ITH72 น่าน 4วัน 2คืน

น่าน 4วัน2คืน Bus

ราคาเริ่มต้น 3,999 ฿ ดาวน์โหลด PDF จองทัวร์

สายการบิน: bus_PNG8635

ออกเดินทางสู่จังหวัดน่าน -วัดพระธาตุแช่แห้ง – สุดกองดี คาเฟ่ – วัดพระธาตุเขาน้อย – อุโมงค์ลีลาวดี – วัดภูมินทร์ – วัดศรีพันต้น – ศาลหลักเมือง-วัดมิ่งเมือง – ถนนคนเดินน่าน-บ่อเกลือ – ถนนลอยฟ้า1081 – บ่อเกลือสินเธาว์ – จุดชมวิวบ้านสะปัน – จุดชมวิวภูคา1715 -ถนนลอยฟ้า1256 – อำเภอปัว – ร้านกาแฟบ้านไทลื้อ – วัดภูเก็ต –วัดศรีมงคล(วัดก๋ง)-แพร่ – วัดพระธาตุช่อแฮ – บ้านเทียนหอม อุตรดิตถ์ – กรุงเทพฯ

วันที่เดินทาง

22-25 ต.ค. 63, 10-13 ต.ค. 63, 04-07 ก.ย. 63, 09-12 ต.ค. 63, 04-07 ธ.ค. 63, 09-12 ธ.ค. 63, 30 ธ.ค.-02 ม.ค. 64, 31 ธ.ค.-03 ม.ค. 64

วันแรก จุดนัดหมาย ปั๊ม Shell แม็คโครแจ้งวัฒนะ – ออกเดินทางสู่จังหวัดน่าน

18.30 น. พร้อมกันที่จุดนัดหมาย ปั๊ม Shell แม็คโครแจ้งวัฒนะ เจ้าหน้าที่บริษัทฯคอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้ทุกท่าน มีการพ่นยาฆ่าเชื้อในรถ เช็คอุณหภูมิร่างกาย และมีบริการแจกหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ท่านละ1ชุด สมควรแก่เวลาออกเดินทางสู่ จังหวัดน่าน (ใช้เวลาเดินทางประมาณ10ชั่วโมง) อิสระให้ทุกท่านพักผ่อนบนรถตามอัธยาศัย

วันที่สอง วัดพระธาตุแช่แห้ง – สุดกองดี คาเฟ่ – วัดพระธาตุเขาน้อย – อุโมงค์ลีลาวดี – วัดภูมินทร์ – วัดศรีพันต้น – ศาลหลักเมือง วัดมิ่งเมือง – ถนนคนเดินน่าน (เช้า/เที่ยง /-)

เช้า เดินทางถึง จังหวัดน่าน แวะจุดพักรถเพื่อให้ท่านได้ทำธุระส่วนตัว

 บริการอาหารเช้า (มื้อที่ 1)

นำท่านเดินทางสู่ พระธาตุแช่แห้ง เป็นพระธาตุประจำคนเกิดปีเถาะ (ปีกระต่าย) เป็นพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองน่าน เป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารริกธาตุที่ได้มาจากสมัยสุโขทัย องค์พระธาตุบุด้วยทองเหลืองหมดทั้งองค์ เป็นศิลปะการก่อสร้างที่มีความวิจิตรงดงามมาก มีความเชื่อกันว่าผู้ที่ได้มาสักการะองค์พระธาตุแช่แห้ง จะทำให้ชีวิตอยู่ดี มีสุข ปราศจากโรคภัยต่างๆ การงานเจริญก้าวหน้า อนุโมทนา จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สุดกองดีคาเฟ่ เป็นคาเฟ่ริมน้ำน่าน อยู่ในตัวเมืองน่านสามารถ จิบชา กาแฟ เติมความหวานได้ นอกจากนี้ยังมีเมนูอาหารก็มีให้เลือกสรรมากมาย พร้อมธรรมชาติรอบด้าน ที่สวยงาม อิสระให้ท่านเลือกซื้อเครื่องดื่มหรือถ่ายรูปเช็คอินสวยๆตามอัธยาศัย สมควรแก่เวลานำท่านสู่วัดพระธาตุเขาน้อย แลนด์มาร์คสำคัญอีกหนึ่งแห่งของจังหวัดน่าน ตั้งอยู่บนยอดดอยเขาน้อยมีองค์พระพุทธมหาอุตมมงคลนันทบุรีศรีเมืองน่าน พระพุทธรูปปางลีลาองค์ใหญ่ตั้งสง่างามอยู่บนยอดเขาอย่างสวยสดงดงาม

เที่ยง  อาหารกลางวัน (มื้อที่ 2)

บ่าย นำท่านเดินทาง อุโมงค์ลีลาวดี ซุ้มต้นลีลาวดีหรือต้นลั่นทมอยู่บริเวณด้านหน้าพิพิธภัณฑ์แห่งชาติน่านที่ขึ้นเป็นแถวเรียงรายแผ่ขยายกิ่งก้านโค้งเข้าหากัน ราวกับอุโมงค์ต้นไม้ยิ่งใหญ่อลังการ ถือเป็นแลนด์มาร์กสำคัญ ให้ท่านเก็บภาพ ถ่ายรูปสวยๆเช็คอินกัน สามารถเดินเพลินๆ ชมวิวทิวทัศน์ตลอดสองฝั่งข้างทาง จากนั้นเดินทางสู่ วัดภูมินทร์ เดิมชื่อ วัดพรหมมินทร์ เป็นวัดหลวงเก่าแก่ มีอายุกว่า 400 ปี ความสวยที่แปลกกว่าวัดอื่นของวัดภูมินทร์ คือ เป็นพระอุโบสถและพระวิหารสร้างเป็นอาคารหลังเดียวกัน เป็นทรงจัตุรมุข สถาปัตยกรรมอันโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะ ที่รวมเอาโบสถ์ วิหาร และเจดีย์ ไว้ในอาคารเดียวกัน ในส่วนจิตรกรรมฝาผนังภายในวิหารหรือที่เรียกกันว่า ฮูปแต้ม ซึ่งเขียนขึ้นในช่วงที่วัดภูมินทร์ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ สมัยเจ้าอนันตวรฤทธิเดช เมื่อ พ.ศ.2410 (ปลายสมัยรัชกาลที่ 4) และใช้เวลาซ่อมนานถึง 7 ปี ภาพปู่ม่านย่าม่าน ที่ได้รับฉายาว่า ภาพกระซิบรักบรรลือโลก อาจารย์สมเจตน์ วิมลเกษม ปราชญ์เมืองน่าน ได้แต่งคำกลอนอันสุดแสนโรแมนติกเป็นภาษาเหนือเพื่อบรรยายถ้อยคำกระซิบของปู่ม่านย่าม่าน อิสระให้ท่านชมภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังสีฝุ่น เล่าเรื่องชาดก ตำนานพื้นบ้าน และความเป็นอยู่ของชาวน่านในอดีต เสมือนเป็นการบันทึกเรื่องราวของจังหวัดน่าน ผ่านงานจิตรกรรม ลงบนผนังสีฝุ่น และบริเวณรอบๆวัดภูมินทร์ มีของที่ระลึก ขนมไทย สินค้าพื้นบ้านจำหน่ายมากมาย จากนั้นนำท่านไปสักการะเสริมความเป็นสิริมงคลที่ เดินทางสู่ วัดศรีพันต้น สร้างโดยพญาพันต้น เจ้าผู้ครองนครน่าน แห่งราชวงศ์ภูคา (ครองนครน่าน ระหว่าง พ.ศ. 1960 – 1969 ) ชื่อวัดตรงกับนามผู้สร้าง คือพญาพันต้น บางสมัยเรียกว่า วัดสลีพันต้น (คำว่า สลี หมายถึง ต้นโพธิ์) ซึ่งในอดีตมีต้นโพธิ์ใหญ่อยู่ด้านทิศเหนือและทิศใต้ของวัด ปัจจุบันถูกโค่นเพื่อตัดเป็นถนนแล้ว วัดศรีพันต้นได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2505 ภายในวัดมีวิหารที่สวยงาม ตั้งเด่นเป็นสง่ามีสีทองระยิบระยับ เป็นอีกวัดหนึ่งในจังหวัดน่านที่มีจิตรกรรมปูนปั้นที่สวยงามโดยเฉพาะพญานาคเจ็ดเศียร เฝ้าบันได หน้าวิหารวัด สีทองเหลืองอร่ามสวยงามตระการตา มีความสวยงามมาก ดูอ่อนโยนมีชีวิตชีวา ซึ่งปั้นแต่งโดยช่าง ชาวน่านชื่อ นายอนุรักษ์ สมศักดิ์ หรือ “สล่ารง” และภายในวิหารได้มีการเขียนภาพลายเส้นประวัติของพระพุทธเจ้า และประวัติ การกำเนิด เมืองน่าน โดยช่างชาวน่าน เป็นภาพ เขียนลายเส้นลงสีธรรมชาติสวยงามและทรงคุณค่าอย่างยิ่ง เดินทางสู่ เสาหลักเมืองน่าน ณ วัดมิ่งเมือง จุดเด่นสำคัญของวัดแห่งนี้ คือลายปูนปั้นที่ผนังด้านนอกอุโบสถ ออกแบบโดยช่างฝีมือจากเชียงแสน ประณีต งดงามมาก

เย็น นำทุกท่านเช็คอินเข้าที่พัก สมควรแก่เวลานำทุกท่านเดินทางไปช้อป ไปชิม สัมผัสวัฒนธรรมพื้นเมือง ถนนคนเดินน่านเมืองเก่า หน้าวัดภูมินทร์ ตลาดกลางคืนที่นี้ เปิดแค่ 2วัน ศุกร์-เสาร์ มีของกินของอร่อยพื้นเมืองจำนวนมาก ขอแนะนำ คือ ข้าวซอยไก่ และ ขนมจีนน้ำเงี้ยวจ้า ต้นตำหรับจากที่นี่ เพื่อความสะดวกในการเลือกทาน สำหรับมื้อนี้อิสระอาหารเย็นตามอัธยาศัย

ที่พัก: โรงแรมน้ำทองน่าน หรือระดับเทียบเท่ากัน (ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5 วันก่อนวันเดินทาง)

วันสาม บ่อเกลือ – ถนนลอยฟ้า1081 – บ่อเกลือสินเธาว์ – จุดชมวิวบ้านสะปัน – จุดชมวิวภูคา1715 – ถนนลอยฟ้า1256 – อำเภอปัว – ร้านกาแฟบ้านไทลื้อ – วัดภูเก็ต –วัดศรีมงคล(วัดก๋ง) (เช้า/เที่ยง /เย็น)

เช้า  บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 3)

นำท่านเดินทางสู่ อำเภอบ่อเกลือ อยู่ห่างจากตัวเมืองน่านประมาณ 80 กิโลเมตร แต่เนื่องจากเส้นทางเป็นหุบเขาสลับทับซ้อนกันหลายลูก อาจใช้เวลาในการเดินทางนานถึง 2ชั่วโมง ระหว่างทางจะได้พบกับ ถนนลอยฟ้า ถนนหลวงหมายเลข 1081 เส้นทางจากเมืองน่าน มุ่งหน้าสู่อำเภอบ่อเกลือ ระหว่างการเดินทาง ท่านจะได้สัมผัสกับความรู้สึก เหมือนกำลังนั่งรถอยู่บนถนนลอยฟ้า ที่ถูกล้อมลอบด้วยภูเขา ท่ามกลางป่าใหญ่ และไอหมอก นำท่านไปชม บ่อเกลือ สินเธาว์ ภูเขาโบราณ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของอำเภอบ่อเกลือ ถูกขนานนามว่าเป็นนาเกลือกลางหุบเขา ท่านจะได้เห็นกระบวนการทำเกลือของของคนพื้นเมือง สำหรับนักสะสม ที่นี่ก็มีผลิตภัณฑ์พื้นเมืองให้เลือกซื้อมากมาย จากนั้นไปถ่ายรูปชิคๆ เช็คอินที่ จุดชมวิวบ้านสะปัน อยู่ห่างจากบ่อเกลือภูเขาประมาณ 9 กิโลเมตร ชุมชนเล็กๆ ท่ามกลางธรรมชาติ ผืนป่า และขุนเขา มีลำธารไหลผ่านตลอดสาย ซึ่งจุดชมวิวจะอยู่บริเวณหน้าวัดบ้านสะปัน เมื่อมองจากมุมสูง จะเห็นเป็นวิวหมู่บ้าน ถูกโอบล้อมด้วยทุ่งนา กลางหุบเขา ทัศนียภาพสมบูรณ์สวยงามมาก

เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 4)

บ่าย นำท่านผ่านชมถนนลอยฟ้า ถนนหลวงหมายเลข 1256 อีกหนึ่งเส้นทางที่งดงาม เป็นเส้นทางจากอำเภอบ่อเกลือ สู่อำเภอปัว ภาพฝันในม่านหมอก ระหว่างทางแวะชมวิวสวยๆ ณ จุดชมวิว 1715 หนึ่งในจุดชมวิวที่ไม่ควรพลาดเมื่อเดินทางผ่านถนนสายนี้ ยิ่งถ้าไปช่วงฤดูฝน หรือปลายฝนต้นหนาวจะได้เห็นหมอกหนาสวยสุดตา มุ่งหน้าสู่ อำเภอปัว เมืองแห่งทุ่งนากลางหุบเขา แลนด์มาร์คที่ต้องมา นำท่านมาเติมคาเฟอิน ถ่ายรูปเช็คอินที่ ร้านกาแฟบ้านไทลื้อ ไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้เมื่อมาถึงอำเภอปัว ดื่มกาแฟ แลบรรยากาศนาข้าว ผสมผสานกับวัฒนธรรมไทลื้อดั้งเดิม นำท่านไปเสริมสิริมงคลที่ วัดภูเก็ต วัดตั้งอยู่ในหมู่บ้านเก็ต และอยู่บนบนเนินเขา ซึ่งชาวเหนือจะเรียกเขาว่า “ดอย หรือ ภู” ส่งผลให้วัดแห่งนี้มีชื่อว่าภูเก็ต โดยตั้งชื่อตามภูมิที่ตั้งอยู่ ไฮไลท์ของวัดนี้อยู่ที่ลานของโบสถ์ เมื่อมองออกไป จะเห็นเป็นวิวทุ่งนาเขียวขจี โอบล้อมโดยทิวเขาน้อยใหญ่ จากนั้นเดินทางสู่ วัดศรีมงคล (ก๋ง) เป็นวัดเก่าแก่ที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2395 พระสงฆ์ที่มีชื่อที่สุดของวัดนี้คือ หลวงปู่ก๋ง ด้านหลังวัดมีลานชมวิว ซึ่งมีทัศนียภาพที่งดงาม มองเห็นทุ่งนาเขียวขจี และทิวเขาของดอยภูคาเรียงรายสลับซับซ้อน โดยบริเวณลานชมวิว ทางวัดได้จัดทำเป็นซุ้มและจุดชมวิวให้ถ่ายภาพหลายจุด รวมถึงร้านกาแฟบรรยากาศไทยๆ ให้พักผ่อนหย่อนใจ ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจ ทั้งวิหารหลวงที่มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอันงดงาม โดยเลียนแบบการวาดของหนานบัวผัน จิตรกรชาวน่านเชื้อสายไทลื้อ ซึ่งวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วัดภูมินทร์และวัดหนองบัวของจังหวัดน่าน รวมถึงพิพิธภัณฑ์มงคลธรรมรังสี ซึ่งรวมรวมของโบราณต่างให้ได้ชม บรรยากาศโดยรอบของวัด เน้นตกแต่งแบบไทยล้านนา อนุรักษ์ของเก่าแก่ในอดีต ด้านหน้ายังเป็นที่ตั้งของกระท่อมไม้ไผ่ ชื่อว่าเฮือนมะเก่า ภายในบ้านมีข้าวของเครื่องใช้โบราณ สามารถเข้าไปชมและถ่ายภาพได้

เย็น  รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่ 5)

หลังทานอาหารเย็นนำท่านเข้าสู่ที่พักแรม
ที่พัก: อูปแก้ว รีสอร์ท ปัว หรือระดับเทียบเท่ากัน (ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5 วันก่อนวันเดินทาง)

วันสี่ น่าน – แพร่ – วัดพระธาตุช่อแฮ – บ้านเทียนหอม อุตรดิตถ์ – กรุงเทพฯ (เช้า/เที่ยง /-)

เช้า  บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 6)

นำออกเดินทางจากอำเภอปัว มุ่งหน้าสู่จังหวัดแพร่ ก่อนกลับนำทุกท่านแวะสักการะ ไหว้พระ ขอพร ที่ วัดพระธาตุช่อแฮ พระธาตุประจำปีขาล (ปีเสือ) อีกหนึ่งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ คู่บ้าน คู่เมือง ของชาวแพร่ เดินขึ้นบันไดไป จะได้พบกับความงดงามขององค์พระธาตุ สูงถึง 33 เมตร ตั้งประทับตระการตาอยู่กลางฐานบัวคว่ำ วัดพระธาตุแห่งนี้มีสินค้าพื้นเมืองจำหน่ายมากมาย สำหรับท่านใดที่ต้องการผ้ามัดย้อม ทอสวยๆสักผืน พี่สามารถหาซื้อได้จากที่นี่ ราคาชาวบ้าน คุณภาพส่งออก
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับ ระหว่างทาง ผ่านจังหวัดอุตรดิตถ์ นำท่านแวะ บ้านเทียนหอม พร้อมรับประทานอาหารกลางวันที่นี่ ที่นี่แนะนำให้ท่านลองชิมขนมเค้กรสส้ม รสอร่อย สามารถซื้อกลับไปเป็นของฝากได้ นอกจากขนมทานเล่น ยังมีสินค้าเครื่องหนังให้ท่านได้เลือกซื้อตามอัธยาศัย

เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 7)

จากนั้นเดินทางต่อมุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานคร ระยะทาง 500 กิโลเมตร (ใช้เวลาประมาณ 6ชั่วโมง) เวลาโดยประมาณ 22.00 น. เดินทางถึงกรุงเทพมหานครโดยสวัสดิภาพและความประทับใจ

***********************