แบนเนอร์บทความ

ทัวร์สิงคโปร์ /

ณิชา กับเพื่อน ๆ ดินเนอร์ใต้ท้องทะเล เล่นกับโลมา ตะลุยสวนสนุก ที่ รีสอร์ทเวิร์ด เซนโตซ่า

ณิชา น้ำตาล และวาววา ต่างพากันทำสถิติกระโดดสูงหน้า Universal Studios Singapore ณิชา กับเพื่อน ๆ รับประทานอาหารในบรรยากาศใต้ท้องทะเล ดูฝูงโลมา และหลบหนีมัมมี่สุดแสนน่ากลัว ณ Resorts World Sentosa ประเทศสิงคโปร์ ในเดือนธันวาคม 2560 เหล่าดาราคนดังอย่าง ณิชา ณัฏฐณิชา, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด (วาววา), พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ (น้ำตาล) และไผ่ พาทิศ พิสิฐกุล ได้มาพักผ่อนที่ Resorts World Sentosa ในวันหยุด ณ ประเทศสิงคโปร์ เราได้พบกับพวกเขาระหว่างพักเบรกจากการรับประทานอาหารแบบใกล้ชิดกับฝูงโลมา และกระทบไหล่ Minions จากเรื่อง Despicable Me พวกสาว ๆ มาเป็นเพื่อนสนิทกันได้อย่างไร น้ำตาล : เรารู้จักกันเมื่อสามปีที่แล้วค่ะ เพราะพวกเรามีโอกาศได้ร่วมงานกัน พวกเราสามคนเข้ากันได้ดีเพราะมีความสนใจเหมือน ๆ กัน และสามารถปรึกษาเรื่องงานด้วยกันได้ พวกเราเริ่มเที่ยวในวันหยุดด้วยกันจนกลายมาเป็นเพื่อนสนิทกัน พวกคุณต่างก็มีงานยุ่งกันทุกคน การจะวางแผนเที่ยวด้วยกันแบบนี้นับว่าเป็นเรื่องยากทีเดียว แล้วใครที่มักจะเป็นคนวางแผนการเดินทางคะ ทุกคน : น้ำตาล ! (หัวเราะ) ณิชา : เขาเป็นเหมือนพี่ใหญ่ค่ะ เรารู้จักความชอบของกันและกันดีมาก แต่พวกเราวางใจให้น้ำตาลเป็นคนวางแผนให้ เขารู้ว่าพวกเราชอบทำอะไรในวันหยุด ถึงแม้ว่าจะมีคุยเรื่องงานกันบ้างถ้าจำเป็น แต่ส่วนใหญ่น้ำตาลจะดูแลพวกเราอย่างดี Resorts World Sentosa สาว ๆ กำลังเที่ยวชม S.E.A. Aquarium ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ภายใน Resorts World Sentosa สำหรับการพักผ่อนในวันหยุด คุณคิดว่าวันหยุดในฝันควรจะเป็นแบบไหน ณิชา : พวกเราชอบกิจกรรมแหวกแนวและสนุกสนานที่หาไม่ได้ง่าย ๆ ในเมืองไทย แม้เมืองไทยจะเป็นสวรรค์ของนักชิมแต่เราก็ชอบลองอาหารอื่น ๆ ในประเทศที่เราไปเยือน สิ่งสำคัญที่สุดคือเพื่อนเดินทาง เพราะเป็นการยากที่จะรวมทุกคนเป็นหนึ่งเดียว พวกเราใส่ใจในการเดินทางของพวกเรามากค่ะ น้ำตาล : ใช่ค่ะ การใช้เวลาร่วมกันเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ฉันคิดว่าพวกเราทุกคนต้องการจุดหมายที่ไม่ซับซ้อนและมีทุกอย่างพร้อม เช่น อาหาร ที่พัก ความสนุก และไม่ต้องช้อปปิ้งมากนัก ในปีนี้เราจึงเลือกที่จะใช้วันหยุดพักผ่อนที่ Resorts World

ทัวร์ญี่ปุ่น /

ซากุระ 2018 ญี่ปุ่น อัปเดตตารางการบานของซากุระทั่วญี่ปุ่น

มาแล้ว ตารางการบานของซากุระ 2018 ญี่ปุ่น จากการพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (Japan Meteorological Corporation) ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2561 เผยข้อมูลคาดว่าซากุระจะบานที่แรกในโตเกียว วันที่ 15 มีนาคม 2561 และจะบานสะพรั่งสวยที่สุดในวันที่ 22 มีนาคม 2561 สำหรับใครที่กำลังรอตารางพยากรณ์ซากุระ 2018 ประเทศญี่ปุ่น ตอนนี้กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น ได้เผยตารางการบานของซากุระทั่วประเทศมาแล้วค่ะ โดยจะเริ่มบานจากทางตอนล่างของประเทศไล่ขึ้นไปยังด้านบน การพยากรณ์ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2561 ได้เผยให้เห็นว่าเมืองแรกที่ซากุระจะเริ่มบานนั้นจะอยู่ที่เมืองโตเกียว ซึ่งจะเริ่มบานวันที่ 15 มีนาคม 2561 และบานสะพรั่งเต็มที่วันที่ 22 มีนาคม 2561   เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2561 กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (Japan Meteorological Corporation) ได้อัปเดตตารางการบานของซากุระ 2018 ญี่ปุ่นอีกครั้ง จากผลการพยากรณ์การบานของซากุระสายพันธุ์ Somei Yoshino คาดการณ์ว่าจะเริ่มบานที่แรกในเมืองโตเกียว วันที่ 15 มีนาคม 2561 และบานสะพรั่งสวยสุดในวันที่ 22 มีนาคม 2561 ส่วนเมืองสุดท้ายที่ซากุระจะบานนั้นอยู่ที่เมืองมุโระรัง เกาะฮอกไกโด วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 และบานสะพรั่งสวยสุดในวันที่ 8 พฤษภาคม 2561   ตารางอัปเดตถึงการบานของซากุระในเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ เมืองฟุกุโอกะ เริ่มบานวันที่ 18 มีนาคม 2561 บานสะพรั่งวันที่ 27 มีนาคม 2561 เมืองฮิโรชิม่า เริ่มบานวันที่ 20 มีนาคม 2561 บานสะพรั่งวันที่ 28 มีนาคม 2561 เมืองนางาซากิ เริ่มบานวันที่ 20 มีนาคม 2561 บานสะพรั่งวันที่ 28 มีนาคม 2561 เมืองเกียวโต เริ่มบานวันที่ 20 มีนาคม 2561

ทวีปยุโรป /

ทริปเที่ยวยุโรปตะวันออก 13 วัน ด้วยเงิน 55,000 บาท

เที่ยวยุโรปสัมผัสเมืองสวยในดินแดนยุโรปตะวันออก อีกหนึ่งเส้นทางท่องเที่ยวต่างประเทศในฝันของใครหลายคน ที่อยากชื่นชมและสัมผัสบรรยากาศความสวยงามเหมือนในเทพนิยาย เราเชื่อว่าหนึ่งในความใฝ่ฝันของนักเดินทางหลาย ๆ คน นั่นคือการเดินทางเที่ยวยุโรป ซึ่งถือได้ว่าเป็นดินแดนในฝันสุดโรแมนติก ไม่ว่าจะเป็นเมืองดัง ๆ อย่างปารีส ลอนดอน และโรม แต่วันนี้เราจะพาไปตะลุยกับอีกหลากหลายเมืองในเส้นทางท่องเที่ยวยุโรป ตามรอย คุณ Uncle bear traveler สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่อาสาพาเราตะลุย 8 เมืองสวย ได้แก่ Budapest (Hungary), Prague (Czech Republic), Cezky Krumlov (Czech republic), Hallstatt (Austria), Salzburg (Austria), Munich (Germany), Fussen (Germany) และ Vienna (Austria) รวมทั้งหมด 13 วัน กับค่าใช้จ่ายตลอดทริป 55,500 บาท !!! มาดูกันสิว่า…แต่ละเมืองจะสวยงามดุจเมืองในฝันดั่งเทพนิยาย และทำให้เราหลงเสน่ห์แห่งความงามนั้นได้มากน้อยแค่ไหน ++++++++++++++++++++ Europe Trip in Autumn 8 เมืองสวยในฝันดั่งเทพนิยาย แห่งยุโรปตะวันออก Europe Trip เที่ยว 8 เมืองสวยในฝัน 1. Budapest (Hungary) - บูดาเปสต์ เมืองที่เปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์ คลาสสิก โรแมนติก สวยทุกมุมมอง 2. Prague (Czech Republic) - ปราก เมืองเก่าที่ยังคงมีมนตร์ขลังเหนือกาลเวลา 3. Cezky Krumlov (Czech republic) - เชสกีกรุมลอฟ เมืองแห่งเทพนิยายที่มีอยู่จริงบนโลก 4. Hallstatt (Austria) - ฮัลล์สตัทท์ หมู่บ้านริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก 5. Salzburg (Austria) - ซาลซ์บูร์ก บ้านเกิดโมสาร์ท นักประพันธ์ดนตรีคลาสสิกระดับโลก 6. Munich (Germany) - มิวนิกสวรรค์ของนักดื่มเบียร์และขาหมูเยอรมันอันเลื่องชื่อ 7. Fussen (Germany)

ทัวร์เวียดนาม /

เที่ยวซาปา กับ 20 เรื่องควรรู้ก่อนไปเยือนแดนหิมะแห่งเวียดนามเหนือ

รวบรวมข้อมูลเกี่ยวเมืองซาปาและเกร็ดท่องเที่ยวเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเมืองซาปา ดินแดนที่ถูกขนานนามว่าเป็นสวิตเซอร์แลนด์แห่งเวียดนามเหนือ วางแผนไปเที่ยวซาปาควรรู้อะไรก่อนบ้าง เราจัดมาให้แล้ว ซาปา (Sa Pa) เมืองเล็ก ๆ ในหุบเขาทางตอนเหนือของประเทศเวียดนาม ได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางใหม่เอี่ยมแห่งการไปสัมผัสหิมะในฤดูหนาว ที่นี่ไม่ได้สวยเพียงแค่ในยามที่ลมหนาวพัดมาเท่านั้น เพราะฤดูกาลอื่น ๆ ซาปาก็สวยสดงดงามมีเสน่ห์ที่น่าหลงใหลไม่แพ้กัน สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบธรรมชาติและความเงียบสงบ ที่นี่น่าจะเป็นข้อหนึ่งในสมุดบันทึกบัคเก็ตลิสต์ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวมือใหม่หรือใครที่ต้องการหาที่เที่ยวใหม่ ก็อาจจะอยากรู้จักกับซาปาให้มากยิ่งขึ้น วันนี้เราจึงจะไปดูข้อควรรู้เกี่ยวกับการเที่ยวซาปากันค่ะ มีเรื่องอะไรที่น่าสนใจบ้างไปดูกัน ภาพจาก thi / Shutterstock.com 1. ซาปา ตั้งอยู่ที่ไหน ? ซาปา ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดหล่าวกาย (Lao Cai) ทางฝั่งตอนเหนือสุดของประเทศเวียดนาม ติดกับชายแดนประเทศจีน เป็นเมืองเล็ก ๆ เลยค่ะ ซึ่งจะถูกรายล้อมไปด้วยขุนเขาน้อยใหญ่ ที่นี่จึงมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และสวยงามมาก ๆ ไม่ว่าฤดูกาลไหนก็น่าเที่ยว 2. ความพิเศษของซาปาอีกหนึ่งอย่างก็คือทำเลที่ตั้ง เมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับยอดเขาฟานซีปัง (Fansipan) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเวียดนาม (3,143 เมตร) และเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัย ซาปาจึงเต็มไปด้วยธรรมชาติแห่งขุนเขาที่งดงาม อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ที่สำคัญคุณสามารถพิชิตยอดเขาแห่งนี้ได้ง่าย ๆ เพราะมีกระเช้าไฟฟ้าให้บริการขึ้นไปเที่ยวชมด้านบนของยอดเขา (ดูรายละเอียดการขึ้นยอดเขาฟานซีปังด้วยกระเช้าไฟฟ้าได้ที่ fansipanlegend.sunworld.vn) 3. อดีตซาปาเป็นเมืองตากอากาศยอดนิยมของชาวยุโรปที่อาศัยอยู่ในเวียดนาม เพราะครั้งหนึ่งเมืองหล่าวกายเคยตกอยู่ในการยึดครองของฝรั่งเศส ทำให้สถาปัตยกรรมและการวางผังเมืองนั้นจะมีลักษณะแบบอาณานิคมฝรั่งเศส (French Colonial) ประกอบกับธรรมชาติที่สวยงามของซาปา ที่นี่จึงกลายเป็นยุโรปตะวันออกที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่างต้องการมาเยี่ยมเยือนสักครั้ง ภาพจาก melis / Shutterstock.com 4. ซาปา มีทั้งพื้นที่ที่เป็นเมืองและชนบท ในส่วนของเมืองนั้นก็จะมีตึกรามบ้านช่องและอาคารบ้านเรือนมากมาย พร้อมทั้งมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน สถานที่ราชการ โบสถ์ ที่พัก ร้านค้า ร้านอาหาร ฯลฯ ตึกและอาคารต่าง ๆ จะปลูกสร้างให้ลดหลั่นไปตามความสูงชันของเนินเขา แม้จะมีภาพของอาคารบ้านเรือนมากมาย แต่ก็ยังงดงามเพราะเมืองทั้งเมืองจะรายล้อมไปด้วยภูเขาสีเขียวสดใส และยังมีทะเลสาบกลางเมืองอีกด้วย 5. คนท้องถิ่นซาปา จะมีหลากหลายชนเผ่า โดยส่วนใหญ่จะเป็นชาวม้ง รองลงมาคือชาวเย้า และตามด้วยชาวญวน (Kinh), ชาวไต (Tay) และชาวซั้ย (Giay) คนส่วนมากจะสื่อสารด้วยภาษาเวียดนามเป็นหลัก แต่ก็มีบางส่วนที่สามารถพูดภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสได้อย่างคล่องแคล่ว ภาพจาก martinho Smart

ทัวร์ตุรเคีย /

เที่ยวตุรกี เรื่องดี ๆ ที่ควรรู้ก่อนไปเยือนประเทศสองทวีป

ก่อนไปเที่ยวตุรกีมาทำความรู้จักกับประเทศสองทวีปให้มากขึ้น ไปเที่ยวตุรกีด้วยตัวเองยากไหม มีอะไรต้องรู้ไว้บ้าง ที่เที่ยวตุรกีและอิสตันบูลที่ห้ามพลาดมีที่ไหนบ้าง อาหารการกินเป็นอย่างไร ซื้อของฝากตุรกีอะไรดี เรามีคำตอบ ถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าสนใจไม่ใช่เล่นเลยค่ะ สำหรับประเทศสองทวีปอย่าง "ตุรกี" เพราะที่นี่มีแหล่งท่องเที่ยวสวย ๆ สุดอัศจรรย์ติดอันดับโลกอยู่หลายแห่ง และที่สำคัญคนไทยยังไปเที่ยวได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าอีกต่างหาก ดีเลิศสุด ๆ และสำหรับใครที่กำลังเตรียมตัวไปเที่ยวตุรกีด้วยตัวเอง วันนี้เราก็เอาเรื่องราวน่ารู้และเกร็ดท่องเที่ยวตุรกีเล็ก ๆ น้อย ๆ มาฝากกันค่ะ มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง...ไปดูกัน 1. ประเทศตุรกีอยู่ที่ไหน ? หลายคนอาจจะเพิ่งเคยได้ยินชื่อตุรกีเป็นนครั้งแรก และเกิดการตั้งคำถามว่าประเทศแห่งนี้มันอยู่ส่วนไหนของโลกกันนะ ถ้าเราดูตามแผนที่ประเทศตุรกีจะตั้งอยู่ทางฝั่งเอเชียตะวันตก ติดกับยุโรปเลยค่ะ มีพื้นที่ 3% อยู่ในยุโรป เป็นประเทศที่มีทะเลล้อมรอบถึง 3 ด้าน คือทางตะวันตกเป็นทะเลอีเจียน, ทางเหนือเป็นทะเลดำ และทางใต้เป็นทะเลเมดิเตอร์เรเนียน นอกจากนี้ทางตะวันตกเฉียงเหนือยังมีทะเลมาร์มมะราอีกด้วย 2. ประเทศตุรกี พื้นที่ทั้งหมดประมาณ 783,562 ตารางกิโลเมตร เป็นประเทศที่มีพื้นที่อยู่ทั้งทวีปยุโรป และทวีปเอเชีย โดยในฝั่งทวีปเอเชียนั้นจะเรียกว่า "อนาโตเลีย" (Anatolia) ส่วนพื้นที่ทางฝั่งยุโรปจะเรียกว่า เทรซ (Thrace) มีช่องแคบบอสพอรัส ทะเลมาร์มะรา และช่องแคบดาร์ดาเนลเลสเป็นตัวแบ่งแยก โดยทางฝั่งเอเชียจะเต็มไปด้วยอารยธรรมเก่าแก่ ส่วนทางฝั่งยุโรปก็จะเต็มไปด้วยความเจริญทันสมัย บรรยากาศค่อนไปทางฝั่งตะวันตก 3. ภูมิอากาศของประเทศตุรกี ในแต่ละภูมิภาคจะไม่เหมือนกัน เพราะมีธรรมชาติที่แตกต่างกัน ทางฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน หน้าร้อนก็จะร้อน ส่วนหน้าหนาวอากาศจะอบอุ่น และมีฝนตก ส่วนทางตอนกลางนั้นจะมีภูเขากั้น ทำให้ในฤดูหนาวจะหนาวมาก บางครั้งติดลบถึง -30 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว และบางครั้งก็มีหิมะยาวนานกว่า 4 เดือน เพราะฉะนั้นถ้าจะไปเที่ยวตุรกี ลองเช็กให้แน่ใจก่อนนะคะว่าเมืองนั้น ๆ อยู่ในแถบไหน จะได้เตรียมเสื้อผ้าได้ไม่พลาดค่ะ 4. คงมีหลายท่านที่เข้าใจว่าประเทศตุรกีอยู่ในยุโรป ก็เพราะสภาพบ้านเมือง ประเพณี และวัฒธรรมของเมืองสำคัญต่าง ๆ ในตุรกีมีลักษณะคล้ายคลึงกับยุโรป อีกทั้งรัฐบาลตุรกีเองก็พยายามผลักดันให้ประเทศตุรกีเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรปเรื่อยมา มีการเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตผู้คนให้กลมกลืนกับชาวยุโรป และยังเปลี่ยนแปลงการใช้ตัวอักษรจากอาหรับมาเป็นละติน โดยเฉพาะในเมืองอิสตันบูลที่มีความเจริญเทียบเท่ากับหลาย ๆ เมืองใหญ่ในยุโรป จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลาย ๆ คนจะเข้าใจว่าตุรกีเป็นส่วนหนึ่งของยุโรป 5. ถึงแม้ว่าอิสตันบูล (Istanbul) จะเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของตุรกี แต่อิสตันบูลก็ไม่ใช่เมืองหลวง เพราะจริง ๆ แล้วเมืองหลวงของตุรกีคือ เมืองอังการา (Ankara)

ทัวร์เกาหลี /

ใบ ตม.เกาหลี แบบใหม่ เตรียมตัวเที่ยวเกาหลีใต้ควรรู้

  แบบฟอร์มตรวจคนเข้าเมือง หรือใบ ตม. รูปแบบใหม่ ของประเทศเกาหลีใต้ เพื่อนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวเกาหลีใต้ ได้เตรียมตัวและกรอกข้อมูลอย่างถูกต้องครบถ้วน ขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองเป็นขั้นตอนปกติที่นักท่องเที่ยวต้องพบในการเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ และไม่นานมานี้เองมีข่าวว่าทางประเทศเกาหลีใต้ ทำการเปลี่ยนแบบฟอร์มใบตรวจคนเข้าเมือง หรือใบ ตม. (Arrival card) รูปแบบใหม่ ว่าแต่ของใหม่และของเก่ามีลักษณะต่างกันอย่างไร ตาม เฟซบุ๊ก สักครั้ง ณ Korea ไปอัปเดตกันเลยค่ะ เพื่อที่ว่านักท่องเที่ยวจะได้กรอกข้อมูลอย่างถูกต้อง เพราะถ้ากรอกผิดเพียงเล็กน้อยอาจทำให้เกิดปัญหาตามมา เป็นการเตรียมตัวเอาไว้ล่วงหน้า เมื่อเวลาที่เดินทางไปถึงแล้วจะได้ไม่ตื่นเต้น ทำผิดทำถูก และเพิ่มความมั่นใจที่จะไปเจอกับ ตม. เกาหลีใต้ นั่นเอง +++++++++++++++ มาดูใบ ตม. เกาหลีแบบใหม่กัน เมื่อไม่นานมานี้มีข่าวว่าทางประเทศเกาหลีใต้ ได้มีการเปลี่ยนรูปแบบใบตรวจคนเข้าเมือง หรือ Arrival Card ใหม่ หลายคนอาจจะสงสัยเจ้าใบเข้าเมืองรูปแบบใหม่เป็นแบบไหน แล้วมันแตกต่างจากของเก่ายังไงบ้าง วันนี้จะพาไปดูตัวจริงเสียงจริง พร้อมแล้วลุยยยยยยยยย ใบตรวจคนเข้าเมืองแบบใหม่เอาใจนักท่องเที่ยวหลาย ๆ ประเทศ ด้วยการทำออกมาในหลายภาษา เข้าใจง่ายรวมทั้งภาษาไทยด้วยจ้า **แต่เราต้องกรอกข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาเกาหลีเท่านั้นนะจ๊ะ เขียนภาษาไทยไป ตม. อ่านไม่ออก อาจอดเที่ยวได้นะ ลองมาดูข้อแตกต่างของแบบเก่ากับแบบใหม่กัน > แบบใหม่จะไม่มีช่องใส่ข้อมูลต่อไปนี้< ~ Passport No. (เลขพาสปอร์ต) ~ Home Address (ที่อยู่บ้านเรา) ~ Flight (Vessel) No. (หมายเลขเที่ยวบินที่มา) ~ Port of Boarding (สนามบินต้นทาง) ~ Official Only (สำหรับเจ้าหน้าที่) ***แต่ ๆๆๆ เค้าได้ขยายช่องใส่ข้อมูลที่อยู่ในเกาหลี ตามที่เราจะไปพักให้ใหญ่ขึ้นจุใจ ไม่ต้องเขียนเบียด ๆ ตัวเล็กแบบที่ผ่านมาแล้วจ้า*** นอกจากนี้หลายใครยังงงว่าจะเขียนยังไง พลิกไปที่ด้านหลังจะมีคำอธิบายวิธีการเขียนให้ด้วยนะ ไม่ต้องสะกิดถามคนข้าง ๆ แล้ว ~สะดวกได้อีก~ ^_^ เห็นไหม ตม. เกาหลี เค้ารอต้อนรับนักท่องเที่ยวไทยขนาดนี้ ถ้าเราไปเที่ยวจริงซื้อตั๋วตะลุยเกาหลีโลด อย่าไปกลัว ตม. จ้า ^_^ ปล. อย่าลืมไปให้กำลังใจกันต่อหรืออ่านรีวิวอื่น ๆ เกี่ยวกับเกาหลีได้ที่ https://m.facebook.com/onceinkorea หรือค้นหาทางเฟซบุ๊กคำว่า "@onceinkorea" ได้เลยค่ะ หมายเหตุ : สายการบินอาจจะยังคงแจกแบบฟอร์มใบ ตม. เดิมอยู่นะคะ น่าจะใช้แบบเดิมให้หมดก่อน แต่แบบฟอร์มใหม่สามารถหยิบได้ที่จุดเขียนใบเข้าเมือง

ทวีปยุโรป /

เที่ยวยุโรป 8 วัน 3 ประเทศ ไปได้จริงด้วยงบ 40,000 กว่าบาท

เที่ยวยุโรปด้วยตัวเอง ในงบ 40,000 กว่าบาท ไปได้จริง 8 วัน 3 ประเทศ เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส อิตาลี เมื่อพูดถึงการเดินทางไปทวีปยุโรป หลายคนอาจถอดใจเพราะรู้สึกว่าไกลเกินเอื้อม แต่ความเป็นจริงการเดินทางไปเที่ยวยุโรปไม่ได้ยากหรือแพงขนาดนั้น ยิ่งสมัยนี้ค่าตั๋วเครื่องบินถูกขึ้น การเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางในฝันก็ง่ายขึ้นตามไปด้วย ซึ่งวันนี้ผมอยากแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับการเดินทางไปเยือน 3 ประเทศ ได้แก่ เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และอิตาลี ผ่าน 3 เมืองใหญ่ ได้แก่ อัมสเตอร์ดัม ปารีส มิลาน ภายใต้งบประมาณจำกัดเป็นเวลา 8 วัน (ไม่รวมวันเดินทางไป-กลับ) ซึ่งขอบอกไว้ก่อนว่าทริปนี้ไม่ลำบาก ไม่มีการอดอาหาร และทำตามได้จริงแน่นอน ค่าใช้จ่ายหลัก ๆ ที่จะกำหนดว่าทริปนั้นถูกหรือแพง คือค่าตั๋วเครื่องบินและค่าที่พัก หากสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายสองก้อนนี้ได้ รับรองว่าทริปในฝันของคุณอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม ในทริปนี้ผมใช้งบประมาณ 46,000 บาท (ไม่รวมค่าช้อปปิ้งและของฝาก) ภายใต้เงื่อนไข 2 ข้อ ได้แก่ การซื้อตั๋วเครื่องบินแบบ Multi-City ซึ่งมีราคาถูกกว่า และการเลือกที่พักแบบโฮสเทลซึ่งมีราคาย่อมเยา แต่ก่อนจะไปถึงการแจกแจงค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มาชมกันก่อนว่าแต่ละเมืองมีไฮไลท์อะไรน่าเที่ยวบ้าง ❤️ อัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงของประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งเสรีภาพ เอกลักษณ์ของอัมสเตอร์ดัมคือคลองสายต่าง ๆ และจักรยานที่เป็นพาหนะอันดับ 1 ของคนที่นี่ หากคุณมาเยือนอัมสเตอร์ดัมแล้วอยากสัมผัสไลฟ์สไตล์แบบคนท้องถิ่น คุณสามารถเช่าจักรยานได้ในราคาประมาณ 10 ยูโร/วัน ส่วนใครที่อยากการสำรวจเมืองอย่างใกล้ชิด การเดินลัดเลาะไปตามคูคลองต่าง ๆ ก็เป็นการสัมผัสเมืองแบบชิล ๆ ที่ขอแนะนำ แม้ขนาดเล็ก ๆ ของอัมสเตอร์ดัมจะเหมาะกับการเดินหรือขี่จักรยาน แต่ระบบขนส่งมวลชนของที่นี่ก็เข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่เป็นไฮไลท์ ในทริปนี้ผมซื้อบัตร GVB multi-day ticket ซึ่งครอบคลุมการเดินทางด้วยรถเมล์ รถไฟใต้ดิน และรถรางแบบไม่จำกัด (ไม่รวมรถไฟระหว่างเมือง) มีให้เลือกแบบ 24, 48 ไปจนถึง 168 ชั่วโมง โดยสามารถเข้าไปสำรวจได้ที่เว็บไซต์ของ GVB Red Light District สถานที่เปิดหูเปิดตาสำหรับนักเดินทางโลกสวย ตั้งอยู่ใจกลางกรุงอัมสเตอร์ดัมและไม่ไกลจากสถานี Amsterdam Central

ทัวร์ฮ่องกง /

สุดยอด 12 ที่เที่ยวมงคลในฮ่องกง ตามปีนักษัตร

เที่ยวฮ่องกง ตระเวนเที่ยว 12 สถานที่มงคลในฮ่องกง ที่ปรมาจารย์ด้านศาสตร์ฮวงจุ้ยแนะนำมาแล้วว่าจะช่วยส่งเสริมดวงชะตาให้รุ่งโรจน์ร่ำรวย ฤดูใบไม้ผลิคือช่วงเวลาแห่งการฟื้นคืนพลังความสดใส เทศกาลตรุษจีนซึ่งเป็นการเริ่มต้นเข้าสู่ปีใหม่ของจีนก็เป็นช่วงเวลาที่มีความหมายต่อชาวฮ่องกงเป็นอย่างมาก เพราะการเริ่มต้นที่ดีย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง ดังนั้นนอกจากจะไปดื่มด่ำเพลิดเพลินในงานเฉลิมฉลองต่าง ๆ รับปีใหม่แล้ว สิ่งที่คุณไม่ควรพลาดเมื่อไปเยือนฮ่องกงในปีนี้ก็คือการท่องเที่ยวสถานที่มงคลต่าง ๆ เพื่อเปิดรับโชคลาภ เฮง ๆ ต้อนรับปีใหม่ตามธรรมเนียมของคนท้องถิ่น และเพื่อการเริ่มต้นปีระกา 2560 และร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในวาระครบรอบ 20 ปี ของการส่งมอบเกาะฮ่องกงคืนสู่จีนแผ่นดินใหญ่ เราขอชวนคุณไปเที่ยว 12 สุดยอดสถานที่มงคลในฮ่องกง ที่ปรมาจารย์ด้านศาสตร์ฮวงจุ้ยแนะนำมาแล้วว่าจะช่วยส่งเสริมดวงชะตาให้รุ่งโรจน์ร่ำรวยกันทั้งปี 1. สถานที่เสริมดวงสำหรับคนปีระกา : เดอะพีค ผู้ที่เกิดในปี : 2476, 2488, 2500, 2512, 2524, 2536, 2548 เมื่อปีที่คุณเกิดเวียนมาตรงกับปีนักษัตรปัจจุบันถือว่าไม่ใช่เรื่องดีนัก เพราะตามหลักแล้วคุณจะได้รับอิทธิพลกดทับจากปีนักษัตรที่เวียนมาครบรอบในปีนั้น ๆ แนะนำให้คนเกิดปีระกาขึ้นไปรับพลังฮวงจุ้ยยังจุดที่สูงที่สุดของเกาะฮ่องกง เพื่อลดความแรงจากอิทธิพลของดวงดาวที่แผ่ปกคลุมดวงชะตาของคุณ พร้อมดื่มด่ำกับทิวทัศน์สุดงดงามตระการตาของมหานครฮ่องกงจากวิคตอเรีย พีค ที่นี่คุณจะได้สัมผัสกับทัศนียภาพในมุมกว้างที่ทอดยาวสุดขอบฟ้าจากฝั่งเกาลูนไปจนถึงเกาะฮ่องกง ผ่อนคลายอารมณ์และปล่อยวางความกังวล เพื่อพร้อมลุยทุกอุปสรรคท้าทายที่จะเข้ามาในปีนี้ 2. สถานที่เสริมดวงสำหรับคนปีจอ : เส้นทางมรดกวัฒนธรรม หล่งหยกเถ่า ย่าน Fanling ผู้ที่เกิดในปี : 2477, 2489, 2501, 2513, 2525, 2537, 2549 ผู้ที่เกิดในปีจอมีสิทธิได้รับอิทธิพลจากดวงดาวที่ไม่เป็นใจในปีนี้ ทำให้คุณรู้สึกหวาดระแวงและเป็นกังวล ดังนั้นเพื่อลดความแรงของอิทธิพลจากพลังด้านลบ ให้แวะไปเที่ยวที่ชุมชนท้องถิ่นบนเส้นทางมรดกวัฒนธรรม หล่งหยกเถ่า ซึ่งจะพาคุณเดินทางย้อนไปสู่ประวัติศาสตร์ของชนเผ่าถัง หนึ่งในห้าชนเผ่าที่ใหญ่ที่สุดในฝั่งนิวเทอริทอรีส์ ที่กล่าวกันว่าครั้งหนึ่งเคยมีผู้พบเห็นมังกรกำลังกระโจนในภูเขาแห่งนี้ ทำให้กลายเป็นที่มาของชื่อสถานที่แห่งนี้ด้วย คุณจะได้สัมผัสภูมิปัญญาของบรรพบุรุษชาวฮ่องกงที่มีความโดดเด่น และถ่ายทอดออกมาเป็นสถาปัตยกรรมอันงดงามแปลกตา พร้อมชมบรรยากาศอันสงบร่มเย็นโดยรอบ การได้มาเยือนชุมชนแห่งนี้จะช่วยเสริมโชคลาภด้านการงานแก่ผู้ที่เกิดปีจอตลอดทั้งปี 3. สถานที่เสริมดวงสำหรับคนปีกุน : พระใหญ่, ทางเดินแห่งปรัชญา ผู้ที่เกิดในปี : 2478, 2490, 2502, 2514, 2526, 2538, 2550 อิทธิพลของดวงดาวยี่หม่าอันเป็นตัวแทนของการเดินทาง จะส่งผลต่อจักรราศีของคุณในปี 2560 ชาวปีกุนอาจมีการเปลี่ยนแปลงโยกย้ายเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง แนะนำให้คุณไปกราบนมัสการพระใหญ่และแวะเยือนทางเดินแห่งปรัชญา เพื่อพิจารณาปรัชญาบนเสาไม้ที่จารึกบทกวีจากพระสูตรตามลายมืออันวิจิตรของปรมาจารย์ร่วมสมัยผู้โด่งดัง ซึ่งจะช่วยชะลอการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตคุณอย่างค่อยเป็นค่อยไป และยังช่วยเสริมพลังความก้าวหน้าให้คุณได้อย่างเต็มที่ตลอดทั้งปี 4. สถานที่เสริมดวงสำหรับคนปีชวด : ตลาดดอกไม้ สวนนก ผู้ที่เกิดในปี : 2479, 2491, 2503, 2515, 2527,

ทวีปออสเตรเลีย /

10 ประเทศจุดหมายปลายทางที่ต้องไปค้นหาในปี 2018

มาแล้วผลสำรวจ 10 ประเทศห้ามพลาดและน่าไปเที่ยวในปี 2018 จากโลนลี แพลนเน็ต (Lonely Planet) เป็นตัวเลือกการท่องเที่ยวต่างประเทศดี ๆ สำหรับผู้ที่หลงใหลการเดินทาง เตรียมตัวไว้แล้วไปเช็กอินพร้อมกันในปี 2018 สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากจะตระเวนเที่ยวให้รอบโลก แต่ยังไม่รู้ว่าจะปักหมุดไปเที่ยวที่ไหนดี ลองมาดูทางนี้ค่ะ โลนลี แพลนเน็ต (Lonely Planet) สำนักพิมพ์ท่องเที่ยวชื่อดัง และมีนักเขียนเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลกได้เปิดเผยรายชื่อ 10 ประเทศที่ควรค่าแก่การไปเยือนในปี 2018 มาให้แล้ว ซึ่งเป็นประเทศที่มีความน่าสนใจทั้งแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและวัฒนธรรม จากประสบการณ์การเดินทางของนักท่องเที่ยวตัวยง ไปดูสิว่าเขาแนะนำให้ไปเที่ยวที่ไหนดีในปี 2018 ^^ 1. ประเทศชิลี เที่ยวต่างประเทศ 2018 ประเทศชิลี ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของทวีปอเมริกาใต้ เป็นประเทศที่มีภูมิประเทศที่โดดเด่นมาก ๆ เพราะทางด้านตะวันตกของประเทศนั้นก็ทอดยาวขนานไปกับมหาสมุทรแปซิฟิก โดยที่ทางตะวันออกก็ขนานไปกับเทือกเขาแอนดีส จึงทำให้ประเทศชิลีเป็นประเทศที่มีธรรมชาติหลากหลายแบบ อีกทั้งยังเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมโบราณ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของชิลีก็คือ เกาะอีสเตอร์ (Easter Island) ในตำนานโมไอ นอกจากนี้ชิลีก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ เมืองซานเตียโก (Santiago), เมืองบัลปาราอีโซ (Valparaiso), San Rafael Glacier, Valle de la Luna, Torres del Paine National Park, Pucon, Lauca National Park เป็นต้น 2. ประเทศเกาหลีใต้ เที่ยวต่างประเทศ 2018 ประเทศเกาหลีใต้ เป็นประเทศที่นอกจากจะมีแหล่งท่องเที่ยวสวย ๆ มากมายแล้ว ก็ยังมีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมหรือวัฒนธรรมสมัยใหม่ก็ล้วนแต่มีเสน่ห์ เมื่อผนวกกับลักษณะของภูมิประเทศสวย ๆ และภูมิอากาศที่ดีตลอดทั้งปี ก็ทำให้ประเทศแห่งนี้กลายเป็นประเทศที่น่าหลงใหลไปได้อย่างง่ายดาย ใครอยากเที่ยวธรรมชาติก็มีทั้งป่าเขาและท้องทะเลให้ไปสัมผัส หรือถ้าอยากเรียนรู้วัฒนธรรมโบราณก็สามารถไปเยี่ยมชมพระราชวังเก่าแก่ได้ง่าย ๆ ในกรุงโซล หรือถ้าอยากเป็นนักท่องเที่ยวสายฮิปสเตอร์ ตอนนี้ก็มีแหล่งท่องเที่ยวเก๋ ๆ เกิดมากมาย รวมทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟบรรยากาศดีหลากหลายแบบที่จะทำให้คุณหลงรักเกาหลีใต้แบบถอนตัวไม่ขึ้นเลยล่ะ อีกทั้งในปี 2018 นี้ ประเทศเกาหลีใต้ก็จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว 2018 ที่เมืองพย็องชัง (Pyeongchang) มันก็ดูจะคุ้มค่านะที่จะได้ทั้งเที่ยวและไปชมการแข่งขันระดับโลก ^^ สถานที่ท่องเที่ยวเกาลีใต้ที่น่าสนใจ อาทิ Gyeongbokgung Palace, Namiseom

ทัวร์อินเดีย /

16 เรื่องน่ารู้ไหว้สังเวชนียสถาน เส้นทางแสวงบุญดินแดนพุทธภูมิ

สังเวชนียสถาน เที่ยวตามรอยพระพุทธเจ้ากับดินแดนพุทธภูมิศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ซึ่งเป็นที่เลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนจากทั่วทุกมุมโลก สังเวชนียสถาน ประเทศอินเดีย และประเทศเนปาล ที่มีความสำคัญในฐานะเป็นดินแดนพุทธภูมิ ทั้งยังเป็นดินแดนที่เกิดเหตุการณ์สำคัญทางพุทธศาสนาหลายเหตุการณ์ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ เส้นทางท่องเที่ยวนี้อาจยังไม่เป็นที่รู้จักเท่าไรนัก ถึงแม้ว่าจะไม่ได้แสวงบุญแต่การได้ไปเห็นและสัมผัสพลังศรัทธาที่ยิ่งใหญ่ ก็เหมือนเป็นการเปิดโลกอีกหนึ่งมุมที่เราไม่เคยเห็นจากที่ใดในโลกอย่างแน่นอน สำหรับใครก็ตามที่กำลังวางแผนเดินทางตามรอยพุทธศาสนามายังพุทธภูมิศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ เรามีเรื่องน่ารู้เล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับทริปการแสวงบุญสักการะสังเวชนียสถานมาฝากกันค่ะ 1. สังเวชนียสถาน หมายถึง สถานที่ที่ทำให้เกิดความรู้สึกระลึกถึงพระพุทธเจ้า เกิดความแช่มชื่น เบิกบาน เกิดแรงบันดาลใจที่จะทำความดี เมื่อได้ไปพบเห็น 2. สังเวชนียสถาน ประกอบด้วยทั้งหมด 4 แห่ง (ทั้งในประเทศอินเดียและประเทศเนปาล) คือ - ลุมพินีวัน สังเวชนียสถาน ตั้งอยู่ที่อำเภอไภรวา แคว้นอูธ ประเทศเนปาล สันนิษฐานว่าเป็นสถานที่ประสูติแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นพุทธสังเวชนียสถานแห่งเดียวที่อยู่นอกประเทศอินเดีย - พุทธคยา สังเวชนียสถาน ตั้งอยู่ที่จังหวัดคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย สันนิษฐานว่าเป็นสถานที่ที่เจ้าชายสิทธัตถะตรัสรู้เป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถือกันว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชาวพุทธทั่วโลก ภายในมีสถานที่สำคัญ เช่น ต้นพระศรีมหาโพธิ์, พระเจดีย์มหาโพธิ์ และพระแท่นวัชรอาสน์ เป็นต้น - สารนาถ สังเวชนียสถาน ตั้งอยู่ทางเหนือของเมืองพาราณสี ประเทศอินเดีย สันนิษฐานว่าเป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าแสดงปฐมเทศนา ประกอบด้วยถาวรวัตถุมากมาย ซึ่งพระเจ้าอโศกมหาราชได้ทรงสร้างไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่พระพุทธเจ้า เช่น ธรรมเมกขสถูป, ธรรมราชิกสถูป, เจาคันธีสถูป, เสาหินพระเจ้าอโศก และพิพิธภัณฑ์สารนาถ เป็นต้น - กุสินารา สังเวชนียสถาน ปัจจุบันกลายเป็นหมู่บ้านกาเซีย เมืองขนาดเล็กอยู่ในเขตอำเภอเดโอเรีย รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย สันนิษฐานว่าเป็นสถานที่ดับขันธปรินิพพานของพระพุทธเจ้า 3. ปกติช่วงที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปแสวงบุญสักการะสังเวชนียสถาน ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงเดือนตุลาคม-มีนาคม ของทุก ๆ ปี 4. ปัจจุบันการเดินทางแสวงบุญสักการะสังเวชนียสถาน สามารถทำได้ค่อนข้างสะดวก เพราะมีสายการบินให้บริการหลากหลาย (ทั้งบินตรงและต่อเครื่อง) หรือจะเป็นเที่ยวบินเฉพาะช่วงเทศกาลแสวงบุญก็มีให้นักท่องเที่ยวได้เลือก แต่ส่วนใหญ่มักนิยมเดินทางแบบกรุ๊ปทัวร์ เพื่อความสะดวกของผู้แสวงบุญ สังเวชนียสถาน ภาพจาก Eagle9 / Shutterstock.com 5. การเตรียมตัวเบื้องต้นก่อนเดินทาง - การเตรียมตัวเรื่องภาษา ภาษาที่จำเป็นที่สุดคือภาษาอังกฤษ คนอินเดียส่วนใหญ่สามารถสื่อสารโดยใช้ภาษาอังกฤษได้ หรือเรียนรู้ภาษาท้องถิ่นสำคัญ ๆ เอาไว้บ้างก็ดีไม่น้อยนะคะ - การเตรียมตัวเรื่องสุขภาพ ปกติแล้วการเดินทางแสวงบุญใช้เวลาประมาณ 7-10 วัน ทั้งในอินเดียและเนปาล ซึ่งนักท่องเที่ยวจำเป็นที่จะต้องนั่งรถเป็นเวลานาน บางช่วงอาจต้องเดินทางตลอดทั้งวัน ดังนั้นร่างกายจึงต้องอึดในระดับหนึ่ง ควรไปตรวจเช็กสภาพร่างกายให้ละเอียด และเตรียมยาประจำตัวเอาไว้ให้พร้อม - การเตรียมตัวเรื่องสภาพอากาศ ช่วงฤดูการแสวงบุญจะอยู่ในช่วงอากาศหนาว แน่นอนเลยว่าควรที่จะต้องเตรียมเสื้อกันหนาวและอุปกรณ์ยังชีพต่าง ๆ เช่น ยาดม, ยาอม, ทิชชูเปียก,

ทัวร์เกาหลี /

เรื่องน่ารู้เกาะนามิ เกาหลีใต้ เที่ยวด้วยตัวเองได้ ประทับใจเหมือนกัน

  รวบรวมเรื่องราวดี ๆ ที่น่าสนใจของเกาะนามิ เพื่อประโยชน์สำหรับนักท่องเที่ยวที่กำลังจะไปเที่ยวเกาะนามิด้วยตัวเอง มีวิธีการเดินทางหลายแบบ ไปแบบเช้าไป-เย็นกลับได้จากกรุงโซล   เกาะนามิ เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวสุดฮอตของประเทศเกาหลีใต้ ได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โรแมนติกและสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นักท่องเที่ยวที่หลงใหลในธรรมชาติจึงอยากที่จะไปเยี่ยมเยือนที่นี่กันสักครั้ง ซึ่งจากกรุงโซลก็เดินทางไปเที่ยวเกาะนามิได้ไม่ยากเลยค่ะ ไปเที่ยวเองก็ได้ มีหลากหลายวิธีการเดินทาง วันนี้เราจึงได้รวบรวมเรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับเกาะนามิมาฝากกัน จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันค่ะ เกาะนามิ - เกาะนามิ (Namiseom Island) ตั้งอยู่ที่เมืองชุนช็อน (Chuncheon-si) จังหวัดคังว็อน (Gangwon-do) ทางตอนเหนือของประเทศเกาหลีใต้ มีลักษณะเป็นเกาะเล็ก ๆ อยู่กลางแม่น้ำฮัน (Han River) รูปร่างคล้ายพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว ซึ่งเกิดจากการสร้างเขื่อนช็องพย็อง (Cheongpyeong DamX) - เกาะนามิโด่งดังขึ้นจากซีรี่ย์เรื่อง Winter Sonata โดยใช้เกาะนามิเป็นสถานที่ถ่ายทำฉากโรแมนติก ที่นี่จึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คู่รักนิยมมาเที่ยวกันตลอดทั้งปี และห้ามพลาดที่จะถ่ายภาพคู่กับรูปปั้นพระ-นางจากซีรีย์เรื่องดังกล่าว เกาะนามิ ภาพจาก Guitar photographer / Shutterstock.com - เกาะนามิ มีพื้นที่ทั้งหมดราว ๆ 553,560 ตารางเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นที่ราบ มีต้นเกาลัด ต้นแป๊ะก๊วย ต้นสนและอื่น ๆ อีกมากมาย พร้อมทั้งลานสนามหญ้ากว้างใหญ่ บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะแก่การมาเที่ยวพักผ่อน สูดอากาศบริสุทธิ์ และนอนพักกางเต็นท์ - เกาะนามิ อยู่ห่างจากกรุงโซล (Seoul) ประมาณ 63 กิโลเมตร ถ้าขับรถไปเที่ยวจากโซลก็จะใช้เวลาเดินทางงเพียงแค่ราว ๆ 1-1.30 ชั่วโมงเท่านั้น และพื้นที่บนเกาะนามิก็ไม่ใหญ่มาก สามารถเที่ยวได้แบบเช้าไป-เย็นกลับ ชาวเกาหลีจึงนิยมที่จะมาเที่ยวที่นี่ในช่วงวันหยุด เกาะนามิ ภาพจาก UKRID / Shutterstock.com - เกาะนามิมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของเกาหลีใต้ ถูกค้นพบโดย Minn Byeong Do ที่นี่เป็นที่ตั้งหลุมฝังศพของนายพลนามิ (General Nami) นักรบผู้ยิ่งใหญ่แห่งประวัติศาสตร์เกาหลีใต้ ผู้ที่สามารถนำทัพกวาดล้างจราจลในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ - ในเดือนธันวาคม ปี ค.ศ. 2010 เกาะนามิได้รับเลือกเป็น UNICEF Child Friendly Park ซึ่งเป็นสถานที่แรกของเกาหลีใต้ที่ได้รับเลือก และยังเป็น 1 ใน 14

ทัวร์ฮ่องกง /

ที่เที่ยวฮ่องกงสุดฮิต ทริปเที่ยวฮ่องกงด้วยตัวเองไม่ควรพลาด

ที่เที่ยวฮ่องกง รวมมิตรที่เที่ยวฮิตของฮ่องกง ที่ใครไปเที่ยวฮ่องกงจะต้องไปเก็บให้ครบ เหมาะกับการวางแผนเที่ยวฮ่องกงด้วยตนเอง จะมีที่เที่ยวฮ่องกงที่ไหนห้ามพลาดบ้าง ไปดูกัน ฮ่องกง สถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมตลอดกาล มีนักท่องเที่ยวมากมายจากทั่วโลกต้องการมาสัมผัสที่นี่กันสักครั้ง ซึ่งก็เหมือนความโชคดีของคนไทยที่ฮ่องกงอยู่ไม่ไกลเท่าไร มีหลายสายการบินให้บริการเส้นทางบินตรง และยังจัดโปรโมชั่นลดกระหน่ำกันอยู่เรื่อย ๆ และสำหรับใครที่กำลังวางแผนจะไปเที่ยวฮ่องกง วันนี้เราได้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวฮ่องกงห้ามพลาดมาไว้ให้ที่นี่แล้วค่ะ จะมีที่ไหนบ้างไปดูกันเลย   new data conntent เกาะลันเตา           - นั่งกระเช้านองปิง ไหว้พระใหญ่ วัดโปลิน (หยุดให้บริการระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2560)   การนั่งกระเช้านองปิง เพื่อขึ้นไปไหว้พระใหญ่ ที่วัดโปลิน ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ห้ามพลาดของฮ่องกง นักท่องเที่ยวจะได้นั่งกระเช้าเพื่อชมวิวอันสวยงามทั้งป่าเขา และอ่าวกว้างใหญ่ ก่อนจะไปถึงยังบริเวณวัดโปลิน โดยใช้เวลาประมาณ 25-30 นาที กระเช้ามีให้เลือกทั้งแบบธรรมดาและแบบพื้นกระจกใส ใครชอบแบบไหนก็จัดกันไปเลยค่ะ เมื่อกระเช้าไปถึงบริเวณหมู่บ้านนองปิง นักท่องเที่ยวจะต้องเดินผ่านร้านค้า ร้านขายของที่ระลึก ก่อนที่จะไปถึงด้านหน้าวัดโปลิน แล้วจะต้องเดินขึ้นบันไดไปอีกประมาณ 268 ขั้น เพื่อขึ้นไปไหว้สักการะพระใหญ่ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ np360.com.hk (กระเช้านองปิงหยุดให้บริการระหว่างเดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2560)   - ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ ภาพจาก psgxxx / shutterstock.com สาวกดิสนีย์ต้องไม่พลาดที่จะไปเที่ยวชมอาณาจักรแห่งเวทมนตร์ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเทพนิยาย พร้อมสนุกสนานไปกับเครื่องเล่นและความบันเทิงมากมาย อีกทั้งที่นี่ยังเพียบพร้อมไปด้วยร้านอาหาร ร้านค้า และที่พัก มาที่เดียว เที่ยวได้แบบครบรส ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ hongkongdisneyland.com   - ซิตี้เกต เอาท์เลท ภาพจาก Hatchapong Palurtchaivong / shutterstock.com ถ้าใครอยากช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมในราคาย่อมเยา ต้องไม่พลาดไปเดินช้อปปิ้งกันที่นี่ค่ะ มีหลากหลายแบรนด์ชั้นนำให้เลือกซื้ออย่างจุใจ บางแบรนด์ยังลดกระหน่ำ หยิบจับกันไม่ทันเลยทีเดียว ถ้าใครมาแวะซื้อของฝากก่อนกลับไปสนามบิน ก็มีซูเปอร์มาร์เกตอยู่ชั้นใต้ดิน ให้เลือกซื้อขนมและของฝากอื่น ๆ ด้วย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ citygateoutlets.com   เกาะเกาลูน - A Symphony of Lights A Symphony of Lights เป็นการแสดงแสง สี เสียง สุดอลังการของฮ่องกง ที่จะทำให้ตึกและอาคารสูงใหญ่บนเกาะฮ่องกง บริเวณริมอ่าววิคตอเรียมีชีวิตชีวา เต็มไปด้วยความอลังการของแสงไฟยามค่ำคืน การแสดงจะมีให้ชมทุกวัน ในเวลา 20.00 น. มีรอบภาษาอังกฤษทุกวันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์ การแสดงจะใช้เวลาประมาณ 13 นาที จุดที่สามารถชม A Symphony of Lights ได้จะอยู่ทางฝั่งเกาะเกาลูน ไล่มาตั้งแต่บริเวณอเวนิว ออฟ สตาร์ ไปจนถึงบริเวณหอนาฬิกา แต่จุดที่สามารถมองเห็นการแสดงได้สวยงาม จะอยู่ด้านบนจุดชมวิวบริเวณด้านหน้าหอนาฬิกา ต้องรีบไปจับจองที่นั่งสักนิด หรือถ้าใครอยากนั่งล่องเรือชมในอ่าววิคตอเรียก็ได้เช่นกัน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ discoverhongkong.com - หอนาฬิกา ภาพจาก Sean Pavone / shutterstock.com หอนาฬิกา เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่ต้องไปเช็กอินกันให้ได้
line