ภูเก็ต

รักเหม็ดใจ๋… ภูเก็ต สิมิลัน 4วัน 2คืน BUS

ราคาเริ่มต้น 5,999 ฿ ดาวน์โหลด PDF จองทัวร์

รหัส: PKT-BUS-012 Tag:
สายการบิน: bus_PNG8635

“สิมิลัน สวรรค์ใต้ทะเล เสน่ห์ชิคๆ เมืองภูเก็ต ตระการตาอ่าวพังงา”
พักภูเก็ต 2 คืน
ราคาเริ่ม 5,999 บาท เดินทางช่วงวันหยุดกุมภาพันธ์-พฤษภาคม 64

เดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศ

วันที่เดินทาง

10-13 เม.ย. 64, 12-15 เม.ย. 64, 13-16 เม.ย. 64, 1-4 พ.ค. 64, 30 เม.ย.-03 พ.ค. 64

วันแรก จุดนัดพบปั๊ม Shell แม็คโครแจ้งวัฒนะ – ออกเดินทางสู่จังหวัดพังงา
17.00 น. พร้อมกันที่จุดนัดหมาย จุดนัดพบปั๊ม Shell แม็คโครแจ้งวัฒนะ เจ้าหน้าที่บริษัทฯคอยให้การต้อนรับและอำนวยความให้ทุกท่าน มีการพ่นยาฆ่าเชื้อในรถ เช็คอุณหภูมิร่างกาย และมีบริการแจกหน้ากากอนามัยชนิดผ้าและเจลแอลกอฮอล์ จากนั้นออกเดินทางสู่ จังหวัดพังงา (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 11 ชั่วโมง) อิสระให้ทุกท่านพักผ่อนบนรถตามอัธยาศัย

วันที่สอง พังงา – ท่าเรือสุระกุล (ท่าเรือกระโสม) หรือท่าด่านศุลกากร – ล่องเรือเที่ยวอ่าวพังงา – ถ้ำลอด –
เขาพิงกัน – เขาตาปู เกาะเจมส์บอนด์ – จุดชมวิวเสม็ดนางชี – ภูเก็ต – แหลมพรหมเทพ
 อาหารเช้า, เที่ยง,เย็น

เช้า เดินทางถึง จังหวัดพังงา เป็นจังหวัดที่มีภูเขาสลับซับซ้อน ทอดเป็นแนวยาวจากทิศเหนือไปทิศใต้แวะทานอาหารเช้า พร้อมทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย
 รับประทานอาหารเช้า (มื้อที่ 1)
นำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือสุระกุล (ท่าเรือกระโสม) หรือท่าเรือด่านศุลกากร นำท่านล่องเรือเที่ยวอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ชมทิวทัศน์ของอ่าวพังงาที่จะทำท่านตื่นตาตื่นใจไปกับหน้าผาหินและเกาะที่มีรูปร่างแปลกตา ชมพื้นที่ป่าชายเลนผืนใหญ่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติเป็นป่าชายเลนกว้างใหญ่ที่สุดของประเทศไทยในปัจจุบัน พื้นที่ของอุทยานแห่งชาติประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่ประมาณ 42 เกาะ เรียงรายไปตามน่านน้ำของป่าชายเลน นำท่านนั่งเรือผ่านไปยัง ถ้ำลอด เป็นภูเขาลักษณะเกาะทะลุ เป็นถ้ำทะเลที่กำเนิดจากแรงกัดเซาะของคลื่นทะลุทุลวงจนเป็นโพรง ปากถ้ำกว้างประมาณ 50 เมตร สูง 40 เมตร มีหินงอกหินย้อยบนเพดานถ้ำที่สวยงาม สามารถนั่งเรือลอดผ่านถ้ำเข้าออกได้ทั้งสองด้าน เรือขนาดเล็กสามารถแล่นผ่านได้แต่จะลอดถ้ำได้เฉพาะช่วงที่น้ำลงเท่านั้น

จากนั้นล่องเรือมาที่ เขาตาปู เขาพิงกัน อยู่ในพื้นที่เดียวกัน เมื่อขึ้นจากเรือแล้วหันหน้ามองกลับไปจะสามารถมองเห็นผืนน้ำสีเขียวกับเขาตะปูที่มองเห็นจากบนเกาะเป็นภาพที่สวยงาม นำท่านถ่ายภาพเช็คอินรูปสวยๆ เขาตาปู หรือเกาะตาปู หรือเกาะเจมส์บอนดิ์ เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดพังงา ลักษณะเป็นแท่งหินใหญ่ปักอยู่ในทะเลบริเวณปากอ่าวพังงาเมื่อมองจากระยะไกลจะเห็นเป็นลักษณะคล้ายกับตะปูขนาดยักษ์ถูกตอกลึกลงไปในน้ำ นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่มีภาพยนตร์ฮอลลีวูดมาถ่ายทำในปี พ.ศ. 2517 เรื่องเจมส์ บอนด์ ตอนเพชฌฆาตปืนทอง (The Man with the Golden Gun) และได้รับการขนานนามอีกชื่อหนึ่งว่า James Bond Island นักท่องเที่ยวสามารถชมเขาตะปูได้ระยะไกลจากเรือ หรือชมจากสันดอนของเกาะเขาพิงกัน และไม่สามารถขึ้นไปบนเกาะได้ ทางเจ้าหน้าที่อุทยานไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวล่องเรือเข้าไปดูเขาตะปูใกล้ๆโดยเด็ดขาด เนื่องจากส่วนที่จมอยู่ใต้ทะเลถูกน้ำทะเลกัดเซาะเป็นเวลานานและมีขนาดเล็กลงเกรงว่าอาจจะล้มลงมาได้และเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น เขาพิงกัน ภูเขาหินขนาดใหญ่กลางทะเลในบริเวณอ่าวพังงา มีลักษณะพิเศษแปลกตากแตกต่างจากภูเขาอื่นใดทั้งสิ้น โดยมีลักษณะเป็นภูเขาสองลูกที่แนบยึดติดกัน เป็นแนวเส้นตรงจากยอดเขาสู่ตีนเขา เกิดจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก คือภูเขาแตกออกเป็นแนวตัดตรงและทรุดตัวต่ำลง ฐานเคลื่อนออกจากแนวเดิมเล็กน้อยเป็นเหตุให้แท่งหินซีกที่แตกออกตั้งเอียงพิงภูเขาลูกเดิมที่มีลักษณะคล้ายถูกของมีคมตัดเป็นเส้นตรงจากยอดเขาสู่ตีนเขาแต่ยังไม่ได้ถูกแยกออกจากกันกลับถูกปล่อยให้ยังคงแนบชิดติดกันจนถูกเรียกว่า เขาพิงกัน สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่เกาะปันหยี
เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 2)
บ่าย เกาะปันหยี หรือบ้านกลางน้ำ ชื่อนี้มีที่มาเนื่องจาก“โต๊ะบาบู” ผู้นำชาวอินโดนีเซียอพยพมาเมื่อ 200 ปีก่อน เมื่อมาเจอเกาะปันหยีได้ขึ้นไปปักธงให้พรรคพวกที่อพยพ มาด้วยกันรู้ว่าเป็นสถานที่ เหมาะสมที่จะตั้งบ้านเรือน คำว่า “ปันหยี” แปลว่า “ธง” มีลักษณะเป็นหมู่บ้านที่ตั้งเรียงราย อยู่บนทะเลมีที่ดินนิดเดียวซึ่งเอาไว้เป็นที่ สร้างมัสยิดและกุโบว์ ชาวเกาะส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม และสร้างหมู่บ้านแทบทั้งหมดด้านหน้าของหน้าผาหินปูนเหนือน้ำทะเล ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำประมงพื้นบ้าน บนเกาะปันหยีนั้นมีทั้งโรงเรียน สถานีอนามัย มัสยิด ร้านค้า ร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึกมากมาย และเป็นแหล่งที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาแวะเยี่ยม ชมมีสินค้าที่ระลึกจำหน่าย เช่น ผลิตภัณฑ์จากเปลือกหอย ผ้าบาติก สร้อย กำไล แหวน ที่ทำมา จากหอยมุก และยังมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีก เช่น น้ำพริกกุ้งเสียบ กะปิและเป็นจุดพักทานอาหาร นักท่องเที่ยวมักนิยมมาทานอาหารกลางวันที่เกาะปันหยี นำท่านกลับสู่ท่าเรือ อีกหนึ่งความ Unseen บนเกาะปันหยี คือ สนามฟุตบอลลอยน้ำ แห่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากฟุตบอลโลก 1986 สนามฟุตบอลแห่งนี้มาจากความตั้งใจของเด็กๆในชุมชน และประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ฟุตบอลหลายรายการเลยทีเดียว ทำให้สนามฟุตบอลกลางทะเลแห่งนี้ เป็นที่เที่ยวไฮไลท์ของเกาะปันหยีอีกด้วย จากนั้นเดินทางสู่ จุดชมวิวเสม็ดนางชี อยู่บ้านเสม็ดนางชี เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดจุดหนึ่ง ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดพังงา สามารถมองเห็นทัศนียภาพของอ่าวพังงาได้อย่างสวยงาม จุดวิวมี 2 จุด จุดแรกคือ จุดชมวิวเสม็ดนางชี ซึ่งเป็นจุดชมวิวดั้งเดิมที่เปิดตัวเสม็ดนางชี จะอยู่ถึงก่อนเสม็ดนางชี บูติค เล็กน้อย ข้างบนมีจุดชมวิวและที่พักในรูปแบบเต้นท์ให้บริการ ถัดจากจุดชมวิวเสม็ดนางชีไปประมาณ 100 เมตร คือ จุดชมวิวของเสม็ดนางชีบูติค ซึ่งให้บริการในรูปแบบที่พักทั้งแบบรีสอร์ทและเต็นท์ ส่วนนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้ค้างคืนสามารถขึ้นไปชมวิวถ่ายภาพบริเวณร้านอาหารและร้านกาแฟได้ ทัวร์นำท่านชมวิว จุดชมเสม็ดนางชีบูติค อิสระถ่ายรูปเลือกซื้อเครื่องดื่มตามอัธยาศัย
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ จังหวัดภูเก็ต เป็นเกาะขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นเกาะเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีสถานะเป็นจังหวัด ภูเก็ต ได้ชื่อว่าเป็น ดินแดนแห่งไข่มุกอันดามัน เคยเป็นดินแดนที่รุ่งโรจน์และมีความมั่งคั่งจากการทำเหมืองแร่ดีบุก ภูเก็ตมีแร่ดีบุกมากที่สุดในประเทศไทย ซึ่งการขุดแร่ดีบุกที่ภูเก็ต มีประวัติความเป็นมากว่า 500 ปีมาแล้วมนต์เสน่ห์ของภูเก็ตอยู่ที่ ตัวเกาะที่มีลักษณะเว้าเป็นอ่าวไปทั่วเกาะ ซึ่งทำให้เกิดชายหาดที่สวยงามมากมาย เดินทางสู่ แหลมพรหมเทพ ชมพระอาทิตย์ตกดินยามเย็น จัดเป็นหนึ่งในจุดชมอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดในเมืองไทย เป็นแหลมที่อยู่ใต้สุดของเกาะภูเก็ตห่างจากตัวเมืองประมาณ 19 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นแหลมโค้งไล่ระดับทอดตัวสู่ท้องทะเล รอบข้างแวดล้อมด้วยต้นตาลที่ขึ้นแทรกอยู่เรียงรายตามต้นหญ้าที่พัดพลิ้วด้านขวาเป็นหาดในหานและเกาะมัน ส่วนด้านซ้ายจะมองเห็นหาดในยะซึ่งเป็นหาดเล็กๆ โดยทั่วไป นักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเที่ยวหรือพักที่หาดใด พอช่วงใกล้เย็นพากันมาชมพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพ หากมาเที่ยวในวันที่อากาศดี ท้องฟ้าเปิด มีเมฆน้อย บรรยากาศพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพจะสวยงามมาก หากมาในฤดูร้อนมีทุ่งหญ้าสีทองขึ้นปกคลุมสวยงามมาก มองเห็นเกาะแก้วน้อย เกาะแก้วใหญ่และเกามัน ส่วนในฤดูฝนจะเป็นสีเขียว รอบๆ แหลมพรหมเทพเป็นโขดหินขนาดใหญ่ยามคลื่นลมแรงจะเห็นฟองคลื่นสีขาว กระทบโขดหินอย่างงดงาม อิสระถ่ายภาพตามอัธยาศัย

เย็น  รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่ 3)
หลังทานอาหาร สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักแรม
ที่พัก: Twin Hotel หรือระดับเทียบเท่ากัน
(ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5 วันก่อนวันเดินทาง)
วันที่สาม ท่าเรือทับละมุ – อุทยานหมู่เกาะสิมิลัน (หินเรือใบ,ชมวิวอ่าวเกือก ดำน้ำชมปะการัง เกาะบางู ,
เกาะบายู และ เกาะเมียง) – ท่าเรือทับละมุ  อาหารเช้า, เที่ยง,เย็น
เช้า  บริการอาหารเช้า (มื้อที่ 4)
ออกเดินทางสู่ ท่าเรือทับละมุ (ใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 1ชั่วโมง)
08.00 น. เดินทางถึงท่าเรือทำการเช็คอินและรับอุปกรณ์ดำน้ำ มีบริการเครื่องดื่ม ชา กาแฟ อาหารว่าง พร้อมฟังบรรยายรายละเอียดโปรแกรมจากมัคคุเทศก์
08.30 น. นำท่านลงเรือ Speed Boat มุ่งหน้าสู่ อุทยานหมู่เกาะสิมิลัน (ใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง) เดินทางมาถึง เกาะ 8 หรือ เกาะสิมิลัน เกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะสิมิลัน มีธรรมชาติบนชายฝั่งทั้งหาดทรายขาวละเอียดสวยงาม และความงามใต้ท้องทะเลสมบูรณ์ทั้งปะการัง กัลปังหา และปลาหลากสีลัน ด้านทิศเหนือของเกาะมีหินใบเรือ จุดชมวิวอันเป็นที่เลื่องชื่อบนเนินเขาริมหาด ที่สามารถเดินไปชมวิวได้ นับเป็นสัญลักษณ์ของเกาะสิมิลันหรือเกาะแปด สามารถมองเห็นวิว อ่าวเกือก(Donald Duck Bay) ซึ่งโอบล้อมไปด้วยกองหินขนาดใหญ่ สวยงามแปลกตา อิสระให้ท่าน เล่นน้ำ ถ่ายรูป บนหาดทรายสีขาวบริสุทธิ์ จากนั้นนำทุกท่าน ดำน้ำจุดแรก ที่ เกาะ9 หรือ เกาะบางู ชมพันธุ์ปลาหายาก และฝูงปลาขนาดใหญ่ เป็นจุดยอดฮิตในการถ่ายภาพน้ำสีครามเข้มตัดกับกองหินสวยงามตระการตา

เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ที่ทำการอุทยานหมู่เกาะสิมิลัน (มื้อที่ 5)
บ่าย นำทุกท่านออกมา ดำน้ำจุดที่สอง ที่ เกาะ7 หรือ เกาะบายู จุดดำน้ำตื้นที่ขึ้นชื่อของหมู่เกาะสิมิลัน เป็นที่อยู่อาศัยของเต่าทะเลที่พบเห็นได้บ่อยครั้งและชอบแวะเวียนมาทักทายกับนักท่องเที่ยวเสมอๆ จากนั้นนำทุกท่าน ดำน้ำจุดที่สาม ซึ่งเป็นจุดสุดท้าย ที่ เกาะ 4 หรือ เกาะเมียง เกาะที่มีชายหาดอันงดงามถึงสองชายหาด สามารถเดินทะลุถึงกันได้ ทุกท่านสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆบนชายหาด เช่น เดินเล่น ถ่ายรูป หรือดำน้ำตื้นชมความงามของโลกใต้ท้องทะเลอันสวยงาม ได้เวลาพอสมควรนำท่านเดินทางกลับสู่ ท่าเรือทับละมุ ถึงท่าเรือทับละมุ นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก

เย็น  รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่ 6)
ที่พัก: Twin Hotel หรือระดับเทียบเท่ากัน
(ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5 วันก่อนวันเดินทาง)

วันที่สี่ วัดฉลอง ไหว้หลวงพ่อแช่ม – ย่านเมืองเก่า Phuket old town – ร้านของฝากคุณแม่จู้ – กรุงเทพฯ
 อาหารเช้า, เที่ยง,—

เช้า  บริการอาหารเช้า (มื้อที่ 7)
เดินทางสู่ วัดฉลอง หรือ วัดไชยธาราราม เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดภูเก็ต ก่อสร้างขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดภูเก็ต นำท่านแวะนมัสการ หลวงพ่อแช่มและหลวงพ่อช่วง ผู้ก่อตั้งวัดฉลอง เพื่อเป็นสิริมงคล ชาวบ้านเลื่อมใสและศรัทธาหลวงพ่อทั้งสองเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากมีชื่อเสียงทางด้านการปรุงยาสมุนไพร และช่วยเหลือชาวภูเก็ตต่อสู้กับพวกชาวจีน (อั้งยี่) กรรมกรเหมืองแร่ที่ได้ก่อเหตุจลาจลในช่วงปีพ.ศ. 2419 เป็นวัดที่มีความสวยงาม มีมหาธาตุเจดีย์ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า มีงดงามเป็นอย่างยิ่ง นำท่านเดินทางไปถ่ายรูป เช็คอินสวยๆที่ Phuket old town ย่านเมืองเก่าภูเก็ต สุดคลาสสิค ชมตึกชิโนโปตุกีส หลากหลายสีสัน ชมอาคารบ้านเรือน ตึกสวยๆ ซึ่งตึกเหล่านี้ถูกสร้างในสมัยที่ชาวจีนและชาวตะวันตกหลั่งไหลเข้ามาในภูเก็ตเพื่อทำเหมืองแร่ ทำให้เกิดเป็นตึกที่มีการผสมผสานทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออกอย่างลงตัว อาคารสวยๆ ที่ควรไปก็มีมากมาย และที่ห้ามพลาดคือไปถ่ายรูปกับหอนาฬิกาที่ตั้งตระหง่านสวยงามนั่นเอง โดยย่านเมืองเก่านี้จะสวยงามทั้งกลางวันและกลางคืน ให้ท่านเดินเล่นถ่ายรูปอาคารบ้านเรือนสวยๆ การเดินชมย่านเมืองเก่าอันเป็นเสน่ห์ทางประวัติศาสตร์ของเมืองภูเก็ต นำท่านแวะซื้อของฝากกันที่ ร้านคุณแม่จู้ ของฝากเมืองภูเก็ต มีของฝากขึ้นชื่อมากมายหลายอย่าง เช่น น้ำพริกกุ้งเสียบตำสด,แกงไตปลา,ขนมเต้าส้อ เป็นต้น ให้ท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัย

เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 8)
จากนั้นเดินทางต่อกลับกรุงเทพฯ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง) ถึงกรุงเทพฯ พร้อมความประทับใจครั้ง