แบนเนอร์บทความ

ทัวร์จีน /

เปิดโลกมรดกพันปี! ผาหินแกะสลักต้าจู๋ แห่งฉงชิ่ง ที่ต้องไปให้ได้สักครั้ง!!

เปิดโลกมรดกพันปี! ผาหินแกะสลักต้าจู๋ แห่งฉงชิ่ง ที่ต้องไปให้ได้สักครั้ง... วัดที่ซ่อนความยิ่งใหญ่ไว้ในผาหิน ศิลปะโบราณที่เล่าเรื่องศรัทธากว่าพันปี มรดกโลกที่เต็มไปด้วยความวิจิตรและความหมาย ที่นี่คือหนึ่งในสถานที่ที่นักท่องเที่ยวต้องมาสัมผัสให้ได้สักครั้ง วันนี้ แพลนเนทฮอลลิเดย์ จะพาไปรู้จักกับสถานที่แห่งนี้ พร้อมบอกประวัติความเป็นมาของผาหินแกะสลักนับพันปีนี้กันค่ะ     ผาหินแกะสลักต้าจู๋  (Dazu Rock Carvings / 大足石刻) หนึ่งในมรดกโลกอันล้ำค่า สะท้อนศิลปะ ความเชื่อ และวัฒนธรรมจีนโบราณ ผ่านงานแกะสลักหินที่วิจิตรงดงามบนหน้าผาสูงตระหง่าน เป็นกลุ่มงานแกะสลักหินอายุเก่าแก่กว่า 1,000 ปี 🏛 ประวัติความเป็นมา ผาหินแกะสลักต้าจู๋ Dazu Rock Carvings เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 7 ในสมัยราชวงศ์ถัง และมีการสร้างต่อเนื่องยาวนานจนถึงสมัยราชวงศ์ซ่ง (ราวศตวรรษที่ 13) ตั้งอยู่ในเขตต้าจู๋ ของฉงชิ่ง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน ก่อนจะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี ค.ศ. 1999 (พ.ศ. 2542) จุดกำเนิดของงานแกะสลักเหล่านี้มาจากแรงศรัทธาทางศาสนา โดยพระสงฆ์ ชาวบ้าน และชนชั้นปกครองในยุคนั้นร่วมกันสร้างสรรค์งานศิลปะบนหน้าผาหิน เพื่อใช้เป็นสื่อถ่ายทอดคำสอนแก่ผู้คน เนื่องจากคนส่วนใหญ่ในอดีตไม่สามารถอ่านเขียนได้ ภาพแกะสลักจึงเปรียบเสมือน “ตำราธรรมะ” ที่เข้าใจได้ผ่านการมองเห็น เอกลักษณ์สำคัญของต้าจู๋ คือการผสมผสานแนวคิดของ 3 ศาสนา ได้แก่ พุทธศาสนา ลัทธิเต๋า และลัทธิขงจื๊อ เข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน สะท้อนถึงความเชื่อ วิถีชีวิต และภูมิปัญญาของสังคมจีนโบราณได้อย่างลึกซึ้ง 📍 โซนท่องเที่ยวที่สำคัญของ Dazu Rock Carvings แบ่งออกเป็น 2 โซนหลักที่สำคัญ ได้แก่ 👇 ผาหินแกะสลักเขาเป่าติ่งซาน ( Baoding Mountain / 宝顶山 ) เป็นพื้นที่ที่มีชื่อเสียงที่สุดของต้าจู๋ โดยเฉพาะผาหินแกะสลัก “พระโพธิสัตว์กวนอิมพันกรปิดทอง” ที่งดงาม อ่อนช้อย และละเอียดสมจริงจนแทบไม่น่าเชื่อว่าเป็นงานแกะสลัก     ผาหินแกะสลักเขาเป่ยซาน ( Beishan Rock Carvings / 北山石刻 ) เป็นบริเวณที่มีงานแกะสลักเก่าแก่ที่สุด เต็มไปด้วยพระพุทธรูปและเทพเจ้าหลากหลายอิริยาบถ สะท้อนพัฒนาการของศิลปะจีนในแต่ละยุคสมัยได้อย่างชัดเจน ทั้งรูปแบบ อารมณ์ และรายละเอียดทางศิลป์     🙏 ความศักดิ์สิทธิ์และการขอพร ผู้คนนิยมมาขอพร องค์พระโพธิสัตว์กวนอิมพันกรปิดทอง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความเมตตา เชื่อกันว่า ทรงช่วยคุ้มครองและประทานพรในด้านความสำเร็จ

ทัวร์ฮ่องกง /

ไหว้ขอพรที่ วัดหว่องไท่ซิน วัดหวังต้าเซียน วัดดังฮ่องกง ขอความรัก โชคลาภ และสุขภาพ

                                        ไหว้ขอพรที่ Wong Tai Sin Temple วัดดังฮ่องกง ขอความรัก โชคลาภ และสุขภาพ ถ้าพูดถึง วัดดังในฮ่องกง ที่คนไทยรู้จักมากที่สุด หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อของ วัดหว่องไท่ซิน วัดหวังต้าเซียน แน่นอน วัดแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์จนมีคำพูดว่า “ขออะไรที่นี่ มักสมหวัง” จึงทำให้ทั้งชาวฮ่องกง นักท่องเที่ยว และสายมูจากทั่วโลก แวะเวียนมาขอพรกันตลอดทั้งปี วันนี้ แพลนเนทฮอลลิเดย์ จะพาไปรู้จักวัดแห่งนี้ พร้อมบอกว่ามาไหว้แล้วควรขอพรเรื่องอะไรบ้างค่ะ   🏮 วัดหวังต้าเซียน คือวัดอะไร? Wong Tai Sin Temple เป็นวัดที่สร้างขึ้นเพื่อบูชา “เทพเจ้าหวังต้าเซียน” เทพผู้มีชื่อเสียงเรื่องการรักษาโรค และการช่วยเหลือผู้คนให้สมหวังในสิ่งที่ขอ วัดนี้มีประวัติยาวนานกว่า 100 ปี และถือเป็นหนึ่งในวัดที่ชาวฮ่องกงให้ความเคารพมากที่สุด ภายในวัดมีสถาปัตยกรรมจีนที่สวยงาม โดดเด่นด้วยวิหารสีแดง หลังคามังกร และบรรยากาศควันธูปที่ให้ความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าไป 🙏 ภายใน Wong Tai Sin Temple มีองค์เทพอะไรบ้าง วัดนี้เป็นวัดที่รวมเทพหลายองค์จริง แต่หลักๆ จะมี 👇 เทพเจ้าหวังต้าเซียน  องค์ประธานของวัด เด่นเรื่องสุขภาพและการขอพรให้สมหวัง เจ้าแม่กวนอิม  เทพแห่งความเมตตา ขอพรเรื่องชีวิต ความสงบ และความคุ้มครอง เทพเจ้าหยุคโหลว / เทพเจ้าด้ายแดง  เทพแห่งความรัก ผูกดวงเนื้อคู่ ท่านขงจื้อ  เสริมเรื่องการเรียน การสอบ และสติปัญญา เทพเจ้าแห่งโชคลาภ เสริมดวงเงินทอง ธุรกิจ พ่อค้าแม่ค้าชอบไหว้ มีศาลเฉพาะในวัด สามารถควบคุมธาตุต่าง ๆ และขจัดภัยพิบัติ เทพเจ้าขอลูก ขอพรเรื่องบุตร บริวาร ครอบครัว มีรีวิวสำเร็จสมหวังจากผู้ไหว้ แม้ไม่เด่นเท่าเทพอื่นแต่เป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรม เทพเหวินชาง เทพแห่งการศึกษา สอบแข่งขัน งานราชการ นักเรียนนักศึกษามาขอพรให้ประสบความสำเร็จ  เทพเจ้าที่ / เทพคุ้มครอง  ดูแลพื้นที่ คุ้มครองชีวิตและความเป็นอยู่   ❤️ จุดดังของวัดนี้ – เทพเจ้าด้ายแดง หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ วัดหวังต้าเซียน โด่งดังมาก คือการมาขอพรกับ เทพเจ้าด้ายแดง เชื่อกันว่า เทพองค์นี้จะช่วยผูกดวงความรักให้กับคนที่มาขอพร

ทัวร์ยุโรป /

ตะลุย Keukenhof 2026: บุกสวนดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก อัปเดตข้อมูลล่าสุดที่สายเที่ยวต้องรู้!

  ตะลุย Keukenhof 2026: บุกสวนดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก อัปเดตข้อมูลล่าสุดที่สายเที่ยวต้องรู้! ถ้าพูดถึงแลนด์มาร์คที่สะกดสายตาคนทั้งโลกในช่วงฤดูใบไม้ผลิ คงไม่มีที่ไหนเกินหน้า "สวนเคอเคนฮอฟ" (Keukenhof) ประเทศเนเธอร์แลนด์ ไปได้เลยค่ะ! บทความนี้ Planet Holiday จะพาทุกคนไปสัมผัสความอลังการของสวนดอกไม้ที่ไม่ได้มีดีแค่ทิวลิปนับล้านต้น แต่ยังเป็นที่ที่รวมความโรแมนติก กลิ่นหอมอบอวล และสีสันที่สดใสราวกับภาพวาดเอาไว้ในที่เดียว ใครที่กำลังวางแผนทริปยุโรปในฝัน แล้วไม่อยากพลาดจังหวะที่ "ดอกไม้บานสวยที่สุด" เราสรุปเทคนิคและการเตรียมตัวฉบับปี 2026 มาให้แล้ว อ่านจบแล้วเตรียมแพ็คกระเป๋าได้เลยค่ะ! ไฮไลท์พิเศษสำหรับปี 2026 ในปีนี้ เคอเคนฮอฟฉลองครบรอบปีที่ 77 โดยมาในแนวคิด "Natural Beauty & Sustainability" ที่เน้นความงดงามตามธรรมชาติและการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน     ข้อมูลสำคัญที่ต้องปักหมุด วันเปิดสวน: 19 มีนาคม – 10 พฤษภาคม 2026 จำนวนดอกไม้: ปลูกหัวดอกไม้มากกว่า 7 ล้านหัว บนพื้นที่ 32 เฮกตาร์! ความหลากหลาย: มีทิวลิปมากกว่า 800 สายพันธุ์ และเส้นทางเดินเท้าชมสวนยาวรวมถึง 15 กิโลเมตร นิทรรศการห้ามพลาด: Tulpomania นิทรรศการที่เล่าความคลั่งไคล้ในดอกทิวลิปจนเคยมีราคาแพงกว่าทองคำ! วันพาเหรดดอกไม้ (Bloemencorso): วันที่ 18 เมษายน 2026 เตรียมกล้องให้พร้อม เพราะขบวนพาเหรดจะยิ่งใหญ่กว่าปีไหนๆ        Checklist 6 จุดห้ามพลาดที่สวนเคอเคนฮอฟ 1.กังหันลมโบราณ (The Windmill): จุดแลนด์มาร์คที่ต้องเช็คอิน! ขึ้นไปชมวิวมุมสูงมองเห็นทุ่งดอกไม้กว้างสุดลูกหูลูกตาและคลองขนาดเล็กที่ตัดผ่านทุ่งนา 2.ทางเดินหินกลางน้ำ (Stepping Stones): จุดถ่ายรูปยอดฮิต ให้ฟีลเดินอยู่บนผิวน้ำท่ามกลางดงดอกไม้ ถ่ายรูปออกมาดูเหงาๆ แต่แพงมาก! 3.บ้านกระต่ายมิฟฟี่ (Miffy): แวะแชะภาพกับมาสคอตเจ้าถิ่นสุดคิวท์ ต้นกำเนิดจากเนเธอร์แลนด์แท้ๆ เหมาะมากสำหรับครอบครัวที่มีเด็กๆ 4.ล่องเรือไฟฟ้า (Whisper Boat): นั่งเรือเงียบๆ ชมทุ่งทิวลิปของเกษตรกรแบบ Exclusive สัมผัสบรรยากาศความสงบที่หาไม่ได้จากในสวนหลัก 5.ปั่นจักรยานรอบนอก: เช่าจักรยานปั่นดู "พรมดอกไม้" สีรุ้งนอกเขตสวนหลัก ได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวสวนและทุ่งกว้างๆ แบบส่วนตัวกว่า 6.เรือนกระจก (Pavilions): ชมทิวลิปสายพันธุ์หายากและการจัดดอกไม้สุดอลังการในร่ม โดยเฉพาะที่ Juliana Pavilion ที่ปีนี้มีนิทรรศการพิเศษค่ะ     🔍 จุดเช็คอินสำคัญตามโซนในผัง: เน้นความงามตามธรรมชาติ (No Specific Theme): แตกต่างจากหลายปีที่ผ่านมา

ทัวร์จีน /

ซากุระบานที่ภูเขาหยวนทง สวยอันดับต้น ๆ ของจีน อัปเดตช่วงเวลาที่ควรไป ล่าสุด 2026

     บทความนี้ planetholiday ขอพาทุกคนไปรู้จัก หนึ่งในจุดชมซากุระที่สวยและฮิตที่สุดของคุนหมิง นั่นก็คือ ภูเขาหยวนทง 🌸 ทุก ๆ ปีในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ที่นี่จะเต็มไปด้วยดอกซากุระสีชมพูอ่อน บานสะพรั่งทั่วทั้งพื้นที่ จนกลายเป็นจุดหมายยอดนิยมของคนที่อยากมาเที่ยวคุนหมิง และอยากเห็นซากุระในบรรยากาศที่แตกต่างจากญี่ปุ่น ถ้าคุณกำลังวางแผน ทริปคุนหมิง และกำลังสงสัยว่า ซากุระภูเขาหยวนทงบานช่วงไหน ไปเดือนไหนสวยที่สุด บทความนี้เราสรุปให้แบบเข้าใจง่าย อ่านจบรู้เรื่องเลยค่ะ     ภูเขาหยวนทง คือที่ไหน? ภูเขาหยวนทง (Yuantong Mountain) ตั้งอยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมืองคุนหมิง  เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่ชาวเมืองนิยมมาเดินเล่น พักผ่อน และชมอุทยานธรรมชาติที่เต็มไปด้วยศาลา ระเบียง สระน้ำ และเหล่านกสัตว์มากมาย จุดเด่นของที่นี่คือการผสมผสานระหว่าง สวนแบบจีนดั้งเดิม ทางเดินร่มรื่น และต้นซากุระจำนวนมาก  ด้วยอากาศของคุนหมิงที่เย็นสบายตลอดปี  ทำให้ซากุระที่ภูเขาหยวนทง บานเร็วและบานสวยเป็นพิเศษ     🌸 ช่วงเวลาไฮไลท์: "ทะเลดอกไม้สีชมพู" เดือนที่ควรไป: โดยปกติซากุระและดอกไห่ถัง (Begonia) ที่นี่จะบานสะพรั่งช่วง ปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนเมษายน และช่วงที่สวยที่สุด มักอยู่ใน ต้น–กลางเดือนมีนาคม ของทุกปีค่ะ   🍦 ไอศกรีมดอกซากุระ (Yuantong Cherry Blossom Ice Cream) เมื่อมาถึงภูเขาหยวนทง สิ่งหนึ่งที่จะเห็นนักท่องเที่ยวถือกันแทบทุกคนคือไอศกรีมแท่งดีไซน์สุดน่ารักที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ดีไซน์สุดเก๋: ตัวไอศกรีมถูกออกแบบเป็นรูป ดอกซากุระ 5 กลีบ ที่แกะสลักลวดลายประณีต บางรุ่นอาจมีรูป ศาลาโบราณ หรือสถาปัตยกรรมสำคัญของวัดหยวนทงอยู่บนตัวไอศกรีมด้วย           คำถามที่พบบ่อย (FAQ) ❓ ใช้เวลาเที่ยวประมาณกี่ชั่วโมง? ใช้เวลาประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง กำลังดี เดินชม ถ่ายรูป พักผ่อนแบบไม่เร่ง เหมาะกับการใส่ไว้ในโปรแกรมมาก ๆ   ❓ ผู้สูงอายุไปได้ไหม? ไปได้สบายค่ะ ทางเดินไม่ชันมาก เดินง่าย เป็นหนึ่งในจุดที่หลายโปรแกรม ทัวร์คุนหมิง เลือกใส่ไว้ เพราะเที่ยวได้ทุกวัย   ❓ ไปเองกับไปทัวร์ แบบไหนสะดวกกว่า? ถ้าอยากเที่ยวหลายจุดในเวลาจำกัด การเลือก ทัวร์คุนหมิงกับ planetholiday จะช่วยให้เที่ยวได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องวางแผนเอง เดินทางสะดวก และเก็บจุดไฮไลต์สำคัญได้ครบในทริปเดียว เพราะ นอกจากชมซากุระแล้ว ทริปคุนหมิงของเรายังพาไปสัมผัสความยิ่งใหญ่ของ 'วัดหยวนทง' ที่อยู่ใกล้กันอีกด้วย ครบจบในทริปเดียว!     ถ้าคุณอยากสัมผัสซากุระในงบประมาณที่คุ้มค่า เดินทางไม่นาน และได้รูปสวยแปลกตา ภูเขาหยวนทงในคุนหมิงคือคำตอบค่ะ เตรียมชุดสวยๆ ให้พร้อม แล้วไปเช็คอินกับ แพลนเนทฮอลลิเดย์

ทัวร์ยุโรป /

9 ของกินประจำตลาดคริสต์มาสยุโรปที่คุณต้องลอง! สัมผัสความมหัศจรรย์แห่งฤดูหนาวที่ห้ามพลาด

ช่วงปลายปีคือฤดูแห่งความสุขและมนต์เสน่ห์ของ ตลาดคริสต์มาสยุโรป (Christmas Market) ที่เต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ เสียงเพลงคริสต์มาส และกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและขนมอบ! และสิ่งที่ “พลาดไม่ได้เลย” หัวใจสำคัญของตลาดเหล่านี้คือ ของกินประจำตลาดคริสต์มาส ที่ทั้งอร่อย อบอุ่น และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะฤดูกาล หากคุณกำลังวางแผนเดินทางไปสัมผัสบรรยากาศในฝันนี้ นี่คือ 9 เมนูเด็ดที่ Planetholidays รับรองว่า "ต้องลอง" เพื่อให้ทริปของคุณสมบูรณ์แบบที่สุด!   1. Glühwein (กลูไวน์): ไวน์ร้อนเพื่อคลายหนาว     ไม่มีอะไรบ่งบอกถึงตลาดคริสต์มาสได้ดีเท่า Glühwein อีกแล้ว เครื่องดื่มซิกเนเจอร์จากเยอรมนีนี้คือ ไวน์แดงร้อน ที่ปรุงรสด้วยเครื่องเทศคริสต์มาสแบบดั้งเดิม เช่น อบเชย กานพลู โป๊ยกั๊ก และเปลือกส้ม รสชาติเปรี้ยวอมหวาน หอมเครื่องเทศ อาจจะมีสูตรไม่เหมือนกันในแต่ละร้าน มีใส่ผลไม้สดอย่างส้มหรือแอปเปิ้ลลงไปเพิ่มรสหวานและกลิ่นหอมสดชื่นและมีแอลกอฮอล์เบา ๆ คือกลิ่นคริสต์มาสจริงๆ! จิบไปเดินไป รับรองอุ่นตั้งแต่คอถึงปลายเท้า         อยากได้เงินมัดจำคืน: ดื่มเสร็จแล้วเอาแก้วเปล่าไปคืนที่บูธเดิม หรือบูธที่มีป้าย "Pfandrückgabe"(คืนมัดจำ) คุณก็จะได้เงินคืนมา อยากเก็บแก้ว: เดินกลับบ้านพร้อมแก้วสวยๆ ได้เลย เท่ากับว่าคุณซื้อแก้วที่ระลึกในราคาค่ามัดจำนั่นเองค่ะ   2. Hot Chocolate (ฮอตช็อกโกแลต): เข้มข้น หวานมัน อุ่นใจ     สำหรับคนที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์หรืออยากเติมความหวานแบบจัดเต็ม Hot Chocolate (Heisse Schokolade) คือคำตอบที่ใช่ที่สุด เป็นช็อกโกแลตเข้มข้น ร้อนๆ บางร้านคือทำจากช็อกโกแลตแท้ๆ ไม่ใช่ผงสำเร็จรูป และมักจะเสิร์ฟพร้อม วิปครีม ฟูๆ หรือ มาร์ชแมลโลว์ อร่อยฟินสุดๆ กลิ่นช็อกโกแลตร้อนที่ลอยอบอวลในอากาศหนาว ๆ นี่แหละคือความสุขง่าย ๆ ของตลาดคริสต์มาส   การสั่งก็ใช้ระบบมัดจำแก้วเหมือน Glühwein   3. Bratwurst (บรัทเวิร์สท): ไส้กรอกย่างในตำนาน     หากพูดถึง อาหารคริสต์มาสยุโรป แบบอิ่มท้อง Bratwurst คือราชา! นี่คือ ไส้กรอกเยอรมัน ย่างบนเตาถ่านจนส่งกลิ่นหอม หนังกรอบ เนื้อฉ่ำ โดยทั่วไปจะเสิร์ฟในขนมปังโรลขนาดเล็ก (Brötchen) พร้อมกับซอสมัสตาร์ดรสจัด หรือซอสมะเขือเทศเข้มข้น เสียง "ฉ่าาา" จากเตาและกลิ่นควันหอม ๆ

ทัวร์จอร์เจีย /

Gergeti Trinity Church โบสถ์สวยกลางขุนเขา…ดินแดนสวรรค์แห่งเทือกเขาคอเคซัส

  Gergeti Trinity Church โบสถ์สวยกลางขุนเขา...ดินแดนสวรรค์แห่งเทือกเขาคอเคซัส Planetholidays ขอพาคุณออกเดินทางสู่หนึ่งในจุดหมายปลายทางที่สวยงามที่สุดในจอร์เจีย กับการเยี่ยมชม Gergeti Trinity Church หรือที่คนท้องถิ่นเรียกกันว่า Tsminda Sameba โบสถ์เก่าแก่อายุกว่า 700 ปี ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาคาสเบก (Kazbegi) ที่ความสูง 2,170 เมตร จากระดับน้ำทะเล ด้วยทิวทัศน์อันงดงามที่โอบล้อมด้วยเทือกเขาคอเคซัส ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักเดินทางทั่วโลกที่ต้องการมาสัมผัสความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติและสถาปัตยกรรมทางศาสนาไปพร้อมๆ กัน     ประวัติศาสตร์และความสำคัญ โบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 โดยสถาปนิกผู้ไม่ประสงค์ออกนาม เพื่อใช้เป็นศาสนสถานและที่เก็บรักษาวัตถุมงคลอันล้ำค่าของชาติ โดยเฉพาะ ไม้กางเขนของนักบุญนีโน (Saint Nino) ที่เชื่อกันว่าช่วยปกป้องชาวจอร์เจียจากภัยรุกรานต่างๆ ปัจจุบัน Gergeti Trinity Church ยังคงเป็นศูนย์รวมจิตใจและถูกใช้ประกอบพิธีทางศาสนาของคริสตจักรออร์โธด็อกซ์มาจนถึงทุกวันนี้   ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด...สวรรค์บนดินแดนแห่งขุนเขา 1. โบสถ์เก่าแก่กลางทุ่งหญ้าสีเขียว เมื่อเดินทางมาถึง คุณจะพบกับภาพอันน่าทึ่งของโบสถ์ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง มองลงไปเบื้องล่างคือ หมู่บ้านสเตปันต์สมินดา (Stepantsminda) หรือที่รู้จักกันในชื่อเดิมว่า คาซเบก (Kazbegi) หมู่บ้านเล็กๆ ในหุบเขาที่ได้สมญานามว่า "ดินแดนแห่งสวรรค์" ด้วยอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี และทัศนียภาพของทุ่งหญ้าสีเขียวที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาตัดกับท้องฟ้าสีคราม เป็นภาพความงามที่ยากจะลืมเลือน     2.ฉากหลังอันตระการตาของยอดเขา Kazbek โบสถ์ Gergeti Trinity Church ตั้งอยู่ในเขตเทือกเขา Greater Caucasus ซึ่งเป็นแนวเทือกเขาสำคัญที่แบ่งระหว่างทวีปเอเชียและยุโรป ที่นี่คุณจะได้สัมผัสกับทิวทัศน์ 360 องศาของเทือกเขาอันยิ่งใหญ่ที่ปกคลุมด้วยหิมะตลอดปี เช่น ยอดเขาเอลบรุส (Elbrus) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในยุโรป และยอดเขา Kazbek อันเป็นที่ตั้งของโบสถ์ เป็นจุดชมวิวที่นักเดินป่าและผู้รักธรรมชาติไม่ควรพลาด     3. สถาปัตยกรรมที่กลมกลืนกับธรรมชาติ แทนที่จะใช้สถาปัตยกรรมที่หรูหราอลังการเหมือนโบสถ์ในยุโรปหลายแห่ง Gergeti Trinity Church ถูกสร้างด้วยหินแกรนิตที่หาได้จากท้องถิ่น ทำให้ตัวโบสถ์ดูเป็นส่วนหนึ่งของภูเขาและสภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างเป็นธรรมชาติ     ภายในโบสถ์มีอะไรให้ดู? แม้ภายนอกโบสถ์จะดูยิ่งใหญ่และน่าเกรงขาม แต่ภายในกลับเรียบง่ายและสงบเงียบตามแบบฉบับสถาปัตยกรรมจอร์เจียโบราณที่สร้างจากหินแกรนิต โดยเน้นความขลังและศรัทธาเป็นหลัก สิ่งที่คุณจะเห็นได้ภายในโบสถ์คือ แท่นบูชาอันศักดิ์สิทธิ์: ที่ถูกใช้ประกอบพิธีทางศาสนามาอย่างยาวนาน ภาพเขียนฝาผนัง: แม้จะหลงเหลืออยู่ไม่มากนัก แต่ภาพวาดโบราณเหล่านี้บอกเล่าเรื่องราวทางศาสนาและความเชื่อ บรรยากาศอันเงียบสงบ: ที่เปิดโอกาสให้คุณได้นั่งพักสงบจิตใจและสัมผัสถึงความศรัทธาอันแรงกล้าของชาวจอร์เจีย   เที่ยวช่วงไหนดีที่สุด? ฤดูใบไม้ผลิ (พฤษภาคม-มิถุนายน): อากาศเย็นสบายกำลังดี เหมาะแก่การเดินป่าชมธรรมชาติ เพราะเป็นช่วงที่ดอกไม้บานสะพรั่งและภูเขากลับมาเขียวขจีอีกครั้ง ฤดูร้อน (กรกฎาคม-สิงหาคม): อากาศอบอุ่น แดดแรง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการชมวิวทิวทัศน์แบบชัดเจนไร้หมอก ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-ตุลาคม): บรรยากาศเริ่มเย็นลงและสวยงามเป็นพิเศษ เพราะต้นไม้เริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองทองและแดง

ทัวร์จีน /

ภูเขาสี่ดรุณี Siguniangshan เที่ยวช่วงไหนดี? ปักหมุดฤดูที่ใช่สำหรับคุณ

ภูเขาสี่ดรุณี หรือ อุทยานแห่งชาติภูเขาสี่ดรุณี (ซื่อกูเหนียง/Siguniang Shan 四姑娘山)  คือหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยที่สุดของมณฑลเสฉวน ประเทศจีน ได้รับสมญานามว่า “แอลป์แห่งตะวันออก” เพราะเต็มไปด้วยภูเขาหิมะ ทะเลสาบ และหุบเขาอันยิ่งใหญ่ บทความนี้ Planetholidays จะบอกถึงไฮไลท์ของแต่ละหุบเขา, วิธีเดินทาง, ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยว, ค่าใช้จ่าย, สภาพอากาศ และคำถามที่พบบ่อย ให้ทุกคน เตรียมตัวไปเที่ยวสี่ดรุณีได้ครบแบบไม่พลาดอะไรเลย     ตำนานของสี่ดรุณีเป็นเรื่องเล่าพื้นบ้านของชาวทิเบตที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นั้น โดยเชื่อว่าในอดีตกาล มียักษ์ที่ชั่วร้ายตนหนึ่งได้สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้คน ทำให้ชาวบ้านไม่มีที่อยู่อาศัยและอดอยาก ในยุคนั้น มีหญิงสาวพี่น้องสี่คนที่มีจิตใจงดงามและกล้าหาญ พวกเธอได้รวมพลังกันต่อสู้กับยักษ์ร้าย เพื่อปกป้องชาวบ้านและแผ่นดินเกิดของตนเอง ในที่สุด ยักษ์ชั่วร้ายก็พ่ายแพ้และถูกกำจัดลงได้ แต่ด้วยความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ พี่น้องทั้งสี่ก็ไม่ได้กลับบ้าน พวกเธอตัดสินใจที่จะยืนหยัดปกป้องดินแดนแห่งนี้ตลอดไป ร่างของพวกเธอจึงค่อยๆ กลายร่างเป็นภูเขาหินสี่ลูกที่ยิ่งใหญ่     พี่สาวคนโต (Da Niu Feng 大姑娘峰) – สูงราว 5,355 เมตร แข็งแกร่งดังผู้นำครอบครัว พี่สาวคนรอง (Er Niu Feng 二姑娘峰) – สูงราว 5,454 เมตร อ่อนโยนและสง่างาม พี่สาวคนสาม (San Niu Feng 三姑娘峰) – สูงราว 5,664 เมตร เปี่ยมด้วยเสน่ห์และความอบอุ่น น้องสาวคนเล็ก (Yaomei Feng 幺妹峰) – สูงถึง 6,250 เมตร และเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ราชินีแห่งภูผา” ด้วยรูปลักษณ์สูงชะลูดและงดงามที่สุดในบรรดาสี่พี่น้อง หุบเขาทั้ง 3 ได้แก่ ซวงเฉียวโกว ฉางผิงโกว และไห่จื่อโกว เป็นเส้นทางที่ถูกพัฒนาและจัดการเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั่วไป โดยมีกิจกรรมที่แตกต่างกันไป ซวงเฉียวโกว: สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปที่ต้องการความสะดวกสบาย มีรถบัสบริการ ฉางผิงโกว: สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบเดินป่าระดับกลาง ไห่จื่อโกว: สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการผจญภัยและปีนเขาระยะไกล ส่วนยอดเขา ซื่อกูเหนียง (Siguniang) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด (6,250 เมตร) และเป็นยอดเขาหลักของอุทยานแห่งนี้

ทัวร์เวียดนาม /

หมู่บ้านกั๊ตกั๊ต (Cat Cat Village) สัมผัสวิถีชีวิตชาวม้งและธรรมชาติที่สวยงามแห่งซาปา เวียดนามเหนือ

  หมู่บ้านกั๊ตกั๊ต (Cat Cat Village) หมู่บ้านเก่าแก่ของชนเผ่าม้ง ใน ซาปา ประเทศเวียดนาม ที่ยังคงรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิมไว้ได้อย่างงดงาม ท่ามกลางขุนเขาและธรรมชาติรายล้อม ไม่ว่าจะเป็น ทุ่งนาขั้นบันไดสีเขียวสด น้ำตกใสกลางหุบเขา บ้านไม้พื้นเมือง และงานหัตถกรรมพื้นบ้าน ล้วนสร้างเสน่ห์ที่ทำให้ที่นี่กลายเป็น “แลนด์มาร์คที่ต้องไปให้ได้” ของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนเวียดนามเหนือ และในบทความนี้ PlanetHolidays จะมานำเสนอ หมู่บ้านกั๊ตกั๊ต แบบเจาะลึก ทั้งประวัติความเป็นมา ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด และสิ่งที่ควรรู้ก่อนวางแผนเดินทาง เพื่อให้ทุกคนได้เก็บรายละเอียดครบก่อนออกเดินทางจริง ใครที่กำลังมองหาแพ็กเกจทัวร์ซาปาที่สะดวก ครบทุกมุมไฮไลต์     ประวัติความเป็นมาและที่มาของชื่อ หมู่บ้านกั๊ตกั๊ต (Cat Cat Village) ตั้งอยู่ที่อำเภอซาปา จังหวัดลาวไค ประเทศเวียดนามเหนือ เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ของ ชนเผ่าม้งดำ (H’Mong) ที่สืบทอดวิถีชีวิตดั้งเดิมมาอย่างยาวนาน คำว่า “กั๊ตกั๊ต” มาจากเสียงน้ำตกที่อยู่ในหมู่บ้าน เมื่อฟังดูคล้ายเสียง “กั๊ต กั๊ต” จึงกลายเป็นชื่อเรียกหมู่บ้านในเวลาต่อมา   ไฮไลต์และจุดเด่นที่ไม่ควรพลาด 1. น้ำตกกั๊ตกั๊ต (Cat Cat Waterfall) น้ำตกที่ไหลลงมาจากภูเขาสูงกลางหุบเขา เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องแวะถ่ายรูป เสียงน้ำตกที่กระทบหินสร้างบรรยากาศสดชื่นตลอดทั้งปี ช่วงฤดูฝนสายน้ำจะไหลแรงและสวยงามมาก เหมาะแก่การถ่ายภาพวิวพาโนรามา       2. กังหันน้ำโบราณ หนึ่งในเอกลักษณ์ของหมู่บ้านกั๊ตกั๊ต คือ กังหันน้ำที่ทำจากไม้และไผ่ ซึ่งชาวม้งสร้างขึ้นเพื่อใช้ทดน้ำเข้าสู่พื้นที่เพาะปลูก กังหันเหล่านี้หมุนอยู่กลางสายน้ำ สร้างภาพที่งดงามและแสดงถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างน่าทึ่ง นักท่องเที่ยวมักนิยมถ่ายรูปคู่กับกังหันน้ำ เพราะถือว่าเป็นแลนด์มาร์กของที่นี่     3. บ้านเรือนและวิถีชีวิตดั้งเดิม หมู่บ้านเต็มไปด้วยบ้านไม้แบบดั้งเดิมของชนเผ่าม้งดำ ภายในบ้านบางหลังเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมการทอผ้า การทำเครื่องเงิน และการประกอบอาหารแบบท้องถิ่น คุณจะได้เห็นวิถีชีวิตที่เรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาหลายร้อยปี       4. การแสดงวัฒนธรรมม้ง ในบางช่วงเวลา จะมีการแสดงการฟ้อนรำ ดนตรี และการละเล่นของชนเผ่าม้ง ที่แต่งกายด้วยชุดสีสันสดใสประดับลายปักประณีต เสียงเพลงพื้นเมืองและการเต้นรำจะทำให้คุณได้สัมผัสกลิ่นอายความเป็นชนเผ่าแท้ ๆ     5. สะพานแขวน เส้นทางเดินเที่ยวรอบหมู่บ้านจะพาคุณข้ามสะพานแขวนที่ทอดผ่านลำธารเบื้องล่าง เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมที่หลายคนบอกว่า “มาแล้วเหมือนอยู่ในโปสการ์ด”       6. สินค้าหัตถกรรมและของฝาก หมู่บ้านกั๊ตกั๊ตขึ้นชื่อเรื่อง งานหัตถกรรมทอผ้า เครื่องเงิน และผ้าปักลวดลายชนเผ่า แต่ละชิ้นใช้เวลาทำอย่างประณีต สามารถซื้อกลับไปเป็นของฝากหรือสะสมเป็นของที่ระลึกได้ และยังเป็นการช่วยสนับสนุนรายได้แก่ชุมชนท้องถิ่นด้วย       7. วิวทุ่งนาขั้นบันไดและภูเขาสูง หนึ่งในภาพที่สวยที่สุดของหมู่บ้าน คือวิว ทุ่งนาขั้นบันได ที่โอบล้อมด้วยภูเขาสูง โดยเฉพาะในช่วงปลายฝนต้นหนาว (ก.ย.–พ.ย.) จะได้เห็นทุ่งข้าวสีเหลืองทองอร่ามเต็มหุบเขา เป็นภาพที่นักถ่ายภาพและนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติห้ามพลาด         ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับไปเที่ยวหมู่บ้านกั๊ตกั๊ต การมาเที่ยว หมู่บ้านกั๊ตกั๊ต (Cat Cat Village) สามารถมาได้ตลอดทั้งปี แต่ละฤดูก็มีเสน่ห์แตกต่างกันไป ใครที่วางแผนมาซาปา ควรเลือกช่วงเวลาให้เหมาะกับสไตล์การท่องเที่ยวที่ชอบ

ทัวร์มาเก๊า /

ที่เที่ยวมาเก๊า เสริมพลังชีวิต รับพลังบวก เจ้าแม่กวนอิมปรางค์ทอง ฮวงจุ้ยที่ดีที่สุดในเมือง

  สำหรับปี 2025 นี้ เทรนด์การท่องเที่ยวแนว สายมู และการเดินทางเพื่อเปิดรับ พลังงานบวก กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก การเดินทางไปยังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในต่างประเทศไม่ได้เป็นเพียงแค่การพักผ่อน แต่ยังเป็นความเชื่อที่ว่า การเปลี่ยนสถานที่ใหม่ๆ จะช่วยเปิดมุมมองและเติมเต็มพลังชีวิตให้กลับมาสดใสอีกครั้ง และเพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางเพื่อเสริมดวงโดยเฉพาะ Planetholidays จึงขอแนะนำจุดหมายปลายทางยอดฮิตที่จะช่วยเติมพลังและเสริมโชคลาภให้ชีวิตของคุณได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พิกัดรับโชค-เสริมพลังงานชีวิตใหม่ ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในจีนตอนใต้ ที่นักเดินทางสายมูต้องห้ามพลาด!     “เจ้าแม่กวนอิมปรางค์ทองริมทะเล” Kun Iam Ecumenical Centre พิกัดฮวงจุ้ยสุดปังแห่งมาเก๊า องค์เจ้าแม่กวนอิมปรางค์ทองแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาริมทะเล มาเก๊า รูปปั้นทองสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่ที่รัฐบาลโปรตุเกสสร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพก่อนการส่งมอบมาเก๊าคืนให้กับประเทศจีนในปี 1999 ลักษณะ: รูปปั้นมีความสูง 20 เมตร และมีน้ำหนัก 50 ตัน จุดเด่น: มีลักษณะที่ผสมผสานระหว่างสไตล์จีนและยุโรป โดยมีใบหน้าคล้ายกับพระแม่มารี ความหมาย: องค์เจ้าแม่หันหน้าเข้าหาเมืองเพื่อปกป้องคุ้มครองชาวมาเก๊า ส่วนฐานรูปปั้นทำหน้าที่เป็นศูนย์ส่งเสริมศาสนา ซึ่งให้ข้อมูลเกี่ยวกับพุทธศาสนาและปรัชญาตะวันออก   และได้รับการยกย่องว่า "มีฮวงจุ้ยดีที่สุด" ตามหลักจีนโบราณ เพราะได้รับการวางตำแหน่งจากซินแสชื่อดังจากมาเก๊าให้เป็นศูนย์รวมพลังบวกอย่างแท้จริง ด้านหลังองค์เจ้าแม่: หันเข้าสู่เมืองจูไห่ ซึ่งหมายถึง "การเฝ้าคุ้มครอง" ผู้คนในเมืองให้ปลอดภัยจากภัยพิบัติและสิ่งไม่ดี ด้านหน้าองค์เจ้าแม่: หันออกสู่ทะเลจีนใต้ เป็นเสมือนประตูโชคลาภที่เปิดรับพลังจักรวาลอันกว้างใหญ่ให้หลั่งไหลเข้ามา   ด้วยเหตุนี้เอง ชาวจีนจึงเชื่อว่า หากได้มากราบไหว้เจ้าแม่กวนอิม ณ จุดนี้ จะช่วยเสริมชีวิตให้มั่นคง ปัดเป่าพลังลบ และเปิดทางให้กับการเริ่มต้นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน, ความรัก, หรือโชคลาภ     ตามหาเลข 8 แห่งโชคลาภ! นอกเหนือจากความศักดิ์สิทธิ์ ที่นี่ยังแฝงด้วยพลังแห่ง "ความมงคล" เพราะมีการออกแบบ "เลข 8" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ ความมั่งคั่ง โชคลาภ และความเจริญรุ่งเรือง ไว้ตามจุดต่างๆ ขององค์เจ้าแม่ และหากเดินทางมากับ แพลนเนทฮอลลิเดย์ ไกด์จะช่วยแนะนำ 3 จุดสำคัญที่ต้องตามหาเลข 8 ให้ครบเพื่อเปิดพลังเสริมดวงตลอดปี จุดที่ 1: ทางเข้า จุดเริ่มต้นของการเดินทางเข้าสู่องค์เจ้าแม่ มีการตกแต่งด้วยเลข 8 ที่สื่อถึงการเปิดรับพลังงานดีเข้าสู่ชีวิต จุดที่ 2: อาคารดอกบัว อาคารสำคัญภายในบริเวณวัดที่ออกแบบด้วยสัญลักษณ์เลข 8 บนผนังและเสา เพื่อช่วยเสริมความมั่นคงและความสงบ จุดที่

ทัวร์จีน /

10 ที่เที่ยวเซี่ยงไฮ้ 2568 ที่ต้องไปให้ได้! สายเที่ยว สายถ่ายรูป ห้ามพลาด

  เซี่ยงไฮ้ เมืองท่องเที่ยวยอดฮิตของจีน ที่รวมทุกความหลากหลายไว้ในที่เดียว มหานครแห่งนี้เต็มไปด้วยความโดดเด่น — ทั้งตึกระฟ้าสุดล้ำ สถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปริมแม่น้ำ ย่านเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ไปจนถึงแลนด์มาร์คเปิดใหม่ที่คนทั่วโลกต้องแวะ ไม่ว่าคุณจะเป็นสายเที่ยว สายถ่ายรูป สายคาเฟ่ หรือสายช้อป เซี่ยงไฮ้… มีให้ครบ! ถ้ากำลังวางแผน เที่ยวเซี่ยงไฮ้ จะไปเองแบบชิลล์ ๆ ก็สนุก หรือจะเลือก ทัวร์เซี่ยงไฮ้ แบบจัดเต็มก็สะดวกสุด ๆ บอกเลยว่า เมืองนี้ไม่ได้มีดีแค่หอไข่มุกหรือเดอะบันด์ แต่ยังมีที่เที่ยวอีกเพียบ รอให้คุณไปเช็กอิน บทความนี้ Planetholidays ขอบอกเลยว่า… มีที่เที่ยวเยอะมาก! และนี่คือ 10 ที่เที่ยวไฮไลท์ ที่ใคร ๆ ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า… มาเซี่ยงไฮ้ทั้งที ต้องไปให้ได้!   1️. เมืองโบราณจูเจียเจี่ยว (Zhujiajiao Ancient Town)     สัมผัสมนต์เสน่ห์ ย่านเมืองเก่าริมคลอง อายุ 1,700 ปี ที่ จูเจียเจี่ยว (Zhujiajiao Ancient Town) คุณจะได้เดินชม บ้านเรือนจีนโบราณ สุดคลาสสิก, ล่องเรือไม้ สัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิม และลิ้มลอง ขนมท้องถิ่น แสนอร่อย ห้ามพลาด! สะพานฟางเซิง สะพานหิน 5 รูที่ใหญ่ที่สุดในเซี่ยงไฮ้ สร้างขึ้นตั้งแต่ราชวงศ์หมิง. ที่นี่เหมาะสำหรับผู้รัก บรรยากาศย้อนยุค, ชอบถ่ายรูป สวยๆ โดยเฉพาะที่ฮิตสำหรับ ถ่ายรูปแบบพสจีน และหลงใหล ของโบราณหายาก 📍 ที่ตั้ง: เขต Qingpu, เซี่ยงไฮ้ 🕐 เปิดให้เข้าชม: 08.30 - 17.00 น. 🚗 วิธีเดินทางเอง: สาย 17 ลงที่สถานี Zhujiajiao เดินต่อประมาณ 15-20 นาที   2️. The Bund GreenLand     แลนด์มาร์คเปิดใหม่ใจกลางเซี่ยงไฮ้ ที่ The Bund Green Land สวนสาธารณะสไตล์โมเดิร์นที่ตั้งอยู่ ริมแม่น้ำหวงผู่

ทัวร์อังกฤษ /

พระราชวังวินด์เซอร์ ที่สุดแห่งความเก่าแก่คู่ราชบัลลังก์อังกฤษ

พระราชวังวินด์เซอร์ ที่สุดแห่งความเก่าแก่คู่ราชบัลลังก์อังกฤษ พระราชวังวินด์เซอร์ พระราชวังอันเก่าแก่ที่อยู่คู่ราชบัลลังก์อังกฤษมานานนับพันปี มหาปราสาทขนาดใหญ่ที่เคยถูกใช้เป็นสถานที่จัดงานพิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮรี่ รัชทายาทอันดับที่ 6 ของราชวงศ์อังกฤษ ปัจจุบันยังคงถูกใช้เป็นที่พำนักของสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 ซึ่งมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์อยู่เสมอ และยังเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนประเทศอังกฤษอีกด้วย… พระราชวังวินด์เซอร์ตั้งอยู่ที่เมืองวินด์เซอร์, มลฑลบาร์คเชอร์ในสหราชอาณาจักร สร้างโดยสมเด็จพระเจ้าวิลเลียมที่ 1 แห่งอังกฤษเมื่อปี ค.ศ.1070 สถาปัตยกรรมเป็นแบบโรมาเนสก์ พระราชวังวินด์เซอร์เป็นพระราชฐานที่ยังมีผู้อยู่อาศัยที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นพระราชฐานที่เก่าที่สุดที่มีผู้อยู่อาศัยต่อเนื่องกันมาตั้งแต่เริ่มสร้าง เนื้อที่การใช้สอยมีทั้งหมดถึง 45,000 ตารางเมตร ปราสาทวินด์เซอร์ แบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ ส่วนบน (upper ward) และส่วนล่าง (lower ward) ซึ่งมีหอกลม (round tower) กั้นกลาง พระราชวังวินด์เซอร์เต็มไปด้วยสิ่งน่าสนใจมากมายไม่ว่าจะเป็น State Apartments ที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงามด้วยผลงานศิลปะอันทรงคุณค่า ซึ่งเป็นของสะสมของเหล่าราชวงศ์ รวมถึงความงดงามของสถาปัตยกรรมแบบกอธิคในโบสถ์ St. George ซึ่งเป็นที่ฝังพระศพของกษัตริย์แห่งประเทศอังกฤษหลายพระองค์ และประหลาดใจไปกับ Queen Mary’s Dolls House บ้านตุ๊กตาแสนสวยและมีชื่อเสียงที่สุดโลกที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1920 โดยช่างฝีมือชั้นนำในสมัยนั้น สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 มักเสด็จมาประทับที่พระราชวังแห่งนี้ในวันเสาร์-อาทิตย์ และทรงประทับอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนมีนาคม - เมษายน ถ้าใครอยากรู้ว่าควีนประทับอยู่หรือไม่ ให้ดูที่ธงบนหอกลม ถ้าธงอยู่บนยอดเสาแสดงว่าควีนประทับอยู่  อัตราค่าเข้าชม : สำหรับเด็ก ท่านละ ประมาณ 11.50 ปอนด์ (GBP) หรือ คำนวณเป็นเงินไทย ท่านละ ประมาณ 500 บาท (THB) / ผู้ใหญ่ ท่านละ ประมาณ 18.50 ปอนด์ (GBP) หรือ คำนวณเป็นเงินไทย ท่านละ ประมาณ 800 บาท (THB) ขึ้นอยู่กับประเภทของบัตร และ จำเป็นต้องจองก่อนล่วงหน้า เพราะอาจจำกัดจำนวนผู้เข้าชมในแต่ละวันได้ เวลาทำการ : เปิดทุกวันโดยจะแบ่งเป็นสองช่วงดังนี้ เดือนมีนาคม-ตุลาคม เปิดเวลา 9.30 น.- 17.15 น. เดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ เปิดเวลา 9.45 น. – 16.15 น. ก็จบกันไปแล้วนะคะ

ทัวร์ตุรเคีย /

ขึ้นบอลลูนชมวิวหลักล้าน ณ คัปปาโดเกีย แดนสวรรค์ของคนรักความโรแมนติก

ขึ้นบอลลูนชมวิวหลักล้าน ณ คัปปาโดเกีย แดนสวรรค์ของคนรักความโรแมนติก ที่สุดของการไปเที่ยว คัปปาโดเกีย ถ้าไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมสุดคูลอย่างการขึ้น บอลลูน ชมวิวทิวทัศน์รอบๆเมือง ก็อาจจะเรียกได้ว่าไปไม่ถึง เพราะวิวทิวทัศน์ของเมืองแห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นที่สุดแห่งความงดงามและเป็นเอกลักษณ์ที่คุณไม่อาจจะหาชมความ Unseen นี้ได้จากที่ไหน… คัปปาโดเกียเป็นหนึ่งในมรดกโลกที่ประกาศโดยองค์การยูเนสโกเมื่อปีค.ศ. 1985 เมืองที่มีลักษณะแปลกตาน่าพิศวงนี้ เกิดจากฝีมือของธรรมชาติล้วนๆ ภายหลังที่ภูเขาไฟระเบิดขึ้นเมื่อราวๆ 2 ล้านปีที่ผ่านมา ก็มีลาวาและเถ้าถ่านพวยพุ่งออกมาเป็นจำนวนมาก พอเย็นตัวลงก็กลบแผ่นดินเดิมหนาขึ้นร่วม 150 เมตร กลายเป็นชั้นดินใหม่ กว่าจะเป็นริ้วคลื่น หินเป็นลอนสวยงาม หินเป็นแท่ง ปล่องไฟ กรวย หินรูปเห็ด รูปเจดีย์ ก็ต้องถูกทั้งกัดกร่อนจากลม ฝน หิมะ และสายน้ำมานับล้านปี สิ่งที่ทำให้คัปปาโดเกียมีชื่อเสียงนอกจาก โรงแรมถ้ำ สุดอลังการแล้ว การขึ้นบอลลูน ชมวิวหลักล้าน!! ก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่เปรียบเสมือนจุดหมายปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนที่แห่งนี้ ให้คุณได้สัมผัสกับวิวทิวทัศน์และบรรยากาศยามเช้าในช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นที่สุดแสนจะโรแมนติก ชมความสวยงามของแท่งหินปูนมากมายที่เรียงรายอยู่ทั่วเมือง บอลลูนจะพาคุณล่องลอยอยู่บนฟ้าพร้อมภาพตรงหน้าที่เหมือนกับว่าเราได้ท่องอยู่บนแดนสวรรค์ บอลลูนที่คัปปาโดเกียมีให้บริการตลอดทั้งปี นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปสัมผัสกับความอัศจรรย์นี้ได้เสมอ แต่ช่วงที่เหมาะแก่การขึ้นบอลลูนมากที่สุดจะเป็นช่วงเช้ามืด เพราะเราจะได้ดื่มด่ำกับวิวอันวิเศษพร้อมพระอาทิตย์ที่กำลังทอดตัวขึ้นมาจากฝากฟ้า และยังมีสีสันอันสดใสของบอลลูนนับไม่ถ้วนที่กำลังลอยตัวขึ้นช่วยเคล้าคลอให้บรรยากาศ ณ ที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่โรแมนติก และประทับใจอย่างไม่รู้ลืม ก็จบกันไปแล้วนะคะ กับ ขึ้นบอลลูนชมวิวหลักล้าน ณ คัปปาโดเกีย แดนสวรรค์ของคนรักความโรแมนติก เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับการนั่งบอลลูนชมวิวเมืองคัปปาโดเกีย งดงามและโรแมนติกมากเลยใช่ไหมหล่ะ ส่วนใครที่กำลังจะวางแผนจะไป เที่ยวตุรกี แต่ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนบ้าง ลองเข้ามาปรึกษาพวกเรา planetholidays สิคะ ให้เราเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มความทรงจำของคุณ ที่นี่เรามี ทัวร์ดีๆ มากมาย จัดหนักจัดเต็มทุกทริป รับรองไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ planetholidays คำตอบของคนชอบเที่ยว ทัวร์ดี ราคาถูก โทรสอบถามข้อ มูลเพิ่มเติมได้ที่ Tel: 02-530-9899, 081-855-7999, 094-794-1666 Line เราก็มีนะ @planetholiday
line