่วลม – ปาย – จุดชมวิวหยุนไหล – วัดน้ำฮู – พระธาตุแม่เย็น – ถนนคนเดินปาย – พักปาย (เช้า (ยูนนาน)/เที่ยง)

เช้า นำท่านเดินทางสู่ สะพานซูตองเป้ สะพานไม้ไผ่ที่สร้างขึ้นโดยพระภิกษุ สามเณร และชาวบ้านกุงไม้สัก เป็นสะพานไม้ไผ่ กว้าง 2 เมตร ยาวประมาณ 600 เมตร โดยสะพานแห่งนี้จะเชื่อมระหว่าง สวนธรรมภูสมะ กับ หมู่บ้านกุงไม้สัก เพื่อให้พระภิกษุสามเณร เดินบิณฑบาต และให้ชาวบ้านได้เดินข้ามสัญจรไปมา ถือเป็นสะพานไม้แห่งศรัทธา คำว่า “ซูตองเป้” (Su-Tong-Pe) นั้นเป็นภาษาไทยใหญ่ แปลว่า อธิษฐานสำเร็จ สะพานแห่งนี้จึงเป็นเหมือนตัวแทนแห่งคำอธิษฐานสำเร็จซึ่งมีความเชื่อกันว่า หากได้มายืนอยู่กลางสะพานแล้วอธิษฐานขอความความสำเร็จใดๆ ก็จะพบกับความสมหวัง นับว่าเป็นสะพานไม้ไผ่ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงฤดูฝนเดือนกันยายน –ปลาย ตุลาคม ก็จะได้พบกับท้องทุ่งนาเขียวขจี และในช่วงต้นถึงกลางเดือนพฤศจิกายน ซึ่งอยู่ในช่วงปลายฝนต้นหนาวก็จะได้พบกับข้าวออกรวงเหลืองทอง

นำท่านเดินทางสู่ บ้านรักไทย เป็นหมู่บ้านชาวไทยเชื้อสายยูนนานได้ขึ้นชื่อว่าดินแดนโรแมนติกท่ามกลางสายหมอกที่รายล้อมด้วยหุบเขาใหญ่มีอากาศเย็นสบายเกือบทั้งปี อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,776 เมตร ช่วงหน้าหนาวอากาศจะหนาวมาก ให้ท่านสัมผัสบรรยากาศท่ามกลางขุนเขา ไอหมอก ทะเลสาบ วิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่ได้รับอิทธิพลจากยูนนาน

 บริการอาหารเช้า (มื้อที่ 4) (ยูนนาน)

นำท่านเดินทางสู่ ปางอุ๋ง โครงการพระราชดำริปางตอง 2 มีสภาพภูมิประเทศเป็นทิวเขาสูงสลับซับซ้อนภูมิทัศน์ที่เป็นไฮไลท์จนถูกขนานนามว่าสวิตเซอร์แลนด์เมืองไทยก็คือ อ่างเก็บน้ำหรือทะเลสาบตรงกลางที่ล้อมรอบไปด้วยป่าสนสองใบ สนสามใบและดอกไม้เมืองหนาว ที่ให้บรรยากาศโรแมนติก

นำท่านสู่อำเภอปายเดินทางผ่าน บ้านจ่าโบ่ ชื่อของชุมชนเล็กๆ ในอำเภอปางมะผ้า เป็นหมู่บ้านเล็กๆ บนเนินเขาที่แวดล้อมด้วยขุนเขาและธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นชาวลาหู่ที่ย้ายมาจากห้วยยาว นำโดย นายจ่าโบ่ ไพรเนติธรรม แวะร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขาเจ้าดัง ตัวร้านเป็นบ้านไม้ตั้งอยู่เนินเขา ภายในแบ่งออกเป็น2ชั้น มีมุมให้เลือกนั่งมากมายทั้งโต๊ะ บาร์ห้อยขา เปลตาข่าย และใกล้กันมีร้านกาแฟเด็กดอย และเซเว่นกลางวิวที่อยู่ใกล้กัน จากนั้นแวะ จุดชมวิวกิกอคอบ้านห้วยเฮี๊ยะ จุดชมวิวแห่งนี้ยังไม่ค่อยมีคนรู้จักมากนัก เพราะเป็นจุดชมวิวแห่งใหม่ของหมู่บ้านห้วยเฮี๊ยะ อำเภอปางมะผ้า อยู่ถัดจุดชมวิวบ้านจ่าโบ่ไม่ไกล ประมาณ 5-6 กิโล ให้ท่านชมธรรมชาติ ทิวเขาที่เรียงต่อๆ กันอย่างสวยงาม อีกทั้งยังมีพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านที่ทำไร่ตามแนวเขาให้ชมด้วย เดินทางต่อแวะจุดชมวิวท่ามกลางหมอกและขุนเขาที่จุดชมวิวดอยกิ่วลม ปาย-ปางมะผ้า หรือจุดชมวิวห้วยน้ำดัง ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง จุดชมวิวแห่งนี้เป็นจุดชมวิวที่มีความสวยงามมาก

บ่าย  บริการอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร (มื้อที่ 5)

นำท่านเดินทางสู่จุดชมวิวหยุนไหล เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกตั้งอยู่ที่ อ.ปาย โดดเด่นด้วยชื่อสไตล์จีน และเป็นสถานที่สุดโรแมนติก มีป้ายสำหรับคู่รักให้ได้ถ่ายรูป เป็นจุดชมวิวลานโล่งที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองปายทั้งเมืองในยามเช้า ราวกับถูกโอบอุ้มด้วยหมอกจางๆ ท่ามกลางธรรมชาติ ภูเขา และแมกไม้สีเขียวยามแสงแรกของวัน คู่รักนักท่องเที่ยวทั้งหลายสามารถคล้องกุญแจคู่รัก และแขวนป้ายบอกรักที่ จุดป้าย100ที่บอกรัก เพื่อเป็นพยานรักบนต้นสนมงคลทั้ง 6 ต้น ซึ่งเลข 6 ในภาษาจีน แปลว่าโชคลาภ หรือ ความยั่งยืน อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาด คือ หมั่นโถว ของอร่อยขึ้นชื่อของที่นี่ ทานคู่กับชาร้อนๆ พร้อมชมวิวตรงระเบียงในบรรยากาศเย็นสบาย อิสระถ่ายภาพตามอัธยาศัย นำท่านเดินทางสู่ วัดน้ำฮู เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองปายเป็นที่ประดิษฐานของเจ้าพ่ออุ่นเมือง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ทำด้วยโลหะทองสัมฤทธิ์พระพุทธรูปองค์นี้ พระเศียรกลวง ส่วนบนเปิดปิดได้และมีน้ำขังอยู่ มีน้ำไหลออกมาอีก ในลักษณะซึมออกมาตลอดเวลา จึงมีผู้คนหลั่งไหลมาขอน้ำมนต์ไปสักการะอยู่เนืองๆ

นำท่านเดินทางสู่วัดพระธาตุแม่เย็น เป็นวัดแก่เก่าคู่เมืองปาย ด้านหลังโบสถ์เป็นที่ตั้งเจดีย์เก่า สร้างในสมัยใดไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด จากจุดนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของอำเภอปายได้ทั่วทั้งบ้านเรือนและทุ่งนา ยิ่งถ้าได้ขึ้นไปในตอนเย็นจะได้ชมพระอาทิตย์ตกโดยมีเทือกดอยจิกจ้องเป็นฉากหลังที่งดงาม และพระธาตุแห่งนี้เป็นจุดสังเกตของผู้โดยสารทางเครื่องบินว่าเข้าเขตอำเภอปายแล้ว สมควรแก่เวลานำท่านเข้าสู่ที่พัก

เย็น นำท่านเดินทางสู่ ถนนคนเดินปาย มีของขายหลายอย่าง เสื้อผ้า ของกิน ของที่ระลึก งานแฮนด์เมด ร้านอาหารท้องถิ่น มากมาย อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัยเพื่อความสะดวกในการช้อปปิ้ง หมายเหตุ: ถนนคนเดินปายเปิดบริการทุกวันในช่วงหน้าหนาว ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ และวันศุกร์-เสาร์ในช่วงหน้าร้อน และหน้าฝน

ที่พัก: Diamond De Pai City Hotel หรือระดับเทียบเท่ากัน (ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 3-5 วันก่อนวันเดินทาง)

วันที่สี่ ปาย – คอฟฟี่อินเลิฟ – ปายแคนยอน – สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย – เชียงใหม่ – ร้านของฝาก – กรุงเทพฯ (เช้า/เที่ยง)

เช้า  บริการอาหารเช้า (มื้อที่ 6)

นำท่านแวะร้านกาแฟเก๋ๆบรรยากาศดีที่ คอฟฟี่อินเลิฟ เป็นร้านกาแฟที่มีชื่อแห่งหนึ่งในอำเภอปาย อิสระซื้อเครื่องดื่ม ถ่ายภาพความประทับใจตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ กองแลนหรือปายแคนยอน คำว่ากองแลนมาจากภาษาพื้นเมือง กอง หมายถึง ถนน เส้นทางที่ใช้สัญจร ส่วนแลน หมายถึง ตัวตะกวด (ตัวเงินตัวทอง) พอมารวมกันเป็น กองแลน หมายถึง เส้นทางสัญจรของตะกวดที่แคบและเล็ก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เกิดจากการทรุดตัวของดินบนภูเขาสูงที่ถูกกัดเซาะเป็นร่องลึกคล้ายหน้าผาติดต่อกันเป็นระยะเวลานานจนกลายเป็นทางเส้นเล็กๆบนสันเขา ท่ามกลางภูเขาสลับซับซ้อน ให้ท่านชมความสวยงามได้โดยรอบแบบ 360 องศา ที่นี่เคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องปาย อิน เลิฟ

นำท่านแวะถ่ายรูป สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย ตั้งอยู่ริมถนนสาย 1095 บริเวณกิโลเมตรที่ 88 ถูกสร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทหารประเทศญี่ปุ่น เพื่อใช้ข้ามแม่น้ำปายและลำเลียงเสบียงและอาวุธเข้าไปยังประเทศพม่า หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง อำเภอปายจึงกลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้งหนึ่ง โดยหลงเหลือไว้เพียงแต่สะพานแห่งนี้ว่า “สะพานประวัติศาสตร์”

จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่จังหวัดเชียงใหม่ (ระยะเวลาประมาณ2ชม.ครึ่ง)

บ่าย  บริการอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร (มื้อที่ 7)

นำท่านแวะซื้อของฝาก เช่น แคบหมู ไส้อั่ว น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกอ่อง และสินค้าพื้นเมืองอีกมากมาย สมควรแก่เวลานำท่านเปลี่ยนยานพาหนะเป็นรถโค้ชปรับอากาศเดินทางสู่กลับกรุงเทพฯ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 9ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับการจราจร ณ วันเดินทาง)

**********************