ZCRI03_เชียงราย ดอยตุง ดอยผาฮี้

เชียงราย ดอยตุง ดอยผาฮี้ 3วัน2คืน VZ

ราคาเริ่มต้น 7,999 ฿ ดาวน์โหลด PDF จองทัวร์

สายการบิน: TVJ

สนามบินสุวรรณภูมิ – สนามบินเชียงราย – วัดพระแก้ว – วัดร่องเสือเต้น – วัดห้วยปลากั้ง-ดอยตุง – พระตำหนักดอยตุง – สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง – ฐานปฏิบัติการดอยช้างมูบ – บ้านผาฮี้ – ร้านกาแฟภูผาฮี้ – ดอยผาฮี้ – ไร่ชาฉุยฟง – เชียงรายไนท์บาร์ซ่าร์-พิพิธภัณฑ์บ้านดำ – สิงห์ปาร์ค (ราคานี้รวมค่านั่งรถราง) – วัดร่องขุ่น

วันที่เดินทาง

ช่วงมกราคม-มีนาคม 2564

วันแรก กรุงเทพฯ – เชียงราย – วัดพระแก้ว – วัดร่องเสือเต้น – วัดห้วยปลากั้ง

09.00 น. พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เพื่อเตรียมตัวเดินทาง และผ่านขั้นตอนการเช็คอิน
11.00 น. บินลัดฟ้าสู่ จังหวัดเชียงราย โดยสายการบิน THAI VIETJET เที่ยวบินที่ VZ136 (ใช้ระยะเวลาเดินทางโดยประมาณ 1 ชั่วโมง 25 นาที)

จัดที่นั่งแบบ 3-3 ไม่มีบริการอาหารบนเครื่องทั้งขาไปและขากลับ
(ไม่รวมน้ำหนักกระเป๋าสำหรับโหลดใต้ท้องเครื่อง และสามารถถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 7 กก./ท่าน หากท่านต้องการซื้อน้ำหนักเพิ่ม ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม)
**หมายเหตุ: เที่ยวบินและประเภทเครื่องบินอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับประกาศของทางสายการบิน**

12.25 น. เดินทางถึง สนามบินนานาชาติแม่ฟ้าหลวงเชียงราย หลังจากรับกระเป๋าเดินทางเรียบร้อยแล้ว จากนั้นนำท่านเดินทางโดยรถตู้วีไอพี

นำท่านออกเดินทางเข้าสู่ จังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่ทางทิศเหนือสุดของประเทศไทย มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศพม่าและประเทศลาว เป็นพื้นที่ดั้งเดิมของชาวไทยวน พื้นที่ของจังหวัดเชียงรายประกอบด้วยเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มาตั้งแต่ยุคก่อตั้ง หิรัญนครเงินยางเชียงแสน และ อาณาจักรล้านนา

นำท่านเดินทางสู่ วัดพระแก้ว ตั้งอยู่ที่ถนนไตรรัตน์ ใจกลางเมืองเชียงราย ปัจจุบันได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวง มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2521 แมัในปัจจุบันจะไม่มีพระแก้วมรกตองค์จริงอยู่ที่นี่ แต่ภายในวัดยังมีโบราณสถาน และโบราณวัตถุสร้างด้วยศิลปะแบบล้านนาโบราณ เป็นอาคารไม้ ตามจินตนาการของ อาจารย์ ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ ขนาดกว้าง 8 เมตร ยาว 12 เมตร ภายในมี พระพุทธรัตนากร นวุตติวัสสานุสรณ์มงคล หรือ พระหยกเชียงราย

จากนั้นนำท่านชม วัดร่องเสือเต้น ไฮไลค์ที่สำคัญอยู่ที่พระอุโบสถใหม่ที่สร้างขึ้นด้วยศิลปะแบบไทยประยุกต์ จากฝีมือการรังสรรค์ของ นายพุทธา หรือ สล่านก ศิลปินท้องถิ่นชาวเชียงราย ซึ่งเคยเป็นลูกศิษย์ของ อ.เฉลิมชัย ในการสร้างวัดร่องขุ่นอันเลื่องชื่อ วัดแห่งนี้เป็นศิลปะประยุกต์ที่เป็นเอกลักษณ์ ใช้เฉดสีเป็นสีน้ำเงินฟ้าตัดสลับกับสีทอง อีกหนึ่งความงดงามภายในอุโบสถต้องยกให้องค์พระประธานของที่นี่นั่นคือ “พระพุทธรัชมงคลบดีตรีโลกนาถ” พระประธานสิงห์หนึ่งสีขาวมุก ขนาดหน้าตักกว้าง 5 เมตร สูง 6.5 เมตร เด่นเป็นสง่าท่ามกลางสีน้ำเงิน – ฟ้า ของภาพวาดที่อยู่รายล้อม

จากนั้นนำท่านชม วัดห้วยปลากั้ง ตั้งอยู่บนเขามีเนินเขารายรอบวัดสามารถเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามสิ่งที่โดดเด่นของวัดนี้ คือ ” พบโชคธรรมเจดีย์” ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สูงถึง 9 ชั้น รูปทรงแปลกตาลักษณะเป็นทรงแหลมเป็นศิลปะสถาปัตยกรรมแบบไทยล้านนาผสมจีน เชื่อกันว่าหากใครได้มาเยือนจะหมือนกับได้ขึ้นสวรรค์

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ร้านอาหาร

ที่พัก โรงแรมเวิร์คเดน หรือเทียบเท่า

วันที่สอง ดอยตุง – พระตำหนักดอยตุง – สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง – ฐานปฏิบัติการดอยช้างมูบ – บ้านผาฮี้ – ร้านกาแฟภูผาฮี้ – ดอยผาฮี้ – ไร่ชาฉุยฟง – เชียงรายไนท์บาร์ซ่าร์

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ พระตำหนักดอยตุง เป็นที่ประทับของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2531 ออกแบบผสมผสานระหว่างชาเล่ต์ สไตล์สวิส กับสถาปัตยกรรมล้านนา ตกแต่งภายนอกด้วยปีกไม้ ซึ่งเป็นไม้สักขนาดเล็กที่ได้จากการทอนไม้ที่ไม่ได้ขนาดในสวนป่าขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ เพื่อให้ไม้สักที่เหลือเจริญเติบโตแข็งแรง ได้ใช้ประโยชน์ต่อไป ภายในพระตำหนักบุผนังด้วยไม้สนจากลังไม้ที่ใส่เครื่องมือและอุปกรณ์ขนาดใหญ่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ส่วนพื้นเป็นไม้สักทองที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้น้อมเกล้าฯ ถวาย การสร้างพระตำหนักจึงเป็นตัวอย่างของการรู้จักใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า

ชม สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) ประกอบไปด้วยสนามหญ้าและสวนดอกไม้ ไม้ประดับลดหลั่นไปตามไหล่เขา บนพื้นที่ราว 30 ไร่ หน้าพระตำหนักดอยตุง ตั้งอยู่บนพื้นที่เดิมของหมู่บ้านอาข่าป่ากล้วย ซึ่งเดิม เป็นเส้นทางลำเลียงสำคัญและเป็นที่พักของกองคาราวานฝิ่น น้ำยาทำเฮโรอีน และอาวุธสงคราม แต่ในปัจจุบัน สร้างสวนไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาว ตามพระราชดำริของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนี ที่ต้องการให้คนไทยที่ไม่มีโอกาสไปต่างประเทศ ได้เห็นไม้ดอกเมืองหนาว
นำท่านเดินทางเข้าสู่ จุดชมวิวฐานปฏิบัติการดอยช้ามูบ ตั้งอยู่แถวดอยตุงบริเวณเขตชายแดนไทยพม่า เป็นแลนด์มาร์คอีกจุดที่วิวสวยงามสามารถมองเห็นป่าเขา หมู่บ้าน และฐานทัพของพม่าของฝั่งประเทศพม่าได้อย่างกว้างแบบพาโนราม่า

นำท่านเดินทางเข้าสู่ ดอยผาฮี้ อยู่ในอำเภอแม่สายติดกับชายแดนไทยพม่า ชาวเขาเผ่าอาข่าบ้านผาฮี้ ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทั้งการปลูกใบชาและกาแฟ จากชุมชนเล็กๆที่พัฒนาหมู่บ้านให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวกับการปลูกกาแฟและขายเมล็ดกาแฟ จากนั้นให้ท่านอิสระ จิบชากาแฟที่ร้าน กาแฟภูผาฮี้ ร้านกาแฟหลักสิบแต่วิวหลักล้าน ให้ท่านชมวิวชมหมอกสวยๆที่อยู่ตรงหน้าพร้อมสูดอากาศให้เต็มปอด

กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร

นำท่านเดินทางเข้าสู่ ไร่ชาฉุยฟง ชาฉุยฟงเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องชาแบบดั้งเดิมที่มีคุณภาพที่สุดในจังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเกษตรในราชอาณาจักรไทย ที่ไร่ชาฉุยฟง ปลูกชาหลายชนิด เช่น ชาอัสสัม ชาเขียว ชาอู่หลง และชาดำ ในพื้นที่สูงที่ระดับความสูงประมาณ 1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเลและในพื้นที่เพาะปลูกกว่า 1,000 ไร่ สภาพอากาศและสภาพดินที่เหมาะสมในจังหวัดเชียงรายอนุญาตให้ปลูกชาชั้นเยี่ยมได้ ให้ท่านได้สัมผัสกับวิวไร่ชาที่ปลูกโค้งวนไปตามไหล่เขา นอกจากนี้แล้วที่นี่ยังมีร้านอาหาร เครื่องดื่ม เบเกอรี่ และยังสามารถชิมชาและเลือกซื้อชาต่างๆ คุณภาพดีไว้เป็นของฝากหรือกลับบ้านได้
จากนั้นนำท่านเข้าสู่ เชียงรายไนท์บาร์ซาร์ ตลาดนัดยามค่ำคืน ในตัวเมืองเชียงราย ที่มีสินค้าพื้นเมืองของเชียงรายให้จับจ่ายมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ของฝาก สิ่งทอ ของแต่งบ้าน และอาหารพื้นเมือง เป็นที่จำหน่ายของที่ระลึกฝีมือชาวเขาและคนพื้นบ้านทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ กระเป๋าหลากแบบของชาวเขา ผลิตภัณฑ์พื้นเมือง ผ้าม่าน ผ้าลายปักฝีมือชาวเขาที่ชาวเขาจะนำมาจำหน่ายกันเองในราคาที่ไม่แพงนัก มีจำหน่ายของตกแต่งบ้านที่ทำจากไม้ มีลานเบียร์ ร้านอาหารและการแสดงให้ได้รับชม

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ร้านอาหาร

ที่พัก โรงแรมเวิร์คเดน หรือเทียบเท่า

วันที่สาม พิพิธภัณฑ์บ้านดำ – สิงห์ปาร์ค (ราคานี้รวมค่านั่งรถราง) – วัดร่องขุ่น – กรุงเทพฯ

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์บ้านดำ หรือ บ้านดำ เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะบนพื้นที่กว่า 100 ไร่ สร้างขึ้นโดย อ.ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ ที่มีฝีมือทางด้าน จิตรกรรม ปฏิมากรรม ได้สร้างงานด้านศิลปะไว้มากมาย ลักษณะของบ้านดำจะเป็นกลุ่มบ้านไม้ ศิลปะแบบล้านนา บ้านปูนรูปทรงแปลกตา บ้านเกือบทุกหลังทาด้วยสีดำ ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า “บ้านดำ” โดยภายในจะตกแต่งด้วยผลงานศิลปะมากมาย เช่น เครื่องไม้แกะสลัก เครื่องเขินโบราณ เครื่องเงินล้ำค่า สิ่งของจากจีน ญี่ปุ่น อินเดีย ทิเบต กระทั้งยุโรป จนถึงหนังสัตว์และเขาสัตว์ป่านานาชนิด เช่นหนังหมี หนังควาย หนังเสือ เป็นจำนวนมาก
นำท่านเดินทางเข้าสู่ สิงห์ปาร์ค เชียงราย หรือ ไร่บุญรอด แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยพื้นที่กว่า 8,000 ไร่ มากมายด้วยพืชพรรณต่างๆ ที่ขึ้นเต็มเนินเขา ท่านจะได้สัมผัสกับธรรมชาติและสนุกไปกับกิจกรรมต่างๆ ในไร่ เช่น รถเดียวเที่ยวทั่วกับฟาร์มทัวร์สิงห์ปาร์ค ชมสัตว์สายพันธุ์แอฟริกา ปั่นจักรยานชมธรรมชาติแบบใกล้ชิด กิจกรรมผจญภัยท้าทายคนใจเด็ด และการแข่งขันกีฬาตลอดทั้งปี และอื่นๆ อีกมากมาย
จากนั้นนำท่านนั่งรถราง รถจะมีบริการทุก 15 นาที (ค่ารถรางรวมอยู่ในรายการทัวร์แล้ว) ท่านจะได้สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติท่ามกลางไร่ชา และทุ่งดอกไม้ที่ผลัดเปลี่ยนตลอดทั้งปี พร้อมสนุกกับกิจกรรมต่างจุดต่างๆ เช่น จุดวิวไร่ชา จุดชมชีวิตสัตว์
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร
จากนั้นนำท่านชม วัดร่องขุ่น ได้รับการบูรณะออกแบบและก่อสร้างโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ จากวัดเล็กๆ ซึ่งอยู่ในสภาพค่อนข้างเสื่อมโทรมนี้ได้กลายเป็นศาสนสถานที่สวยงามด้วยสถาปัตยกรรมและงานศิลปะเต็มไปด้วยลวดลายอ่อนช้อยประณีตดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชมวัดนี้อย่างคับคั่งตลอดปี ซึ่งอาจารย์เฉลิมชัยปรารถนาจะสร้างวัดให้เหมือนเมืองสวรรค์ที่มนุษย์สัมผัสได้ อุโบสถ ประดับกระจกสีเงินแวววาววิจิตรงดงามแปลกตา ภายในอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง โดยเฉพาะภาพพระพุทธองค์หลังพระประธานซึ่งเป็นภาพที่ใหญ่งดงามมาก

นำท่านแวะ ศูนย์รวมของฝาก จ.เชียงราย จำหน่ายสินค้าพื้นบ้านมาตรฐานสากล เช่น แหนม แคบหมู หมูยอ รวมของฝากและผลิตภัณฑ์ OTOP ขึ้นชื่อของเชียงรายและต่างจังหวัด มีทั้งของกินและของใช้ รับรองความสด สะอาด ปลอดภัย ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ

จากนั้นนำท่านเดินทางกลับ กรุงเทพฯ
17.00 น. นำท่านเดินทางไปยัง สนามบินนานาชาติแม่ฟ้าหลวงเชียงราย
19.55 น. บินลัดฟ้าสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบิน THAI VIETJET เที่ยวบินที่ VZ135 (ใช้ระยะเวลาเดินทางโดยประมาณ 1 ชั่วโมง 25 นาที)
21.20 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ