เที่ยวซาปา กับ 20 เรื่องควรรู้ก่อนไปเยือนแดนหิมะแห่งเวียดนามเหนือ
ทัวร์เวียดนาม
รวบรวมข้อมูลเกี่ยวเมืองซาปาและเกร็ดท่องเที่ยวเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเมืองซาปา ดินแดนที่ถูกขนานนามว่าเป็นสวิตเซอร์แลนด์แห่งเวียดนามเหนือ วางแผนไปเที่ยวซาปาควรรู้อะไรก่อนบ้าง เราจัดมาให้แล้ว
ซาปา (Sa Pa) เมืองเล็ก ๆ ในหุบเขาทางตอนเหนือของประเทศเวียดนาม ได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางใหม่เอี่ยมแห่งการไปสัมผัสหิมะในฤดูหนาว ที่นี่ไม่ได้สวยเพียงแค่ในยามที่ลมหนาวพัดมาเท่านั้น เพราะฤดูกาลอื่น ๆ ซาปาก็สวยสดงดงามมีเสน่ห์ที่น่าหลงใหลไม่แพ้กัน สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบธรรมชาติและความเงียบสงบ ที่นี่น่าจะเป็นข้อหนึ่งในสมุดบันทึกบัคเก็ตลิสต์ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวมือใหม่หรือใครที่ต้องการหาที่เที่ยวใหม่ ก็อาจจะอยากรู้จักกับซาปาให้มากยิ่งขึ้น วันนี้เราจึงจะไปดูข้อควรรู้เกี่ยวกับการเที่ยวซาปากันค่ะ มีเรื่องอะไรที่น่าสนใจบ้างไปดูกัน


ภาพจาก thi / Shutterstock.com
1. ซาปา ตั้งอยู่ที่ไหน ? ซาปา ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดหล่าวกาย (Lao Cai) ทางฝั่งตอนเหนือสุดของประเทศเวียดนาม ติดกับชายแดนประเทศจีน เป็นเมืองเล็ก ๆ เลยค่ะ ซึ่งจะถูกรายล้อมไปด้วยขุนเขาน้อยใหญ่ ที่นี่จึงมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และสวยงามมาก ๆ ไม่ว่าฤดูกาลไหนก็น่าเที่ยว


2. ความพิเศษของซาปาอีกหนึ่งอย่างก็คือทำเลที่ตั้ง เมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับยอดเขาฟานซีปัง (Fansipan) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเวียดนาม (3,143 เมตร) และเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัย ซาปาจึงเต็มไปด้วยธรรมชาติแห่งขุนเขาที่งดงาม อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ที่สำคัญคุณสามารถพิชิตยอดเขาแห่งนี้ได้ง่าย ๆ เพราะมีกระเช้าไฟฟ้าให้บริการขึ้นไปเที่ยวชมด้านบนของยอดเขา (ดูรายละเอียดการขึ้นยอดเขาฟานซีปังด้วยกระเช้าไฟฟ้าได้ที่ fansipanlegend.sunworld.vn)
3. อดีตซาปาเป็นเมืองตากอากาศยอดนิยมของชาวยุโรปที่อาศัยอยู่ในเวียดนาม เพราะครั้งหนึ่งเมืองหล่าวกายเคยตกอยู่ในการยึดครองของฝรั่งเศส ทำให้สถาปัตยกรรมและการวางผังเมืองนั้นจะมีลักษณะแบบอาณานิคมฝรั่งเศส (French Colonial) ประกอบกับธรรมชาติที่สวยงามของซาปา ที่นี่จึงกลายเป็นยุโรปตะวันออกที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่างต้องการมาเยี่ยมเยือนสักครั้ง

ภาพจาก melis / Shutterstock.com
4. ซาปา มีทั้งพื้นที่ที่เป็นเมืองและชนบท ในส่วนของเมืองนั้นก็จะมีตึกรามบ้านช่องและอาคารบ้านเรือนมากมาย พร้อมทั้งมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน สถานที่ราชการ โบสถ์ ที่พัก ร้านค้า ร้านอาหาร ฯลฯ ตึกและอาคารต่าง ๆ จะปลูกสร้างให้ลดหลั่นไปตามความสูงชันของเนินเขา แม้จะมีภาพของอาคารบ้านเรือนมากมาย แต่ก็ยังงดงามเพราะเมืองทั้งเมืองจะรายล้อมไปด้วยภูเขาสีเขียวสดใส และยังมีทะเลสาบกลางเมืองอีกด้วย

5. คนท้องถิ่นซาปา จะมีหลากหลายชนเผ่า โดยส่วนใหญ่จะเป็นชาวม้ง รองลงมาคือชาวเย้า และตามด้วยชาวญวน (Kinh), ชาวไต (Tay) และชาวซั้ย (Giay) คนส่วนมากจะสื่อสารด้วยภาษาเวียดนามเป็นหลัก แต่ก็มีบางส่วนที่สามารถพูดภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสได้อย่างคล่องแคล่ว

ภาพจาก martinho Smart / Shutterstock.com
6. อากาศที่ซาปาจะเย็นสบายตลอดทั้งปี มีหมอกสวยงามในหน้าฝน และมีหิมะตกในหน้าหนาว บรรยากาศของเมืองนี้จึงโรแมนติก เหมาะแก่การมาเที่ยวพักผ่อนสุด ๆ อุณหภูมิโดยเฉลี่ยตลอดทั้งปีจะอยู่ที่ประมาณ 15-16 องศาเซลเซียส ร้อนที่สุดไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส ช่วงเดือนที่อากาศอบอุ่นที่สุดจะอยู่ที่เดือนเมษายนและเดือนกรกฎาคม เดือนที่หนาวที่สุดจะอยู่ระหว่างเดือนธันวาคม-มกราคม ส่วนเดือนที่มีฝนจะอยู่ระหว่างเดือนพฤษภาคม-กันยายน ในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมาจะมีหิมะตกที่ซาปาช่วงต้นปีเกือบทุกปี

7. สิ่งที่ทำให้ซาปาเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ก็คือภาพของนาข้าวขั้นบันไดสีเหลืองทองที่ตั้งลดหลั่นกันลงมาตามภูเขาสูงชัน และยังมีภูเขาน้อยใหญ่รายล้อม พร้อมกับทะเลหมอกสีขาวละมุน คุณสามารถพบกับภาพความสวยงามเหล่านี้ได้ในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน แต่ถ้าอยากได้ภาพนาข้าวขั้นบันไดสีเขียว ๆ ให้ขยับขึ้นมาอีกนิดราว ๆ เดือนกรกฎาคมค่ะ จุดที่ถ่ายรูปนาข้าวขั้นบันไดสวย ๆ คือ Muong Hoa Valley

8. หมู่บ้านวัฒนธรรมที่สวย ๆ ของเมืองซาปาจะมีอยู่ 2 หมู่บ้านหลัก ๆ คือหมู่บ้านตาฟ่าน (Ta Van Village) และหมู่บ้านกั๊ต กั๊ต (Cat Cat Village) หมู่บ้านตาฟ่าน จะมีนาข้าวขั้นบันไดให้ชม บรรยากาศเงียบสงบ ส่วนที่หมู่บ้านกั๊ต กั๊ต จะเป็นหมู่บ้านวัฒนธรรมของชาวม้งดำ รายล้อมไปด้วยธรรมชาติที่สวยงามเช่นกัน และมีกิจกรรมให้ทำมากมาย มีน้ำตกสวย ๆ ให้ได้ชมกันด้วย ทั้งนี้หมู่บ้านท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมีค่าธรรมเนียมในการเข้าชมหมู่บ้าน เตรียมเงินไปด้วยนะคะ
9. นอกจากหมู่บ้านวัฒนธรรมต่าง ๆ ในซาปา และยอดเขาฟานซีปังแล้ว ในซาปาและบริเวณโดยรอบก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจและไม่ควรพลาดอีกมากมาย อาทิ Sapa Lake, Notre Dame Cathedral, Cafe in The Clouds, Y Ty Village, Lao Chai Village, Ta Phin Village, Sapa Market, Coffee View & Bar, Silver Waterfall, Ban Pho Village, Tram Ton Pass, Ham Rong Mountain เป็นต้น
10. กิจกรรมที่น่าสนใจอย่างหนึ่งของซาปาก็คือการนอนพักโฮมสเตย์ จะมีหลายหมู่บ้านที่เปิดบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยวให้ได้ไปนอนพักและสัมผัสวิถีชีวิตสุดเรียบง่ายของชาวบ้าน ซึ่งแต่ละหมู่บ้านก็จะมีความประทับใจแตกต่างกันไปตามแต่ประเพณีและวัฒนธรรมของหมู่บ้านนั้น ๆ

11. ที่พักในซาปา ก็จะมีทั้งแบบราคาถูกไปจนถึงราคาแพง มีหลากหลายแบบให้เลือก ใครอยากนอนโฮสเทลก็ได้ หรือจะพักรีสอร์ทและโรงแรมสวยหรูกับบรรยากาศนาข้าวขั้นบันไดก็ได้ มีให้เลือกตามงบประมาณในกระเป๋าเลยค่ะ ^^

ภาพจาก topasecolodge.com
12. การเดินทางในซาปา ถ้านักท่องเที่ยวไม่ใช้บริการบริษัททัวร์ หนึ่งวิธีที่จะเที่ยวซาปาได้อย่างสะดวกสบายก็คือการเช่ารถจักรยานยนต์ ราคาประมาณ 120-300 บาท/วัน อ๊ะ ๆ แต่การเช่ามอเตอร์ไซค์ขี่เที่ยวในซาปาจะแตกต่างจากบ้านเราสักนิดนะคะ เพราะถ้าคุณนำรถไปจอดหน้าร้านหรือรีสอร์ทบางแห่ง เขาจะเก็บค่าเช่าที่จอดรถมอเตอร์ไซค์ด้วย ลิสต์ไว้เลยเด้อ 🙂
13. การใช้จ่ายในซาปาจะใช้เงินสกุลดองเวียดนาม (VND) ควรจะแลกเงินไปก่อนนะคะ ถ้าจะไปแลกที่เวียดนามแนะนำให้ใช้เงินดอลลาร์สหรัฐในการแลก เพราะจะได้เรตที่ดีกว่าและมีความเป็นสากล แม้แต่ร้านค้าเล็ก ๆ บางร้านก็ยังรับแลก
14. ถ้าต้องการใช้อินเทอร์เน็ตระหว่างเที่ยวอยู่ที่ซาปาหรือในเวียดนาม แนะนำให้ซื้อซิมโทรศัพท์ท้องถิ่นเลยค่ะ ราคาจะอยู่ประมาณ 200-500 บาท อยู่ที่ว่าเราจะเลือกเครือข่ายไหน ใช้แพ็กเกจแบบใด

ภาพจาก thi / Shutterstock.com
15. อาหารที่ซาปา ส่วนใหญ่ก็จะเป็นอาหารพื้นเมืองของเวียดนาม แต่ก็มีร้านอาหารยุโรปอร่อย ๆ หลายร้านค่ะ ใครไปเที่ยวที่นี่จึงไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารไม่ถูกปาก มีอาหารอร่อย ๆ ให้เลือกกินมากมายแน่นอน
16. เวลาในซาปาจะตรงกับเมืองไทยเลยค่ะ ไม่มีเจ็ทแลคชัวร์
17. ปลั๊กไฟในที่พักส่วนใหญ่จะมีลักษณะเหมือนในไทย มีทั้งแบบ 2 ขาแบน และ 3 ขา แต่ทางที่ดีที่สุดก็ควรเตรียม Universal Adapter ไปด้วยดีกว่าค่ะ

ภาพจาก martinho Smart / Shutterstock.com
18. ในซาปาจะมีร้านขายของฝาก ของที่ระลึกเยอะมาก ๆ ค่ะ มีทั้งที่เป็นผลิตภัณฑ์พื้นเมืองของชาวบ้านและรับมาจากโรงงาน ราคาก็พอประมาณค่ะ ยิ่งถ้าใครไปเที่ยวตามหมู่บ้านต่าง ๆ ชาวบ้านก็จะนำสินค้ามาขาย บางหมู่บ้านจะมีการขายที่โหดมาก เดินตามตลอด ถ้าไม่ซื้อแนะนำให้บอกชาวบ้านไปตรง ๆ เลยค่ะ ^^
19. สำหรับคนไทย การไปเที่ยวซาปาไม่ต้องทำวีซ่าค่ะ เพราะประเทศเวียดนามได้ยกเลิกการตรวจลงตราวีซ่ากับผู้ที่ถือหนังสือเดินทางประเทศไทย โดยสามารถพำนักอยู่ในเวียดนามได้ไม่เกิน 30 วัน
20. การเดินทางไปเที่ยวซาปา จากเมืองไทยสามารถนั่งเครื่องบินไปลงที่เมืองฮานอย (Hanoi) จากนั้นสามารถเลือกได้ว่าจะนั่งรถโดยสารประจำทาง รถบัส รถตู้ หรือรถไฟไปยังซาปา ถ้าอยากไปถึงซาปาโดยตรงเลยและไม่หวั่นเรื่องค่าใช้จ่าย ก็สามารถใช้บริการรถบัสและรถตู้ได้เลย แต่ถ้าไม่เร่งรีบ อยากไปเที่ยวแบบชิล ๆ ก็เลือกใช้บริการรถโดยสารประจำทางและรถไฟ ซึ่งทั้งสองแบบหลังนี้นักท่องเที่ยวต้องไปต่อรถที่เมืองหล่าวกายเพื่อไปยังเมืองซาปาต่อไป
หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะทำให้คุณรู้จักเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้มากขึ้นและเป็นประโยชน์ต่อการไปเที่ยวซาปาในโอกาสต่อไปนะคะ ใครไปเที่ยวมาแล้วและมีข้อมูลที่น่าสนใจอื่น ๆ ก็สามารถนำมาแบ่งปันกันได้เลยค่ะ เพื่อให้ทุกคนได้ออกไปท่องโลกอย่างมีความสุขที่สุด 🙂
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
vietnamonline.com และ fansipanlegend.sunworld.vn
ทัวร์ที่เกี่ยวข้อง
บทความอื่นๆ
มาแล้ว หิมะแรกแห่งปี 2016 บนภูเขาไฟฟูจิ ญี่ปุ่น
พา เที่ยวโอซาก้า ดินแดนแห่งกลิ่นอายวัฒนธรรม และประเพณีญี่ปุ่น
PLANET HOLIDAYS TRAVEL บริษัททัวร์คุณภาพ ร่วมสนับสนุนรางวัลส่งเสริมการขาย กับบริษัท คิง เพาเวอร์
ยกใจให้จีน กับ 15 สถานที่ท่องเที่ยวแสนสวยสุดน่าทึ่ง
Gergeti Trinity Church โบสถ์สวยกลางขุนเขา…ดินแดนสวรรค์แห่งเทือกเขาคอเคซัส
ที่เที่ยวฮ่องกงสุดฮิต ทริปเที่ยวฮ่องกงด้วยตัวเองไม่ควรพลาด
