กระบี่ฟรี

ภูเก็ตเกยตื้น…ภูเก็ต พังงา 4วัน2คืน Bus

ราคาเริ่มต้น 3,999 ฿ ดาวน์โหลด PDF จองทัวร์

สายการบิน: bus_PNG8635

ล่องเรือเที่ยวอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ชมทิวทัศน์ของอ่าวพังงาที่จะทำท่านตื่นตาตื่นใจไปกับหน้าผาหินและเกาะที่มีรูปร่างแปลกตา
เขาตาปู  เขาพิงกัน อยู่ในพื้นที่เดียวกัน เมื่อขึ้นจากเรือแล้วหันหน้ามองกลับไปจะสามารถมองเห็นผืนน้ำสีเขียวกับเขาตะปูที่มองเห็นจากบนเกาะเป็นภาพที่สวยงาม นำท่านถ่ายภาพเช็คอินรูปสวยๆ เขาตาปู หรือเกาะตาปู หรือเกาะเจมส์บอนดิ์ เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดพังงา
Unseen บนเกาะปันหยี คือ สนามฟุตบอลลอยน้ำ แห่งเดียวในประเทศไทย
จุดชมวิวเสม็ดนางชี อยู่บ้านเสม็ดนางชี เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดจุดหนึ่ง ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดพังงา
ดำน้ำเกาะไข่ เกาะไข่นอก โดยเรือสปีดโบ๊ท เป็นเกาะที่มีน้ำทะเลสีใส และหาดทรายสีขาวสะอาด ทำกิจกรรมดำน้ำตื้นชมปะการัง และชมฝูงปลาที่สวยงาม เกาะไข่ใน สนุกสนานกับกิจกรรมดำน้ำตื้นชมปะการัง และว่ายน้ำกับฝูงปลาที่สวยงามหลากหลายชนิด

วันที่เดินทาง

30 ต.ค.-02 พ.ย. 63, 04-07 ธ.ค. 63, 09-12 ธ.ค. 63, 30 ธ.ค.-02 ม.ค. 64, 31 ธ.ค.-03 ม.ค. 64

วันแรก จุดนัดพบปั๊ม Shell แม็คโครแจ้งวัฒนะ – ออกเดินทางสู่จังหวัดพังงา

18.30 น. พร้อมกันที่จุดนัดหมาย จุดนัดพบปั๊ม Shell แม็คโครแจ้งวัฒนะ เจ้าหน้าที่บริษัทฯคอยให้การต้อนรับและอำนวยความให้ทุกท่าน มีการพ่นยาฆ่าเชื้อในรถ เช็คอุณหภูมิร่างกาย และมีบริการแจกหน้ากากอนามัยชนิดผ้าและเจลแอลกอฮอล์ จากนั้นออกเดินทางสู่ จังหวัดพังงา (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 11 ชั่วโมง) อิสระให้ทุกท่านพักผ่อนบนรถตามอัธยาศัย

วันที่สอง พังงา – ท่าเรือสุระกุล (ท่าเรือกระโสม) หรือท่าด่านศุลกากร – ล่องเรือเที่ยวอ่าวพังงา – ถ้ำลอด – เขาพิงกัน – เขาตาปู เกาะเจมส์บอนด์ – เกาะปันหยี – เสม็ดนางชี – ภูเก็ต – วัดฉลองหลวงพ่อแช่ม – ที่พักภูเก็ต (เช้า, เที่ยง,เย็น)

เช้า เดินทางถึง จังหวัดพังงา เป็นจังหวัดที่มีภูเขาสลับซับซ้อน ทอดเป็นแนวยาวจากทิศเหนือไปทิศใต้แวะทานอาหารเช้า พร้อมทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย

 รับประทานอาหารเช้า (มื้อที่ 1)

นำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือสุระกุล (ท่าเรือกระโสม) หรือท่าเรือด่านศุลกากร นำท่านล่องเรือเที่ยวอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ชมทิวทัศน์ของอ่าวพังงาที่จะทำท่านตื่นตาตื่นใจไปกับหน้าผาหินและเกาะที่มีรูปร่างแปลกตา ชมพื้นที่ป่าชายเลนผืนใหญ่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติเป็นป่าชายเลนกว้างใหญ่ที่สุดของประเทศไทยในปัจจุบัน พื้นที่ของอุทยานแห่งชาติประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่ประมาณ 42 เกาะ เรียงรายไปตามน่านน้ำของป่าชายเลน นำท่านนั่งเรือผ่านไปยัง ถ้ำลอด เป็นภูเขาลักษณะเกาะทะลุ เป็นถ้ำทะเลที่กำเนิดจากแรงกัดเซาะของคลื่นทะลุทุลวงจนเป็นโพรง ปากถ้ำกว้างประมาณ 50 เมตร สูง 40 เมตร มีหินงอกหินย้อยบนเพดานถ้ำที่สวยงาม สามารถนั่งเรือลอดผ่านถ้ำเข้าออกได้ทั้งสองด้าน เรือขนาดเล็กสามารถแล่นผ่านได้แต่จะลอดถ้ำได้เฉพาะช่วงที่น้ำลงเท่านั้น

จากนั้นล่องเรือมาที่ เขาตาปู เขาพิงกัน อยู่ในพื้นที่เดียวกัน เมื่อขึ้นจากเรือแล้วหันหน้ามองกลับไปจะสามารถมองเห็นผืนน้ำสีเขียวกับเขาตะปูที่มองเห็นจากบนเกาะเป็นภาพที่สวยงาม นำท่านถ่ายภาพเช็คอินรูปสวยๆ เขาตาปู หรือเกาะตาปู หรือเกาะเจมส์บอนดิ์ เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดพังงา ลักษณะเป็นแท่งหินใหญ่ปักอยู่ในทะเลบริเวณปากอ่าวพังงาเมื่อมองจากระยะไกลจะเห็นเป็นลักษณะคล้ายกับตะปูขนาดยักษ์ถูกตอกลึกลงไปในน้ำ นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่มีภาพยนตร์ฮอลลีวูดมาถ่ายทำในปี พ.ศ. 2517 เรื่องเจมส์ บอนด์ ตอนเพชฌฆาตปืนทอง (The Man with the Golden Gun) และได้รับการขนานนามอีกชื่อหนึ่งว่า James Bond Island นักท่องเที่ยวสามารถชมเขาตะปูได้ระยะไกลจากเรือ หรือชมจากสันดอนของเกาะเขาพิงกัน และไม่สามารถขึ้นไปบนเกาะได้ ทางเจ้าหน้าที่อุทยานไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวล่องเรือเข้าไปดูเขาตะปูใกล้ๆโดยเด็ดขาด เนื่องจากส่วนที่จมอยู่ใต้ทะเลถูกน้ำทะเลกัดเซาะเป็นเวลานานและมีขนาดเล็กลงเกรงว่าอาจจะล้มลงมาได้และเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น เขาพิงกัน ภูเขาหินขนาดใหญ่กลางทะเลในบริเวณอ่าวพังงา มีลักษณะพิเศษแปลกตากแตกต่างจากภูเขาอื่นใดทั้งสิ้น โดยมีลักษณะเป็นภูเขาสองลูกที่แนบยึดติดกัน เป็นแนวเส้นตรงจากยอดเขาสู่ตีนเขา เกิดจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก คือภูเขาแตกออกเป็นแนวตัดตรงและทรุดตัวต่ำลง ฐานเคลื่อนออกจากแนวเดิมเล็กน้อยเป็นเหตุให้แท่งหินซีกที่แตกออกตั้งเอียงพิงภูเขาลูกเดิมที่มีลักษณะคล้ายถูกของมีคมตัดเป็นเส้นตรงจากยอดเขาสู่ตีนเขาแต่ยังไม่ได้ถูกแยกออกจากกันกลับถูกปล่อยให้ยังคงแนบชิดติดกันจนถูกเรียกว่า เขาพิงกัน สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่เกาะปันหยี

เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 2)

บ่าย เกาะปันหยี หรือบ้านกลางน้ำ ชื่อนี้มีที่มาเนื่องจาก“โต๊ะบาบู” ผู้นำชาวอินโดนีเซียอพยพมาเมื่อ 200 ปีก่อน เมื่อมาเจอเกาะปันหยีได้ขึ้นไปปักธงให้พรรคพวกที่อพยพ มาด้วยกันรู้ว่าเป็นสถานที่ เหมาะสมที่จะตั้งบ้านเรือน คำว่า “ปันหยี” แปลว่า “ธง” มีลักษณะเป็นหมู่บ้านที่ตั้งเรียงราย อยู่บนทะเลมีที่ดินนิดเดียวซึ่งเอาไว้เป็นที่ สร้างมัสยิดและกุโบว์ ชาวเกาะส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม และสร้างหมู่บ้านแทบทั้งหมดด้านหน้าของหน้าผาหินปูนเหนือน้ำทะเล ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำประมงพื้นบ้าน บนเกาะปันหยีนั้นมีทั้งโรงเรียน สถานีอนามัย มัสยิด ร้านค้า ร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึกมากมาย และเป็นแหล่งที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาแวะเยี่ยม ชมมีสินค้าที่ระลึกจำหน่าย เช่น ผลิตภัณฑ์จากเปลือกหอย ผ้าบาติก สร้อย กำไล แหวน ที่ทำมา จากหอยมุก และยังมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีก เช่น น้ำพริกกุ้งเสียบ กะปิและเป็นจุดพักทานอาหาร นักท่องเที่ยวมักนิยมมาทานอาหารกลางวันที่เกาะปันหยี นำท่านกลับสู่ท่าเรือ อีกหนึ่งความ Unseen บนเกาะปันหยี คือ สนามฟุตบอลลอยน้ำ แห่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากฟุตบอลโลก 1986 สนามฟุตบอลแห่งนี้มาจากความตั้งใจของเด็กๆในชุมชน และประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ฟุตบอลหลายรายการเลยทีเดียว ทำให้สนามฟุตบอลกลางทะเลแห่งนี้ เป็นที่เที่ยวไฮไลท์ของเกาะปันหยีอีกด้วย จากนั้นเดินทางสู่ จุดชมวิวเสม็ดนางชี อยู่บ้านเสม็ดนางชี เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดจุดหนึ่ง ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดพังงา สามารถมองเห็นทัศนียภาพของอ่าวพังงาได้อย่างสวยงาม จุดวิวมี 2 จุด จุดแรกคือ จุดชมวิวเสม็ดนางชี ซึ่งเป็นจุดชมวิวดั้งเดิมที่เปิดตัวเสม็ดนางชี จะอยู่ถึงก่อนเสม็ดนางชี บูติค เล็กน้อย ข้างบนมีจุดชมวิวและที่พักในรูปแบบเต้นท์ให้บริการ ถัดจากจุดชมวิวเสม็ดนางชีไปประมาณ 100 เมตร คือ จุดชมวิวของเสม็ดนางชีบูติค ซึ่งให้บริการในรูปแบบที่พักทั้งแบบรีสอร์ทและเต็นท์ ส่วนนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้ค้างคืนสามารถขึ้นไปชมวิวถ่ายภาพบริเวณร้านอาหารและร้านกาแฟได้ ทัวร์นำท่านชมวิว จุดชมเสม็ดนางชีบูติค อิสระถ่ายรูปเลือกซื้อเครื่องดื่มตามอัธยาศัย

สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ จังหวัดภูเก็ต เป็นเกาะขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นเกาะเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีสถานะเป็นจังหวัด ภูเก็ต ได้ชื่อว่าเป็น ดินแดนแห่งไข่มุกอันดามัน เคยเป็นดินแดนที่รุ่งโรจน์และมีความมั่งคั่งจากการทำเหมืองแร่ดีบุก ภูเก็ตมีแร่ดีบุกมากที่สุดในประเทศไทย ซึ่งการขุดแร่ดีบุกที่ภูเก็ต มีประวัติความเป็นมากว่า 500 ปีมาแล้วมนต์เสน่ห์ของภูเก็ตอยู่ที่ ตัวเกาะที่มีลักษณะเว้าเป็นอ่าวไปทั่วเกาะ ซึ่งทำให้เกิดชายหาดที่สวยงามมากมาย นำท่านเดินทางสู่ วัดฉลองหรือวัดไชยธาราราม เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดภูเก็ต ก่อสร้างขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดภูเก็ต นำท่านแวะนมัสการ หลวงพ่อแช่มและหลวงพ่อช่วง ผู้ก่อตั้งวัดฉลอง เพื่อเป็นสิริมงคล ชาวบ้านเลื่อมใสและศรัทธาหลวงพ่อทั้งสองเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากมีชื่อเสียงทางด้านการปรุงยาสมุนไพร และช่วยเหลือชาวภูเก็ตต่อสู้กับพวกชาวจีน (อั้งยี่) กรรมกรเหมืองแร่ที่ได้ก่อเหตุจลาจลในช่วงปีพ.ศ. 2419 เป็นวัดที่มีความสวยงาม มีมหาธาตุเจดีย์ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า มีงดงามเป็นอย่างยิ่ง

เย็น  รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่ 3)

หลังทานอาหาร สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักแรม
ที่พัก: Twin Hotel หรือระดับเทียบเท่ากัน (ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5 วันก่อนวันเดินทาง)

วันที่สาม ทัวร์ Speed Boat เที่ยวเกาะไข่ ดำน้ำ เล่นน้ำ ชมฝูงปลา (หรือ เลือกซื้อ Option ทัวร์เกาะพีพีอ่าวมาหยา อ่าวปิเละ ทะเลสีมรกต ) – แหลมพรหมเทพ – ย่านเมืองเก่า Phuket old town (เช้า, เที่ยง (แบบข้าวกล่อง)

เช้า  บริการอาหารเช้า (มื้อที่ 4)
นำท่านออกเดินทางสู่ ท่าเรือเพื่อนั่งเรือ Speed boat เที่ยวเกาะไข่ ดำน้ำเกาะไข่

10.00 น. เดินทางถึงท่าเรือ ทำการเช็คอินและรับอุปกรณ์ดำน้ำ มีบริการเครื่องดื่ม ชา กาแฟ อาหารว่าง พร้อมฟังบรรยายรายละเอียดโปรแกรมจากมัคคุเทศก์

10.30 น. ออกเดินทางจากท่าเรือมุ่งหน้าสู่เกาะไข่นอก โดยเรือสปีดโบ๊ท เป็นเกาะที่มีน้ำทะเลสีใส และหาดทรายสีขาวสะอาด ทำกิจกรรมดำน้ำตื้นชมปะการัง และชมฝูงปลาที่สวยงาม จากนั้นท่านสามารถพักผ่อนได้ตามอัธยาศัย

12.00 น. ออกเดินทางจากเกาะไข่นอก มุ่งหน้าสู่เกาะไข่ใน สนุกสนานกับกิจกรรมดำน้ำตื้นชมปะการัง และว่ายน้ำกับฝูงปลาที่สวยงามหลากหลายชนิด

 บริการอาหารกลางวัน (บริการแบบข้าวกล่อง) (มื้อที่ 5)

14.00 น. ออกเดินทางจากเกาะไข่ใน มุ่งหน้ากลับสู่ท่าเรือ สมควรแก่เวลานำท่านกลับเข้าที่พักแรม พักผ่อนตามอัธยาศัย

หมายเหตุ: ท่านสามารถเลือกซื้อ Option ทัวร์เกาะพีพี อ่าวมาหยา ชำระเพิ่มท่านละ 999 บาท (เรือไม่มีออกทุกวันขึ้นอยู่กับจำนวนคน/สภาพอากาศ)

09.30น. เดินทางถึงท่าเรือทำการเช็คอินและรับอุปกรณ์ดำน้ำ มีบริการเครื่องดื่ม ชา กาแฟ อาหารว่าง พร้อมฟังบรรยายรายละเอียดโปรแกรมจากมัคคุเทศก์

10.00น. ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เกาะพีพีดอน เกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะพีพี เกาะสวรรค์แห่งการดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วมุมโลก แวะทำกิจกรรมดำน้ำตื้นชมปะการัง ณ อ่าวสามหาดหรือหาดลิง

เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง ณ เกาะพีพีดอน (บริการแบบข้าวกล่อง)

บ่าย จากนั้นท่านสามารถพักผ่อนได้ตามอัธยาศัยบนชายหาดขาวสะอาด และช้อปปิ้งของที่ระลึก จากนั้นมุ่งหน้าสู่เกาะพีพีเลย์ ล่องเรือชมทัศนียภาพความสวยงามของอ่าวปิเละ, ถ้ำรังนก แวะทำกิจกรรมดำน้ำชมความอุดมสมบูรณ์ใต้ท้องทะเล จากนั้นล่องเรือชมอ่าวเลาะซะมะ และอ่าวมาหยา อ่าวที่มีชื่อเสียงระดับโลก หลังจากถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Beach. ในปี ค.ศ. 1999

17.00น. เดินทางกลับถึงท่าเรือ จากนั้นนำท่านเข้าที่พักแรม พักผ่อนตามอัธยาศัยและเดินทางต่อสู่แหลมพรหมเทพ, ย่านเมืองเก่าภูเก็ต

หมายเหตุสำคัญ:โปรแกรมอาจสลับปรับเปลี่ยนหรือจะแตกต่างกันจากรายละเอียดทัวร์ ขึ้นอยู่กับสภาพของอากาศและสภาพของกระแสน้ำ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของลูกค้าเป็นหลัก

เย็น นำท่านเดินทางสู่แหลมพรหมเทพ นำท่านไปชมพระอาทิตย์ตกดินยามเย็น จัดเป็นหนึ่งในจุดชมอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดในเมืองไทย เป็นแหลมที่อยู่ใต้สุดของเกาะภูเก็ตห่างจากตัวเมืองประมาณ 19 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นแหลมโค้งไล่ระดับทอดตัวสู่ท้องทะเล รอบข้างแวดล้อมด้วยต้นตาลที่ขึ้นแทรกอยู่เรียงรายตามต้นหญ้าที่พัดพลิ้วด้านขวาเป็นหาดในหานและเกาะมัน ส่วนด้านซ้ายจะมองเห็นหาดในยะซึ่งเป็นหาดเล็กๆ โดยทั่วไป นักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเที่ยวหรือพักที่หาดใด พอช่วงใกล้เย็นพากันมาชมพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพ หากมาเที่ยวในวันที่อากาศดี ท้องฟ้าเปิด มีเมฆน้อย บรรยากาศพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพจะสวยงามมาก หากมาในฤดูร้อนมีทุ่งหญ้าสีทองขึ้นปกคลุมสวยงามมาก มองเห็นเกาะแก้วน้อย เกาะแก้วใหญ่และเกามัน ส่วนในฤดูฝนจะเป็นสีเขียว รอบๆ แหลมพรหมเทพเป็นโขดหินขนาดใหญ่ยามคลื่นลมแรงจะเห็นฟองคลื่นสีขาว กระทบโขดหินอย่างงดงาม อิสระถ่ายภาพตามอัธยาศัย นำท่านเดินทางไปถ่ายรูป เช็คอินสวยๆที่ Phuket old town ย่านเมืองเก่าภูเก็ต สุดคลาสสิค ชมตึกชิโนโปตุกีส หลากหลายสีสัน ชมอาคารบ้านเรือน ตึกสวยๆ ซึ่งตึกเหล่านี้ถูกสร้างในสมัยที่ชาวจีนและชาวตะวันตกหลั่งไหลเข้ามาในภูเก็ตเพื่อทำเหมืองแร่ ทำให้เกิดเป็นตึกที่มีการผสมผสานทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออกอย่างลงตัว อาคารสวยๆ ที่ควรไปก็มีมากมาย และที่ห้ามพลาดคือไปถ่ายรูปกับหอนาฬิกาที่ตั้งตระหง่านสวยงามนั่นเอง โดยย่านเมืองเก่านี้จะสวยงามทั้งกลางวันและกลางคืน ให้ท่านเดินเล่นถ่ายรูปอาคารบ้านเรือนสวยๆ การเดินชมย่านเมืองเก่าอันเป็นเสน่ห์ทางประวัติศาสตร์ของเมืองภูเก็ต อิสระอาหารเย็นให้ท่านเลือกทานอาหารอร่อยๆตามอัธยาศัย หลาดใหญ่ (ถนนคนเดิน) เปิดเฉพาะวันอาทิตย์ ตั้งแต่ 16.00 – 22.00 น

ที่พัก: Twin Hotel หรือระดับเทียบเท่ากัน (ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5 วันก่อนวันเดินทาง)

วันที่สี่ ร้านของฝากคุณแม่จู้ – สุราษฎร์ธานี ถ่ายรูปเขื่อนรัชชประภา – กรุงเทพฯ (เช้า, เที่ยง)

เช้า  บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม (มื้อที่ 6)

นำท่านแวะซื้อของฝากกันที่ ร้านคุณแม่จู้ ของฝากเมืองภูเก็ต มีของฝากขึ้นชื่อมากมายหลายอย่าง เช่น น้ำพริกกุ้งเสียบตำสด,แกงไตปลา,ขนมเต้าส้อ เป็นต้น ให้ท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัยหลังจากนั้นเดินทางผ่านจังหวัดสุราษฎร์ธานี นำท่านแวะถ่ายรูป เขื่อนรัชชประภา มีชื่อเรียกดั้งเดิมว่า เขื่อนเชี่ยวหลาน ซึ่งมีความโดดเด่นเลื่องชื่อในเรื่องของบรรยากาศอันงดงามของทะเลสาบกว้างใหญ่ ผืนป่าอันเขียวขจี และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับความงามของภูเขาหินปูนและสายน้ำของทะเลสาบที่สวยใส จนทำให้ได้รับฉายาว่าเป็น กุ้ยหลินเมืองไทย เนื่องจากมีหลายๆมุมที่มีบรรยากาศวิวทิวทัศน์คล้ายเมืองกุ้ยหลินสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของเมืองจีน นำท่านเที่ยวชมวิวทิวทัศน์เหนือเขื่อนถ่ายรูปตามอัธยาศัย

เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 7)

จากนั้นเดินทางต่อกลับกรุงเทพฯ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง) ถึงกรุงเทพฯ พร้อมความประทับใจครั้ง

***********************