แบนเนอร์บทความ

ทัวร์ออสเตรเลีย /

Sydney Opera House คืออะไร? ทำความรู้จักสัญลักษณ์ออสเตรเลียที่ไม่ควรพลาด

ดินแดนแห่งเสียงเพลงที่ถูกห่อหุ้มด้วยเปลือกหอยยักษ์ริมอ่าวกับ Sydney Opera House! ถ้าพูดถึงอาคารที่สวยที่สุดในโลก ที่โดดเด่นไม่แพ้สิ่งมหัศจรรย์ใด ๆ บนโลกใบนี้ ต้องยกให้ ซิดนีย์โอเปร่าเฮาส์ 🎭 สถานที่ท่องเที่ยวระดับตำนานแห่งเมืองซิดนีย์ ออสเตรเลีย ที่เต็มไปด้วยหลังคาโค้งสีขาวนวลเรียงซ้อนกันราวกับใบเรือที่กำลังแล่นออกสู่ทะเล ท่ามกลางวิวอ่าวฮาร์เบอร์สุดอลังการและแสงแดดแบบฉบับออสเตรเลีย บทความนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับสัญลักษณ์อันยิ่งใหญ่แห่งแดนจิงโจ้ พร้อมพาไปส่องจุดเช็กอินสุดปัง มุมถ่ายรูปห้ามพลาด และประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ใครได้มาเยือน Sydney Opera House แล้วต้องตกหลุมรักแน่นอน!!! 🐚 ประวัติความเป็นมาของ Sydney Opera House รู้ไหมว่า อาคารที่ดูเหมือนแค่หลังคาโค้งสีขาวริมอ่าวนี้ ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 14 ปี และงบบานปลายกว่า 14 เท่าของที่ตั้งไว้? Sydney Opera House ถูกออกแบบโดยสถาปนิกชาวเดนมาร์ก และตั้งอยู่บริเวณปากอ่าวซิดนีย์ในฐานะศูนย์ศิลปะการแสดงอเนกประสงค์ระดับโลก นอกจากจะได้รับการยกย่องให้เป็นผลงานชิ้นเอกด้านสถาปัตยกรรมแห่งศตวรรษที่ 20 และสัญลักษณ์ของออสเตรเลียแล้ว ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี พ.ศ. 2550 อีกด้วย แม้ภายนอกดูเรียบง่าย แต่เบื้องหลังคือวิศวกรรมชั้นสูง หลังคาโค้งประกอบด้วยคอนกรีตสำเร็จรูปกว่า 2,194 ชิ้น ปูทับด้วยกระเบื้องกว่า 1 ล้านแผ่นในลาย Chevron สองโทนสี ตัวอาคารตั้งบนเสาคอนกรีต 588 ต้นฝังลึกใต้ทะเล 25 เมตร และมีความสูงถึง 67 เมตร เทียบเท่าตึก 22 ชั้น สิ่งที่สร้างให้ Sydney Opera House ยิ่งใหญ่ ไม่ใช่แค่ขนาดหรือรูปทรง แต่คือความตั้งใจของคนนับพันที่ฝังเอาไว้ในทุกกระเบื้อง ทุกเสา และทุกเส้นโค้ง!!!     จุดไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด เมื่อมาเยือน Sydney Opera House 1. 🎵 โรงแสดงคอนเสิร์ต จุผู้ชมได้ถึง 2,679 ที่นั่ง และเป็นบ้านของวง Sydney Symphony Orchestra พร้อมไฮไลต์สำคัญคือไปป์ออร์แกนที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีท่อมากกว่า 10,000 ท่อ 2. 🎭 โรงละครโจแอน ซัทเธอร์แลนด์ โรงละครแบบโปรซีเนียม จุผู้ชมได้ 1,507 ที่นั่ง เป็นเวทีหลักของคณะโอเปราและบัลเลต์ออสเตรเลียประจำซิดนีย์ 3. 🎬 โรงละครดราม่า พื้นที่ขนาดกลาง

ทัวร์ญี่ปุ่น /

ดินแดนสุดสวยที่ถูกปูด้วยพรมดอกไม้แห่งฤดูร้อน กับ Shikisai no Oka!

ดินแดนสุดสวยที่ถูกปูด้วยพรมดอกไม้แห่งฤดูร้อน กับ ชิกิไซ โนะ โอกะ! ถ้าพูดถึงทุ่งดอกไม้กลางฤดูร้อน ที่ออกดอกบานสะพรั่งและสวยไม่แพ้ที่ไหนในโลก ต้องยกให้ สวนชิกิไซ โนะ โอกะ🌸 สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังแห่งเมืองบิเอะ ฮอกไกโด ที่เต็มไปด้วยสีสันของดอกไม้นานาพันธุ์ ไล่เฉดสีราวกับพรมธรรมชาติผืนใหญ่บนเนินเขา ท่ามกลางวิวภูเขาสุดอลังการและอากาศบริสุทธิ์แบบฉบับฮอกไกโด   บทความนี้ Planet จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับทุ่งดอกไม้ชื่อดังแห่งฮอกไกโด พร้อมพาไปส่องจุดเช็กอินสุดปัง มุมถ่ายรูปห้ามพลาด และกิจกรรมต่าง ๆ ที่ใครได้มา Shikisai no Oka แล้วต้องตกหลุมรักแน่นอน!! ประวัติความเป็นมาของทุ่งดอกไม้ชิกิไซ โนะ โอกะ เดิมพื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่เกษตรกรรมของเมืองบิเอะ ซึ่งเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่ขึ้นชื่อเรื่องภูมิประเทศสวยงามและทุ่งนาอันกว้างใหญ่ ต่อมาได้มีการพัฒนาและปรับพื้นที่ให้กลายเป็นสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของฮอกไกโด โดยใช้จุดเด่นของภูมิประเทศแบบเนินลาดและวิวเทือกเขาโทคาจิที่อยู่ด้านหลัง มาสร้างเป็นแลนด์มาร์กสุดงดงามที่โด่งดังไปทั่วโลก คำว่า “Shikisai” (四季彩) มีความหมายว่า “สีสันแห่งสี่ฤดู” ส่วน “Oka” (丘) แปลว่า “เนินเขา” รวมกันจึงหมายถึง “เนินเขาแห่งสีสันทั้งสี่ฤดู” ซึ่งสะท้อนเอกลักษณ์ของสถานที่แห่งนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะไม่ว่าจะมาเที่ยวฤดูไหน ก็จะได้เห็นดอกไม้และธรรมชาติที่แตกต่างกันออกไป ปัจจุบัน Shikisai no Oka กลายเป็นหนึ่งในจุดเช็กอินยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน ตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงกันยายน ที่ดอกไม้จะบานสะพรั่งสวยที่สุด     จุดไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด เมื่อมาเยือน Shikisai no Oka 1. วิวทุ่งดอกไม้จากเนินเขา ไฮไลท์สำคัญของที่นี่คือวิวพาโนรามาของทุ่งดอกไม้หลากสี ที่ถูกจัดเรียงเป็นลวดลายสวยงามบนเนินเขากว้างสุดสายตา สามารถมองเห็นวิวธรรมชาติและภูเขาของฮอกไกโดได้แบบเต็มตา เป็นมุมถ่ายรูปยอดฮิตที่ไม่ว่าจะถ่ายมุมไหนก็สวยเหมือนโปสการ์ด 2. เที่ยวชมรอบสวนด้วยรถบัสแทรกเตอร์ “ชิคิไซ โนโรกโกะ” อีกหนึ่งกิจกรรมยอดนิยมของักท่องเที่ยว ชมรอบสวนแบบชิล ๆ พาเที่ยวผ่านทุ่งดอกไม้หลากสี พร้อมชมวิวธรรมชาติของเมืองบิเอะแบบใกล้ชิด เหมาะสำหรับคนที่อยากเก็บบรรยากาศได้ทั่วทั้งสวนแบบสบาย ๆ 3. ฟาร์มอัลปาก้า ภายในสวนยังมีโซนฟาร์มอัลปาก้าสุดน่ารัก ที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปชมและถ่ายรูปกับน้อง ๆ ได้อย่างใกล้ชิด ถือเป็นอีกหนึ่งมุมที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างหลงรัก 4. จุดเช็กอินสำคัญ “โรลคุง” มาสคอตสุดคิวท์จากฟางหญ้า หนึ่งในสัญลักษณ์ของ Shikisai no Oka ที่ใครมาแล้วต้องถ่ายรูปด้วย คือ “โรลคุง” มาสคอตก้อนฟางสุดน่ารัก ที่ถูกออกแบบจากฟางหญ้าม้วนขนาดใหญ่ กลายเป็นจุดเช็กอินยอดฮิตที่เพิ่มความคิวท์ให้กับบรรยากาศของทุ่งดอกไม้แห่งนี้ได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ   📌 เกร็ดความรู้อัปเดตล่าสุด ของ Shikisai no Oka 🌸 💴 ค่าเข้าชม  เดือนกรกฎาคม –

ทัวร์ยุโรป /

ตะลุย Keukenhof 2026: บุกสวนดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก อัปเดตข้อมูลล่าสุดที่สายเที่ยวต้องรู้!

  ตะลุย Keukenhof 2026: บุกสวนดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก อัปเดตข้อมูลล่าสุดที่สายเที่ยวต้องรู้! ถ้าพูดถึงแลนด์มาร์คที่สะกดสายตาคนทั้งโลกในช่วงฤดูใบไม้ผลิ คงไม่มีที่ไหนเกินหน้า "สวนเคอเคนฮอฟ" (Keukenhof) ประเทศเนเธอร์แลนด์ ไปได้เลยค่ะ! บทความนี้ Planet Holiday จะพาทุกคนไปสัมผัสความอลังการของสวนดอกไม้ที่ไม่ได้มีดีแค่ทิวลิปนับล้านต้น แต่ยังเป็นที่ที่รวมความโรแมนติก กลิ่นหอมอบอวล และสีสันที่สดใสราวกับภาพวาดเอาไว้ในที่เดียว ใครที่กำลังวางแผนทริปยุโรปในฝัน แล้วไม่อยากพลาดจังหวะที่ "ดอกไม้บานสวยที่สุด" เราสรุปเทคนิคและการเตรียมตัวฉบับปี 2026 มาให้แล้ว อ่านจบแล้วเตรียมแพ็คกระเป๋าได้เลยค่ะ! ไฮไลท์พิเศษสำหรับปี 2026 ในปีนี้ เคอเคนฮอฟฉลองครบรอบปีที่ 77 โดยมาในแนวคิด "Natural Beauty & Sustainability" ที่เน้นความงดงามตามธรรมชาติและการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน     ข้อมูลสำคัญที่ต้องปักหมุด วันเปิดสวน: 19 มีนาคม – 10 พฤษภาคม 2026 จำนวนดอกไม้: ปลูกหัวดอกไม้มากกว่า 7 ล้านหัว บนพื้นที่ 32 เฮกตาร์! ความหลากหลาย: มีทิวลิปมากกว่า 800 สายพันธุ์ และเส้นทางเดินเท้าชมสวนยาวรวมถึง 15 กิโลเมตร นิทรรศการห้ามพลาด: Tulpomania นิทรรศการที่เล่าความคลั่งไคล้ในดอกทิวลิปจนเคยมีราคาแพงกว่าทองคำ! วันพาเหรดดอกไม้ (Bloemencorso): วันที่ 18 เมษายน 2026 เตรียมกล้องให้พร้อม เพราะขบวนพาเหรดจะยิ่งใหญ่กว่าปีไหนๆ        Checklist 6 จุดห้ามพลาดที่สวนเคอเคนฮอฟ 1.กังหันลมโบราณ (The Windmill): จุดแลนด์มาร์คที่ต้องเช็คอิน! ขึ้นไปชมวิวมุมสูงมองเห็นทุ่งดอกไม้กว้างสุดลูกหูลูกตาและคลองขนาดเล็กที่ตัดผ่านทุ่งนา 2.ทางเดินหินกลางน้ำ (Stepping Stones): จุดถ่ายรูปยอดฮิต ให้ฟีลเดินอยู่บนผิวน้ำท่ามกลางดงดอกไม้ ถ่ายรูปออกมาดูเหงาๆ แต่แพงมาก! 3.บ้านกระต่ายมิฟฟี่ (Miffy): แวะแชะภาพกับมาสคอตเจ้าถิ่นสุดคิวท์ ต้นกำเนิดจากเนเธอร์แลนด์แท้ๆ เหมาะมากสำหรับครอบครัวที่มีเด็กๆ 4.ล่องเรือไฟฟ้า (Whisper Boat): นั่งเรือเงียบๆ ชมทุ่งทิวลิปของเกษตรกรแบบ Exclusive สัมผัสบรรยากาศความสงบที่หาไม่ได้จากในสวนหลัก 5.ปั่นจักรยานรอบนอก: เช่าจักรยานปั่นดู "พรมดอกไม้" สีรุ้งนอกเขตสวนหลัก ได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวสวนและทุ่งกว้างๆ แบบส่วนตัวกว่า 6.เรือนกระจก (Pavilions): ชมทิวลิปสายพันธุ์หายากและการจัดดอกไม้สุดอลังการในร่ม โดยเฉพาะที่ Juliana Pavilion ที่ปีนี้มีนิทรรศการพิเศษค่ะ     🔍 จุดเช็คอินสำคัญตามโซนในผัง: เน้นความงามตามธรรมชาติ (No Specific Theme): แตกต่างจากหลายปีที่ผ่านมา

ทัวร์จอร์เจีย /

Gergeti Trinity Church โบสถ์สวยกลางขุนเขา…ดินแดนสวรรค์แห่งเทือกเขาคอเคซัส

  Gergeti Trinity Church โบสถ์สวยกลางขุนเขา...ดินแดนสวรรค์แห่งเทือกเขาคอเคซัส Planetholidays ขอพาคุณออกเดินทางสู่หนึ่งในจุดหมายปลายทางที่สวยงามที่สุดในจอร์เจีย กับการเยี่ยมชม Gergeti Trinity Church หรือที่คนท้องถิ่นเรียกกันว่า Tsminda Sameba โบสถ์เก่าแก่อายุกว่า 700 ปี ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาคาสเบก (Kazbegi) ที่ความสูง 2,170 เมตร จากระดับน้ำทะเล ด้วยทิวทัศน์อันงดงามที่โอบล้อมด้วยเทือกเขาคอเคซัส ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักเดินทางทั่วโลกที่ต้องการมาสัมผัสความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติและสถาปัตยกรรมทางศาสนาไปพร้อมๆ กัน     ประวัติศาสตร์และความสำคัญ โบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 โดยสถาปนิกผู้ไม่ประสงค์ออกนาม เพื่อใช้เป็นศาสนสถานและที่เก็บรักษาวัตถุมงคลอันล้ำค่าของชาติ โดยเฉพาะ ไม้กางเขนของนักบุญนีโน (Saint Nino) ที่เชื่อกันว่าช่วยปกป้องชาวจอร์เจียจากภัยรุกรานต่างๆ ปัจจุบัน Gergeti Trinity Church ยังคงเป็นศูนย์รวมจิตใจและถูกใช้ประกอบพิธีทางศาสนาของคริสตจักรออร์โธด็อกซ์มาจนถึงทุกวันนี้   ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด...สวรรค์บนดินแดนแห่งขุนเขา 1. โบสถ์เก่าแก่กลางทุ่งหญ้าสีเขียว เมื่อเดินทางมาถึง คุณจะพบกับภาพอันน่าทึ่งของโบสถ์ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง มองลงไปเบื้องล่างคือ หมู่บ้านสเตปันต์สมินดา (Stepantsminda) หรือที่รู้จักกันในชื่อเดิมว่า คาซเบก (Kazbegi) หมู่บ้านเล็กๆ ในหุบเขาที่ได้สมญานามว่า "ดินแดนแห่งสวรรค์" ด้วยอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี และทัศนียภาพของทุ่งหญ้าสีเขียวที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาตัดกับท้องฟ้าสีคราม เป็นภาพความงามที่ยากจะลืมเลือน     2.ฉากหลังอันตระการตาของยอดเขา Kazbek โบสถ์ Gergeti Trinity Church ตั้งอยู่ในเขตเทือกเขา Greater Caucasus ซึ่งเป็นแนวเทือกเขาสำคัญที่แบ่งระหว่างทวีปเอเชียและยุโรป ที่นี่คุณจะได้สัมผัสกับทิวทัศน์ 360 องศาของเทือกเขาอันยิ่งใหญ่ที่ปกคลุมด้วยหิมะตลอดปี เช่น ยอดเขาเอลบรุส (Elbrus) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในยุโรป และยอดเขา Kazbek อันเป็นที่ตั้งของโบสถ์ เป็นจุดชมวิวที่นักเดินป่าและผู้รักธรรมชาติไม่ควรพลาด     3. สถาปัตยกรรมที่กลมกลืนกับธรรมชาติ แทนที่จะใช้สถาปัตยกรรมที่หรูหราอลังการเหมือนโบสถ์ในยุโรปหลายแห่ง Gergeti Trinity Church ถูกสร้างด้วยหินแกรนิตที่หาได้จากท้องถิ่น ทำให้ตัวโบสถ์ดูเป็นส่วนหนึ่งของภูเขาและสภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างเป็นธรรมชาติ     ภายในโบสถ์มีอะไรให้ดู? แม้ภายนอกโบสถ์จะดูยิ่งใหญ่และน่าเกรงขาม แต่ภายในกลับเรียบง่ายและสงบเงียบตามแบบฉบับสถาปัตยกรรมจอร์เจียโบราณที่สร้างจากหินแกรนิต โดยเน้นความขลังและศรัทธาเป็นหลัก สิ่งที่คุณจะเห็นได้ภายในโบสถ์คือ แท่นบูชาอันศักดิ์สิทธิ์: ที่ถูกใช้ประกอบพิธีทางศาสนามาอย่างยาวนาน ภาพเขียนฝาผนัง: แม้จะหลงเหลืออยู่ไม่มากนัก แต่ภาพวาดโบราณเหล่านี้บอกเล่าเรื่องราวทางศาสนาและความเชื่อ บรรยากาศอันเงียบสงบ: ที่เปิดโอกาสให้คุณได้นั่งพักสงบจิตใจและสัมผัสถึงความศรัทธาอันแรงกล้าของชาวจอร์เจีย   เที่ยวช่วงไหนดีที่สุด? ฤดูใบไม้ผลิ (พฤษภาคม-มิถุนายน): อากาศเย็นสบายกำลังดี เหมาะแก่การเดินป่าชมธรรมชาติ เพราะเป็นช่วงที่ดอกไม้บานสะพรั่งและภูเขากลับมาเขียวขจีอีกครั้ง ฤดูร้อน (กรกฎาคม-สิงหาคม): อากาศอบอุ่น แดดแรง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการชมวิวทิวทัศน์แบบชัดเจนไร้หมอก ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-ตุลาคม): บรรยากาศเริ่มเย็นลงและสวยงามเป็นพิเศษ เพราะต้นไม้เริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองทองและแดง

ทัวร์จีน /

ภูเขาสี่ดรุณี Siguniangshan เที่ยวช่วงไหนดี? ปักหมุดฤดูที่ใช่สำหรับคุณ

ภูเขาสี่ดรุณี หรือ อุทยานแห่งชาติภูเขาสี่ดรุณี (ซื่อกูเหนียง/Siguniang Shan 四姑娘山)  คือหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยที่สุดของมณฑลเสฉวน ประเทศจีน ได้รับสมญานามว่า “แอลป์แห่งตะวันออก” เพราะเต็มไปด้วยภูเขาหิมะ ทะเลสาบ และหุบเขาอันยิ่งใหญ่ บทความนี้ Planetholidays จะบอกถึงไฮไลท์ของแต่ละหุบเขา, วิธีเดินทาง, ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยว, ค่าใช้จ่าย, สภาพอากาศ และคำถามที่พบบ่อย ให้ทุกคน เตรียมตัวไปเที่ยวสี่ดรุณีได้ครบแบบไม่พลาดอะไรเลย     ตำนานของสี่ดรุณีเป็นเรื่องเล่าพื้นบ้านของชาวทิเบตที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นั้น โดยเชื่อว่าในอดีตกาล มียักษ์ที่ชั่วร้ายตนหนึ่งได้สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้คน ทำให้ชาวบ้านไม่มีที่อยู่อาศัยและอดอยาก ในยุคนั้น มีหญิงสาวพี่น้องสี่คนที่มีจิตใจงดงามและกล้าหาญ พวกเธอได้รวมพลังกันต่อสู้กับยักษ์ร้าย เพื่อปกป้องชาวบ้านและแผ่นดินเกิดของตนเอง ในที่สุด ยักษ์ชั่วร้ายก็พ่ายแพ้และถูกกำจัดลงได้ แต่ด้วยความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ พี่น้องทั้งสี่ก็ไม่ได้กลับบ้าน พวกเธอตัดสินใจที่จะยืนหยัดปกป้องดินแดนแห่งนี้ตลอดไป ร่างของพวกเธอจึงค่อยๆ กลายร่างเป็นภูเขาหินสี่ลูกที่ยิ่งใหญ่     พี่สาวคนโต (Da Niu Feng 大姑娘峰) – สูงราว 5,355 เมตร แข็งแกร่งดังผู้นำครอบครัว พี่สาวคนรอง (Er Niu Feng 二姑娘峰) – สูงราว 5,454 เมตร อ่อนโยนและสง่างาม พี่สาวคนสาม (San Niu Feng 三姑娘峰) – สูงราว 5,664 เมตร เปี่ยมด้วยเสน่ห์และความอบอุ่น น้องสาวคนเล็ก (Yaomei Feng 幺妹峰) – สูงถึง 6,250 เมตร และเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ราชินีแห่งภูผา” ด้วยรูปลักษณ์สูงชะลูดและงดงามที่สุดในบรรดาสี่พี่น้อง หุบเขาทั้ง 3 ได้แก่ ซวงเฉียวโกว ฉางผิงโกว และไห่จื่อโกว เป็นเส้นทางที่ถูกพัฒนาและจัดการเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั่วไป โดยมีกิจกรรมที่แตกต่างกันไป ซวงเฉียวโกว: สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปที่ต้องการความสะดวกสบาย มีรถบัสบริการ ฉางผิงโกว: สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบเดินป่าระดับกลาง ไห่จื่อโกว: สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการผจญภัยและปีนเขาระยะไกล ส่วนยอดเขา ซื่อกูเหนียง (Siguniang) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด (6,250 เมตร) และเป็นยอดเขาหลักของอุทยานแห่งนี้

ทัวร์เวียดนาม /

หมู่บ้านกั๊ตกั๊ต (Cat Cat Village) สัมผัสวิถีชีวิตชาวม้งและธรรมชาติที่สวยงามแห่งซาปา เวียดนามเหนือ

  หมู่บ้านกั๊ตกั๊ต (Cat Cat Village) หมู่บ้านเก่าแก่ของชนเผ่าม้ง ใน ซาปา ประเทศเวียดนาม ที่ยังคงรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิมไว้ได้อย่างงดงาม ท่ามกลางขุนเขาและธรรมชาติรายล้อม ไม่ว่าจะเป็น ทุ่งนาขั้นบันไดสีเขียวสด น้ำตกใสกลางหุบเขา บ้านไม้พื้นเมือง และงานหัตถกรรมพื้นบ้าน ล้วนสร้างเสน่ห์ที่ทำให้ที่นี่กลายเป็น “แลนด์มาร์คที่ต้องไปให้ได้” ของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนเวียดนามเหนือ และในบทความนี้ PlanetHolidays จะมานำเสนอ หมู่บ้านกั๊ตกั๊ต แบบเจาะลึก ทั้งประวัติความเป็นมา ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด และสิ่งที่ควรรู้ก่อนวางแผนเดินทาง เพื่อให้ทุกคนได้เก็บรายละเอียดครบก่อนออกเดินทางจริง ใครที่กำลังมองหาแพ็กเกจทัวร์ซาปาที่สะดวก ครบทุกมุมไฮไลต์     ประวัติความเป็นมาและที่มาของชื่อ หมู่บ้านกั๊ตกั๊ต (Cat Cat Village) ตั้งอยู่ที่อำเภอซาปา จังหวัดลาวไค ประเทศเวียดนามเหนือ เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ของ ชนเผ่าม้งดำ (H’Mong) ที่สืบทอดวิถีชีวิตดั้งเดิมมาอย่างยาวนาน คำว่า “กั๊ตกั๊ต” มาจากเสียงน้ำตกที่อยู่ในหมู่บ้าน เมื่อฟังดูคล้ายเสียง “กั๊ต กั๊ต” จึงกลายเป็นชื่อเรียกหมู่บ้านในเวลาต่อมา   ไฮไลต์และจุดเด่นที่ไม่ควรพลาด 1. น้ำตกกั๊ตกั๊ต (Cat Cat Waterfall) น้ำตกที่ไหลลงมาจากภูเขาสูงกลางหุบเขา เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องแวะถ่ายรูป เสียงน้ำตกที่กระทบหินสร้างบรรยากาศสดชื่นตลอดทั้งปี ช่วงฤดูฝนสายน้ำจะไหลแรงและสวยงามมาก เหมาะแก่การถ่ายภาพวิวพาโนรามา       2. กังหันน้ำโบราณ หนึ่งในเอกลักษณ์ของหมู่บ้านกั๊ตกั๊ต คือ กังหันน้ำที่ทำจากไม้และไผ่ ซึ่งชาวม้งสร้างขึ้นเพื่อใช้ทดน้ำเข้าสู่พื้นที่เพาะปลูก กังหันเหล่านี้หมุนอยู่กลางสายน้ำ สร้างภาพที่งดงามและแสดงถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างน่าทึ่ง นักท่องเที่ยวมักนิยมถ่ายรูปคู่กับกังหันน้ำ เพราะถือว่าเป็นแลนด์มาร์กของที่นี่     3. บ้านเรือนและวิถีชีวิตดั้งเดิม หมู่บ้านเต็มไปด้วยบ้านไม้แบบดั้งเดิมของชนเผ่าม้งดำ ภายในบ้านบางหลังเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมการทอผ้า การทำเครื่องเงิน และการประกอบอาหารแบบท้องถิ่น คุณจะได้เห็นวิถีชีวิตที่เรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาหลายร้อยปี       4. การแสดงวัฒนธรรมม้ง ในบางช่วงเวลา จะมีการแสดงการฟ้อนรำ ดนตรี และการละเล่นของชนเผ่าม้ง ที่แต่งกายด้วยชุดสีสันสดใสประดับลายปักประณีต เสียงเพลงพื้นเมืองและการเต้นรำจะทำให้คุณได้สัมผัสกลิ่นอายความเป็นชนเผ่าแท้ ๆ     5. สะพานแขวน เส้นทางเดินเที่ยวรอบหมู่บ้านจะพาคุณข้ามสะพานแขวนที่ทอดผ่านลำธารเบื้องล่าง เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมที่หลายคนบอกว่า “มาแล้วเหมือนอยู่ในโปสการ์ด”       6. สินค้าหัตถกรรมและของฝาก หมู่บ้านกั๊ตกั๊ตขึ้นชื่อเรื่อง งานหัตถกรรมทอผ้า เครื่องเงิน และผ้าปักลวดลายชนเผ่า แต่ละชิ้นใช้เวลาทำอย่างประณีต สามารถซื้อกลับไปเป็นของฝากหรือสะสมเป็นของที่ระลึกได้ และยังเป็นการช่วยสนับสนุนรายได้แก่ชุมชนท้องถิ่นด้วย       7. วิวทุ่งนาขั้นบันไดและภูเขาสูง หนึ่งในภาพที่สวยที่สุดของหมู่บ้าน คือวิว ทุ่งนาขั้นบันได ที่โอบล้อมด้วยภูเขาสูง โดยเฉพาะในช่วงปลายฝนต้นหนาว (ก.ย.–พ.ย.) จะได้เห็นทุ่งข้าวสีเหลืองทองอร่ามเต็มหุบเขา เป็นภาพที่นักถ่ายภาพและนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติห้ามพลาด         ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับไปเที่ยวหมู่บ้านกั๊ตกั๊ต การมาเที่ยว หมู่บ้านกั๊ตกั๊ต (Cat Cat Village) สามารถมาได้ตลอดทั้งปี แต่ละฤดูก็มีเสน่ห์แตกต่างกันไป ใครที่วางแผนมาซาปา ควรเลือกช่วงเวลาให้เหมาะกับสไตล์การท่องเที่ยวที่ชอบ

ทัวร์มาเก๊า /

สวนสนุก Chimelong Ocean Kingdom 🌊 อาณาจักรมหาสมุทรสุดยิ่งใหญ่

  สวนสนุก Chimelong Ocean Kingdom 🌊 อาณาจักรมหาสมุทรสุดยิ่งใหญ่ หากคุณกำลังวางแผน เที่ยวจูไห่ และมองหา สวนสนุกที่ดีที่สุดในจีน ที่มีทั้งความยิ่งใหญ่และธีมสัตว์ทะเลแบบครบวงจร คงไม่มีใครไม่พูดถึง Chimelong Ocean Kingdom (ฉางหลง โอเชียน คิงดอม) สถานที่ซึ่งได้รับรางวัลระดับโลกและถือเป็นหนึ่งใน จุดหมายยอดนิยมสำหรับครอบครัว และนักท่องเที่ยวสายผจญภัย แพลนเนทฮอลลิเดย์ ขอพาคุณไปเจาะลึก Chimelong Ocean Kingdom อย่างละเอียด สำหรับไฮไลต์ของแต่ละโซน และสิ่งที่ไม่ควรพลาด เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผน เที่ยวจีน ของคุณกัน     Chimelong Ocean Kingdom เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2014 โดยเป็นส่วนหนึ่งของเครือ Chimelong Group ซึ่งเป็นผู้นำด้านธุรกิจสวนสนุกและรีสอร์ตในจีน ความพิเศษของที่นี่คือการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการทุบสถิติโลกมากมายจนได้รับการบันทึกใน Guinness World Records ทั้งในด้านการมี อควาเรียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก (Giant Ocean Tank) การจัดแสดงสัตว์น้ำที่หลากหลาย และการรวมเครื่องเล่นที่น่าตื่นเต้นไว้ในที่เดียว ทำให้ที่นี่กลายเป็น แลนด์มาร์คสำคัญของจูไห่      ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดใน Chimelong Ocean Kingdom Giant Ocean Tank: ตู้ปลาขนาดมหึมาที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นไฮไลต์ที่คุณจะได้เห็น ฉลามวาฬ ปลากระเบนราหู และฝูงปลามากมาย Roller Coaster: สำหรับ สายผจญภัย ห้ามพลาดรถไฟเหาะ Parrot Coaster ที่จะพาคุณเหินฟ้าชมวิวสวนสนุกจากมุมสูง การแสดงโชว์สุดอลังการ: ตื่นตาตื่นใจไปกับ โชว์ปลาโลมา และ วาฬเบลูก้า ที่แสนน่ารัก รวมถึง โชว์พลุและเลเซอร์ ยามค่ำคืนที่ไม่ควรพลาด     🗺️ เจาะลึก 8 โซนหลักใน Chimelong Ocean Kingdom   1. Ocean Avenue – โซนต้อนรับสุดอลังการ ประตูสู่โลกแฟนตาซีใต้ทะเล ด้วยสถาปัตยกรรมที่จำลองบรรยากาศใต้ทะเลลึก พร้อมประดับประดาด้วยสิ่งของแฟนตาซีต่างๆ ตลอดเส้นทาง นอกจากจะเป็นแหล่งรวมร้านค้า ร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึกแล้ว โซนนี้ยังเต็มไปด้วยสีสันจากขบวนพาเหรดและมาสคอตที่ออกมาทักทายนักท่องเที่ยวเป็นระยะๆ ทำให้บรรยากาศดูมีชีวิตชีวาตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามา ไฮไลท์: อาคารรูปโดมจำลองทะเลลึก, ร้านของฝาก ,

ทัวร์มาเก๊า /

ที่เที่ยวมาเก๊า เสริมพลังชีวิต รับพลังบวก เจ้าแม่กวนอิมปรางค์ทอง ฮวงจุ้ยที่ดีที่สุดในเมือง

  สำหรับปี 2025 นี้ เทรนด์การท่องเที่ยวแนว สายมู และการเดินทางเพื่อเปิดรับ พลังงานบวก กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก การเดินทางไปยังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในต่างประเทศไม่ได้เป็นเพียงแค่การพักผ่อน แต่ยังเป็นความเชื่อที่ว่า การเปลี่ยนสถานที่ใหม่ๆ จะช่วยเปิดมุมมองและเติมเต็มพลังชีวิตให้กลับมาสดใสอีกครั้ง และเพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางเพื่อเสริมดวงโดยเฉพาะ Planetholidays จึงขอแนะนำจุดหมายปลายทางยอดฮิตที่จะช่วยเติมพลังและเสริมโชคลาภให้ชีวิตของคุณได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พิกัดรับโชค-เสริมพลังงานชีวิตใหม่ ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในจีนตอนใต้ ที่นักเดินทางสายมูต้องห้ามพลาด!     “เจ้าแม่กวนอิมปรางค์ทองริมทะเล” Kun Iam Ecumenical Centre พิกัดฮวงจุ้ยสุดปังแห่งมาเก๊า องค์เจ้าแม่กวนอิมปรางค์ทองแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาริมทะเล มาเก๊า รูปปั้นทองสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่ที่รัฐบาลโปรตุเกสสร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพก่อนการส่งมอบมาเก๊าคืนให้กับประเทศจีนในปี 1999 ลักษณะ: รูปปั้นมีความสูง 20 เมตร และมีน้ำหนัก 50 ตัน จุดเด่น: มีลักษณะที่ผสมผสานระหว่างสไตล์จีนและยุโรป โดยมีใบหน้าคล้ายกับพระแม่มารี ความหมาย: องค์เจ้าแม่หันหน้าเข้าหาเมืองเพื่อปกป้องคุ้มครองชาวมาเก๊า ส่วนฐานรูปปั้นทำหน้าที่เป็นศูนย์ส่งเสริมศาสนา ซึ่งให้ข้อมูลเกี่ยวกับพุทธศาสนาและปรัชญาตะวันออก   และได้รับการยกย่องว่า "มีฮวงจุ้ยดีที่สุด" ตามหลักจีนโบราณ เพราะได้รับการวางตำแหน่งจากซินแสชื่อดังจากมาเก๊าให้เป็นศูนย์รวมพลังบวกอย่างแท้จริง ด้านหลังองค์เจ้าแม่: หันเข้าสู่เมืองจูไห่ ซึ่งหมายถึง "การเฝ้าคุ้มครอง" ผู้คนในเมืองให้ปลอดภัยจากภัยพิบัติและสิ่งไม่ดี ด้านหน้าองค์เจ้าแม่: หันออกสู่ทะเลจีนใต้ เป็นเสมือนประตูโชคลาภที่เปิดรับพลังจักรวาลอันกว้างใหญ่ให้หลั่งไหลเข้ามา   ด้วยเหตุนี้เอง ชาวจีนจึงเชื่อว่า หากได้มากราบไหว้เจ้าแม่กวนอิม ณ จุดนี้ จะช่วยเสริมชีวิตให้มั่นคง ปัดเป่าพลังลบ และเปิดทางให้กับการเริ่มต้นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน, ความรัก, หรือโชคลาภ     ตามหาเลข 8 แห่งโชคลาภ! นอกเหนือจากความศักดิ์สิทธิ์ ที่นี่ยังแฝงด้วยพลังแห่ง "ความมงคล" เพราะมีการออกแบบ "เลข 8" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ ความมั่งคั่ง โชคลาภ และความเจริญรุ่งเรือง ไว้ตามจุดต่างๆ ขององค์เจ้าแม่ และหากเดินทางมากับ แพลนเนทฮอลลิเดย์ ไกด์จะช่วยแนะนำ 3 จุดสำคัญที่ต้องตามหาเลข 8 ให้ครบเพื่อเปิดพลังเสริมดวงตลอดปี จุดที่ 1: ทางเข้า จุดเริ่มต้นของการเดินทางเข้าสู่องค์เจ้าแม่ มีการตกแต่งด้วยเลข 8 ที่สื่อถึงการเปิดรับพลังงานดีเข้าสู่ชีวิต จุดที่ 2: อาคารดอกบัว อาคารสำคัญภายในบริเวณวัดที่ออกแบบด้วยสัญลักษณ์เลข 8 บนผนังและเสา เพื่อช่วยเสริมความมั่นคงและความสงบ จุดที่

ทัวร์จีน /

10 ที่เที่ยวเซี่ยงไฮ้ 2568 ที่ต้องไปให้ได้! สายเที่ยว สายถ่ายรูป ห้ามพลาด

  เซี่ยงไฮ้ เมืองท่องเที่ยวยอดฮิตของจีน ที่รวมทุกความหลากหลายไว้ในที่เดียว มหานครแห่งนี้เต็มไปด้วยความโดดเด่น — ทั้งตึกระฟ้าสุดล้ำ สถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปริมแม่น้ำ ย่านเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ไปจนถึงแลนด์มาร์คเปิดใหม่ที่คนทั่วโลกต้องแวะ ไม่ว่าคุณจะเป็นสายเที่ยว สายถ่ายรูป สายคาเฟ่ หรือสายช้อป เซี่ยงไฮ้… มีให้ครบ! ถ้ากำลังวางแผน เที่ยวเซี่ยงไฮ้ จะไปเองแบบชิลล์ ๆ ก็สนุก หรือจะเลือก ทัวร์เซี่ยงไฮ้ แบบจัดเต็มก็สะดวกสุด ๆ บอกเลยว่า เมืองนี้ไม่ได้มีดีแค่หอไข่มุกหรือเดอะบันด์ แต่ยังมีที่เที่ยวอีกเพียบ รอให้คุณไปเช็กอิน บทความนี้ Planetholidays ขอบอกเลยว่า… มีที่เที่ยวเยอะมาก! และนี่คือ 10 ที่เที่ยวไฮไลท์ ที่ใคร ๆ ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า… มาเซี่ยงไฮ้ทั้งที ต้องไปให้ได้!   1️. เมืองโบราณจูเจียเจี่ยว (Zhujiajiao Ancient Town)     สัมผัสมนต์เสน่ห์ ย่านเมืองเก่าริมคลอง อายุ 1,700 ปี ที่ จูเจียเจี่ยว (Zhujiajiao Ancient Town) คุณจะได้เดินชม บ้านเรือนจีนโบราณ สุดคลาสสิก, ล่องเรือไม้ สัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิม และลิ้มลอง ขนมท้องถิ่น แสนอร่อย ห้ามพลาด! สะพานฟางเซิง สะพานหิน 5 รูที่ใหญ่ที่สุดในเซี่ยงไฮ้ สร้างขึ้นตั้งแต่ราชวงศ์หมิง. ที่นี่เหมาะสำหรับผู้รัก บรรยากาศย้อนยุค, ชอบถ่ายรูป สวยๆ โดยเฉพาะที่ฮิตสำหรับ ถ่ายรูปแบบพสจีน และหลงใหล ของโบราณหายาก 📍 ที่ตั้ง: เขต Qingpu, เซี่ยงไฮ้ 🕐 เปิดให้เข้าชม: 08.30 - 17.00 น. 🚗 วิธีเดินทางเอง: สาย 17 ลงที่สถานี Zhujiajiao เดินต่อประมาณ 15-20 นาที   2️. The Bund GreenLand     แลนด์มาร์คเปิดใหม่ใจกลางเซี่ยงไฮ้ ที่ The Bund Green Land สวนสาธารณะสไตล์โมเดิร์นที่ตั้งอยู่ ริมแม่น้ำหวงผู่

ทัวร์ญี่ปุ่น /

4 แลนด์มาร์กเด็ด ชม ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ที่ญี่ปุ่น ปักหมุดไว้ ตุลานี้เจอกัน!

4 แลนด์มาร์กเด็ด ชม ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ที่ญี่ปุ่น ปักหมุดไว้ ตุลานี้เจอกัน! ใกล้แล้ว!! กับ ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ช่วงเวลาแห่งสีสันที่คุณจะได้เพลิดเพลินไปกับความงดงามของใบไม้ทั้งเมืองที่กำลังจะผลัดเปลี่ยนจากสีเขียวไปเป็น สีส้ม และสีแดง ฤดูกาลแห่งมนต์เสน่ห์ของธรรมชาติอันงดงาม ที่ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนก็ล้วนสุดแสนจะโรแมนติกจนคุณจะต้องตกหลุมรัก ในวันนี้ Planetholidays ก็มี 4 แลนด์มาร์กเด็ด!! ที่เค้าเรียกว่าเป็นที่สุดแห่งการชมใบไม้เปลี่ยนสีของประเทศญี่ปุ่น มาแนะนำ สำหรับใครยังไม่รู้จะไปที่ไหนบ้าง ปักหมุดไว้เลยค่ะ 1.ทะเลสาบคาวากุจิโกะ เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดแลนด์มาร์กระดับต้นๆ ของการชมใบไม้เปลี่ยนสีเลยก็ว่าได้ เพราะที่แห่งนี้นอกจากเราจะได้ชมความงามของใบไม้เปลี่ยนสีแล้ว ผืนน้ำทะเลสาบที่ทอดยาวจนไปถึงภูเขาไฟฟูจิ ก็เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ช่วยเติมเต็มการชมใบไม่เปลี่ยนสีให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น นอกจากนี้ตลอดสองทางเดิน ยังมีต้นเมเปิ้ลที่ปกคลุมคล้ายอุโมงค์ให้เราได้โพสท่าเก๋ๆ เก็บภาพกันอีกด้วย 2.ปราสาทโอซาก้า ปราสาทเก่าแก่แห่งเมืองเอโดะ ที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่ผู้คนนิยมมาชมใบไม้เปลี่ยนสีกัน เพราะในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีตัวปราสาทจะถูกล้อมด้วยใบไม้สีแดงจนเกิดเป็นภาพที่งดงามมาก ใครอยากได้ภาพดีๆ ต้องไม่พลาดที่แห่งนี้เลยค่ะ 3.หมู่บ้านชิราคาวาโกะ หมู่บ้านสุดน่ารักที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ด้วยเอกลักษณ์โบราณแบบกัสโซทำให้ใครต่อใครต่างหลงรักที่แห่งนี้ ยิ่งเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีแล้วต้นไม้ที่ประดับประดาอยู่รอบๆ ยังช่วยเติมเต็มสีสันให้ที่แห่งนี้มีความโรแมนติกเพิ่มขึ้นไปอีก 4.วัดคิโยมิซุ (วัดน้ำใส)   อีกหนึ่งสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีชื่อดังแห่งเมืองเกียวโต แลนด์มาร์กที่เต็มไปด้วยอาคารไม้เก่าแก่ตั้งเรียงรายอยู่บนเนินเขาและยังถูกห้อมล้อมด้วยใบไม้สีแดง ด้านบนมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเมืองเกียวโตได้ไกลสุดลูกหูลูกตา นับว่าเป็นอีกจุดนึงที่ไม่ควรพลาดเลยค่ะ ก็จบกันไปแล้วนะคะ กับ 4 แลนด์มาร์กเด็ด ชม ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ที่ญี่ปุ่น ปักหมุดไว้ ตุลานี้เจอกัน! เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับ 4 แลนด์มาร์กที่เราแนะนำ สวยขนาดนี้ ตุลาคมต้องไม่พาดแล้ว!  ส่วนใครที่กำลังจะวางแผนมา เที่ยวญี่ปุ่น แต่ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนบ้าง ลองเข้ามาปรึกษาพวกเรา planetholidays สิคะ ให้เราเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มความทรงจำของคุณ ที่นี่เรามี ทัวร์ดีๆ มากมาย จัดหนักจัดเต็มทุกทริป รับรองไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ planetholidays คำตอบของคนชอบเที่ยว ทัวร์ดี ราคาถูก โทรสอบถามข้อ มูลเพิ่มเติมได้ที่ Tel: 02-530-9899, 081-855-7999, 094-794-1666 Line เราก็มีนะ @planetholiday

ทัวร์บาหลี /

5 สิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อไป เที่ยวบาหลี เกาะสวาดหาดสวรรค์

5 สิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อไป เที่ยวบาหลี เกาะสวาดหาดสวรรค์ เที่ยวบาหลี เกาะเล็กๆ ของประเทศอินโดนีเซียที่อุดมไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติ ศิลปะวัฒนธรรม และศาสนาที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวสืบทอดยาวนานกว่าพันปี สุดยอดแลนด์มาร์กที่ผู้คนจากทั่วโลกยกให้เป็น เกาะสวาดหาดสวรรค์ อันดับต้นๆ จากบรรดาเกาะชั้นนำของโลก เรามาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าบาหลีจะมีอะไรเด็ดๆ ที่เราไม่ควรพลาดบ้างไปลุยกันเลย… 1.โพสท่าเก๋ๆ ที่ประตูสวรรค์วัดเลมปูยัง (Lempuyang Temple) ประตูสวรรค์เป็นประตูของ วัดเลมปูยัง วัดใหญ่อันดับสามของเกาะและมีความสำคัญมากในวัฒนธรรมบาหลี มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของพื้นที่ริมเกาะทางฝั่งตะวันออกมีฉากหลังเป็นภูเขาไฟอากุง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ประตูสวรรค์อยู่ในลิสอันดับต้นๆ ที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาเช็คอิน ถ่ายรูปโพสท่าเท่ๆ พร้อมวิวทิวทัศน์สุดอลังการ สวยขนาดนี้!! พลาดไม่ได้แล้วว 2.อาบน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่วัดเทมภัคสิริงค์ บ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ใสสะอาดที่ผุดขึ้นจากใต้ดิน เป็นที่เคารพสักการะของชาวบาหลีด้วยความเชื่อที่ว่าบ่อน้ำนี้กำเนิดมาจากพระอินทร์ จึงมีชาวบ้านนิยมมาอาบน้ำ เก็บน้ำไปดื่มกิน เพราะเชื่อว่าบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้สามารถรักษาโรคต่างๆ ขับไล่สิ่งเลวร้ายและเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ซึ่งในทุกๆปีจะผู้คนนิยมเดินทางมาเพื่อชำระร่างกายให้บริสุทธิ์ที่น้ำพุแห่งนี้เป็นจำนวนมาก 3.ตื่นเต้นไปกับชิงช้า Bali swing Bali Swing ตั้งอยู่แถวๆ Tegalalang rice terrace ทุ่งนาขั้นบันไดซึ่งปลูกพันธุ์ข้าวที่ชาวอินโดนีเซียรับประทาน โดยกิจกรรมสุดฮิตของที่แห่งนี้คือ การนั่งไปบนชิงช้าที่มีความสูง ซึ่งจะทำให้คุณตื่นเต้น ท้าทาย และหวาดเสียวจนทำให้อะดรีนาลีนของคุณพุ่วพล่านอย่างแน่นอน นอกจากนั้นเรายังสามรถเก็บภาพระหว่างนั่งชิงช้าโดยมีฉากหลังธรรมชาติอันสวยงาม และบริเวณนั้นยังมีมุมสวยๆให้ถ่ายรูปอีกด้วย 4.ดื่มด่ำกับความงดงามของวิหารทานาล็อต เป็นอีกวัดนึงที่มความสวยงามด้านภูมิทัศน์ ตั้งอยู่บนโขดหินริมมหาสมุทรอินเดีย คล้ายเกาะเล็กๆที่พอเวลาน้ำขึ้นแล้ว จะดูเหมือนกับว่าลอยอยู่กลางทะเล สร้างโดยนักบุญนิธาราที่บำเพ็ญศีลภาวนา เป็นที่นับถือของชาวบาหลี และเชื่อกันว่ามีงูเทพเจ้าคอยปกปักรักษาอยู่ภายใต้วิหาร นับว่าเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กดีๆ ที่คุณต้องไปเห็นให้ได้ด้วยตาตนเอง 5.สัมผัสมนต์เสน่ห์อันน่าหลงไหลของวัดอูลันดานู บราตัน 1 ใน 5 วัด สำคัญของเกาะบาหลี ตั้งอยู่บริเวณริมทะเลสาบบราตัน สถานที่ที่อุดมไปด้วยมนต์ขลัง และความสวยงาม มีฉากหลังเป็นภูเขา อยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 1,000 เมตร สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 17 เพื่ออุทิศแด่ เทวี ดานู เทพแห่งสายน้ำท้องทะเลสาบบราตัน ใช้ทำพิธีกรรมทางศาสนาพุทธ และฮินดู ก็จบกันไปแล้วนะคะ กับ 5 สิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวบาหลี เกาะสวาดหาดสวรรค์ เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับมนต์เสน่ห์ของเกาะบาหลี งดงามและน่าสนใจทุกกิจกรรมเลยใช่ไหมหล่ะ ส่วนใครที่กำลังจะวางแผนมา เที่ยวบาหลี แต่ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนบ้าง ลองเข้ามาปรึกษาพวกเรา planetholidays สิคะ ให้เราเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มความทรงจำของคุณ ที่นี่เรามี ทัวร์ดีๆ มากมาย จัดหนักจัดเต็มทุกทริป รับรองไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ planetholidays คำตอบของคนชอบเที่ยว  ทัวร์ดี ราคาถูก โทรสอบถามข้อ มูลเพิ่มเติมได้ที่ Tel: 02-530-9899, 081-855-7999, 087-078-1777 Line เราก็มีนะ @planetholiday

ทวีปอเมริกา /

ทะเลสาบหลุยส์ (Lake Louise) แดนสวรรค์สีมรกตแห่งแคนาดา

ทะเลสาบหลุยส์ (Lake Louise) แดนสวรรค์สีมรกตแห่งแคนาดา ทะเลสาบหลุยส์ (Lake Louise) เป็นหนึ่งในทะเลสาบที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของประเทศแคนาดา สวรรค์แห่งธรรมชาติที่ถือกำเนิดขึ้นมาท่ามกลางเทือกเขาสูงใหญ่และพืชพรรณนานาอันเป็นองค์ประกอบที่สมบูรณ์แบบ งดงามเหนือกาลเวลา… ทะเลสาบหลุยส์ เดิมชื่อ ทะเลสาบสีมรกต เรียกตามความสวยงามที่เห็น ภายหลังเปลี่ยนชื่อมาเป็น เลค หลุยส์ เพื่อถวายเป็นพระเกียรติแด่องค์ Princess Louise พระธิดาแห่ง Queen Victoria  ทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแบมฟ์ (Banff National Park) รัฐแอลเบอร์ตา (Alberta) ประเทศแคนาดา ซึ่งล้อมรอบไปด้วยแนวของเทือกเขาร็อคกี้ เมาท์เทน (Rocky Mountains) สูงกว่าระดับน้ำทะเล ราว 1,730 เมตร สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์และทำให้ทะเลสาบแห่งนี้มีชื่อเสียงระดับโลกคือ ผืนแผ่นน้ำสีฟ้าเทอควอยซ์ใสสะอาด มองเห็นพืชพรรณสัตว์น้ำต่างๆ ที่อาศัยอยู่ ณ ที่แห่งนี้ ผสมผสานเข้ากับทัศนียภาพอันโดนเด่นของภูเขาร็อคกี้ที่มีหิมะสีขาวปกคลุมที่ปลายยอดตลอดทั้งปี ทุกสิ่งหลอมรวมกันอย่างสมบูรณ์แบบจนทำให้ที่แห่งนี้งดงามดั่งดินแดนสวรรค์ ที่ทะเลสาบแห่งนี้มีรีสอร์ท The Fairmont Chateau Lake Louise ตั้งอยู่เพียงรีสอร์ทเดียว ใครที่อยากสัมผัสกับวิวทิวทัศน์และดื่มด่ำกับบรรยากาศสุดอลังการนี้ ทางรีสอร์ทเค้าก็มีห้องพักไว้รองรับโดยสนนราคาจะอยู่ที่คืนละประมาณ 300 เหรียญแคนาดา ความสวยงามของทะเลสาบหลุยส์จะเปลี่ยนแปลงไปทุกฤดูกาล ใครที่อยากสัมผัสสีสันของทะเลสาบและความงดงามของเทือกเขาพร้อมพื้นพรรณที่เขียวชอุ่ม อากาสเย็นสบาย แนะนำให้ไปหน้าร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม) แต่ถ้าอยากสัมผัวกับความเย็นในช่วงที่ทะเลสาบกลายเป็นน้ำแข็ง และภูเขาที่ถูกย้อมไปด้วยสีขาวโพลนจากหิมะ พร้อมกับการมาเล่นกีฬาฤดูหนาว ก็ควรไปในช่วงหน้าหนาว (ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มกราคม) กิจกรรมยอดฮิตหลักๆ ของการมาเที่ยวทะเลสาบหลุยส์คือ การล่องเรือในทะเลสาบ, การพายเรือแคนู, การเดินป่าตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ, การปั่นจักรยาน ฯลฯ ส่วนกิจกรรมในหน้าหนาวที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเล่นที่ทะเลสาบเลค หลุยส์ คือการเล่นไอซ์สเกต สกี และสโนว์บอร์ด ก็จบกันไปแล้วนะคะ กับ ทะเลสาบหลุยส์ (Lake Louise)แดนสวรรค์สีมรกตแห่งแคนาดา เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับมนต์เสน่ห์ของทะเลสาบแห่งนี้  งดงามดั่งแดนสวรรค์เลยใช่ไหมหล่ะ ส่วนใครที่กำลังจะวางแผนมา เที่ยวแคนาดา แต่ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนบ้าง ลองเข้ามาปรึกษาพวกเรา planetholidays สิคะ ให้เราเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มความทรงจำของคุณ ที่นี่เรามี ทัวร์ดีๆ มากมาย จัดหนักจัดเต็มทุกทริป รับรองไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ planetholidays คำตอบของคนชอบเที่ยว ทัวร์ดี ราคาถูก โทรสอบถามข้อ มูลเพิ่มเติมได้ที่ Tel: 02-530-9899, 081-855-7999, 094-794-1666 Line เราก็มีนะ @planetholiday
line