ลำพูน

เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง 3วัน1คืน BUS

ราคาเริ่มต้น 2,999 ฿ ดาวน์โหลด PDF จองทัวร์

สายการบิน: bus_PNG8635

วัดพระธาตุศรีจอมทอง – พระธาตุเจดีย์ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร – พระเจดีย์เจ็ดยอด วัดเจ็ดยอด – วัดพระธาตุดอยคำ (หลวงพ่อทัน) – อนุสาวรียครูบาศรีวิชัย – วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร-พระธาตุวัดเกตการาม – ร้านของฝากวนัสนันท์ – ลำพูน – พระบรมธาตุหริภุญชัย วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร – ลำปาง – พระธาตุลำปางหลวง

วันที่เดินทาง

05-07 ธ.ค. 63, 10-12 ธ.ค. 63

วันแรก ปั้ม ปตท.วิภาวดีขาออก – เชียงใหม่

19.30 น. พร้อมกันที่ ปั๊ม ปตท. วิภาวดีขาออก พร้อมออกเดินทางสู่จังหวัดเชียงใหม่ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 9 ชั่วโมง

(กรุณาเผื่อเวลาในการเดินทางมายังจุดนัดหมาย เนื่องจากรถออกเดินทางตามเวลาที่กำหนด หากท่านเดินทางมาไม่ทันเวลา ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าใช้จ่ายเนื่องจากเป็นการชำระแบบเหมาจ่ายกับตัวแทนแล้วทั้งหมด ทั้งนี้เพื่อคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ)

20.30 น. นำท่านออกเดินทางสู่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยรถบัสปรับอากาศ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 9 ชั่วโมง)

วันที่สอง วัดพระธาตุศรีจอมทอง – พระธาตุเจดีย์ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร – พระเจดีย์เจ็ดยอด วัดเจ็ดยอด – วัดพระธาตุดอยคำ (หลวงพ่อทัน) – อนุสาวรียครูบาศรีวิชัย – วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร

เช้า บริการอาหารเช้า SET BOX

นำท่านเดินทางสู่ วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร เป็นพระธาตุประจำปีชวด (ปีหนู) เป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุส่วนพระเศียรเบื้องขวา มีความพิเศษแตกต่างจากที่อื่นคือ เป็นพระบรมธาตุที่ไม่ได้ฝังใต้ดิน แต่ประดิษฐานอยู่ในกู่ภายในวิหาร นอกจากนั้น ณ วัดแห่งนี้ยังมีต้นโพธิ์ใหญ่เก่าแก่ ที่ปลูกอยู่ภายในวัดมาหลายร้อยปี จะมีไม้ค้ำต้นโพธิ์อยู่มากมาย ทุกวันที่ 15 เมษายน ของทุกปี จะมีพิธีแห่ไม้ค้ำโพธิ์ โดยเชื่อกันว่า เป็นการสืบชะตาวัด สืบชะตาบ้านเมืองให้อยู่เย็นเป็นสุข

นำท่านสักการะ พระธาตุเจดีย์พระสิงห์ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เป็นพระธาตุประจำปีมะโรง (ปีงูใหญ่) พระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร[1] ตั้งอยู่ในบริเวณคูเมืองเชียงใหม่ ถนนสามล้าน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ วัดพระสิงห์ฯ เป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งของเมืองเชียงใหม่ เป็นประดิษฐานพระสิงห์ (พระพุทธสิหิงค์) พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองเชียงใหม่และแผ่นดินล้านนา พระพุทธรูปเป็นศิลปะเชียงแสนรู้จักกันในชื่อ “เชียงแสนสิงห์หนึ่ง” กษัตริย์เชียงใหม่ราชวงศ์มังราย โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1888 ขั้นแรกให้ก่อสร้างเจดีย์สูง 23 วา เพื่อบรรจุพระอัฐิของพญาคำฟู พระราชบิดา ต่อมาอีก 2 ปี จึงได้สร้างพระอาราม เสนาสนวิหาร ศาลาการเปรียญ หอไตร และกุฏิสงฆ์ เมื่อเสร็จเรียบร้อย ทรงตั้งชื่อว่า “วัดลีเชียงพระ” สมัยพญาแสนเมืองมาขึ้นครองเวียงเชียงใหม่ โปรดให้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาจากเมืองเชียงราย มาประดิษฐาน

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน

นำท่านสักการะ พระเจดีย์เจ็ดยอด วัดเจ็ดยอด เป็นพระธาตุประจำปีมะเส็ง (ปีงูเล็ก) เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ (เดิมชื่อวัดวัดโพธารามมหาวิหาร) ตั้งอยู่ที่ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ พระเจ้าติโลกราชรัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์มังราย โปรดให้ทรงสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1998 พระเจดีย์สร้างด้วยศิลาแลงประดับลวดลายปูนปั้น เลียนแบบมหาโพธิวิหาร ประเทศอินเดีย ในปี พ.ศ. 2020 วัดโพธารามมหาวิหาร เป็นสถานที่ทำการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 8 ของโลก ปัจจุบันเจดีย์เจ็ดยอดหักพังไปเกือบหมด

นำท่านเดินทางสู่ วัดพระธาตุดอยคำ เป็นวัดสำคัญในจังหวัดเชียงใหม่ อายุเก่าแก่กว่า 1,300 ปี ตั้งอยู่บริเวณดอยคำ ด้านหลังอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 10 กิโลเมตร วัดพระธาตุดอยคำสร้างในปี พ.ศ. 1230 รัชสมัยพระนางจามเทวีกษัตริย์แห่งหริภุญชัย โดยพระโอรสทั้ง 2 เป็นผู้สร้างในปี พ.ศ. 1230 ประกอบด้วยเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ศาลาการเปรียญกุฏิสงฆ์ และพระพุทธรูปปูนปั้น เดิมชื่อวัดสุวรรณบรรพต แต่ชาวบ้านนิยมเรียกว่า “วัดดอยคำ” ไฮไลท์ที่สำคัญของการมาเยื่อน ณ วัดแห่งนี้ก็คือการมาสักการะ หลวงพ่อทันใจ ซึ่งมีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ นอกจากนี้ด้านหลังของวัดท่านจะได้พบเห็นกับวิวของเมื่องเชียงใหม่อีกด้วย

นำท่านเดินทางสู่ อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นนักบุญแห่งล้านนาไทย และปูชนียบุคคลที่ชาวเชียงใหม่เคารพศรัทธา มาจนถึงปัจจุบัน โดยเรื่องราวของครูบาศรีวิชัยนั้นมีความผูกพันกับประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่เป็นอย่างมากเนื่องจากท่านเป็นผู้ที่มีบทบาทในการฟื้นฟูวัดวาอาราม โบราณสถานต่างๆ ในแถบภาคเหนือ ที่ทรุดโทรมให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง และที่สำคัญครูบาศรีวิชัยเป็นผู้ริเริ่มชักชวนให้ประชาชนชาวเหนือ ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างถนนจากเชิงดอยขึ้นไปสู่วัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ หรือเรียกได้ว่าเป็นผู้บุกเบิกเส้นทาง ขึ้นดอยสุเทพ ที่ทำให้เรามีโอกาสได้ขึ้นไปชื่นชมความงามของธรรมชาติและกลิ่นอายแห่งอารยธรรมล้านนาในทุกวันนี้ นอกจากนี้หลายคนยังเชื่อกันว่า เพียงได้มาไหว้ครูบาศรีวิชัยก็เสมือนได้กราบสักการะพระบรมธาตุเลยทีเดียว

นำท่านเดินทางสู่ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร เป็นพระธาตุประจำปีมะแม (ปีแพะ) เป็น สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1927 ในสมัยพญากือนา กษัตริย์องค์ที่ 6 แห่งอาณาจักรล้านนา ราชวงศ์มังราย พระองค์ทรงได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุองค์ใหญ่ ที่ได้ทรงเก็บไว้สักการบูชาส่วนพระองค์ถึง 13 เมื่อถึงแล้วสามารถเดินทางขึ้นชมได้ 2 ทาง คือ เดินขึ้นบันไดนาค 300 ขั้น และทางรถราง (หมายเหตุ :ไม่รวมค่ารถรางราคาขึ้น/ลง คนละ 20 บาท สำหรับคนไทย และ 50 บาทสำหรับชาวต่างชาติ) ระยะทางจากเชิงดอยถึงวัดประมาณสิบกว่ากิโลเมตรใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง วัดแห่งนี้ถือเป็นปูชนียสถานคู่เมืองเชียงใหม่ ถ้าหากใครที่มาเยือนเมืองเชียงใหม่แล้วไม่ได้ขึ้นไปนมัสการถือเสมือนว่ายังมาไม่ถึงเชียงใหม่

เย็น บริการอาหารค่ำ

ที่พัก IBIS STYLES HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่สาม พระธาตุวัดเกตการาม – ร้านของฝากวนัสนันท์ – ลำพูน – พระบรมธาตุหริภุญชัย วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร – ลำปาง – พระธาตุลำปางหลวง – กรุงเทพฯ

เช้า บริการอารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านสักการะ พระธาตุวัดเกตการาม เป็นพระธาตุประจำปีจอ (ปีสุนัข) เนื่องจากตามความเชื่อพระธาตุประจำปีจอคือ พระเกศแก้วจุฬามณีซึ่งเจดีย์สถิตอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ดังนั้นพระธาตุวัดเกตุการามจึงถูกกำหนดให้เป็นองค์แทนเจดีย์จุฬามณีสำหรับผู้ที่เกิดปีจอ สร้างขึ้นในปี 1971 สมัยพระเจ้าสามฝั่งแกนแห่งราชวงค์เม็งราย เดิมชื่อวัดสระเกตุลักษณะเป็นเจดีย์ขนาดใหญ่มีฐานกว้าง 82 วา ยาว 6 วา รายล้อมด้วยเจดีย์บริวารทั้ง 4 มุม เดิมมีฉัตรแบบเดียวกับวัดพระธาตุดอยสุเทพแต่ปัจจุบันได้สูญหายไป ถ้าได้ลองสังเกตยอดเจดีย์พระธาตุวัดเกตการาม จะเห็นว่าเอียงเล็กน้อย เป็นความตั้งใจของผู้สร้าง ตามความเชื่อโบราณที่ว่าการสร้างเจดีย์ที่ มียอดชี้ตรงไปยังสวรรค์อันเป็นที่ตั้งของพระธาตุเกศแก้วจุฬามณีนั้น ถือเป็นการไม่สมควร

นำท่านซื้อของฝากเชียงใหม่ ร้านวนัสนันท์ เป็นร้านของฝากพื้นเมืองของเชียงใหม่ มีของฝากมากมาย อาทิ ไส้อั่ว แคปหมู น้ำพริกหนุ่ม ซึ่งเป็นของฝากขึ้นชื่อของจังหวัดเชียงใหม่

หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่จังหวัดลำพูนเพื่อสักการะ พระบรมธาตุหริภุญชัย วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร เป็นพระธาตุประจำปีระกา (ปีไก่) เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลำพูน มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 28 ไร่ 3 งาน 26 ตารางวา วัดพระธาตุหริภุญชัย ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2478

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน

หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระธาตุลำปางหลวง สักการพระธาตุลำปางหลวง เป็นพระธาตุประจำปีฉลู (ปีวัว) วัดคู่บ้านคู่เมืองลำปางมาแต่โบราณ และเป็นวัดไม้ที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย อีกทั้ง พระธาตุลำปางหลวง ยังเป็น พระธาตุประจำปีเกิดของคนปีฉลู ด้วยเริ่มสร้างในปีฉลูและเสร็จในปีฉลูเช่นกัน เดินขึ้นไปตามบันไดนาคจนถึงประตูซุ้มโค้งหรือประตูโขง ที่ส่วนบนมีลายปูนปั้นเป็นกรองวิมาน มีนาคและหงส์ตามชั้นต่าง ๆ จนถึงยอดดูสวยงามยิ่ง ข้างบนด้านหน้าจะเป็น พระวิหารหลวง เป็นวิหารเปิดโล่งขนาดใหญ่ เป็นวัดไม้ที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย งดงามด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่มากมาย ไฮไลท์อีกหนึ่งสิ่งที่คนมาเยื่อนวัดแห่งนี้คือการได้มาชม “พระธาตุกลับหัว” (หมายเหตุ : การขึ้นชมพระธาตุกลับหัวสามารถชมได้เฉพาะผู้ชายเท่านั้น)

ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ

21.00 เดินทางถึง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ … พร้อมความประทับใจ
** ขอขอบพระคุณที่เลือกใช้บริการ **