VUDN01-01

ซุปตาร์..รักนะ!! ต้าวสามวาฬ อุดรธานี – หนองคาย – บึงกาฬ – นครพนม 4 วัน 2 คืน VAN

ราคาเริ่มต้น 5,988 ฿ ดาวน์โหลด PDF จองทัวร์

สายการบิน: Van

นำท่านชม หมู่บ้านดอกไม้ห้วยสำราญ ตั้งอยู่ใน อ.เมืองอุดรธานี แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของ จ.อุดรธานี เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครเพราะหมู่บ้านนี้ได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านแห่งดอกไม้ เต็มไปด้วยแปลงดอกไม้นานาพันธุ์ สีสันหลากหลายสวยงาม อิสระให้ท่านถ่ายรูปตามอัธยาศัย

วันที่เดินทาง

14-17 เม.ย. 64, 31 มี.ค-03 เม.ย. 64, 7-10 เม.ย. 64, 21-24 เม.ย. 64, 28 เม.ย.-01 พ.ค 64, 5-8 พ.ค. 64, 12-15 พ.ค. 64, 19-22 พ.ค. 64, 26-29 พ.ค. 64, 2-5 มิ.ย. 64, 9-12 มิ.ย. 64, 16-19 มิ.ย. 64, 23-26 มิ.ย. 64

วันแรก จ.กรุงเทพฯ – ปั้ม ปตท.ดินแดง-วิภาวดี (ตรงข้าม ม.หอการค้า) – จ.อุดรธานี
18.00 น. พร้อมกันที่จุดนัดพบ ณ ปั้ม ปตท.ดินแดง-วิภาวดี (ตรงข้าม ม.หอการค้า) โดยมีเจ้าหน้าที่ทางบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกแก่ท่าน ก่อนขึ้นรถมีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย และมีเจลแอลกอฮอล์ให้บริการตลอดการเดินทาง*กรุณาเผื่อเวลาในการเดินทางมายังจุดนัดหมาย เนื่องจากรถออกเดินทางตามเวลา หากท่าน มาไม่ทันเวลานัดหมาย ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
19.00 น. จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ จ.อุดรธานี ระยะทางประมาณ 600 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชม. ระหว่างทางให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย และแวะเข้าห้องน้ำตามความเหมาะสมของเส้นทาง
วันที่สอง จ.อุดรธานี – หมู่บ้านดอกไม้ห้วยสำราญ – วัดศิริสุทโธคําชะโนด – จ.หนองคาย –
วัดโพธิ์ชัย – จ.บึงกาฬ – วัดอาฮงศิลาวาส – เข้าที่พัก
เช้า  บริการอาหารเช้า ณ ร้านอาหาร มื้อที่ 1
นำท่านชม หมู่บ้านดอกไม้ห้วยสำราญ ตั้งอยู่ใน อ.เมืองอุดรธานี แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของ จ.อุดรธานี เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครเพราะหมู่บ้านนี้ได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านแห่งดอกไม้ เต็มไปด้วยแปลงดอกไม้นานาพันธุ์ สีสันหลากหลายสวยงาม อิสระให้ท่านถ่ายรูปตามอัธยาศัย
นำท่านเดินทางถึง วัดศิริสุทโธคําชะโนด หรือ วัดป่าคำชะโนด ที่เชื่อกันว่าเป็นดินแดนของพญานาคและจุดเชื่อมต่อกับเมืองบาดาล โดยมีพญานาคราชปู่ศรีสุทโธและองค์แม่ศรีปทุมมานาคราชเทวี คอยปกปักรักษา รวมถึงเรื่องราวลี้ลับของป่าอาถรรพ์อย่าง ‘ตำนานผีจ้างหนังคำชะโนด’ ที่มีคนนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เมื่อปี 2550 ทำให้วัดนี้ขึ้นชื่อในเรื่องการให้โชคลาภเป็นที่สุด จึงไม่มีคนอีสานคนไหนไม่รู้จักสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ และคนภาพอื่นก็เป็นที่รู้จักกันอยู่ไม่น้อย โดยป่าคำชะโนดเป็นสถานที่ที่ชาวบ้านมีความเชื่อว่า มีพญานาคาอาศัยอยู่ ชึ่งอยู่บริเวณใกล้กับวัดสิริสุทโธ มีลักษณะเป็นป่าปกคลุมด้วยนานาพรรณไม้โดยเฉพาะต้นชะโนด มีลักษณะเป็นเกาะลอยอยู่เหนือน้ำ เมื่อน้ำขึ้นก็ไม่มีวันจม ลอยเด่นอยู่กลางทุ่งนา
เที่ยง  บริการอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร มื้อที่ 2
บ่าย เดินทางสู่ จ.หนองคาย นำท่านชม วัดหลวงพ่อพระใส หรือ วัดโพธิ์ชัย ตั้งอยู่ในอำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ประดิษฐานหลวงพ่อพระใส พระพุทธรูปสำคัญคู่เมืองหนองคาย เป็นพระพุทธรูปขัดสมาธิราบ ปางมารวิชัยหล่อด้วยทองสีสุก เดิมทีนั้นหลวงพ่อพระใสได้ประดิษฐาน ณ เมืองเวียงจันทน์ พ.ศ. ๒๓๒๑ สมัยกรุงธนบุรีได้อัญเชิญไปไว้ที่เมืองเวียงคำ และถูกเชิญมาประดิษฐานไว้ที่วัดโพนชัย เมืองเวียงจันทน์อีก ต่อมาในรัชกาลที่ ๓ เจ้าอนุวงศ์ เมืองเวียงจันทน์เป็นกบฎ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิ์พลเสพย์ เป็นจอมทัพยกพลมาปราบ จึงได้อัญเชิญพระสุก พระเสริม และพระใส ลงมาด้วย โดยอัญเชิญมาจากภูเขาควายขึ้น ประดิษฐานบนแพไม้ไผ่ ซึ่งผูกติดกันอย่างมั่นคงล่องมาตามลำน้ำงึม เมื่อล่องมาถึงตรงบ้านเวินแท่นในขณะนั้น เกิดอัศจรรย์แท่นของพระสุกได้เกิดแหกแพจมลงไปในน้ำ โดยเหตุที่มีพายุพัดแรงจัด และบริเวณนั้นได้นามว่า “เวินแท่น”
เดินทางสู่ จ.บึงกาฬ นำท่านชม วัดอาฮงศิลาวาส ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงบริเวณแก่งอาฮง แอ่งน้ำขนาดใหญ่จากฝั่งไทยถึงฝั่งลาวที่มีความยาวประมาณร้อยกว่าเมตร วัดอาฮงศิลาวาส เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งในจังหวัดบึงกาฬ ด้วยเหตุที่มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม พื้นที่ติดกับแม่น้ำโขงเป็นแนวโค้งยาวประกอบกับมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องพญานาค ทำให้นักท่องเที่ยวนิยมแวะมาที่วัดอาฮง และแก่งอาฮง อย่างไม่ขาดสาย มีความเชื่อกันว่าบริเวณหน้าวัด คือ จุดที่ลึกที่สุดของแม่น้ำโขงซึ่งมีความลึก 200 เมตร บริเวณนี้จะมีน้ำจะไหลเชี่ยววนจนเป็นหลุมรูปกรวย หากมีพวกเศษไม้ ใบไม้หรือวัตถุเล็กๆ ติดอยู่จะถูกกระแสน้ำหมุนวนเป็นรูปกรวยประมาณ 20-30 นาที แล้วจึงหลุดเคลื่อนไปในที่อื่น เมื่อมีกระแสน้ำไหลเชี่ยวมาอีกก็จะต่อตัวเป็นรูปกรวยขึ้นมาใหม่เกิดสลับกันไปตลอดทั้งวัน จึงทำให้เชื่อว่าที่นี่คือ จุดที่เป็น สะดือแม่น้ำโขง ในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมของทุกปี สามารถมองเห็นแก่งอาฮง แก่งหินกลางลำน้ำโขงปรากาฎขึ้นมาเหนือน้ำ กลุ่มหินมีชื่อเรียกตามลักษณะของหิน เช่น หินลิ้น นาค หินปลาเข้ ถ้ำปลาสวาย เป็นต้น อิสระให้ท่านเดินเล่นถ่ายรูปริมแม่น้ำโขงตามอัธยาศัย
เย็น  บริการอาหารเย็น ณ ร้านอาหาร มื้อที่ 3
ที่พัก โรงแรมที่พัก BK Place Hotel หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
(ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5 วันก่อนวันเดินทาง)

วันที่สาม จ.บึงกาฬ – ภูสิงห์ – หินสามวาฬ – วัดภูทอก – จ.นครพนม – พระธาตุท่าอุเทน –
พญาศรีสัตตนาคราช – เข้าที่พัก
เช้า  บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของที่พัก มื้อที่ 4
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ภูสิงห์ หนึ่งในจุดสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของภูสิงห์ก็คือ หินสามวาฬ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อนุรักษ์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงดิ บกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู ในพื้นที่ของภูสิงห์เองเต็มไปด้วยกลุ่มของก้อนหินรูปทรงต่าง ๆ หน้าผา และถ้ำ กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ เกิดเป็นความสวยงามที่ชวนให้สะกดสายตานักท่องเที่ยว รวมถึงหินสามวาฬ ที่มีลักษณะเป็นหินขนาดใหญ่ติดหน้าผาสูง แยกตัวเป็น 3 ก้อน มีอายุประมาณ 75 ล้านปี หนึ่งเดียวของโลก ความพิเศษของหินสามวาฬอยู่ตรงที่ เมื่อมองดูจากระยะไกล หินสามก้อนนี้จะดูคล้ายกับฝูงครอบครัววาฬ ที่ประกอบด้วยพ่อวาฬ แม่วาฬ และลูกวาฬ ซึ่งเรียกตามขนาดของหินแต่ละก้อน **การเดินทางขึ้นภูสิงห์จะต้องเปลี่ยนเป็นรถท้องถิ่นของทางอุทยาน**
นำท่านขึ้นชม ภูทอก เป็นที่ตั้งของวัดเจติยาศรีวิหาร (วัดภูทอก) อยู่ในอาณาเขตบ้านคำแคน ตำบลนาสะแบง จ.บึงกาฬ โดยมีพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ เป็นผู้ก่อตั้ง ในภาษาอีสานแปลว่า ภูเขาที่โดดเดี่ยว ภูทอก มี 2 ลูก คือภูทอกใหญ่และภูทอกน้อยส่วนที่นักแสวงบุญและ นักท่องเที่ยวทั่วไป สามารถชมได้คือ ภูทอกน้อย ส่วนภูทอกใหญ่อยู่ห่างออกไป ยังไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวชม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการ **เดินเท้าขึ้นสู่ยอดภูทอก** จุดเด่นของภูทอกก็คือ สะพานไม้และบันไดขึ้นชมทัศนียภาพรอบ ๆ ภูทอก ใช้เพียงแรงงานคนสร้างบันได เวียนไปมา รอบภูทอกแบบ 360 ซึ่งมีทั้งหมด 7 ชั้น ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 5 ปีเต็มจากชั้น 1-7 จะมีบันไดไม้ให้เดินแบบ ตรงทอดยาวจนถึงจุดสูงสุดของยอดภูทอก และตั้งแต่ชั้นที่ 3 เป็นต้นไปนักท่องเที่ยวสามารถเดินชม แบบสะพานเวียนรอบเขาซึ่งจะ ได้เห็น มุมมองที่แตกต่างไปเรื่อย ๆ บันไดที่ทอดขึ้นสู่ยอดภูทอกนี้เปรียบเสมือนเส้นทางธรรมที่น้อมนำ สัตบุรุษ ให้พ้นโลกแห่งโลกียะ สู่โลกแห่ง โลกุตระหรือโลกแห่ง การหลุดพ้นด้วย ความเพียรพยายามและมุ่งมั่น
เที่ยง  บริการอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร มื้อที่ 5
บ่าย เดินทางสู่ อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม นำท่านสักการะ พระธาตุท่าอุเทน พระธาตุประจำวันเกิดวันศุกร์ ตั้งอยู่ในเส้นทางเดียวกับสะพานมิตรภาพไทย-ลาว 3 ใกล้กับที่ว่าการอำเภอท่าอุเทน พระธาตุท่าอุเทนมีลักษณะเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนอยู่ในผังสี่เหลี่ยม กล่าวกันว่าจำลองแบบมาจากพระธาตุพนม แต่มีสัดส่วนขององค์ธาตุที่เล็กกว่า ผู้ที่ไปนมัสการพระธาตุแห่งนี้จะได้รับอานิสงส์ให้ชีวิตมีความรุ่งโรจน์เปรียบเสมือนพระอาทิตย์ขึ้นยามรุ่งอรุณ
จากนั้นนำท่านชม พญาศรีสัตตนาคราช แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของ จ.นครพนม ประดิษฐานริมฝั่งแม่น้ำโขง บนลานศรีสัตตนาคราช หน้าสำนักงาน ป่าไม้ ถนนสุนทรวิจิตร ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม เป็นองค์พญานาคทองเหลืองที่ใหญ่ที่สุดของภาคอีสาน มีความสวยงาม โดดเด่น องค์พญาศรีสัตตนาคราช หล่อด้วยทองเหลือง มีน้ำหนักรวม 9,000 กก. เป็นรูปพญานาคขดหาง 7 เศียร ประดิษฐานบนแท่นฐานแปด เหลี่ยม กว้าง 6 เมตร ความสูงทั้งหมดรวมฐาน 15 เมตร สามารถพ่นน้ำได้ ตามที่ทราบกันว่าพี่น้องชาวไทย-ลาว มีความเชื่อผูกพัน อยู่กับองค์พญานาค เช่นเดียวกับความผูกพันในลำน้ำโขง ตั้งแต่รุ่นปู่ย่า
ล้วนศรัทธาในความศักดิ์สิทธิ์ของพญานาค ในฐานะที่เป็น ผู้ดูแลปักปักษ์รักษาแถบลุ่มน้ำโขง รักษาพุทธศาสนา รวมถึงองค์พระธาตุพนม จากนั้นให้ท่านได้เดินเล่นที่ ถนนคนเดินนครพนม หรือ Maekhong Walking Street ณ บริเวณ ชุมชนย่านหอนาฬิกา ริมฝั่งแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ ที่ได้รับวัฒนธรรมจาก จีน ฝรั่งเศษ และเวียดนาม มีหอนาฬิกาที่ชาวเวียดนามสร้างไว้เป็นอนุสรณ์ ก่อนเดินทางกลับเวียดนาม และในบริเวณชุมชนดังกล่าวนี้ยังคงปรากฎ”บ้านริมโขง” ที่เก่าแก่เกือบ 100 ปี ให้คนรุ่นหลังได้มาเห็นวัฒนธรรมของ จังหวัดนครพนม ในอดีต เทศบาลเมืองนครพนม ได้เห็นความสำคัญของชุมชนย่านหอนาฬิกาที่เคยเจริญรุ่งเรืองในอดีต
เย็น  อิสระอาหารเย็น ณ ถนนคนเดิน ช็อป ชิม อาหารขึ้นชื่อของท้องถิ่น เช่น ข้าวเกียบปากหม้อ, ข้าวจี่, ขนมครก และอาหารอื่นๆอีกมากมาย
ที่พัก โรงแรมที่พัก i Hotel หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
(ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5 วันก่อนวันเดินทาง)
วันที่สี่ จ.นครพนม – พระธาตุนคร – พระธาตุเรณู – พระธาตุพนม – จ.กรุงเทพฯ
เช้า  บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของที่พัก มื้อที่ 6
นำท่านสักการะ พระธาตุนคร พระธาตุประจำวันเกิดของคนเกิดวันเสาร์ ประดิษฐานที่วัดมหาธาตุ ถ.สุนทรวิจิตร อ.เมือง บริเวณริมฝั่งโขง ภายในองค์ พระธาตบรรจุพระอรหันตสารีริกธาตุ พร้อมกับองค์พระพุทธรูปทองคำ และของมีค่าต่างๆ ที่ประชาชนผู้มีจิตศรัทธาได้ถวายผู้ที่ไป นมัสการพระธาตุแห่งนี้จะได้รับอานิสงส์ เสริมบุญบารมี และมีอำนาจวาสนาเป็นเจ้าคนนายคน
นำท่านสักการะ พระธาตุเรณู พระธาตุเรณูนอกจากเป็นพระธาตุประจำเมืองเรณูนครแล้ว ยังเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันจันทร์ด้วย สร้างราวปี พ.ศ.๒๔๖๐-๒๔๖๓ องค์พระธาตุจำลองมาจากพระธาตุพนมองค์เต็ม ก่อนที่กรมศิลปากรจะเข้ามา บูรณะในปี พ.ศ.๒๔๙๓ แต่มีขนาดเล็กกว่า ภายในบรรจุพระไตรปิฎก พระพุทธรูปทองคำ พระพุทธรูปเงิน เครื่องกกุธภัณฑ์ของพระยา และเจ้าเมือง และของมีค่าที่ประชาชนมีศรัทธาบริจาค ต่อมาได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ในปี พ.ศ.๒๕๕๙ ภายในโบสถ์เป็นที่ประดิษฐานพระองค์แสน พระคู่บ้านคู่เมืองเรณูนคร พระพุทธรูปศิลปะแบบลาว ปางสมาธิ พุทธลักษณะสวยงามมาก บริเวณวัดมีลานวัฒนธรรม ผู้ไทยเรณูนคร โรงละครเมือง เว ไว้คอยต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองและนักท่องเที่ยว ทั้งยังมีร้านจำหน่ายสินค้า OTOP และผ้าพื้นเมืองที่ ไม่ควรพลาดเลือกชมเลือกซื้อ

จากนั้นนำท่านสักการะ พระธาตุพนม ตั้งอยู่ริมฝั่งโขง ณ วัดพระธาตุพนมวรมาหาวิหาร เป็นวัดพระอารามหลวง ชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร ปัจจุบันมี พระเทพวรมุนี เป็นเจ้าอาวาส ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2549-ปัจจุบัน ประดิษฐาน ณ ริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนชยางกูร บ้านธาตุพนม ตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม มีลักษณะเป็นเจดีย์รูปสี่เหลี่ยมจตุรัสก่อด้วยอิฐ กว้างด้านละ 12.33 เมตร สูง 53.6 เมตร มีกำแพงล้อมองค์พระธาตุ 4 ชั้น องค์พระธาตุตั้งอยู่บนภูกำพร้า (เนินดินสูงจากพื้นธรรมดาประมาณ 3 เมตร) ภายในบริเวณมีบึงขนาดใหญ่เรียกว่าบึงธาตุพนม ในวันเพ็ญเดือน 3 ถึง แรม 1 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปีจะมีงานประจำปีเพื่อเป็นการนมัสการพระธาตุพนม เป็นพระธาตุประจำของเกิดปีวอก และคนเกิดวันอาทิตย์ เชื่อกันว่า ถ้าใครได้มานมัสการพระธาตุครบ 7 ครั้ง จะถือว่าเป็น “ลูกพระธาตุ” ได้รับอานิสงค์บุญบารมี มีคนเคารพนับถือ ชีวิตดี เจริญรุ่งเรือง

เที่ยง  บริการอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร มื้อที่ 7 ลิ้มรสอาหารเวียดนาม ที่ต้องห้าม!! พลาดเมื่อมาถึง จ.นครพนม
บ่าย สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับสู่ จ.กรุงเทพฯ ระยะทางประมาณ 600 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชม. ระหว่างทางให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย และแวะเข้าห้องน้ำตามความเหมาะสมของเส้นทาง